ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 55 สละโสด

            ขณะที่หวังเส้าผิงกำลังลงทะเบียนบัญชีถังฮ่าวก็เงยหน้าขึ้นหลังจากกวาดตามองไปยังผู้คนในห้องประชุมแล้วก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

            “ตอนนี้ฐานที่มั่นของเราก็เข้าที่เข้าทางแล้วเครื่องมือสื่อสารรุ่นใหม่ก็พัฒนาสำเร็จ เครือข่ายก็เริ่มกลับมาใช้งานได้แล้ว พรุ่งนี้ผมวางแผนจะไปที่มหานครแห่งเวทเพื่อไปรับสองคนสำคัญที่สุดในชีวิตของผมมา! ใครที่อยากให้ผมช่วยรับญาติที่อยู่ระหว่างทางบ้างก็ยกมือบอกผมได้เลยผมจะพยายามพาพวกเขามาให้ได้ หรือใครอยากไปรับญาติพร้อมกันก็ยกมือได้เลย!”

            ทันทีที่พูดจบผู้คนกว่ายี่สิบคนที่อยู่ในห้องประชุมต่างก็ยกมือขึ้นและทั้งหมดก็นับรวมแล้วได้เก้าคน โดยมีเชียนมู่เซวี่ย โอวหยางมี่มี่ เย่ชิงเฉิง จางเสี่ยวเหาเจียงอี้อิง หลินลี่ เล่อซาซา จางเฉิน และจ้าวไห่

            คนทั้งเก้าล้วนมีญาติพี่น้องอาศัยอยู่ตามเส้นทางจากเมืองแห่งดวงดาวนี้ไปที่มหานครแห่งเวท

            หลังจากที่ทุกคนแยกย้ายกันไปหมดแล้วเชียนมู่เซวี่ยก็หันมามองถังฮ่าว ก่อนจะเอ่ยด้วยตาเป็นประกาย

            “เสี่ยวฮ่าวขอบคุณนะ” ช่วงนี้เชียนมู่เซวี่ยมักจะคิดถึงพ่อแม่ที่อยู่ที่มหานครแห่งเวทเสมอ

            แต่เธอก็รู้ดีว่าสาเหตุที่ถังฮ่าวไม่พาเธอไปตามหาพ่อแม่ตั้งแต่วันสิ้นโลกมาเยือนจะต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่

            เชียนมู่เซวี่ยเห็นทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นกับตากลุ่มของพวกเขาได้กล้าแกร่งและขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาได้ช่วยชีวิตผู้คนมามากมายบัดนี้ฐานที่มั่นก็เข้าที่เข้าทางและทุกคนต่างยอมรับให้ถังฮ่าวเป็นผู้นำ ดังนั้นพอเวลานี้ถังฮ่าวเอ่ยออกมาว่าจะไปมหานครแห่งเวทจึงทำให้เชียนมู่เซวี่ยรู้สึกอบอุ่นหัวใจ

            “เราเป็นแฟนกันแล้วจะพูดคำว่าขอบคุณทำไมกันพรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางไปรับพ่อแม่กัน!” ถังฮ่าวยื่นแขนออกไปโอบเอวของหญิงสาวตรงหน้าก่อนจะเอ่ยตามขึ้นด้วยรอยยิ้ม

            ครู่ต่อมาคนทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพักหมายเลข13

            “พักผ่อนให้เต็มที่นะ”ถังฮ่าวเอ่ย

            เชียนมู่เซวี่ยเงยหน้าขึ้นใบหน้าสวยของเธอแดงก่ำ ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

            “คืนนี้ก็ได้…”

            หากยังเป็นยุคสงบสุขต่อให้เธอและถังฮ่าวได้ตกลงคบกันก็ตาม แต่เชียนมู่เซวี่ยก็อาจต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งถึงจะยอมมอบร่างกายตัวเองให้แต่บัดนี้เป็นยุควันสิ้นโลก และเธอก็สัมผัสได้ถึงความจริงใจของถังฮ่าว ตั้งแต่ก่อนวันสิ้นโลกมาเยือนถังฮ่าวก็เป็นคนแรกที่โทรหาเธอ และช่วยให้เธอได้วิวัฒนาการทันเวลา

            ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือที่ห้องสมุดการช่วยเพิ่มระดับวิวัฒนาการสองครั้งรวมถึงเรื่องที่ถังฮ่าวตัดสินใจที่จะไปช่วยเหลือพ่อแม่ของเธอในคืนนี้อีก จึงทำให้เชียนมู่เซวี่ยตัดสินใจสลัดความกังวลทั้งหมดในใจทิ้งและมอบตัวเองให้ถังฮ่าวอย่างหมดหัวใจ

            หา?

            คืนนี้ก็ได้?

            นี่หมายความว่าอย่างไร?

            ถังฮ่าวถึงกับอึ้งไปชั่วขณะก่อนจะเข้าใจในทันที!

            วินาทีต่อมาดวงตาของเขาก็เป็นประกาย

            ถังฮ่าวรีบช้อนตัวหญิงสาวขึ้นมาโอบอุ้มในท่าเจ้าหญิงก่อนจะก้าวเข้าไปในห้อง!

            “ขึ้น...ขึ้นไปชั้นบนสิ” เชียนมู่เซวี่ยเอ่ยเสียงเบา ใบหน้าสวยของเธอแดงก่ำไปจนถึงลำคอ!

            หลังจากขึ้นไปบนชั้นสองของห้องพักแล้วถังฮ่าวก็ปิดประตูก่อนจะก้มลงประกบจูบริมฝีปากเล็กๆ ของเชียนมู่เซวี่ยทันที

            ครู่ต่อมาเชียนมู่เซวี่ยก็ดิ้นหลุดจากอ้อมกอดของถังฮ่าวและเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ

            “ฉัน...ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ”

            ถังฮ่าวเอ่ยตอบด้วยยิ้มเจ้าเล่ห์

            “ตกลงไปอาบด้วยกันเถอะ!” พูดจบก็ทำท่าจะเดินตามเชียนมู่เซวี่ยเข้าไปในห้องน้ำด้วย แต่กลับถูกเชียนมู่เซวี่ยผลักออกมาด้วยความเขินอาย

            “ไม่ได้!”

            ถังฮ่าวหัวเราะ

            ยัยเด็กคนนี้ใกล้จะทำบางอย่างกันแล้วแท้ๆ  แต่กลับไม่อยากอาบน้ำด้วยกันเนี่ยนะ

            ฮ่าๆช่างขี้อายจริงๆ

            ถังฮ่าวนั่งลงบนเตียงพอได้ยินเสียงน้ำไหลจากในห้องน้ำแล้วก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

            หลังจากกวาดตามองไปรอบๆห้องนอนของเชียนมู่เซวี่ยแล้วก็พบว่าห้องนี้กว้างขวางมาก ที่นี่มีพื้นที่ประมาณห้าสิบตารางเมตรเลย!

            ภายในมีทั้งห้องแต่งตัวห้องน้ำ และประตูกระจกบานเลื่อนขนาดใหญ่ ที่มองเห็นวิวสระว่ายน้ำบนชั้นดาดฟ้าได้

            สิ่งที่สะดุดตาที่สุดในห้องคือเตียงขนาดใหญ่ที่ทำจากไม้จันทน์หอม!ด้านข้างก็เป็นโต๊ะเครื่องแป้งสุดหรูที่ทำจากไม้จันทน์หอมเช่นเดียวกัน

            เตียงถูกปูด้วยผ้าห่มผืนใหม่ผ้าห่มสีชมพูก็เป็นลวดลายนกเป็ดน้ำที่กำลังเล่นน้ำกัน ส่วนผ้าปูที่นอนนั้นเป็นสีขาวบริสุทธิ์

            เมื่อเห็นภาพนี้ถังฮ่าวก็แย้มยิ้มกว้างมากขึ้น

            ประตูห้องน้ำถูกเปิดออกเบาๆก่อนที่เชียนมู่เซวี่ยที่นุ่งห่มด้วยผ้าขนหนูผืนใหญ่จะก้าวเดินออกมา

            ดวงตาของถังฮ่าวเบิกกว้างขึ้นเพราะเชียนมู่เซวี่ยที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จใหม่ๆ งดงามจนน่าตกตะลึงมาก เส้นผมสีดำขลับที่ถูกเป่าหมาดทิ้งตัวลงบนหลังอย่างพลิ้วไหวไหปลาร้าที่งดงาม ขาที่เรียวยาว รับกับใบหน้าที่งดงามมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาคู่งามที่แฝงไปด้วยความขวยเขินชวนให้หลงใหลมาก

            ภาพที่เห็นนี้ทำเอาถังฮ่าวแทบจะหยุดหายใจ

            “มองอะไร? รีบไปอาบน้ำได้แล้ว!” เชียนมู่เซวี่ยเอ่ยพลางชำเลืองมาทางถังฮ่าว

            “รู้แล้ว!”ถังฮ่าวรีบถอดเสื้อผ้าออกก่อนจะคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กมาพันไว้ที่เอว แล้วรีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที!

            เมื่อถังฮ่าวอาบน้ำเสร็จเชียนมู่เซวี่ยก็นอนอยู่บนเตียงแล้ว

            ตอนที่ถังฮ่าวเลิกผ้าห่มออกเลือดกำเดาของเขาก็แทบจะพุ่งออกมา หลังจากปลดผ้าขนหนูออกแล้วก็โถมตัวขึ้นไปบนเตียง

            ...

            ณชั้นสิบสองของห้องชุดสิบประการสิริ

            “เพียะ!”จางอวิ๋นจือตีมือของชิวอวิ๋นเอียนออก ก่อนเอ่ยเสียงเบา

            “ยัยเด็กบ้าแค่แอบปีนขึ้นเตียงฉันก็ว่าไปอย่าง ตอนนี้มืออีกข้างของเธอกำลังจะล้วงอะไรน่ะ?”

            ชิวอวิ๋นเอียนทำเสียงออดอ้อน“พี่จือจือ ถ้าไม่จับพี่ ฉันก็ต้องจับตัวเองสิ! คนกำลังทรมาน ขอจับหน่อยไม่ได้เหรอ”

            “ยัยเด็กบ้าถ้าอยากขนาดนั้นก็ลงไปหาผู้ชายข้างล่างสิ! ภายในฐานที่มั่นของเรามีตั้งเยอะแยะ!”

            “ฮิๆฉันไม่เอาพวกนั้นหรอก มีแต่เด็กน้อยกับลุงแก่ๆ ทั้งนั้นใครจะไปเทียบกับหัวหน้าของพวกเราได้ ทั้งแข็งแกร่งทั้งกำยำขนาดเจ้ใหญ่ยังถูกเขารังแกมานานเกือบชั่วโมงแหนะ!”

            “ไม่ใช่เกือบชั่วโมงแล้วละ!แต่เป็นหนึ่งชั่วโมงกับห้านาทีต่างหาก!”จางอวิ๋นจือเหลือบมองนาฬิกาข้างเตียงก่อนจะเอ่ยขึ้น

            “โอ้โห!นานกว่าชั่วโมงอีกเหรอ ทำไมหัวหน้าถึงอึดขนาดนี้เนี่ย?”

            “หัวหน้าของพวกเราเป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับ4 จึงมีพละกำลังมากกว่าสามพันจินแล้ว ส่วนเจ้ใหญ่ก็เป็นถึงผู้วิวัฒนาการระดับ 3 จึงมีร่างกายแข็งแกร่งกว่าคนทั่วไปถึงสิบเท่าดังนั้นต้องอึดเป็นธรรมดาอยู่แล้ว เธอยังจำหนังเรื่องแวมไพร์ทไวไลท์ที่เราดูเมื่อปีที่แล้วได้ไหม?”

            “จำได้สิพวกเขาเล่นกันจนเตียงพังและเกือบจะทุบบ้านทิ้งเลยด้วยซ้ำ”

            “ลองนึกภาพนั้นแล้วมาย้อนดูหัวหน้ากับเจ้ใหญ่ก็จะไม่รู้สึกแปลกใจแล้วละนี่แน่ะ ยังจะมาจับฉันอีกเหรอ ถ้าเธอยังซนแบบนี้ ฉันจะจับเธอคืนบ้างแล้วนะ!”

            หลังจากเวลาผ่านไปเนิ่นนานหญิงสาวทั้งสองก็หอบหายใจ

            หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งชิวอวิ๋นเอียนก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

            “พี่จือจือพี่ฟังสิ เจ้ใหญ่กับหัวหน้ายัง... โอ๊ย! เสียงดังขนาดนี้ พวกเขาจะไม่พังเตียงจริงๆใช่ไหม?”

            “นอนได้แล้วยัยเด็กบ้า!”จางอวิ๋นจือพูดพร้อมกับกัดฟันและห่มผ้าคลุมโปง

            แต่ไม่ถึงสองนาทีก็มีเสียงกัดฟันของจางอวิ๋นจือดังขึ้นอีกครั้ง

            “ยัยเด็กบ้า!เดี๋ยววันนี้ฉันจะขย้ำเธอเอง”

            ชั่วขณะนั้นเองก็มีเสียงครางที่เร่าร้อนดังไปทั่วราวกับทุกห้องต่างก็พากันบรรเลงบทเพลงรักอยู่

            ...

            เย่ชิงเฉิงเปิดประตูห้องเข้ามาก่อนจะอุทานดัง

            “เอ๊ะ? มี่มี่!”

            “พี่ชิงเฉิงคืนนี้ฉันนอนกับพี่นะ!”

            “เกิดอะไรขึ้น?”

            “ฉันคิดถึงพี่ชิงเฉิงเลยอยากนอนด้วยน่ะ!”โอวหยางมี่มี่ย่อตัวลงพร้อมกับเงยหน้ามองด้วยท่าทางน่ารัก

            “ได้สิ!”เย่ชิงเฉิงก้าวไปข้างหน้าก่อนจะดึงโอวหยางมี่มี่ขึ้นมาและเอ่ยตอบด้วยรอยยิ้ม

    คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน