ภารกิจพิชิตใจสามีปลายยุค 70

    48. อยากบอกหรือยัง

    กลางวันนี้ก็มีไป๋หลางเป็นคนเดินเอาตะกร้าอาหารไปส่งให้พี่สาวซึ่งตอนนี้กลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้าน

    "บ้านนี้ไปรวยมาจากไหน"ป้าเหลยสงสัย

    สองสามวันมานี้อาหารกลางวันของไป๋หลินนั่นหอมยั่วพยาธิมากเกินไปแล้ว มีทั้งเนื้อและแป้งขาว

    "จะอะไรเสียอีก ก็เอ้อร์เกอบ้านไป๋เป็นหนูตกถังข้าวสารแต่งงานกับยุวปัญญาชนคนอ้วนๆ นั่นไง โชคดีจริงๆ เลยนะ ขนาดหน้าผีอย่างนั้นก็ยังหาเมียได้"

    เสียงนินทาแบบตั้งใจลอยเข้าหูเธอสร้างความอึดอัดให้ไป๋หลินหรือไม่นั้น บอกเลยแค่นี้จิ๊บๆ ที่เธอโดนมานี่ถือว่าเบาบางมาก

    ไป๋หลางหันไปมองหน้าคนที่พูดจาว่าร้ายและจดจำใบหน้าคนเหล่านี้เอาไว้ วันหลังจะให้พี่สะใภ้จัดการ

    “วันนี้แม่ทำอาหารเหรอ” ไป๋หลิน


    เธอจำรสมือของแม่ได้ ยังนึกถึงตอนเด็กๆ ที่ทุกคนช่วยกันเป็นลูกมือ ของแม่ บรรยากาศนั้นมันกลับมาในความทรงจำของเธอทำให้น้ำตาของเธอไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวชีวิตมันเคยดีนี่นา เธอเกือบลืมมันไปแล้ว เมื่อมองน้องชายที่นั่งบื้ออยู่ตรงหน้า ถ้าเทียบกันแล้ว เธอยังโชคดีกว่าเขามาก

    "อย่าเสียใจเลยนะหลินหลิน" เป็นคำเรียกติดปากที่เขาเรียกพี่สาว เขาจำได้ว่าแม่เรียกเธออย่างนั้น

    "เปล่าเลย พี่ไม่ได้เสียใจพี่ดีใจที่ได้กินของอร่อยๆ" ไป๋หลินยิ้มทั้งน้ำตา

    ชีวิตที่ผ่านมามันหนักหนามากเสียจนเธอลืมมองคนรอบข้างที่ช่วยเธอแบกมันเอาไว้ เธอรู้สึกโดดเดี่ยวเพราะเธอไม่ได้มองคนที่คอยห่วงใยเธอมานานเหลือเกิน


    หลางหลางเด็กน้อยที่ไม่ยอมพูด เด็กที่ติดเธอเหมือนกอเอี๊ยะติดหนังสุนัข เด็กคนนี้มักจะอยู่กับเธอเสมอ เธอเคยคิดว่าเขาเป็นภาระ แต่ที่จริงแล้วเขามาแบ่งเบาจากเธอต่างหาก

    “ไม่ต้องห่วงพี่สะใภ้บอกว่า ต่อไปนี้เราจะได้กินของอร่อยๆ ทุกวัน" ไป๋หลางพูดเสียงดังหนักแน่น เล่นเอาคนรอบยิ่งรู้สึกอิจฉามากเข้าไปอีกก่อนไปไป๋หลางเอาขวดเก็บอุณหภูมิให้พี่สาว

    "ถั่วเขียวต้มน้ำตาล พี่สะใภ้บอกอากาศร้อนระวังเป็นลมแดดหวานอร่อยมากๆ"ไป๋หลาง

    เขาคว้าตะกร้าแล้วทิ้งขวดถั่วเขียวต้มน้ำตาลเย็นไว้ให้แล้วเดินจากไป

    "หวานอร่อยจริงๆ" ไป๋หลินกินถั่วเขียวต้มน้ำตาลไป ก็รู้สึกชื่นใจ

    วันนี้เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและทำงานได้เต็มที่

    "วันนี้เธอทำงานได้ดีนะ" หัวหน้าฝ่ายผลิตชมไป๋หลิน เดิมผู้หญิงคนนี้มีหน้าที่เดียวคือล้างคอกหมูและให้อาหารหมู


    แต่พอมีประกาศยกเลิกกฎประณามแล้วก็ยังมีคนวิ่งเต้นเพื่อไม่ให้เธอได้รับงานที่ดีขึ้น แต่โชคดีที่กรรมการชุดก่อนออกไปเยอะแล้ว การวิ่งเต้นนั้นจึงตกไปเมื่อเธอได้ปรับงานก็ตั้งใจทำงาน แต่วันนี้ดูเธอมีพลังในการทำงานมากขึ้น ดูเหมือนพลังของเธอท้าทายคนอื่นๆ ให้ไล่ตามเธอให้ทันช่วงนี้ต้องหว่านเสร็จแล้วงานในไร่ก็เข้ามากำจัดวัชพืช เมื่อถึงฤดูฝนส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่จะมาคอยดูเรื่องผันน้ำออกหากมากเกินไป

    เย็นนี้ไป๋หลินกลับบ้านด้วยความสุข ที่จะกลับไปหาแม่ ลูกสาว น้องชายและน้องสะใภ้ เธอมีครอบครัวที่ดี และทุกคนห่วงใยเธอเมื่อไหร่กันนะที่เธอรู้สึกโล่งใจอย่างนี้


    พอปรับมุมมองชีวิตเธอก็ไม่ได้แย่มากเท่าไหร่ ถึงจะผ่านเรื่องราวที่ยากเข็ญ แต่เพราะครอบครัวไม่ใช่หรือที่ช่วยให้เธอผ่านมาได้

    "เพิ่งกลับเหรอ" เสียงคุ้นหูนี่มันกำลังรู้สึกว่าชีวิตกำลังจะดี ก็มีคนมาย้ำเตือนเธอว่าอย่าคิดฝันไปไกลเสียแล้ว

    "ใช่ ช่วยหลีกทางให้ด้วย" ไป๋หลินถูกขวางโดยชายสามคน คนหัวหน้าคือ เฉินซีห่าวลูกชายของเฉินซีหมิ่น เขาเป็นนักเลงจ้างถิ่นของที่นี่ มีเรื่องกับไป๋หลงบ่อยจนหมอสวีระอาใจ

    วันนี้มาแค่สามเพราะเห็นว่าเป็นผู้หญิงคนเดียวปกติไป๋หลินจะเกินเกาะกลุ่มกับชาวบ้านเวลากลับ แต่วันนี้เธอมีความสุขจนลืมระวังตัวไป จะโทษใครได้

    "เดี๋ยวก่อนสิ อยากคุยด้วย คิดถึงน่ะ" เฉินซีห่าว


    รุ่นพ่อไม่ได้ รุ่นลูกเลยอยากจะชดเชย ถึงเธอจะผอมไปหน่อยแต่อกเป็นอกเอวเป็นเอวอย่างนี้ ถึงจะมีลูกมาแล้วเวลามีเรื่องใครจะเข้าข้างหล่อน

    "โอ๊ย!" เฉินซีห่าวร้องเสียงหลงเพราะขณะที่เขากำลังจะคว้ามือของไป๋หลินก็ถูกก้อนหินเขวี้ยงเข้าด้านหลังศีรษะ

    "หมาตัวไหนวะ" เฉินซีห่าวตวาด


    เขามองหาคนทำ แต่หันมาอีกทีลูกน้องเฉินเจิ้ง กับ หูปังก็ล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วกำลังคิดจะโวยวายก็รู้สึกหนักไปที่หน้าอก

    ในขณะที่กำลังงงต่อสถานการณ์อยู่นั้น มือของไป๋หลินก็ถูกคว้าเอาไว้ แล้วคนนั้นก็บอกว่า

    "วิ่ง!" เธอก็วิ่งตามจ้าวเหม่ยอิงออกมา

    โชคดีที่จ้าวเหม่ยอิงเดินออกมาดูด้านนอกของกำแพงบ้าน หาจุดที่อาจมีคนปีนไปวางเพลิงห้องเสบียง เธอเห็นไกลๆ ว่าพี่สามีถูกชายสามคนล้อมเอาไว้

    "ได้เวลาลองของแล้ว" จ้าวเหม่ยอิงพูดกับตัวเอง ก่อนคว้าหินก้อนพอเหมาะแล้วเขวี้ยงหินไปที่หัวของเฉินซีห่าว


    พอลูกน้องหันมาเธอก็พุ่งเข้าชาร์จด้วยน้ำหนักตัวคนนึงอีกคนนึงก็ช็อตไฟฟ้า แต่แบตตอนที่ซื้อมาชาร์จแบตไว้ไม่พอ พอเฉินซีห่าวหันมาเลยกระโดดถีบแล้วรีบคว้าแขนพี่สามีวิ่งเข้าบ้านก่อน

    "นังสารเลว!" เฉินซีห่าวโกรธแต่ก็ลุกไม่ขึ้นลูกถีบนั่นหนักหน่วงนัก

    "เกิดอะไรขึ้น" ไป๋หลงที่เดินตามหาภรรยาออกมาหน้าบ้านพอดี

    "ก็อุ๊ปส์"จ้าวเหม่ยอิงกำลังจะอ้าปากบอก ไป๋หลินก็เอามือปิดปากเธอไว้

    "ไม่มีอะไรหรอกเข้าบ้านกันเถอะ พี่เจอเหม่ยอิงที่กำแพงด้านนอกน่ะ เลยบอกว่าหิวเราเลยวิ่งแข่งกันมา" ไม่พูดเปล่าเธอหันไปปิดประตูใหญ่หน้าบ้านด้วย


    แล้วหันมาส่งสายตาว่าอย่าเพิ่งพูดเพราะรู้ดีว่าถ้าน้องชายรู้ก็คงจะออกไปเอาเรื่อง อันธพาลพวกนี้หาเรื่องไป๋หลงตลอดแม้ว่าตอนนี้ถึงแผลจะดีขึ้นก็ไม่ควรบาดเจ็บซ้ำอีกไป๋หลงทำหน้างงๆ แล้วหันไปหาภรรยา แต่ที่ได้กลับมาคือยิ้มแหยๆ แต่งงานแล้วยังวิ่งเล่นเป็นเด็ก


    พี่สาวเขาก็อีกคน...ใช่เหรอ พี่หลินน่ะนะ มีเรื่องแน่นอน แต่เขาไม่อยากเค้นเอาตอนนี้ เดี๋ยวค่อยตะล่อมถามเอา

    "งั้นก็ไปล้างมือล้างหน้าเตรียมกินข้าวเถอะ " ไป๋หลงพูดแล้วก็เดินจูงมือภรรยาเข้าเรือนหลัก


    เขาพาเธอมาที่ครัวเล็กและบอกว่าอะไรอยู่ตรงไหน มีฟืนแล้วถ้าอยากต้มน้ำก็ทำได้ เขาเอาตุ่มน้ำมาวางให้ มีอะไรก็เรียกได้เพราะห้องอยู่ใกล้กันจ้าวเหม่ยอิงมองหน้าเขาอย่างสงสัย

    "พี่ไม่ถามเหรอ"จ้าวเหม่ยอิง

    "พี่จะรอจนกว่าน้องจะอยากบอก"ไป๋หลง

    ฉันอยากบอก...หลังมื้อเย็น เอ่อ ก่อนนอนได้มั้ย วันนี้มีเรื่องต้องคุยเยอะเลย ต้องจัดลำดับก่อนน่ะ" จ้าวเหม่ยอิงตอบพร้อมอธิบายเหตุผล


    ไป๋หลงได้แต่ยืนยิ้มยัยเด็กเจ้าเล่ห์นี่คงกะคุยเพลินๆ แล้วแกล้งลืมสินะ ฝันไปเถอะ

    มื้อนี้ก็เป็นมื้อที่อบอวลไปด้วยความสุข ถ้าไม่นับเหตุการณ์ที่กำแพงด้านนอกนั่น ถือว่าวันนี้เป็นวันที่ดีสำหรับไป๋หลินเลยทีเดียว

    "คือกินข้าวเสร็จแล้วหนูมีเรื่องอยากปรึกษาแม่กับพี่สาวหน่อยได้มั้ยคะ"จ้าวเหม่ยอิงเริ่ม เมื่อเช้าอุตส่าห์เตรียมครีมมาไว้ แต่ไม่มีใครมีเวลาเลย ต้องรีบออกไปทำงาน เธอจึงคิดว่าหลังมื้อเย็นนี่แหละ ดีที่สุด


    เมื่อตกลงกันว่าทุกคนจะไปที่เรือนหลัก จ้าวเหม่ยอิงก็ชงนมแจกทุกคน ไม่เว้นแม้แต่แม่เซียว ต้องบำรุงกันหน่อย

    "ก่อนที่หนูจะมาที่นี่หนูได้ตกลงทำธุรกิจกับเพื่อนคุณพ่อเอาไว้ค่ะ ว่าจะเป็นคนทดลองใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อดูว่าแพ้หรือไม่สรรพคุณเป็นอย่างไร ถ้าจำได้ว่าตอนแรกที่เจอกันหน้าหนูมีอาการแพ้อย่างรุนแรงเลยปฏิเสธไปแต่ตอนนี้อาการแพ้หนูดีขึ้นและเหลือแค่รอยดำๆ ตอนที่หนูโทรไปหาคุณพ่อ คุณพ่อหนูก็เลยขอคุยกับคุณอาที่อยู่ด้วยพอดีเพราะท่านบอกว่าต้องการคนใช้จริง ก็อยากได้คนทดลองใช้อีกสักสองคน แต่ต้องเป็นคนซื่อสัตย์และอ่านออกเขียนได้เพื่อจดบันทึก ไม่ทราบว่าคุณแม่กับพี่ไป๋หลินจะสามารถช่วยหนูได้หรือไม่ค่ะ" จ้าวเหม่ยอิงหยั่งเชิง

    "ถ้าหนูคิดว่าพวกเราช่วยได้แม่ก็ยินดีนะ" แม่เซียวตอบรับ

    "พี่ก็ด้วย"เพราะเธอมั่นใจของที่จ้าวเหม่ยอิงนำมาย่อมไม่มีปัญหาแน่นอน

    "ถ้าอย่างนั้นพวกเราต้องทำอะไรบ้างล่ะ" แม่เซียวถาม

    "ทางนั้นเขาต้องการพิสูจน์ว่าครีมเหล่านี้มีประสิทธิภาพดีอย่างที่ระบุไว้หรือไม่

    เขาต้องการให้เราให้ความเห็นหลังใช้น่ะค่ะว่าดีหรือไม่ ถ้าได้ผลดี หนูก็จะแจ้งกลับไปว่าดี ทางนั้นจึงจะสั่งของมาจำหน่าย แต่ครีมพวกนี้ต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ หนูอยากให้คุณแม่กับพี่สาวช่วยใช้และจดบันทึกว่ามันมีข้อดีข้อเสียและความรู้สึกหลังการใช้ เพื่อเป็นข้อมูลในการโฆษณาค่ะ"จ้าวเหม่ยอิงร่ายยาวเสร็จก็ยืนถุงใส่ครีมให้แม่สามีและพี่สามีเปิดดู

    "โอโห เยอะแยะขนาดนี้เลยเหรอ" แม่เซียวเห็นก็ตกใจ

    "ไม่ได้ใช้พร้อมกันนะคะ ใช้คนละจุดประสงค์ ทางนั้นเลือกยี่ห้อที่ดีที่สุดมา เพื่อต้องการทำตลาดส่วนใหญ่ ของพวกนี้ใช้ด้วยกันได้ค่ะ" จ้าวเหม่ยอิงอธิบายสรรพคุณและวิธีใข้โดยแยกให้เห็นอย่างชัดเจน

    ตอนแรกเธอก็กังวลใจว่าจะมากจนทำให้สองสาวสับสนหรือไม่ เพราะตัวเธอเองยังไม่อยากจะใช้เลยแต่กลายเป็นว่า ผู้หญิงไม่ว่ายุคไหน อายุเท่าไหร่ เรื่องความสวยความงามนี่สู้ตาย ส่วนเธอเป็นแค่คนส่วนน้อยไม่ควรใช้เกณฑ์ตัวเองตัดสิน

    "ครีมเหล่านี้ถึงจะมีคุณภาพดีก็จริง แต่อาจทำให้เกิด อาการแพ้ได้นะคะ ถ้าแพ้ แม่กับพี่ต้องหยุดใช้และรีบบอกหนูนะคะ" จ้าวเหม่ยอิงยังคงกังวลผิวของคนเราต่างกัน

    แต่แบรนด์เหล่านี้น่าจะมีปัญหาน้อย แต่ใครว่าจะไม่มีปัญหา เธอไม่คุ้นเคยกับเครื่องประทินผิวเหล่านี้เลยและไม่คิดจะขายจริงๆ ถึงแม้จะใช้ได้ดีก็ไม่อินขนาดนั้น ที่เอาออกมาให้แม่และพี่สามีใช้นั่นก็เพราะเธออยากให้ทั้งสองได้ความงามที่ควรจะเป็นของพวกเธอคืนมาต่างหาก

    "อีกอย่างนึง มีค่าจ้างด้วยนะคะไม่ได้ทำฟรีๆ” จ้าวเหม่ยอิง


    นี่เป็นวิธีให้เงินทางอ้อม อย่าว่ากันเลยนะ ให้รับรู้ทำงานจะได้สบายใจวันนี้ตีสนิทกับไป๋หลินได้มากขึ้นไปอีกขั้น เรื่องอารมณ์ความรู้สึกต้องใจเย็นๆ ค่อยๆ หาจังหวะถามดีๆ ก่อน

    เมื่อทุกคนออกไปพร้อมถุงใส่เครื่องประทินผิว และแน่นอนกล่องคุกกี้ ที่ฝากไว้กับแม่ๆ ก่อน ทำให้เจ้าตัวเล็กทั้งสองหน้ามุ่ย แต่พอบอกว่าให้คนละสองชิ้น แต่ต้องแปรงฟันอีกรอบ เจ้าสองแสบก็ยินดี แม่ลูกสองคู่ออกไปแล้ว แต่ไป๋หลงยังอยู่

    "สรุปว่าอยากจะบอกหรือยัง"
    _________________________

    ยังหาทางตีสนิทไป๋หลินไม่ได้เลย งานบ้านก็ต้องเรียนรู้ไป๋หลงก็ยังไม่ได้ไปทำงานเอกสารเลย อย่าเพิ่งงอนกันน้า

    คล้ายกับเรื่องภารกิจพิชิตใจสามีปลายยุค 70 ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    971K 2377
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    เหนือนิรันดร์ จอมราชันเทพยุทธ์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.87M 2430