ตอนที่ยี่สิบเอ็ด การแพทย์หนุนเสริม
หลังจากพวกนั้นทำหน้าใและกอดคอกันพร้อมกับพูดว่า
“ฮ่องเต้สั่งให้ตายขุนนางต้องตายคร่อก นายท่านให้ข้าเสี่ยงตายข้าก็ต้องเสี่ยงตาย ฝากทีเหลือให้พวกเ้าด้วย”
และคิงคองเงินก็กอดกับพี่น้องของตนเองน้ำตาไหลพราก
ที่หากเป็สาวน้อยไฮท์สคูลคงจะน่ารักอยู่แต่นี่คือชายฉกรรจจ์ขนสีขาวเต็มตัวกอดกับชายฉกรรจ์อีกสองคน มันคงดูไม่น่ารักเท่าไร
เป็บทพิสูจน์ว่าคนเราดูกันที่หน้าตาแม้ว่าเราจะพูดได้ดูเท่มากแค่ไหน
หากหน้าตาของเราไม่ให้ คนก็มองเป็เื่ตลกนั่นเอง
“ไม่ต้องห่วงหากราชันย์ไม่เดินหน้าสู่สนามรบเอง จะสั่งให้ลุกน้องทำตามได้อย่างไร?ข้าจะยอมทดลองให้พวกเ้าดุก่อน”
ผมจำใจต้องแกล้งเอออกับพวกนี้ไปเพราะรู้สึกว่าพวกนี้น่าจะรักษาหน้าตาและศักดิ์ศรีของตนเองมาก
แต่ผมไม่ดูถูกพวกเขา เพราะศักดิ์ศรีและความซื่อสัตย์มันอาจจะเป็ของไม่กี่อย่างที่หยุดพวกบ้าบอพวกนี้ไม่ใฝห้ฆ่าผมและแย่งชิงโสมร้อยปีหรือเงินหลายล้านไป
แน่นอน
ทุกคนอาจจะคิดว่าชีวิตคนเรามีค่ามากกว่านั้น
เงินเท่าไรก็แลกกับชีวิตของเราไม่ได้
นั่นใช่ไมได้กับพวกนักฆ่า
สามล้านก็สามารถจ้างนักฆ่าได้อย่างง่ายดายแล้ว
ในบางคดีคนจ้างวานจ่ายสามล้านแต่ไปถึงนักฆ่าที่ลงมือจริงๆแค่สองแสน
นั่นคือสัจธรรมของชีวิต
บางคดีเราใช้วิธีการ outsource ต่อกันไปเป็ทอดๆ จากนักฆ่าในตำนานด้วยราคาสามร้อยล้านอาจจะเหลือแค่สามพันโดยมีขี้ยาแถวบ้านลงมือแทน
นั่นคือสาเหตุที่ Passive Income ไม่มีอยู่จริงเพราะหากเราไม่สามารถควบคุมการหาประโยชน์ระหว่างทางได้เงินของเราอาจจะหายไปจนหมดนั่นเอง
ดังนั้นผมคงต้องเอาตัวเองเป็หนูทดลองให้พวกนี้มองก่อนนั่นเอง
“หากราชันย์ไม่ลงสนามรบ ข้าจะให้พวกเ้าไว้ใจได้อย่างไร?”
ผมเดินไปในห้องแล็บส่วนตัวที่ให้เหล่านักวิจัยทดลองอยู่อีกครั้งเพื่อให้พวกนักฆ่านักษัตรไว้วางใจว่าอุปกรร์ทันสมัยอย่างกล้องถ่ายรูป ไม่ได้มีทธิ์ในการขโมยยิญญาของพวกเขาหากภาพถ่ายของพวกเขาปราฎในกล้องต่างๆ
และผมสั่งให้สำรองข้อมูลไว้ตลอดเวลาและเก็บในที่แตกต่างกันห้าที่
จะไม่มีเหตุการณ์แบบกันดั้มที่ข้อมูลเพียงแค่นิดเดียวไม่มีการเก็บสำรองเอาไว้ ทำให้สร้างได้แต่โปรโตไทป์เท่านั้น
คิงคองเงินชะงักไปแล้วหน้าแดงด้วยความอับอาย
“ไม่ขอรับนายท่าน สั่งข้ามาเลยฆ่าคนวางเพลิงข้าไม่เคยท้อถอย คร่อก”
นั่นดูมันปล่อยไว้นิดหนึ่งจะวกเข้าฆ่าคนวางเพลิงอีกแล้ว
“พวกเ้าอาจจะคิดว่าข้าอยู่สายวิชามารก็ได้ดังนั้นอาจจะใช้วิธีนอกรีตในสายตาของพวกเ้าแต่ก็เพื่อความแข็งแกร่ง”
ผมเดินไปในห้องที่ให้แพทย์ที่เตรียมไว้ฉีดสารสีเข้าร่างกายและเดินลมปราณไปพร้อมกับอุปกรณ์การตรวจจับต่างๆ
และใช้กล้องตรวจส่องภายในเข้าไปตรวจดูภายในร่างกายโดยการฉายภาพต่างๆออกมา
พวกนักฆ่านักษัตรมองดูภายในร่างกายอย่างสนใจระคนกับความหวาดกลัว
“ข้าเคยได้ยินว่ามีบางวิชาต้องหักแขนหักขาก่อนถึงจะฝึกเพลงเตะอะไรได้ใช่ไหม?”
“นายท่านรู้จักเพลงเตะฟ้าชำรุดด้วยหรือเจี๊ยก?”
มีเพลงเตะนั้นอยู่ในโลกนี้ด้วยจริงๆหรือนี่?
“และตามแนวทางของข้าคือการรักษากระดูกที่หักด้วยเวลาไม่เกินหนึ่งเดือนแทนที่จะเป็ครึ่งปี ด้วยการศึกษาการแพทย์ต่างๆ”
ผมชี้ไปที่จอมอนิเตอร์ที่แสดงภาพภายในร่างกายของผมที่กล้องสามารถ่ายได้
“นี่ล่ะพลังของข้าล่ะแต่พลังของข้าก็มีจำกัดต้องใช้พวกเ้าในการช่วยเหลือด้วยผมเดินลมปราณไปในร่างกายอีกรอบหนึ่ง
เส้นสีต่างๆก็ปราฎขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ว่าส่งผลกระทบต่ออวัยวะในร่างกายอย่างไรบ้าง
ไม่มีอะไรที่จะสร้างขึ้นได้อย่างง่ายดาย
แต่จะมากจะน้อยหากทดลองไปตามระเบียบวิธีเราจะได้ข้อมูลมากขึ้นเรื่อยๆ
ผมคิดจะแข่งกับคนที่มาจากโลกเซียนด้วยวิธีนี้รวบรวมข้อมูลด้านลมปราณต่างๆจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆของโลกนี้และเอาข้อมูลบางอย่างที่รู้มาจากเนื้อเื่เป็แนวทางในการทำให้ตนเองเก่งขึ้น
อย่างการตามหาเส้นลมปราณลึกลับที่หากทะลวงได้จะทำให้สามารถโจมตีข้ามขั้นได้