สีหน้าขององค์รัชทายาทโม่อวี้เฉินแปรเปลี่ยนไปหลายคราเขาหรี่ตาลงพลางสำรวจกู้ชิงเฉิง “เ้าไม่มีทางไม่เชื่อใจข้าได้หรอก”
นี่ไม่ใช่คำกล่าวที่เหลวไหลไปหน่อยหรือ!
“ตอนนี้เ้าก็หาได้มีทางเลือกอื่นนี่” โม่อวี้เฉินก้าวเท้าไปยังด้านข้างพลางนั่งลงอย่างไม่รีบร้อน
แน่นอนว่ากู้ชิงเฉิงย่อมมีแผนการเป็ของตนเอง ทว่านางไม่อาจเปิดเผยให้โม่อวี้เฉินล่วงรู้ได้ไม่ว่าจะคิดเช่นไร นางก็รู้สึกว่าโม่อวี้เฉินมีเจตนาแอบแฝง
“เ้าไว้ชีวิตกู้ตงหลิงเป็เพราะเ้าไม่อาจสู้ตระกูลกู้และราชวงศ์ต้าฉินได้แต่หากเ้าคิดแตะต้องกองทัพตระกูลไป๋ก็เท่ากับเ้าเป็ศัตรูกับราชวงศ์ต้าฉินและตระกูลไป๋ทั้งหมด” โม่อวี้เฉินกล่าวเสียงต่ำ ริมฝีปากเขาเผยรอยยิ้มเล็กน้อยเขายังคงมองทะลุความคิดของกู้ชิงเฉิง
ข้อนี้เป็ความจริงแท้แน่นอนนางไม่อาจเป็ศัตรูกับราชวงศ์ต้าฉินโดยเปิดเผยได้
กู้ชิงเฉิงทะลุมิติมาอยู่ที่นี่เป็เวลาห้าปีแล้วอีกทั้งในระหว่างนี้นางได้รวบรวมกำลังผู้คนขึ้นมามากมายอาจกล่าวได้ว่ายามนี้นางมีอำนาจแข็งแกร่งเป็อย่างยิ่ง
แต่การจะเผชิญหน้ากับราชวงศ์และแคว้นใดแคว้นหนึ่งนั้นแทบเป็ไปไม่ได้เลย
นางยังมีอีกหลายชีวิตที่ต้องปกป้องและนางไม่อาจผลักไสพวกเขาให้ตกอยู่ในอันตรายได้
“ถึงแม้หม่อมฉันไม่อาจเป็ศัตรูกับตระกูลกู้และตระกูลไป๋ได้แต่ตระกูลกู้ก็คงไม่ปล่อยหม่อมฉันไปหรอกเพคะ” แววตาของกู้ชิงเฉิงฉายประกายยิ้มเยาะวาบหนึ่งแสงในดวงตาของนางอ่อนลงร่างกายที่เปล่งรัศมีออกมาเช่นนี้ชวนให้ผู้คนรู้สึกกดดันอย่างรุนแรง
ถึงนางจะสู้ไม่ได้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่านางไม่กล้า
หากถูกยั่วยุจนหมดความอดทนนางจะทำให้ตระกูลกู้ต้องเดือดร้อนถึงขั้นที่ไม่อาจแก้ไขได้ ส่วนตระกูลไป๋นางจะยังคงไว้ซึ่งความปรานีอยู่บ้าง
ตราบใดที่ยังไม่ถึงคราวคับขันที่สุดนางก็ไม่คิดจะเป็ศัตรูกับใครทั้งนั้น
“มีข้าอยู่ พวกเขาไม่กล้าหรอก!” โม่อวี้เฉินกล่าวเสียงต่ำอีกครั้ง
เพียงแค่เขาสกัดเอาไว้ผู้คนตระกูลกู้คงไม่กล้าลงมือ แม้กู้ตงหลิงจะรู้สึกไม่พอใจแต่นางย่อมต้องเชื่อฟังโม่อวี้เฉิน
“องค์รัชทายาทมีเงื่อนไขอันใดเพคะ?” กู้ชิงเฉิงรู้ดีว่าพูดมาถึงเพียงนี้องค์รัชทายาทไม่ได้มีเจตนาที่จะช่วยเหลือนางเพียงอย่างเดียวแน่นอน
“เ้าก็รู้ดีไม่ใช่หรือ” โม่อวี้เฉินขยับริมฝีปากถือได้ว่าตอนนี้เขาเองก็กำลังเผชิญหน้ากับกู้ชิงเฉิงอยู่เช่นกัน
“เช่นนั้น…” กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลงนางลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมตอบตกลง “ก็ได้เพคะ”
“ข้าจะให้กองทัพตระกูลไป๋ถอนกำลังออกจากเมืองอี๋สุ่ยทั้งหมดและจะออกคำสั่งให้ตระกูลกู้และตระกูลไป๋ไม่ให้เหยียบย่างเข้าสู่เมืองอี๋สุ่ยอีกท่านหมอกู้คิดว่าอย่างไร?” โม่อวี้เฉินนับว่าพอจะเข้าใจสตรีตรงหน้าอยู่บ้างหากไม่มีผลประโยชน์ที่มากพอ ย่อมไม่อาจโน้มน้าวนางได้
แม้เขาจะเสาะหาหมอที่มีชื่อเสียงมาแล้วทั่วทั้งดินแดนทว่าก็ยังไม่มีผู้ใดสามารถรักษาพิษเหมันต์ของเขาได้ดังนั้นเขาจึงจำต้องยืดเยื้ออยู่กับนางเช่นนี้
เขาสามารถมาต่อแถวเพื่อรับการตรวจที่จัดเพียงเดือนละหนึ่งครั้งได้แต่เขาไม่ได้มีเวลามากมายขนาดนั้น เขาต้องกลับไปจัดการเื่ราวมากมายในราชสำนัก
เมื่อได้ยินคำกล่าวนี้กู้ชิงเฉิงก็พึงพอใจยิ่งนัก “ตกลงตามนี้เพคะ”
หลังจากนั้นนางจึงกล่าวขึ้นอีกว่า “เมื่อฝ่าาจัดการทุกสิ่งเรียบร้อยแล้วหม่อมฉันย่อมจะลงมือรักษาพระองค์เพคะ”
กล่าวโดยสรุปแล้วนางยังคงไม่อาจเชื่อใจเขาได้
โม่อวี้เฉินก็ไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองแต่อย่างใดเขาก็ไม่ได้คาดหวังให้นางเชื่อใจเขามากมายนัก เพราะพวกเขาเพิ่งจะรู้จักกันและเขาเองก็ไม่ได้เชื่อใจผู้ใดง่ายๆ เช่นกัน
“ตกลง” โม่อวี้เฉินพยักหน้า
เมื่อเห็นกู้ชิงเฉิงไม่ได้มีท่าทีจะเชื้อเชิญเขาเขาก็กล่าวขึ้นว่า “จัดเตรียมห้องพักให้ข้าด้วย”
“ฝ่าาจะทำอันใดเพคะ?” กู้ชิงเฉิงย่อมไม่เต็มใจนางไม่อาจปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างตกอยู่ในมือของโม่อวี้เฉินได้นางยังคงต้องจัดเตรียมและวางแผนด้วยตนเอง หากโม่อวี้เฉินอยู่ที่นี่ย่อมไม่สะดวกนัก
“หากข้าไม่ได้อยู่คอยดูแลที่นี่เ้าคิดว่ากองทัพตระกูลไป๋จะลงมือเมื่อใดกัน?” โม่อวี้เฉินเลิกคิ้วขึ้นและกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ
กู้ชิงเฉิงตะลึงไปชั่วขณะบุรุษผู้นี้รูปโฉมเย้ายวนถึงเพียงนี้ ช่างเป็บาปนัก ช่างยั่วยวนให้ผู้คนกระทำผิด
กู้ชิงเฉิงบ่นพึมพำในใจจากนั้นนางก็หันไปสั่งจินซานอย่างไม่พอใจว่า “เ้าจงไปจัดการห้องเรือนทางทิศเหนือให้เรียบร้อย”
แม้จินซานจะเป็อดีตโจรป่าที่ไร้ระเบียบวินัยแต่ต่อหน้าโม่อวี้เฉิน เขากลับไม่กล้าที่จะขัดขืน
แรงกดดันเช่นนั้นทำให้เขายอมจำนนเขารีบรับคำสั่งของกู้ชิงเฉิง แล้วไปจัดการทันที
“กู้ตงหลิงยังต้องใช้เวลาพักฟื้นนานเท่าไรถึงจะกลับไปยังเมืองหลวงได้?”โม่อวี้เฉินถามอย่างจริงจังอีกครั้ง “หากเ้ารู้สึกรำคาญก็รีบปล่อยนางไปเถิด”
แท้จริงแล้วเขารู้สึกรำคาญใจเป็อย่างยิ่งหากพากันมาอยู่ในอันหยวนถังทั้งหมด กู้ตงหลิงย่อมต้องตามติดเขาไม่หยุดหย่อนแน่
ความจริงเขาอดกลั้นไม่ฆ่าคนมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วการอดทนเช่นนี้ก็เหนื่อยหน่ายไม่น้อย
“อีกไม่นาน ข้าก็จะให้นางออกไปจากที่นี่แล้ว” กู้ชิงเฉิงรู้สึกไม่สบอารมณ์เป็อย่างยิ่ง
หากไม่ใช่เพราะ้าสืบเื่ของตระกูลไป๋ให้กระจ่างชัดนางคงจัดการส่งกู้ตงหลิงให้ออกไปั้แ่วันนั้นแล้ว
ไม่เช่นนั้นได้แต่มองดูแต่ไม่อาจลงมือ ความรู้สึกคับข้องใจคงอัดแน่นเต็มอก
โม่อวี้เฉินมองมองดวงตากับคิ้วอันอ่อนช้อยมีชีวิตชีวาของกู้ชิงเฉิงพลางหรี่ตาลงเล็กน้อย เขาเผลอกำหมัดแน่นโดยไม่รู้ตัวและพยายามอดกลั้นแรงกระตุ้นที่จะเอื้อมมือไปดึงผ้าคลุมหน้าของนางออก
ส่วนกู้ตงหลิงหลังจากได้ยินว่านางจะถูกส่งออกไปจากอันหยวนถังในทันทีนางก็ไม่ได้มีข้อโต้แย้งอันใด
แต่พอนางกลับมาถึงโรงเตี๊ยมและได้ยินว่าโม่อวี้เฉินเข้าพักที่อันหยวนถัง นางก็พลันร้อนใจขึ้นมาในทันที“นี่...เหตุใดองค์รัชทายาทถึงไปประทับที่อันหยวนถังได้!เช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรดี!”
ก่อนหน้านี้นางเฝ้ารอคอยวันที่นางจะสามารถออกจากอันหยวนถังและออกจากเมืองอี๋สุ่ยนางจะได้ให้หลิวผิงลงมือทำลายที่นี่ซะ
และตอนนี้นางก็สามารถออกจากที่นี่ได้แล้วทว่ากลับไม่อาจลงมือได้ เพราะองค์รัชทายาทยังคงประทับอยู่ที่อันหยวนถัง
เป้าหมายที่นางตั้งใจจะกำจัดก็คือผู้คนในอันหยวนถังอีกทั้งกองกำลังหลักเองก็มุ่งเป้าไปที่นั่น
แต่ตอนนี้กลับไม่สามารถทำได้แล้ว
กู้ไต้พลันร้อนใจขึ้นมาเช่นกัน“คุณหนูใหญ่ข้าได้ยินมาว่าท่านหมอกู้ยินยอมที่จะรักษาพิษเหมันต์ขององค์รัชทายาทแล้วขอรับ”
นี่ก็นับว่าเป็เื่ใหญ่เช่นกันหากพิษเหมันต์ขององค์รัชทายาทไม่ได้รับการรักษา ชีวิตของเขาก็อาจจะไม่ยืนยาวนักถึงตอนนั้น กู้ตงหลิงควรทำเช่นไร?
กู้ตงหลิงนั้นหลงรักองค์รัชทายาทถึงเพียงนั้นนางเคยกล่าวไว้ว่านางจะไม่แต่งให้ผู้ใดนอกจากเขา
หากเขาสิ้นใจเมื่อไหร่เื่ราวก็คงจะใหญ่โตนัก
“เป็เช่นนี้นี่เอง” กู้ตงหลิงหรี่ตาลง พยักหน้าเบาๆพลางยกมือขึ้นดู นิ้วทั้งสิบที่นางภาคภูมิใจล้วนได้รับาเ็สาหัสตอนนี้ถูกพันด้วยผ้าพันแผลทั้งหมด ใบหน้าก็ถูกพันด้วยผ้าพันแผลเช่นกันเว้นให้เห็นเพียงดวงตาคู่หนึ่งเท่านั้น
ความเกลียดชังพลันก่อตัวขึ้นในใจของนางไม่หยุดหย่อนั้แ่ที่นางกลับมาเกิดใหม่ นางยังไม่เคยได้รับความเ็ปเช่นนี้มาก่อนเลย
สองแม่ลูกคู่นั้นในเมืองอี๋สุ่ยกลับรังแกนางถึงเพียงนี้นางจะต้องทำให้แม่ลูกคู่นั้นพบจุดจบที่อนาถ และชดใช้ด้วยราคาที่แสนสาหัส
“เช่นนั้นเ้าก็คอยเฝ้าดูให้นางรักษาพิษเหมันต์ขององค์รัชทายาทจนหายดีเสียก่อนแล้วค่อยลงมือ” กู้ตงหลิงกล่าว ดวงตาของนางส่องประกายด้วยความร้ายกาจ
คิดดูเถิดนางที่กลับชาติมาเกิดใหม่ ย่อมรู้ทุกสิ่งทุกอย่างทะลุปรุโปร่งเพียงแค่หมอเทวดาคนหนึ่งจะไปมีความหมายอันใดกัน
กู้ไต้พยักหน้าก่อนจะเอ่ยออกมา “เช่นนั้นท่านแม่ทัพหลิว...”
“บอกเขาว่าอย่าเพิ่งเคลื่อนไหวโดยพลการ ให้คำสั่งจากข้าก่อน” กู้ตงหลิงกล่าวเสียงเบา “และจงเฝ้าอยู่รอบๆเมืองอี๋สุ่ยต่อไป”
--------
ทางด้านหลิวผิงเมื่อได้ทราบข่าวเขาก็รู้สึกประหลาดใจเป็อย่างยิ่ง “องค์รัชทายาท...จะทรงทำอะไรกันแน่ถึงได้เสด็จไปประทับที่อันหยวนถัง!”
เขาเป็ผู้บัญชาการทหารตระกูลไป๋ซึ่งตระกูลไป๋จงรักภักดีต่อราชสำนักอย่างยิ่งและองค์รัชทายาทคือองค์รัชทายาทของราชวงศ์ต้าฉิน ตระกูลไป๋ย่อมไม่คิดทรยศ ดังนั้นจึงไม่ควรขัดแย้งกับองค์รัชทายาทโดยเด็ดขาด
สำหรับหลิวผิงแล้วการต่อต้านองค์รัชทายาทนั้นไม่มีประโยชน์อันใดเลย
“องค์รัชทายาทเสด็จมาเพื่อรักษาพิษเหมันต์ขอรับ” กู้ไต้กล่าวอธิบาย“ท่านหมอกู้แห่งอันหยวนถังสามารถรักษาอาการของพระองค์ได้”
คำพูดนั้นทำให้หลิวผิงไม่อาจโต้แย้งได้อันที่จริงเมื่อเขาได้รับข่าว เขาก็ลังเลอยู่บ้าง
แต่ต่อมาได้ยินว่ากู้ตงหลิงถูกรังแกในเมืองอี๋สุ่ยและยังถูกรังแกอย่างแสนสาหัส เขาก็รีบเร่งมาโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง
ทว่าเขาไม่ได้ลงมือสืบสวนอันใดเลยเพราะเขาเชื่อใจกู้ตงหลิง
กู้ตงหลิงมีชื่อเสียงที่ดีงามทุกคนล้วนยกย่องนางดั่งเทพธิดาย่อมไม่มีผู้ใดคิดว่าเื่ราวนี้จะมีสิ่งผิดปกติอันใด
--------
ฝั่งของอันหยวนถัง
กู่จื่อและกู่ซินต่างไม่อยู่กู้ชิงเฉิงจึงต้องลงมือทำหลายสิ่งหลายอย่างด้วยตนเอง
ทว่าในขณะที่นางกำลังคัดแยกสมุนไพรนางกลับได้พบกับโม่อวี้เฉิน
เรือนของทั้งสองอยู่ห่างไกลกันเรือนของนางอยู่ทางทิศใต้ ส่วนของเขาอยู่ทางทิศเหนือทว่าโม่อวี้เฉินผู้นี้กลับเดินมาถึงที่นี่ได้
“องค์รัชทายาท เสด็จมาเพื่อััชีวิตความเป็อยู่ของชาวบ้านหรือเพคะ?”กู้ชิงเฉิงหรี่ตาลง พลางสำรวจโม่อวี้เฉินั้แ่หัวจรดเท้า
อันหยวนถังแห่งนี้แม้ไม่ได้ใหญ่โตนักแต่ก็ไม่ได้คับแคบ โม่อวี้เฉินกลับเดินมาเพียงลำพัง ไม่ได้นำองครักษ์ติดตามมาด้วย
“ใช่แล้ว” โม่อวี้เฉินพยักหน้า “ท่านหมอกู้สามารถบอกข้าได้หรือไม่ว่าการคัดแยกสมุนไพรทำอย่างไร?”
เมื่อเห็นเขามีท่าทีจริงจังถึงเพียงนั้นกู้ชิงเฉิงก็กระตุกมุมปากเล็กน้อย พลางลงมือสาธิตให้ดู นางอธิบายคุณค่าทางยาของรากลำต้น และใบของสมุนไพรแต่ละชนิด จากนั้นก็ลงมือคัดแยก
นางไม่ได้สังเกตเลยว่าดวงตาของโม่อวี้เฉินยังคงจ้องมองมือของนางอยู่ตลอดเวลาเขาไม่ได้สนใจสมุนไพรเลยแม้แต่น้อย