ตอนที่ 61 ผู้นำทางสู่ความตาย
แสงอรุณรุ่งเบิกฟ้า ดวงจันทราลาลับ เคนจิและอลันยืนอยู่ด้านหน้าทางเข้าพีระมิดอันสูงใหญ่เสียงหอบหายใจเคนจิถี่ระรัว ถุงน้ำในมือยกขึ้นดื่มไม่ขาดสายอลันไม่รอช้าเดินนำหน้าเคนจิเข้าไปยังด้านในทันทีเคนจิเก็บถุงน้ำเข้าช่องมิติก่อนจะเดินตามอลันไปติดๆ ทางเข้าของพีระมิดทั้งสองด้านประดับประดาไปด้วยรูปปั้นขนาดใหญ่รูปร่างของมันดูคล้ายกับมนุษย์แต่หัวของมันนั้นกลับเป็นเหมือนสุนัขในมือของรูปปั้นนั้นข้างหนึ่งถือไม้เท้าที่ส่วนปลายด้านล่างของไม้เท้านั้นมีดาบอันแหลมคมส่วนอีกข้างถือของลักษณะเหมือนกับตาชั่งที่ข้างหนึ่งมีขนนกวางอยู่
“ลุง! นั่นรูปปั้นอะไร ? แล้วเราจะพักกันที่นี่หรอ”
“ชู่ว~~! เบาเสียงหน่อยที่นี่เราจะส่งเสียงดังไม่ได้เด็ดขาด หากเจ้านั่นได้ยินเข้าคงได้ยุ่งยากแน่ๆไปแยกย้ายหาที่พักได้แล้ว”
“เจ้านั่นอีกแล้วเจ้านั่นมันคือใครกันลุง”
“เออ! อยากรู้ก็เสียงดังไปเรื่อยๆ เดียวมันก็โผล่มาเองแหละ ขอบอกไว้อย่างข้าจะไม่ยื่นมือเข้าไปยุ่งเกี่ยวเด็ดขาด ข้าจะไปพักผ่อน เหอะ! อยากรู้ไปหมด”
เมื่ออลันกล่าวจบก็ทะยานร่างหายไปในซอกมืดหลังรูปปั้นท่ามกลางความสงสัยของเคนจิ เนื่องจากหายจากอาการเหนื่อยล้าเคนจิจึงเดินเข้าไปสำรวจด้านในก่อนจะหาที่พัก ประติมากรรมและภาพวาดบนกำแพงได้ถูกสร้างสรรค์อย่างประณีตความสวยงามของมันทำให้เคนจิลืมตัวเดินไปไกลทันใดนั่นเองปรากฏเงาดำวูบหนึ่ง ผ่านด้านหลังเคนจิไปอย่างรวดเร็วทำให้เขาต้องหันกลับมาทันที เม็ดเหงื่อเริ่มปกคลุมทั่วใบหน้าภาพเบื้องหน้ามีแต่ความว่างเปล่า และอีกครั้งที่เหงาดำผ่านด้านหลังของเขาไปอีกที
“นั่นใคร!!! อยากลองดีกับข้าใช่ไหม ออกมาเดียวนี้!!!!”
เงาทมิฬกระโจมทะยานมาจากฟากฟ้ากรงเล็บในมือที่แหลมคมจ้องเชือดเฉือนคอเคนจิให้ขาดสะบั้นเคนจิก้าวหลบด้วยเคลื่อนที่พริบตาในทันทีทำให้กรงเล็บนั้นตะปบได้แต่เพียงความว่างเปล่า เคนจิปรากฏกายขึ้นที่ด้านหลังของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ดวงตาของเขาเบิกกว้างต้องกระโจมทะยานหนีอีกครั้งอย่างรวดเร็วสิ่งมีชีวิตอีกชนิดหนึ่งพุ่งมาโจมตีเขาด้วยความรวดเร็ว
ร่างของเคนจิทะยานอยู่กลางอากาศทำให้เห็นร่างของมันได้อย่างชัดเจน มันคือสิงโตขนาดใหญ่แต่ที่แปลกแหวกแนวออกไปนั่นคือ มันมี 3 หัว ได้แก่ หัวสิงโตหัวมังกรและหัวแพะ มีปีกขนาดใหญ่ของมังกรที่ด้านหลัง และส่วนหางของมันนั้นคืองูเห่าอสรพิษร้ายที่มีพิษรุนแรงที่สุดเปลวเพลิงสีดำปรากฏบนฝ่ามือ ก่อนจะพุ่งทะยานไปหาสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ทันที ปรากฏรอยยิ้มบนใบหน้าของสิงโตปากที่ใหญ่ของมันอ้าออกปรากฏเขี้ยวอันแหลมคมพร้อมกับสูดเอาเปลวเพลิงสีดำหายเข้าไปในช่องปาก
“โฮก~~!!”
เสียงคำรามของหัวสิงโตร้องลั่นดวงตาเคนจิเบิกกว้างเปลวเพลิงที่อลันเคยบอกว่ารุนแรงที่สุดกลับเป็นเพียงอาหารว่างของสัตว์ประหลาดยักษ์เมื่อเคนจิตั้งสติได้จึงใช้ทักษะสังเกตมันทันที
“คิเมร่า ระดับมารอสูร ชั้นต้น หากถูกสังหารจะฟื้นคืนชีพภายใน 5 วันในเกม”
“คิเมร่า !?”
“ถูกต้องมันคือคิเมร่ามันคือสัตว์เลี้ยงของข้าเอง”
เสียงหนึ่งล่องลอยมาตามสายลมที่ด้านหลังคมของของอาวุธกำลังจี้อยู่ที่ด้านหลังของเขา เคนจิพุ่งทะยานไปยังด้านหน้าเพื่อหลบหลีกคมของอาวุธก่อนจะยืนบนเสาแท่งหนึ่งและเหลือบมองไปยังผู้มาใหม่ดวงตาของเคนจิเบิกกว้างผู้มาใหม่นั่น ไม่ต่างจากรูปปั้นที่อยู่ด้านหน้าพีระมิดแต่ร่างกายของมันกลับผอมแห้งเป็นอย่างมากผู้มาใหม่ก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้าเข้าหาคิเมร่าอย่างไม่เกรงกลัว ก่อนลูบหัวของมันเบาๆ
“เจ้านี้คือสัตว์ของแดนนรกมันไม่ได้กลับนรกมาเกือบ 100 ปีแล้วเพลิงอเวจีหรือไฟนรกคืออาหารที่มันชอบ”
“สัตว์ของแดนนรก? ไม่ใช่เซอร์บิรัสรึไง แล้วเจ้าเป็นใคร”
“เจ้านั่นมันคือหมาเฝ้าประตูนรกตั้งหาก คิเมร่านั้นมีหน้าที่คอยกัดกินหัวใจของคนบาป ส่วนข้าคืออนูบิสผู้นำทางสู่ความตายบาปของเจ้าหนักแค่ไหน ขอข้าดูหน่อย หึหึหึ”
ร่างอนูบิสย่อยสลายกลายเป็นน้ำสีดำแทรกแซงหายไปในพื้นก่อนจะโผล่มาที่ด้านหลังเคนจิด้วยความรวดเร็วพร้อมกับแทงไม้เท้าด้านแหลมเข้าหาเคนจิทันทีเป้าหมายของมันนั้นคือบริเวณที่หัวใจ คาตานะดินปรากฏในมือทันทีพร้อมกับตวัดปัดป้องทำให้เขารอดพ้นได้อย่างหวุดหวิดก่อนจะทะยานถอยออกมาแล้วใช้ทักษะสังเกตดู
“ผู้นำทางสู่ความตายอนูบิส ระดับ ทูตสวรรค์ ชั้นต้น หากถูกสังหารจะฟื้นคืนชีพในอีก 7 วันในเกม”
“ขัดขืนไปก็เท่านั้นเมื่อข้าผู้นำทางสู่ความตายต้องการชีวิตเจ้า ก็อย่าคิดว่าจะมีชีวิตรอดออกไปได้เจ้าบังบังอาจบุกรุกดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของข้า โทษของเจ้านั้นคือ ความตาย!”
“เหอะ! พูดจาสวยหรู เจ้าก็แค่ผู้นำทางเท่านั้น !”
“บังอาจ!!! เจ้าผีดูดเลือดชั้นต่ำ”
ดวงตาอนูบิสแดงก่ำด้วยความโกธรก่อนจะพุ่งทะยานหาเคนจิด้วยความรวดเร็วเคนจิไม่คาดคิดว่าร่างที่ผอมแห้งของมันจะเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว อาวุธทั้งสองปะทะกันสนั่นลั่นกลางอากาศอนูบิสทะยานถอยพร้อมกับเปลวไฟสีดำที่ปรากฏขึ้นที่ยอดไม้เท้าเคนจิเห็นดังนั้นจึงเรียกเปลวไฟสีดำขึ้นมาบนฝ่ามือเพลิงสีดำของทั้งสองพุ่งทะยานเข้าปะทะกันจนเกิดเสียงดังสนั่น
“บรึ้มม~~!!”
ความรุนแรงของการปะทะทำให้พีระมิดสั่นไหวเศษหินต่างหลุดร่วงลงมาอย่างต่อเนื่อง คิเมร่าต้องทะยานหลบหนีเศษซากหินที่ร่วงมาฝุ่นควันแน่นขนัดไปทั่วห้องก่อนจะค่อยๆ จางหายไป อนูบิสสาดส่องสายตาหาเคนจิจนทั่วแต่กลับพบแต่แต่ความว่างเปล่า ในมุมมืดที่ด้านหลังอนูบิสเคนจิกำลังคืบคลานออกมาอย่างเชื่องช้าทันทีที่จะฟาดฟันคาตานะในมือ คิเมร่าก็มาปรากฏที่เบื้องหน้าทันที คาตานะในมือฟาดใส่คิเมร่าเต็มแรงพุ่งทะยานสู่เบื้องล่าง
“เปรี้ยงง~!!”
เกิดเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่ลำตัวคิดเมร่า เลือดสีเขียวของมันกระจายไปทั่วทุกพื้นที่คิเมร่าร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดทันใดนั้นอนูบิสก็ปลดปล่อยคลื่นพลังจากไม้เท้ากระแทกใส่คิเมร่าอย่างแรงทำให้มันสำรอกเลือดออกมากองใหญ่
“ตูม!!”
“โฮก~~~~!!!”
“แส่ไม่เข้าเรื่องเจ้าสัตว์เดรัจฉา! มันเกือบหลงกลข้าอยู่แล้ว สมควรตายนัก”
“สารเลว! มันอุตสาห์เสียสละร่างกายของมันเพื่อปกป้องเจ้าแต่นี่คือผลที่มันได้ตอบแทนอย่างนั้นรึ”
“อย่ายุ่ง! มันคือสัตว์เลี้ยงของข้า อีกไม่นานเจ้าก็จะตายตามมันไป!!”
ดวงตาเคนจิเกิดประกายแดงก่ำการทรยศหักหลังเป็นสิ่งที่เขาเกลียดอย่างหนึ่ง มือของเคนจิกุมคาตานะแน่น พลังของเขาถ่ายเทไปที่คาตานะจนสั่นไหวราวกับว่ามันจะแตกออกเป็นเสี่ยงความรู้สึกบางอย่างหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ปรากฏรอยยิ้มเหี้ยมบนใบหน้า ท่วงท่าเพลงดาบจันทราปลดถึงท่าที่ 8
“ใครจะตายเดียวก็รู้เข้ามา!”
อนูบิสพุ่งทะยานแทงปลายไม้เท้าเข้าปะทะคาตานะดินตั้งรับไม่เกรงกลัว รอยยิ้มเคนจิปรากฏขึ้นอีกครั้งท่ามกลางความสงสัยในมือของเขาอีกข้างปรากฏคาตานะน้ำออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับฟาดฟันออกไปทันทีอนูบิสเบิกตากว้างทะยานถอยอย่างเร่งรีบ คาตานะน้ำผ่านหน้าท้องไปอย่างหวุดหวิด
อนูบิสกำไม้เท้าในมือแน่นจ้องมองเคนจิอย่างโกธรเคืองทันใดนั้นความเจ็บปวดแล่นผ่านที่หน้าท้องเมื่อก้มลงไปมองดูปรากฏบาดแผลยาวเลือดไหลไม่ขาดสาย มือข้างหนึ่งกุมบาดแผลแน่นพยายามห้ามเลือดไว้เคนจิปรากฏตัวที่ด้านหน้าทันที คาตานะในมือทั้งสองเล่มโบกสะบัด อนูบิสพยายามปัดป้องสุดกำลังเม็ดเหงื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของอนูบิส สีหน้าของมันซีดเผือกความตายกำลังมาเยือนในอีกไม่ช้า
“เพลงดาบจันทราท่าที่ 6 พายุดารา! ย้าก~~~~!!!”
คาตานะในมือทั้งสองข้างสั่นไหวอย่างรุนแรงโบกสะบัดไม่ขาดสาย ประกายแสงของมันคล้ายกับดวงดาวบินโฉบไปมาอย่างรวดเร็ว เกิดเป็นลมพายุพัดพาเศษหินเศษดินปลิวไปทั่วไม้เท้าในมืออนูบิสต้านทานไม่ไหวก่อนจะกระเด็นไปที่ด้านหลัง ร่างของมันถูกฟันนับสิบแผลเลือดของมันสาดกระจายไปทุกที่
“เปรี้ยงเปรี้ยงง เปรี้ยงงง~~!!!”
“อ้าก~~~!!!”
“ตูม~!!”
สิ้นสุดการโจมตีของพายุดาราร่างของอนูบิสปลิวกระเด็นไปกระแทกผนังด้านหลังอย่างรุนแรง ร่างของมันชุ่มโชกไปด้วยเลือดเคนจิเหน็บคาตานะทั้งสองเล่มไว้ที่เอว พุ่งทะยานไปด้านหน้าด้วยความรวดเร็วร่างกายอนูบิสสั่นเทาดวงตาของมันเบิกกว้าง หายนะกำลังจะเยือนในอีกไม่ช้า
“เพลงดาบจันทราท่าที่ 7 จันทราดับตะวัน! ฮ่าก~!!”
คาตานะดินตวัดเฉียงจากล่างขึ้นบนเกิดเป็นคลื่นพลังคล้ายจันทร์เสี้ยว ก่อนที่คาตานะน้ำจะตวัดแบบเดียวกันจากอีกข้าง คลื่นพลังทั้งสองรวมกันคล้ายเครื่องหมายกากบาทสีเหลืองนวลขนาดใหญ่พุ่งเข้าหาอนูบิสอย่างรุนแรงจนพีระมิดต้องสั่นไหวเป็นระลอก ทันใดใหญ่เงาดำใหญ่ปรากฏคิเมร่าทะยานร่างเข้ามาปกป้องอนูบิสอย่างรวดเร็ว
ดวงตาเคนจิเบิกกว้างโบกสะบัดคาตานะทั้งคู่สุดแรงสู่เบื้องบนคลื่นพลังดาราดับตะวันเปลี่ยนทิศทางขึ้นสู่ฟากฟ้าชนกำแพงพีระมิดจนทะลุออกไปยังด้านนอก เกิดเป็นรูรูปกากบาทขนาดใหญ่บนกำแพงแสงตะวันสาดส่องมาตามรอยแตกเคนจิต้องทะยานร่างหลบทันทีเคนจิทะยานร่างมาสู่เบื้องหน้าคิเมร่า ที่บดบังร่างของอนูบิสจนมองไม่เห็นหัวทั้งสามของมันขู่ดังสนั่น
“กรร~~!!!”
“เสียดายที่แกมีนายยังมัน”
“ฉึก!!! โฮกก~~~!!!!”
“อั๊ก!!!”
เสียงร้องคิเมร่าดังสนั่นตามด้วยเสียงร้องของเคนจิ ปลายที่แหลมคมของไม้เท้า เสียบแทงทะลุผ่านร่างคิเมร่ามาถึงเคนจิปลายของมันเสียบเข้าที่ท้องของเคนจิอย่างจัง เลือดของเขาไหลรินผ่านคมอาวุธหยดลงสู่พื้นดินไม่ขาดสายก่อนจะเดินถอยออกมาแล้วทรุดนั่งไปกับพื้นด้วยความเจ็บปวด อนูบิสเดินเซออกมาจากด้านหลังคิเมร่าร่างกายของมันต่างชโลมไปด้วยเลือด รอยยิ้มของมันดูสยดสยองยิ่งนัก
“ฮ่าฮ่าฮ่า! อย่างน้อยวาระสุดท้ายของเจ้าก็มีประโยชน์ให้แก่ข้า”
“อั๊ก!! บัดซบ แกถึงขนาดต้องใช้ร่างของมันเลยหรอ มันเป็นสัตว์เลี้ยงของเจ้านะ!!”
“เหอะ! ก็แค่สัตว์เลี้ยง ข้าจะหาอีกเมื่อไรก็ได้ ถึงเวลาตายของเจ้าแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า!!”
ไม้เท้าในมืออนูบิสกระชับแน่นยกขึ้นสูงเฉียดฟ้ามันกำลังจะทะยานลงสู่หัวของเคนจิ ทันใดนั้นที่ด้านหลังของเคนจิก็ส่องแสงสว่างสีทองเจิดจ้าไม้เท้าที่กำลังจะฟาดฟันลงมาต้องเอากลับมาบดบังแสงทันทีร่างของเคนจิล่องลอยสู่กลางอากาศ คลื่นพลังมหาศาลกำลังรวมตัวกันมาที่เขาไม่ขาดสาย เกิดเป็นพายุคลื่นพลังกระหน่ำจนพีระมิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง
“อ๊ากก~~~~~!!!!!”