3
สมาธิคือสิ่งสำคัญนะ
เริ่มเช้าวันใหม่อย่างสดใสเหมือนเคยละ ฉันได้คุยกับท่านพ่อและท่านแม่ไว้แล้วเรื่องการขอฝึกซ้อมพิเศษด้านการต่อสู้ โดยอัศวินผู้เชี่ยวชาญ เพราะฉันมัวแต่ชะล่าใจ คิดว่าตัวเองมีพลังเวทเหมือนคนอื่นๆ เหตุผลเพียงแค่ตั้งแต่ที่อาณาจักรเอร์โดเมเจอร์ก่อตั้งมา ไม่เคยมีประวัติว่ามนุษย์คนใดไร้พลังเวทมนตร์ ซึ่งจริงๆ แล้วการตรวจสอบพลังเวทมนตร์สามารถทดสอบได้ตลอดเวลาแท้ๆ แต่ฉันก็คิดเองเออเองว่าฉันคือสายเลือดแท้ของราชวงศ์เอร์โดมัน เพราะอย่างนั้นฉันก็ต้องมีพลังเวทอย่างแน่นอน แต่สุดท้ายแล้วฉันก็ไม่มีพลังเวทเลยแม้แต่น้อย หรือที่ฉันไม่มีพลังเวทในโลกนี้ เพราะฉันอาจจะเป็นคนจากต่างโลกหรือเปล่านะ จะว่าไปถ้าพูดถึงราชวงศ์เอร์โดมัน โมนิก้าก็ถือเป็นทายาทผู้สืบทอดอันดับสองต่อจากฉัน ครั้งก่อนที่ทดสอบพลังเวทนั้น โมนิก้าเองก็มีพลังเวทถึงระดับห้า ซึ่งถือว่าสูงมากๆ เลย นี่มันใช่พลังเวทที่เด็กหกขวบควรจะมีจริงๆ เหรอ
แต่กับตัวฉันที่คิดอะไรง่ายๆ จึงไม่ได้ไปทดสอบพลังเวทตั้งแต่เด็ก นี่ฉันต้องมาตายเพราะความมักง่ายของตัวเองแท้ๆ เลย และแน่นอนด้วยเหตุผลนั้นทำให้ฉันซึ่งเกิดใหม่เป็นเจ้าหญิงสุดแสนบอบบางปฏิเสธการเรียนทักษะการต่อสู้ทางกายภาพเพราะคิดว่าตัวเองจะสามารถเข้าเรียนในชั้นแบ่งเกรดระดับสูงได้ด้วยพลังเวท นี่ฉันคิดอะไรง่ายๆ เป็นนิยายแบบนี้ได้ยังไงกันเนี่ย
“องค์หญิงเมลินดาครับ ผมขอแนะนำ ท่านอัศวินที่ขึ้นชื่อเรื่องการสอนวิชาการต่อสู้ ผู้ซึ่งถูกขนานามในชื่ออัศวิน โจเซฟผู้กว้างไกลครับ” คอนราด ที่ปรึกษาของอาณาจักเอร์โดเมเจอร์และเป็นคนสนิทกับราชวงศ์ของฉันมาตั้งแต่สมัยราชาองค์ก่อน แนะนำฉันให้รู้จักกับอัศวินในชุดเครื่องแบบที่เหมือนจะพร้อมรบตลอดเวลา
“ผมจะรับหน้าที่เป็นผู้ฝึกสอนการต่อสู้เองขอรับ องค์หญิงโปรดเชื่อมั่นในตัวกระผมได้เลยครับ” ท่านโจเซฟคุกเข่าและบอกกับฉันเสียงดังจนตัวฉันเองรู้สึกกลัวการฝึกที่กำลังรออยู่เลยละ ตาของเขาเหมือนมีไฟที่กำลังลุกโชติช่วงอยู่เลย เขาดูจริงจังกว่าที่ฉันคิดอีกนะ
“ฝากตัวด้วยนะคะ ท่านโจเซฟ” ฉันยิ้มอ่อนตอบรับ แน่นอนว่าฉันกำลังทำใจกับเรื่องการฝึกที่ตัวฉันเองปฏิเสธมาตลอด
ท่านโจเซฟพาฉันมาที่ลานฝึกการต่อสู้ภายในวัง ที่นี่ไม่ค่อยได้ใช้งานมากนัก เพราะเป็นที่ฝึกของคนในราชวงศ์ ทหารคนอื่นๆ จะไปฝึกซ้อมกันที่สนามฝึกซ้อมใหญ่ ที่อุปกรณ์ครบครันกว่า เพราะไม่มีใครใช้ ที่นี่จึงเหมาะแก่การฝึกการต่อสู้แบบส่วนตัวมากกว่า ว่าแต่โมนิก้าได้ฝึกการต่อสู้หรือเปล่านะ เพราะถ้าให้นึกดูแล้ว ก็ไม่ค่อยเห็นเธอมาฝึกเลย หรือเป็นเพราะเราต่างหากที่ไม่ได้มาเดินเตร็ดเตร่แถวนี้ แต่ยังไงเรื่องโมนิก้าก็เอาไว้ก่อนเถอะนะ เพราะฉันเองก็มีสิ่งสำคัญที่ต้องทำอยู่ตรงหน้านี้เหมือนกัน
“ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนกันนะขอรับ ผมอยากให้องค์หญิงทำสมาธิก่อนครับ”
“ทำสมาธิเหรอคะ” ฉันถามท่านโจเซฟพร้อมกับทำหน้าแสดงอาการไม่ค่อยเข้าใจกับคำว่าทำสมาธิเท่าไหร่นัก
“ใช่แล้วครับ ทำสมาธิ อย่างที่องค์หญิงได้ยินไปขอรับ การทำสมาธิจะทำให้จิตเราสงบนิ่ง สามารถอ่านการต่อสู้ของฝ่ายตรงข้ามได้ขอรับ” ท่านโจเซฟพยายามอธิบายถึงความสำคัญของการทำสมาธิให้ฉันได้เข้าใจ อันที่จริงเมื่อตอนอยู่ที่โลกก่อน ฉันก็ทำสมาธิบ่อยๆ ในชั้นเรียนประถม แต่พอขึ้นมัธยมจนถึงวัยที่ได้ทำงานแล้วฉันก็ไม่ค่อยได้ทำสมาธิมากนัก อาจเพราะคิดว่ามันไม่ค่อยสำคัญเท่าไหร่ แต่พอได้ยินท่านโจเซฟบอกถึงความสำคัญอย่างหนักแน่นขนาดนั้น ตัวฉันเองก็ควรตั้งใจกับการทำสมาธิให้มากยิ่งขึ้นสินะ
ฉันทำสมาธิไปนานแค่ไหนก็ไม่แน่ใจ แต่รู้สึกว่าเป็นการทำสมาธิที่ยาวนานมาก เอ๊ะ! หรือนี่ฉันไม่ค่อยมีสมาธิสินะถึงได้คิดถึงระยะเวลาของการนั่งสมาธิ จะว่าไปแล้วก็รู้สึกหิวข้าวจังเลย วันนี้เมนูอาหารคืออะไรนะ แล้วของหวานปิดท้ายละ อาจจะเป็นเค้ก ไม่สิ อาจจะไม่มีเลยก็ได้ เพราะรู้สึกพักหลังๆ มานี้ท่านแม่จะลงมาทานอาหารด้วยบ่อยขึ้น จึงได้สั่งให้ทางครัวงดเตรียมของหวานสำหรับมื้ออาหาร เห็นว่าอยู่ในช่วงไดเอทอยู่ด้วย ว่าแต่ท่านแม่ไดเอทแล้วเกี่ยวอะไรกันกับฉันถึงได้โดนงดของหวานไปด้วยเนี่ย แต่ไม่เป็นไร ฉันย่องเข้าไปหยิบในครัวด้วยตัวเองก็ได้ เพราะแม่ครัวก็ยังทำเค้กเตรียมไว้ให้สำหรับขุนนาง และราชวงศ์ท่านอื่นๆอยู่ แต่จะว่าไปถ้าพูดถึงราชวงศ์ก็มีแค่ท่านอากับโมนิก้าเองนะ เพราะแม่ของโมนิก้าเสียไปแล้วเมื่อสองปีก่อน นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอดูเย็นชาหรือเปล่า เพราะโมนิก้าเองก็สนิทกับแม่มากด้วย แต่สาเหตุการเสียชีวิตเนี่ย...
“อะแฮ่ม!” ท่านโจเซฟทำเสียงเตือนฉัน อาจเพราะฉันแสดงอาการที่บ่งบอกถึงการสาบสูญของสมาธิอย่างสมบูรณ์สินะ
สุดท้ายบทเรียนในวันนี้ก็มีแค่การทำสมาธิเท่านั้น แต่ตัวฉันที่คิดว่านั่งไปนานมากแล้วกลับนั่งไปได้เพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ เอง นี่ฉันก็เผลอคิดว่านั่งไปเกือบห้าชั่วโมง นี่สงสัยฉันเองคงจะไม่มีสมาธิจนกู่ไม่กลับแล้วสินะ
ฉันเดินเข้าไปหาเค้กในครัว แน่นอนว่าโดนแม่ครัวจับได้ละ แต่แม่ครัวก็ไม่ได้ห้ามฉันแม้แต่น้อย อาจเป็นเพราะเห็นฉันยังเป็นเด็กอยู่ก็ได้ วันนี้ฉันหยิบเค้กส้มมาละ ฉันถือไปทานที่ศาลาเรือนกระจกเหมือนอย่างเคย ฉันอยากลองทานเค้กส้มกับชาวานิลลาดูบ้างจัง ว่าแต่อีเวอลีนอยู่ไหนนะ ไม่เป็นไรเครื่องชงชาก็ในศาลาเรือนกระจกนี่เอง ฉันทำเองน่าจะดีกว่านะ
“อยู่นี่เหมือนเดิมเลยนะเมลินดา” แค่เสียงทักทายฉันก็รู้ทันทีโดยไม่ต้องหันไปมอง โมนิก้านี่เองจะใครละ วันนี้คงจะมานั่งจิบชาวานิลลากับฉันงั้นเหรอ
“สวัสดีค่ะท่านโมนิก้า จะรับชาอะไรดีคะ เดี๋ยวฉันจะไปชงชามาให้นะคะ “ฉันกล่าวทักทายโมนิก้า และอาสาจะไปชงชามาให้เธอเอง
“ไม่เป็นไรหรอก ให้คนของฉันทำเองดีกว่า ฉันกลัวว่าฉันจะดื่มไม่ได้นะถ้าไม่ใช่รสที่คุ้นเคย” เอ๊ะ! อะไรยังไง เธอกลัวว่าชาที่ฉันชงจะดื่มไม่ได้อย่างงั้นเหรอ วันนี้ชาวานิลลาอร่อยมากเลยนะขอบอก จะว่าไปวันก่อนเธอก็เหลือชาเยอะเหมือนกัน แต่ครั้งนั้นเป็นฝีมือชงชาของอีเวอลีนนี่นา
“เค้กเมื่อวันก่อน ขอบคุณมากนะ” โมนิก้าพูดกับฉัน แต่เธอหันหน้าไปทางอื่น เธอคงเขินล่ะสิ ฉันพอจะเข้าใจอยู่นะซึนเดเระจัง แต่พอฉันมานั่งคิดดูดีๆ แล้วโมนิก้าเองเป็นบุคลิกที่ดูเข้าถึงง่ายนะ แต่ทำไมถึงต้องอยู่คนเดียวและทำตัวให้ดูเหมือนผู้ใหญ่ด้วย ฉันว่าแค่เธอพูดคุยกับคนอื่นบ้าง เธอก็น่าจะสนิทสนมกับคนอื่นได้ไวขึ้นนะ
“ไม่เป็นไรหรอก ฉันสิที่ต้องขอบคุณ ที่ท่านโมนิก้าให้คำแนะนำกับฉัน ถึงฉันจะยังไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่ว่ามีเพียงตัวฉันคนเดียวที่ทำได้ก็เถอะนะ” ฉันพูดกับโมนิก้าพลางหัวเราะไปด้วย ก็ถ้าเอาตามตรงฉันก็ไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่หรอกนะ จะบอกว่าให้ฝึกการต่อสู้ที่ฉันคาดว่าคนส่วนใหญ่น่าจะทำได้อยู่แล้ว
“เฮ้อ เธอเนี่ยนะจริงๆ ทุกคนย่อมแตกต่างกันนะ อย่างเรื่องเวทมนตร์เองพลังของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ของฉันเองเป็นพลังเวทเกี่ยวกับการใช้ลมเหมือนกับท่านแม่ แต่กับท่านพ่อที่สืบเชื้อสายตรงมาจากราชวงศ์เอร์โดมันจะเป็นพลังเวทพิเศษที่ควบคุมได้ถึงสองธาตุคือดินกับไฟ ท่านราชาองค์ปัจจุบันก็เช่นกันเสามารถใช้เวทมนตร์สายพิเศษในการต่อสู้ได้ เป็นวิธีต่อสู้ที่เลื่องลือมาก แต่ว่าทั้งฉัน ท่านพ่อหรือแม้แต่องค์ราชาก็มีเทคนิคการใช้ในแบบของตัวเอง อย่างเช่นตัวฉันเน้นใช้เวทมนตร์ในการต่อสู้เป็นหลัก ท่านพ่อและองค์ราชาจะใช้กระบวนท่าการต่อสู้ด้วยเวทผสมกับการต่อสู้ด้วยอาวุธ” โมนิก้าอธิบายถึงความแตกต่างทางเวทมนตร์ของแต่ละคน แต่ฉันแอบสังเกตว่าตาเธอเป็นประกายเมื่อพูดถึงราชานะ เธอแอบปลื้มท่านพ่อของฉันอยู่ละสิท่า
“การต่อสู้ก็เหมือนกันนะ ถ้าเธอหาวิธีการต่อสู้ในแบบของตัวเองได้ เธอก็จะได้เปรียบผู้อื่น พร้อมกับยังได้คะแนนสอบเข้าที่โรงเรียนเยอะด้วยเช่นกัน” โมนิก้าบอกฉันอย่างนั้นก่อนที่เธอจะกลับไปพร้อมกับคนรับใช้ประมาณห้าคนเห็นจะได้ ว่าแต่ทำไมโมนิก้ามีคนรับใช้เยอะขนาดนั้นกัน แตกต่างกับฉันผู้เป็นเจ้าหญิงลำดับที่หนึ่งกลับมีแค่อีเวอลีนเอง และวันนี้ทั้งวันเธอหายไปไหนกันนะ ฉันสังเกตเห็นว่าน้ำชาในถ้วยชาของเธอว่างเปล่าไม่เหลือแม้แต่หยดเดียว ต้องประมาณคนรู้ใจชงให้ถึงจะชอบสินะ
ในตอนกลางคืนก่อนที่ฉันจะนอน ฉันได้ลองทำสมาธิดูละ ฉันหวังเป็นอย่างสูงว่าสมาธิจะทำให้ฉันสามารถหาวิถีทางของตัวเองเจอ และฉันก็เริ่มเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างที่สำคัญออกด้วยนะ เหมือนจะเป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ฉันดันลืมไปได้ เรื่องอะไรกันนะ แต่ตอนนี้ฉันเริ่มรู้สึกง่วงนอนแล้วละ