นี่คือเครื่องจักรเย็บผ้าแบบเดียวกันเป๊ะ!
ได้ยินว่าแพงมาก!
จักรเย็บผ้าหนึ่งเครื่องราคาถึงหนึ่งร้อยห้าสิบหยวน!แถมยังต้องมีบัตรอุตสาหกรรมถึงจะซื้อได้!
ที่อำเภอแบบนี้ยังหาซื้อไม่ได้เลยมีแต่ในตัวเมืองมณฑลเท่านั้น!
ไม่คิดเลยว่าบ้านยุวชนซูจะรวยขนาดนี้!ใจป้ำสุดๆ! ถึงกับส่งจักรเย็บผ้ามาให้เลย!
ถ้ารู้ว่าบ้านยุวชนซูรวยขนาดนี้แต่ไหนแต่ไรก็น่าจะให้ลูกชายของตัวเองตามจีบยุวชนซูให้ได้สิ!
ไม่ชอบทำงานแล้วไงมีเงินก็พอแล้วนี่นา!
ครั้งนี้เป็นจักรเย็บผ้าราคาหนึ่งร้อยห้าสิบหยวนครั้งหน้าก็ไม่รู้ว่าจะส่งของดีอะไรมาให้อีก!
ป้าหวังกับคนอื่นๆเสียใจแทบจะทุบอกตัวเองจนตายคาที่
เซียวหยวนซินกวาดตามองพวกเธอแล้วพูดด้วยสีหน้าอิจฉาต่อไปว่า “พ่อแม่ของเธอนี่ดีกับเธอจริงๆเลยนะ”
ซูเจียวเจียวหัวเราะแล้วพูดต่อไปว่า “พ่อฉันเป็นรองผู้จัดการโรงงานเงินเดือนเดือนละเก้าสิบหยวน ส่วนแม่ฉันเป็นหัวหน้าแผนกเงินเดือนเดือนละห้าสิบเอ็ดหยวนค่ะ นี่แค่เงินเดือนเดือนเดียวของพวกท่านเองค่ะ”
พอได้ยินเช่นนั้นดวงตาของป้าหวังกับคนอื่นๆ ก็เบิกกว้าง!
แม้ว่าก่อนหน้านี้พวกเขาจะรู้ว่ายุวชนซูมีฐานะดีที่บ้านจะส่งเงินและบัตรมาให้ทุกเดือนแต่ก็ไม่เคยได้ยินซูเจียวเจียวเล่าว่าพ่อแม่ของเธอทำงานอะไรกันแน่ไม่คิดเลยว่าพ่อของเธอจะเป็นรองผู้จัดการโรงงาน! ส่วนแม่ของเธอเป็นหัวหน้าแผนก!
เงินเดือนของทั้งครอบครัวสามคนรวมกันแล้วถึง141หยวน!
สวรรค์!
ลองจินตนาการดูสิว่าพวกเขาทำงานหนักมาทั้งปีหลังจากที่แบ่งสันค่าข้าวปลาอาหารแล้ว เมื่อคำนวณเงินที่เหลือแล้วกลับมีเพียงสองร้อยหยวน!
ทั้งครอบครัวซื้อผ้าตัดเสื้อใหม่ซื้อของสำหรับเทศกาลตรุษจีน แล้วก็ใช้หนี้ ใช้จ่ายอื่นๆ ก็แทบจะไม่เหลือแล้ว!
ถ้าลูกชายของพวกเขาได้แต่งงานกับซูเจียวเจียวแล้วหาวิธีย้ายคู่สามีภรรยาคู่นี้กลับไปที่เมือง แล้วจัดหางานดีๆ ให้พอถึงตอนนั้นจะอยากได้อะไรก็มีหมดไม่ใช่เหรอ?
น่าเสียดายที่พวกเขาคว้าโอกาสไว้ไม่ได้ซูเจียวเจียวกลับแต่งงานกับเซียวหยวนหมิงไปแล้ว!
ทุกคนต่างเสียใจจนแทบกระอักเลือด
ซูเจียวเจียวมองดูสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาของพวกเธอมุมปากก็ยกยิ้มอย่างขบขัน ราวกับว่าเธอจะชายตาแลลูกชายของพวกเธออย่างนั้นแหละ
ทำงานก็ไม่เก่งเท่าอาหมิงของเธอ
ความเอาใจใส่ก็ไม่มากเท่าอาหมิงของเธอ
หน้าตาก็ไม่ดีเท่าอาหมิงของเธอ
ส่วนสูงก็ไม่สูงเท่าอาหมิงของเธอแถมยังไม่ฉลาดเท่าอาหมิงอีกด้วย
คนอย่างซูเจียวเจียวใช่ว่าจะพิสมัยใครต่อใครไปทั่ว
อย่างไรก็ตามซูเจียวเจียวเก็บคำพูดเหล่านี้ไว้ในใจ ไม่ได้เอื้อนเอ่ยกับพวกหล่อนเพียงแค่เป้าหมายสำเร็จก็เป็นอันใช้ได้
“เอาล่ะ ฉันจะต้องไปทำอาหารแล้วค่ะ ป้าๆ ทุกคนถ้ายังอยู่ที่ห้องของฉันแบบนี้ก็คงจะไม่ดีเท่าไรนะคะ?”
ซูเจียวเจียวมองป้าหวังกับคนอื่นๆด้วยรอยยิ้ม
ป้าหวังกับคนอื่นๆถึงจะยอมออกจากห้องของซูเจียวเจียวอย่างไม่เต็มใจนัก แต่ก็ยังถามไล่หลังว่า“ยุวชนซู เธอใช้จักรเย็บผ้านี่เป็นไหม?”
“ใช่ๆ เธอตัดเสื้อผ้าได้หรือเปล่า?”
พวกเธอส่งเสียงถามกันเซ็งแซ่
ซูเจียวเจียวตอบว่า“แน่นอนค่ะ ถ้าฉันใช้ไม่เป็น แล้วจะซื้อจักรเย็บผ้านี่มาทำไมล่ะคะ?”
ป้าหวังตาเป็นประกาย“งั้นก็ดีเลยสิ! ไม่คิดเลยว่ายุวชนซูจะเก่งขนาดนี้ตัดเสื้อผ้าเป็นด้วย! ต่อไปเสื้อผ้าที่บ้านฉันก็เอามาให้เธอทำนี่แหละจะได้ไม่ต้องไปอำเภอแล้ว ประหยัดไปได้ตั้งเยอะ”
เฉินซิ่วฮวาได้ยินดังนั้นก็ได้ไอเดียขึ้นมาทันทีแล้วเสริมว่า “ใช่ๆต่อไปพวกเราจะตัดเสื้อผ้าก็สะดวกขึ้นเยอะเลย เราก็เป็นเพื่อนบ้านกันไปมาหาสู่กันก็สะดวก”
ซูเจียวเจียวตอบว่า“ได้สิคะ พวกเราก็เป็นเพื่อนบ้านกัน เดี๋ยวฉันจะให้ส่วนลดพวกคุณรับรองว่าถูกกว่าที่อำเภอแน่นอน”
ป้าหวังได้ยินว่าจะต้องจ่ายเงินก็อดไม่ได้ที่จะถลึงตาแล้วพูดว่า “อะไรกันนี่จะเก็บเงินด้วยเหรอ? ร้านตัดเสื้อที่อำเภอเขาเปิดร้านทำส่วนเธอนี่ทำอยู่ที่บ้านของตัวเองไม่ใช่เหรอ?”
ซูเจียวเจียวเอ่ยขึ้นว่า“ฉันจะไม่ไปทำงานแล้วค่ะ แต่จ่ายเงินให้กองผลิตทุกเดือนก็พอชดเชยแต้มแรงงานของฉัน ซึ่งแน่นอนว่าต้องเก็บเงินหากไม่เก็บแล้วฉันจะกินอะไรประทังชีวิตล่ะ? หรือทุกท่านจะเลี้ยงดูพวกฉันงั้นหรือ?”
ซูเจียวเจียวพูดอย่างไม่เกรงใจ
ป้าหวังถึงกับหน้าเสียไปทันตา“เชอะ ช่างขี้เหนียวอะไรอย่างนี้!”
เฉินซิ่วฮวารีบเสริมขึ้นอย่างเห็นด้วยว่า“ใช่แล้ว ใช่แล้ว! ถึงอย่างไร เธอก็ไม่ได้มีธุระปะปังอะไรเลยนี่เพื่อนบ้านก็ต้องช่วยเหลือกันบ้าง ชีวิตของทุกคนล้วนยากลำบากแล้วจะเอาเงินมาจากไหนกันล่ะ!”
“ฉันว่าพวกเธอกำลังฝันลมๆ แล้งๆ อยู่นะ!”
น้ำเสียงเฉียบคมดังขึ้นปรากฏว่าคือหวังเหวินเม่ย แม่ของหลี่ต้าเฉวียนเธอมองอย่างเหยียดหยามแล้วพูดขึ้นว่า “ยุวชนซูเขาซื้อจักรเย็บผ้ามาเพื่อความสะดวกสบายของตัวเองเพื่อการใช้ชีวิต ไม่ใช่เพื่อให้พวกเธอใช้เฉยๆ! ถ้าพวกเธอใจดีขนาดนั้นแล้วก็เป็นเพื่อนบ้านกันด้วย ทำไมไม่เอาคะแนนงานที่หามาได้แบ่งเขาบ้างล่ะ?”
หลี่จินฮวาเบะปาก“พวกเราทำงานหนักได้คะแนนงานมาให้เขา แล้วพวกเราจะกินอะไร?”
หวังเหวินเม่ยพูดว่า“ในเมื่อเธอรู้ว่าเธอต้องใช้ชีวิตแล้วยุวชนซูเขาไม่จำเป็นต้องใช้ชีวิตอย่างนั้นเหรอ? วันๆเอาแต่ฝันหวานอยากได้อยากมี”
พูดจบหวังเหวินเม่ยก็หันไปมองซูเจียวเจียวแล้วยิ้มให้ “ยุวชนซูต่อไปเสื้อผ้าที่บ้านฉันจะให้เธอทำนะ ถึงตอนนั้นเธอจะคิดเงินยังไงก็คิดมาเลยจะคิดเท่าที่อำเภอก็ได้ ราคาเท่ากันแต่พวกเราก็ไม่ต้องลำบากวิ่งไปอำเภอเพื่อเอาเสื้อผ้าแถมยังประหยัดค่าเดินทางไปได้อีกสองสามเหมา”
ซูเจียวเจียวมีความประทับใจที่ดีต่อป้าหวังเสมอ“ได้เลยค่ะป้าหวังถึงตอนนั้นที่บ้านป้าจะทำเสื้อผ้าก็มาวัดตัวได้เลยค่ะรับรองว่าทำออกมาได้ถูกใจป้าแน่นอน”
ป้าหวังกับคนอื่นๆถูกหวังเหวินเม่ยว่าไปหลายประโยค ก็รู้สึกเสียหน้าจึงพากันเดินจากไป
หลังจากนั้นหลายๆครอบครัวในกองผลิตที่ได้ยินเรื่องที่ซูเจียวเจียวซื้อจักรเย็บผ้าก็พากันมาดูด้วยความอยากรู้ แต่ก็ไม่มีใครพูดอะไรมากแค่บอกว่าถึงตอนนั้นจะให้ซูเจียวเจียวตัดเสื้อผ้าให้ แล้วก็หวังว่าจะได้ส่วนลดบ้าง
ซูเจียวเจียวรับปากทันที
ถึงตอนนั้นเธอจะแบ่งการตัดเสื้อผ้าออกเป็นสองประเภทคือแบบธรรมดาและแบบพิเศษ
แบบธรรมดาสำหรับคนในกองผลิตและตำบลพวกเขาทำงาน ไม่ได้สนใจว่าเสื้อผ้าจะสวยงามแค่ไหน แต่เน้นที่ความทนทาน
ส่วนแบบพิเศษสำหรับคนในตัวอำเภอเช่น เฉินเจียอวี้และคนอื่นๆ ที่มีการศึกษาพวกเขาสนใจเรื่องภาพลักษณ์ความสง่างามและความสวยงามแน่นอนว่าจะต้องสวมใส่เสื้อผ้าที่เหมาะสมคู่ควร
ถึงตอนนั้นแบบธรรมดาก็จะคิดราคาถูกแบบพิเศษก็จะคิดราคาแพงกว่าหน่อย ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีฝ่ายใดต้องเสียเปรียบ
หลังจากวางแผนเรียบร้อยแล้วที่บ้านก็คึกคักอยู่พักหนึ่ง เมื่อฟ้าเริ่มมืด เซียวหยวนซินก็ทำอาหารเย็นเสร็จแล้ว
หลังจากทานอาหารเย็นเสร็จซูเจียวเจียวก็อดไม่ได้ที่จะอยากลองเหยียบจักรเย็บผ้า แต่ถูกเซียวหยวนหมิงห้ามไว้
“ตอนกลางคืนแสงไม่ดี จะทำให้สายตาเสียได้”
ซูเจียวเจียวพยักหน้า“เข้าใจแล้วค่ะ”
ตอนนี้ในกองผลิตยังไม่มีไฟฟ้าหากใช้เพียงตะเกียงน้ำมันก๊าด ก็สามารถทำให้สายตาเสียได้ง่ายจริงๆ
ชาติที่แล้วมีไฟฟ้าใช้ตอนฤดูใบไม้ผลิปี1976นั่นก็คือปีหน้า
เหลือเวลาอีกประมาณครึ่งปี
ซูเจียวเจียวใช้เวลาที่ยังพอมีอยู่วัดขนาดตัวของเซียวหยวนซินและหลิวหยวนหยวน แล้วจดบันทึกไว้ในสมุด
เซียวหยวนหมิงเป็นคนละเอียดอ่อนมากเขาซื้อจักรเย็บผ้าแล้ว ก็ยังนำกรรไกรและไม้บรรทัดสำหรับตัดเสื้อผ้ามาให้ด้วย
ก่อนหน้านี้เธอเคยวัดด้วยมือและใช้กรรไกรธรรมดา
ตอนนี้มีอุปกรณ์ครบครันทั้งเข็มและด้ายสำหรับจักรเย็บผ้า มีเส้นด้ายหลายสี แต่ละสีก็มีหลายม้วนใช้ได้อีกนาน
ส่วนเรื่องที่บ้านของซูเจียวเจียวส่งจักรเย็บผ้ามาให้ก็แพร่กระจายไปทั่วทั้งกองผลิตราวกับพายุ…