เขายังจำได้ดีในวันที่เขาตื่นขึ้นมาห้องทั้งห้องเงียบงัน คราบเืที่แห้งกรังยังคงติดอยู่บนเส้นผมสายตาเลื่อนลอยของเขามองไปรอบ ๆ เขานั่งจมอยู่กับความเสียใจอีกเป็วันจนได้รับโทรศัพท์ของหลงซืออี้ เขาร้องให้กับอีกฝ่ายอย่างหนัก
หลงซืออี้มาหาที่ห้องพร้อมน้องสาวทั้งสองต่างช่วยกันปลอบใจ จ้าวยูร์ที่พยายามทำใจให้ยอมรับอย่างน้อยสองคนนี้ก็ไม่เคยรังเกียจเขาที่เขาเป็แบบนี้แต่ทำไม...คนที่เขารัก ครอบครัวของเขาถึงได้ปฏิเสธการมีตัวตนของเขากันล่ะ
จากวันนั้นเขาได้เอาความเสียใจไปลงกับขวดเหล้าคืนวันเกิดเหตุจ้าวยูร์ได้กลับไปบ้าน สภาพของเขายิ่งทำให้ครอบครัวรังเกียจคำพูดต่างๆ ซ้ำเติมจิตใจที่บอบช้ำของจ้าวยูร์ เขาคิดถึงหลิวซูเย่คิดถึงความรักที่ได้มอบให้ คิดถึงรอยยิ้มเ่าั้มันมากพอที่จะทำให้จ้าวยูร์ขับรถไปหาอีกฝ่ายถึงห้อง แต่สิ่งที่ได้กลับมา...
“ไอ้คนวิปริต!! ทำไมแกไม่ตาย ๆ ไปซะฉันกับแกไม่เกี่ยวข้องกันอีกแล้ว จะไปตายที่ไหนก็ไป!”
หัวใจที่แตกสลายยิ่งเหมือนโดนตอกย้ำน้ำตาไหลอาบแก้ม เขาร้องให้อย่างหนักหน่วงอยู่ในรถเสียงโทรศัพท์จากหลงซืออี้ดังขึ้นหลายครั้ง
‘ซืออี้....ฉันควรทำยังไงดี ฮือ ๆ’
จ้าวยูร์มาหยุดอยู่ตรงสะพานที่เกิดเหตุเหมือนภาพเ่าั้มันฉายซ้ำอีกครั้ง เขาไม่ได้ตั้งใจฆ่าตัวตายแต่มันไม่สามารถพูดได้เต็มปากว่าเสี้ยวหนึ่งของความคิดเขาอยากตายในตอนนั้น เขากำลังขับรถไปหาหลงซืออี้ในจังหวะที่หันไปมองรั้วสะพานรถของเขาได้วิ่งชนขอบสะพานเรียบร้อยแล้ว
.............
สองเดือนหลังจากที่จ้าวยูร์กลับโลกเดิม
“ยูร์อยู่ไหน”
“ท่านถามหาเขาไปเพื่ออะไรเื่ประลองนั้นสิ้นสุดไปเรียบร้อยแล้ว”
“ข้ามีเื่ต้องคุยกับเขา” ผู้าุโดาบเอามือไขว้หลังอมยิ้ม เขามองออกไปไกลแสนไกล
“ท่านยังติดค้างสัญญาของพวกเรา” จอมมารยื่นมือไปด้านหน้าดวงจิตทั้งสามลอยอยู่เหนือฝ่ามือของเขา
“ข้าคืนจิตต้นกำเนิดให้กับพวกท่านพร้อมปลดผนึกเขตป่าทั้งหมดแล้วท่านบอกข้าได้หรือยังว่าเขาอยู่ไหน”
“ท่านมอบสิ่งที่สัญญาให้กับพวกเราแล้วสัญญาที่ให้กับเขาเล่า ท่านควรตอบแทนยังไง”
“เื่นั้นข้าจะถามเขาเอง” ผู้าุโดาบตวัดพัดในมือเก็บกล่องจิตต้นกำเนิด
“เขาไม่อยู่แล้ว”
“ไม่อยู่...หมายความว่ายังไงว่าเขาไม่อยู่!!”เสียงโกรธเกรี้ยวของจอมมารดังไปทั่วหุบเขาจนทำให้เหล่าอสูรที่อยู่ใกล้เร้นกายหายเข้าไปในป่าทันที
ผู้าุโดาบนั่งลงรินน้ำชาให้ตัวเองโดยไม่สนใจท่าทีอีกฝ่าย
“เกิดอะไรขึ้นพี่ใหญ่....” เท้าของผู้าุโหมัดชะงักพร้อมๆ กับผู้าุโพิษเมื่อเห็นคนมาเยือน
“ท่านรู้หรือไม่ว่าคนของท่านเกือบทำให้ิญญาของจ้าวยูร์สลายหากวันนั้นเขาหลบปราณกระบี่ไม่ได้ จิติญญาเพียงครึ่งที่เขามีอยู่จะหายไปทันทีข้าไม่รู้หรอกว่านางทำได้ยังไง แต่สิ่งที่นางทำนั้นคือ้าเอาชีวิตจ้าวยูร์ของพวกเรา”จอมมารรู้สึกเสียใจที่ปล่อยให้นางตายไปอย่างสบาย ๆ นางควรทรมานมากกว่านี้สิบเท่าหรือตลอดอายุขัยของนาง
“นางคือหนึ่งในผู้ทรยศ”
“ฮึ...ผู้ทรยศ จริงสิ ไม่นานมานี่ข้าได้ข่าวดินแดนแห่งนี้เกิดการฆ่าฟันกันจนผู้คนหวาดกลัวนั้นเป็คำสั่งของท่านหรือเปล่า”
“ข้าไม่อาจปล่อยผู้ทรยศทั้งหลายรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”
“เช่นนั้นหรือ....”
“ยูร์ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่”เขาพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเองให้สงบ
“มีชีวิตอยู่แล้วอย่างไรไม่มีชีวิตอยู่แล้วอย่างไร”
“ต่อให้ต้องพลิกโลกใต้พิภพทั้งหมดข้าจะต้องพาเขากลับมาให้ได้!” ผู้าุโดาบมองใบหน้าของจอมมาร
“จ้าวยูร์เป็อะไรสำหรับท่าน?”
“.........”
“ตอบไม่ได้งั้นหรือ หากจ้าวยูร์ถามคำถามเดียวกันเหมือนข้าท่านจะตอบว่าอย่างไร”
“นั้นไม่ใช่เื่ของท่าน” ผู้าุโดาบถอนหายใจ
“ท่านจำต้องใช้เวลานานขนาดนี้ เพื่อจัดการผู้ทรยศเพียงหยิบมือเท่านั้นหรือ...แล้วแบบนี้ท่านจะปกป้องเขาจากคนอื่นได้อย่างไร”คิ้วของจอมมารขมวดเป็ปม เขากำหมัดแน่น
“เื่ของเขาข้าจัดการเองได้”
“ท่านจะตามหาเขา แล้วที่นี้ใครจะดูแลระหว่างที่ท่านไม่อยู่”
“พวกท่านยังไงล่ะ” จอมมารโบกมือตราประทับมารก็ปรากฏบนหลังมือผู้าุโทั้งสาม
“นี่มันมัดมือชกชัด ๆ” ผู้าุโหมัดบ่น
“ข้าให้พวกท่านสามารถยืมพลังของข้าได้ระหว่างที่ข้าไม่อยู่”
......พลังของจอมมารงั้นหรือพวกเขาไม่้ามันเลยสักนิดเมื่อได้จิตต้นกำเนิดของตนเองกลับคืนมา
“ท่านสัญญากับข้าข้อหนึ่งได้หรือไม่จอมมาร....เมื่อท่านไปยังโลกของจ้าวยูร์ขอให้ท่านใช้ความสามารถทั้งหมดปกป้องเขาแทนพวกเราด้วย”
“ข้าให้สัญญา”
“ท่าน้าเดินทางตอนนี้เลยหรือไม่หรือต้องจัดการอะไรก่อน”
“ไม่จำเป็ ข้าอยากไปให้เร็วที่สุด” ผู้าุโดาบหันไปมองแม่ทัพเงา
“เมื่อไปถึงที่นั้นพวกท่านควรเปลี่ยนคำเรียกขานกันสักหน่อยถือเป็คำแนะนำจากข้า...”ผู้าุโทั้งหมดทำการเปิดมิติอีกครั้งเพื่อส่งจอมมารและแม่ทัพเงาไปยังโลกมนุษย์
“ขอโทษนะจอมมาร แต่ข้ายังไม่หายโกรธท่านฉะนั้น...ใช้เวลาตามหาเขาเองก็แล้วกัน” จอมมารหันกลับมาทันที ดวงตาจ้องเขม็งเสียงหัวเราผู้าุโพิษดังลอยเข้าหู ตามด้วยเสียงของผู้าุโหมัด
“สมน้ำหน้า ฮ่า ๆ”
“พี่ใหญ่ท่านทำได้ดีจริงๆ ฮ่า ๆ” ผู้าุโพิษหัวเราะเสียงดังผู้าุโดาบวาดมือ กล่องไม้ถูกวางอยู่บนโต๊ะ
“นี่คือจิตต้นกำเนิดของพวกเรา”
“จริงเหรอพี่ใหญ่ เขาคืนมาจริง ๆ ใช่ไหมงั้นที่นี้ไม่หายไปแล้วสิ” ผู้าุโหมัดร้องะโวิ่งเข้าไปกอดกล่องไม้เอาไว้
“คงเป็อย่างนั้นหากไม่แล้วเขาคงไม่ปลดผนึกเขตป่าออกและมอบหมายให้เราดูแลดินแดนของเขาในระหว่างที่เขาไม่อยู่”
“เหอะ...ทำดีเอาหน้านะสิ ขอให้จ้าวยูร์ไม่ยกโทษให้ง่ายๆ เถอะ มา ๆ น้องเล็ก เอาจิตต้นกำเนิดของข้าคืนมาได้แล้ว” ผู้าุโดาบมองพี่น้องทั้งสองด้วยใบหน้าอันอบอุ่นสายตาของเขามองเลยไปยังจุดหมายปลายทาง
‘หวังว่าท่านจะทำสำเร็จนะท่านจอมมาร’
จอมมารมองไปรอบ ๆ พื้นที่ว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยผืนทรายสุดลูกหูลูกตา
“ตาแก่นั้นส่งเรามาที่ไหนกัน!”
ความร้อนทำให้ทั้งสองจำต้องออกเดินทางนานกว่าครึ่งวันพวกเขาถึงออกจากทะเลทรายมาได้
“ท่านจอมมาร อสูรเงาได้รายงานว่าไม่ไกลจากที่มีร่องรอยของชีวิตขอรับ”
“นำทางข้าไป” แม่ทัพเงาออกตัวไปตามทิศทางที่อสูรเงารายงานทั้งสองมองดูผู้คนที่อยู่ด้านหน้า มีสิ่งมากมายที่ไม่เคยเห็น ภาษาที่ไม่เข้าใจ จอมมารเหลือบไปเห็นคนหนึ่งในกลุ่มกำลังเดินออกมาผู้ชายที่กำลังเปิดประตูรถหยุดชะงัก ด้านข้างมีจอมมารยืนอยู่โดยที่เขาไม่สังเกตเห็น
“เมื่อกี้อะไรว่ะ...”ชายคนนั้นยกมือขึ้นเกาหัวด้วยความมึนงง
‘พื้นที่ที่เราอยู่ประเทศอียิปต์เมืองหลวงคือกรุงไคโร ภาษาที่พวกเขากำลังพูดคือภาษาอังกฤษ......’แทนคำพูดจอมมารแชร์ข้อมูลที่ได้จากความทรงจำเ้าหน้าที่คนนั้นให้แม่ทัพเงาและผู้ใต้บังคับรับรู้ไปพร้อมกัน
“ข้อมูลเท่านี้ไม่พอเราจำเป็ต้องหาข้อมูลเพิ่มมากกว่านี้ ดูจากความทรงจำเหล่าผู้นำที่มีตำแหน่งสูง ๆย่อมมีข้อมูลมากกว่า ไปกันเถอะ”
“ขอรับ” ท่ามกลางผู้คนมากมาย ไม่มีใครััได้ถึงการมีตัวตนของจอมมารและแม่ทัพเงาสักนิดสิ่งที่พอสังเกตได้ถึงระดับข้อมูลคือการแต่งตัว สถานที่ ๆพวกเขาไปสามารถแยกระดับความต่างของชนชั้นได้เป็อย่างดี
“ที่นี้เรียกว่า “โลก” งั้นสินะ ที่นี้คงไม่ใช่ที่ๆ ยูร์มาแน่ ๆ ด้วยนิสัยของตาแก่นั้นเขาต้องส่งเรามาที่ห่างไกลจากที่เขาอาศัยอยู่”
“ท่านจอมมารอยากเดินทางแบบไหนขอรับ” จอมมารหันมามองหน้าแม่ทัพเงา
“เ้าหมายถึงการเดินทางบนฟ้าที่เรียกว่าเครื่องบินใช่ไหม”
“ขอรับ”
“ไม่ละ พวกเราไปทางพื้นดิน ข้าอยากสำรวจพื้นที่ ๆพวกเราผ่านไปด้วย อาจใช้เวลามากหน่อย แต่มันเป็ผลดีต่อพวกเราที่เรียนรู้วัฒนธรรมของโลกใบนี้”จอมมารได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเพียงเพราะการอ่านความทรงจำ ด้วยความสามารถของเขาเื่เหล่านี้ไม่ใช่เื่ยากแม่ทัพเงาเองก็เช่นกัน