“บางอย่างที่เ้าว่า คืออะไรอย่างนั้นหรือ”
“ขอเวลาข้าอีก6 เดือน ให้ข้าทำมันให้สำเร็จก่อนแล้วข้าจะบอกเ้า ฉะนั้น ก่อนจะถึงเวลานั้นเ้าอย่างเพิ่งแจ้งเื่ยกเลิกการหมั้นกับพวกเมืองประกายทอง เ้าทำได้หรือไม่”
“ก็คิดว่าได้นะ... แต่ข้าไม่คิดว่าข้าควรจะฝากเื่ของข้าไว้กับเ้าเพียงเท่านั้นไม่ว่าเ้าจะเตรียมสิ่งใดไว้ ข้าก็จะคิดหาวิธีของข้าเองด้วยเช่นกัน”
“ดีเ้าคิดถูกแล้ว แม้ว่าข้าจะค่อนข้างมั่นใจก็ตาม แต่นี่เป็สิ่งที่ดีมากเมื่อเ้าคิดได้เช่นนั้น อ้ออ แล้วก็เื่โรงหลอมนี่ แม้จะปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้วข้าก็จะขออยู่ที่นี่ เ้าติดขัดอันใดหรือไม่ที่จะต้องเดินทางมาหาข้าเพื่อสอนทักษะการใช้พลังที่นี่”
“ไม่แล้วแต่เ้า้าเถอะ ข้าไม่ติดขัดอันใดยังไงข้าก็ต้องตอบแทนเ้าเื่นี้อยู่แล้ว แต่ว่าข้าแนะนำให้เ้าแบ่งเวลาไปที่สำนักบ้าง ไม่เช่นนั้นแล้ว สำนักอาจเกิดความสงสัยได้”
"ข้าเข้าใจ ..."
การสนทนาของทั้งสองคนดำเนินต่อไปอีกสักระยะหนึ่งหลังจากเื่หลักได้คุยกันจบแล้ว จากนั้นเซียนอินก็ขอตัวจากไปเนื่องจากภารกิจบ้านเมือง เมื่อเซียนอินกลับไปแล้ว เทียนคงจึงกลับมาคิดเื่แผนการสร้างเครื่องจักรและปัญญาประดิษฐ์ต่อโดยเขาได้วางแผนไว้ว่าจะต้องสร้างเครื่องจักรนี้ให้สำเร็จภายในเวลา 6 เดือน
ไม่รอช้าเทียนคงจึงนำแผนที่ภูมิศาสตร์มาศึกษาต่อเพื่อค้นหาแหล่งทรัพยากรที่เขาจำเป็ต้องใช้เป็วัตถุดิบ และเขาก็พบว่าดาวเคราะห์ดวงนี้เป็ดาวเคราะห์ที่มีแหล่งน้ำค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับขนาดของดาวเคราะห์ นครวิหคครามนั้นตั้งอยู่ทางทิศใต้ของแหล่งน้ำที่ใหญ่ที่สุดของดาวเคราะห์ซึ่งอยู่ค่อนไปทางเหนือโดยมีหัวเมืองหลักที่ขึ้นตรงกับนครวิหคคราม จำนวน 8 หัวเมืองรวมเมืองประเงินและเมืองประกายทองที่อยู่ติดกันทางทิศใต้ และหัวเมืองย่อยอื่น ๆกระจายตัวกันไปตามความสามารถในการขยายอาณานิคมเข้าสู่เขตของสัตว์อสูรของแต่ละหัวเมืองหลัก
แต่มีอยู่หัวเมืองหนึ่งที่ไม่ได้ขยายอาณานิคมเลย ั้แ่มนุษย์สายเืปีก์นี้บุกเบิกมายังดาวดวงนี้ นั่นก็คือเมืองประกายเงินเนื่องจากเมืองนี้ถูกล้อมรอบไปด้วยเนินเขาสูงดั่งที่เขาได้ศึกษาไปครั้งก่อนจึงทำให้ไม่มีความจำเป็ในการขยายอาณาเขต แต่ที่ตั้งของเมืองกลับพบแหล่งแร่เงินจำนวนมากทำให้เมืองประกายเงินรับหน้าที่ในการผลิตอาวุธที่ทำจากเงินเป็หลัก ส่วนเมืองอื่นๆนั้น จะทำหน้าที่ในการขยายอาณาเขต รวบรวมอัญมณีที่สะสมพลังงานมืด และทรัพยากรอื่น ๆส่งกลับไปยังนครวิหคครามเพื่อส่งต่อไปยังจักรวรรดิวิหคทองที่อยู่คนละดาวเคราะห์ ผ่านประตูมิติที่ตั้งอยู่ในนครวิหคคราม
จากจุดนี้ทำให้อาณาเขตทางทิศใต้ หลังเนินเขาที่ล้อมรอบเมืองประกายเงินส่วนใหญ่กว่า 7 ใน 10ส่วน จึงยังเป็พื้นที่ ที่มนุษย์ยังไม่ได้สำรวจและรุกล้ำเข้าไปซึ่งนี่จะเป็ภูมิศาสตร์ที่เทียนคงจะทำการสำรวจ และยึดพื้นที่เนินเขานี้ทั้งหมด เพราะจะเป็จุดที่ทรัพยากรหายากต่างๆจะยังคงไม่ได้รับการเก็บเกี่ยวจากหัวเมืองอื่น ๆจากสภาพภูมิศาสตร์ที่ยากต่อการเก็บเกี่ยวและเดินทางจนทำให้ได้ไม่คุ้มเสียหากจะเข้าไปยังส่วนที่ไกลกับหัวเมืองนั้นๆมาก
“เอาล่ะเริ่มจากการสำรวจและทำแผนที่อย่างละเอียดก่อนจะดีกว่า เพราะแผนที่ที่ได้จากเซียนอินนี้ยังไม่มีรายละเอียดใด ๆในส่วนเนินเขานี้เท่าใดนักคงเพราะเป็พื้นที่ ที่ยากต่อการสำรวจและไม่แน่อาจมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่ก็เป็ได้ คงถึงเวลาแล้วที่ข้าต้องสำรวจและศึกษาระดับพลังของตัวเองอย่างจริงจังเสียที เพราะในอาณาเขตด้านนอกที่มนุษย์ได้สำรวจแล้ว มีเพียง 3 ใน 10 ส่วนเท่านั้นแต่กลับพบว่ามีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งระดับปรมจารย์อยู่ด้วยหากข้าเข้าไปในอาณาเขตของสัตว์อสูรเหล่านี้ อาจจะพลาดพลั้งได้”
เมื่อวางแผนได้แล้วเทียนคงในตอนนี้จึงใช้เวลาส่วนใหญ่ในการศึกษารูปแบบการใช้พลังอย่างจริงจังเพื่อทำให้ตัวเขานั้นสามารถประเมินระดับความแข็งแกร่งของศัตรูและรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพให้ได้มากที่สุด
“ความสามารถในการใช้พลังของข้านั้นดูจะมีความพิเศษกว่าคนอื่น ๆ ข้าต้องนำจุดนี้มาเป็ข้อได้เปรียบให้ได้มากที่สุด”
เทียนคง ทบทวนทักษะการใช้พลังและความรู้ในการใช้พลังจากความรู้และทักษะของเขาและเริ่มที่จะทดลองเพื่อศึกษาศักยภาพสูงสุดของตนเองภายในโถงใต้ดินโถงหนึ่งที่เขาได้สร้างเอาไว้ก่อนหน้านี้
“วูบบบครืนนน แวปปป” เทียนคงรวบรวมพลังงานมืดที่อยู่รอบกายให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ในตอนนี้และเก็บพลังที่รวบรวมไว้ภายในร่างกาย ทันใดนั้นพลังที่รวบรวมมานั้นก็ผสานเป็หนึ่งเดียวกับร่างกายเขาอย่างสมบูรณ์จากนั้นแถบแสงสว่างสีเขียวก็ปรากฏขึ้นในอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งที่เขาได้สร้างสรรค์ขึ้นมาและสวมใส่ไว้ที่ข้อมือ
“อืมมมระดับกลางขั้น 3 งั้นหรือ เท่าที่ข้าจำได้ เซียนอิน เคยบอกกับข้าว่าระดับพลังของข้าอย่างน้อยก็อยู่ที่ระดับสูงขั้นสูงนั่นหมายความว่าระดับพลังของข้าที่เกิดจากการรวบรวมพลังงานโดยรอบ คงขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในเวลานั้นๆด้วย”
เมื่อเทียนคงได้ทำการทดลองรวบรวมพลังในแต่ละสถานที่เขาก็พบว่าระดับพลังที่เขารวบรวมได้นั้นจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับปริมาณความหนาแน่นของพลังงาน และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการรวบรวมพลังเช่น หากเป็พื้นที่โล่งกว้าง เขาจะสามารถรวบรวมพลังได้มากกว่าโถงใต้ดินหรือพื้นที่ ที่มีสิ่งกีดขวางอยู่ แต่นี่เป็เพียงการรวบรวมพลังจากอากาศโดยรอบเท่านั้น
“ข้าพอเข้าใจการรวบรวมพลังจากภายนอกแล้วเช่นนั้นหากข้ามีพลังจากภายในด้วย พลังทั้งสองแหล่งนี้จะรวมกันเป็หนึ่งเดียวได้หรือไม่นะคงต้องทดลองดูเท่านั้น”
หลังจากทดลองความสามารถในการรวบรวมพลังฉับพลันจากภายนอกจนเขาพอเข้าใจในระดับหนึ่งเขาก็เกิดความสงสัยขึ้นมาว่า ถ้าหากเขาฝึกพลังตามหลักการทั่วไปด้วยแล้วระดับพลังของเขาจะทวีคูณด้วยหรือไม่ เพราะั้แ่เริ่ม ที่เทียนคงใช้พลังในการจัดการสิ่งต่าง ๆ เขาใช้แต่ความสามารถพิเศษของเขาทั้งสิ้นไม่เคยที่จะฝึกพลังในหลักการทั่วไปเลย เพราะเขาคิดว่าสิ่งที่เขาทำได้นั้นสะดวกกว่าการต้องใช้เวลาในการฝึกแบบทั่วไปอยู่มาก แต่เมื่อตัดสินใจได้ดังนั้นเทียนคงจึงเริ่มต้นฝึกการใช้พลังในหลักการทั่วไปเพื่อทดสอบทฤษฎีของเขา
หนึ่งเดือนผ่านไป
เทียนคง เริ่มฝึกั้แ่พื้นฐานการใช้พลัง โดยการใช้พลังในหลักการทั่วไปนั้น ในระดับเริ่มต้นผู้ฝึกพลังจะยังสามารถใช้พลังออกไปได้ทั้ง 3 รูปแบบ ทั้งรักษา ส่งเสริม และควบคุมโดยที่แต่ละคนจะมีพร์ในการใช้ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไป จะสามารถใช้ได้ทีละรูปแบบและน้อยคนที่จะสามารถใช้ได้สองรูปแบบพร้อม ๆกันและยังไม่เคยมีปรากฏว่ามีผู้ที่สามารถใช้ได้สามรูปแบบพร้อม ๆกันโดยเมื่อสามารถทะลวงผ่านระดับเริ่มต้นได้แล้วการใช้พลังจะถูกจำกัดโดยพร์ของคนๆนั้น และจะไม่สามารถใช้พลังรูปแบบอื่นๆได้อีก
“ยากกว่าที่คิดนะเนี่ยหนึ่งเดือนที่ผ่านมาข้าเพียงสามารถรวบรวมพลังได้เพียงระดับเริ่มต้นขั้น 10การจะทะลวงผ่านไปยังระดับกลางข้าคงต้องใช้ความเข้าใจที่มากกว่านี้”
เทียนคง บ่นพึมพัมกับตัวเองโดยที่ไม่ทราบเลยว่าตัวเองนั้นที่ปัจจุบันสามารถฝึกพลังให้อยู่ในระดับเริ่มต้นขั้น 10นั้นเมื่อเทียบเวลากับคนทั่วไปแล้วเร็วกว่ามากมายนักคนทั่วไปจะเริ่มฝึกพลังั้แ่อายุราว ๆ 7-8 ขวบเพราะเป็อายุที่เริ่มแสดงพร์ในการใช้พลัง และคนทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 5 ปีในการทะลวงผ่านถึงระดับเริ่มต้นขั้น 10 ส่วนผู้ที่มีพร์เล็กน้อยจะใช้เวลา 3 ปี และน้อยลงไปเรื่อย ๆ หากมีพร์ที่สูงขึ้น ซึ่งจากบันทึกของดาววิหคครามนี้ ผู้ที่มีพร์สูงสุดที่เคยทำได้ใน่เริ่มต้น ใช้เวลา 10 เดือน เมื่อเปรียบเทียบกับเทียนคง ที่ใช้เวลาเพียง 1 เดือน นั้นเร็วกว่า 10 เท่า และเป็การเรียนรู้ด้วยตัวเองด้วย
การฝึกพลังในหลักการทั่วไปนั้นคือการรวบรวมพลังงานมืดจากแหล่งพลังงานต่าง ๆ คือ อากาศ วัตถุ และแม้แต่สิ่งมีชีวิต ทั้งพืช สัตว์อสูร และแม้แต่มนุษย์ด้วยกัน ซึ่งโดยทั่วไปแล้วจะฝึกจากการรวบรวมพลังจากอากาศกันเพราะการจะหาวัตถุที่มีประจุพลังงานมืดแฝงอยู่นั้นหาได้ไม่ง่ายนักวัตถุที่หาได้ง่ายที่สุดก็จะมาจากสัตว์อสูรที่เรียกกันว่า ผลึกอสูรซึ่งส่วนมากแล้วจะถูกส่งไปยังนครวิหคคราม เพราะฉะนั้นที่หลงเหลืออยู่ก็จะมีมูลค่าที่สูงมาก
ในการทะลวงขอบเขตในแต่ละขั้นนั้นจะเหมือนกับการลอกคราบ ที่เมื่อพลังที่รวบรวมสะสมในร่างกายมีมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรองรับไหวก็จะต้องทำการขยายภาชนะรองรับ และการทะลวงในแต่ละระดับแน่นอนว่าจะต้องขยายภาชนะใหม่ในปริมาณที่มากกว่าการทะลวงในแต่ละขั้นพร้อมทั้งต้องทำความเข้าใจในระดับนั้น ๆด้วย และนี่เป็จุดที่ทำให้ เทียนคงใช้เวลาในการทะลวงระดับค่อนข้างนานเมื่อเทียบกับการทะลวงขั้นั้แ่ขั้น 1 - 10 ในระดับเริ่มต้น
ในแต่ละระดับของพลังความเข้าใจนั้นจะสำคัญกว่าการสะสมพลัง ยิ่งระดับที่มากขึ้นความสำคัญของการสะสมและความเข้าใจจะยิ่งต่างกันมากขึ้นเรื่อย ๆจนถึงจุดที่ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันต่างขั้นกัน ผู้ที่อยู่ในขั้นที่ต่ำกว่าแต่มีความเข้าใจในการใช้พลังที่มากกว่า ก็สามารถเอาชนะผู้ที่มีขั้นสูงกว่าได้หรือแม้แต่ระดับที่มากกว่าก็เป็ไปได้ แต่อาจจะพบเจอได้ไม่มากนัก ซึ่งส่วนใหญ่คนที่จะทำเช่นนั้นได้ ก็คืออัจฉริยะผู้มากพร์นั่นเอง ...