เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 85 การลาจาก

          “ท่านพ่อ” ชิวเอ๋อนั้นพบบิดานั่งอยู่ที่โต๊ะในร้านอาหารของโรงเตี้ยม จึงวิ่งเข้าไปกอดพร้อมกับชิวเอ๋อ


          “ท่านพ่อมาได้อย่างไร ท่านบาดเจ็บหรือไม่สัตว์อสูรจำนวนมากโจมตีเมือง” ชิงเอ๋อตรวจสอบบิดาของตัวเองไปด้วย


          “ท่านพ่อตา”จางเฉินคารวะหนิงหวู่ฮั่น


          “เอาละนั่งกันก่อนข้าสั่งอาหารไว้แล้ว พวกเจ้าสั่งเพิ่มได้”


          ทุกคนนั่งพูดคุยเพื่อทำความคุ้นเคยหลังจากแนะนำตัวแล้วก็พูดคุยถึงเรื่องการบ่มเพาะ การฝึกฝน การปรุงยาเหตุการณ์บ้านเมืองต่างๆ ต่างพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน


          “หนิงเอ๋อ ชิวเอ๋อพ่อมีเรื่องขอร้อง”


          “ท่านพ่ออย่าได้กล่าวเช่นนี้มีเหตุอะไร ก็บอกลูกได้ ลูกจะพยายามทำให้เต็มที่”


         ระหว่างนั้นเองก็มีหญิงชราชุดขาว​ คนที่เคยจางเฉินเจอที่ประตูเมือง​ เรียกได้ว่าช่วยชิวิตจางเฉินไว้​ เดินมาพร้อมกับชายหนุ่มรูปงาม หน้าตาขาวสะอาดแต่งตัวด้วยชุดบัณฑิตด้วยรูปร้างนั้นคล้ายกับเป็นผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย เอวบางร่างน้อยแต่สัมผัสได้ถึงพลังปราณที่แผ่กดดันออกมานั้นสูงมาก จางเฉินคิดว่าทั้งสองต่างอยู่ระดับราชาปราณ


          ทั้งสองคนเดินมาที่โต๊ะส่งสายตาให้กับหนิงหวู่หั่นเล็กน้อย


          “นี่ท่านอาจารย์หนิงเป่าส่วนนี้ท่านอาจารย์หนุ่มหนิงอ้ายสือ ชิวเอ๋อ ชิงเอ๋อ คารวะท่านทั้งสองสิท่านทั้งสองมาจากตระกุลหลัก”


           ชิวเอ๋อ และชิงเอ๋อต่างทำหน้าสงสัย หลังจากยืนขึ้นโคงคำนับแล้ว ทั้งสองคนก็นั่งร่วมโต๊ะด้วยทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาทันที ทุกคนต่างนิ่งเงียบแม้เข็มสักเล่มตกหล่นแถวนี้ก็ได้ยิน


            “เอาละพวกข้าไม่มีเวลามากนัก ชิวเอ๋อ ชิงเอ๋อ เจ้าสองคนจะต้องไปที่ตระกูลหลักพร้อมกับท่านพ่อของเจ้า” หญิงชรากล่าวพร้อมมองหน้าทั้งสองสาว


             หนิงเอ๋อ และชิวเอ๋อเคยได้ยินเรื่องนี้จากบิดาบ่อยๆการกลับตระกูลหลักนั้นเป็นความฝันของคนตระกูลสาขาทุกคนและถูกส่งต่อความฝันนั้นอย่างช้ำๆ เพราะที่ตระกูลหลักมีทรัพยากรจำนวนมากและมีสภาพแวดล้อม การดูแลเอาใจใส่ที่จะพาทุกคนก้าวหน้าอย่างรวดเร็วทำให้มีอายุยืนยาว


            “นี่คือเรื่องที่ข้าต้องการขอร้องพวกเจ้า”หนิงหวู่หั่นมองหนิงเอ๋อและชิวเอ๋อด้วยสายตาอ้อนวอน ในใจทั้งกังวล และกลัวเพราะไม่ได้ดูแลทั้งสองคนได้ดีนัก


            “ทำไมพวกท่านต้องการตัวภรรยาข้าทั้งสอง”จางเฉินพูดแทรกหลังจากที่นิ่งเงียบมานานหญิงชราและชายหนุ่มนั้นมองจากเฉินแล้วแผ่ความกดดันลงมาที่ตัวจางเฉินทันที


          ครอบครัวใหญ่หรือครอบครัวซ่อนเร้นนั้นมีประชากรจำนวนมากการที่จะได้สิทธิในการอยู่ในครอบครัวหลักนั้น ความแข็งแกร่งจะต้องสูงเมื่อไม่มีคุณสมบัติเพียงพอครอบครัวหลักก็จะแยกคนเหล่านี้ออกเพื่อตั้งครอบครัวที่อื่นในกรณีที่มีอัจฉริยะเกิดขึ้น ก็จะมีการรายงานและเรียกกลับครอบครัวหลักเพื่อฟูมฟักกรณีของชิวเอ๋อ และชิวเอ๋อนั้นเป็นการสั่นคลอนศาลาบรรพบุรุษโดยตรงมันคือการปลุกสายเลือดซึ่งเป็นผลมาจากจางเฉิน เป็นเหตุการณ์สำคัญอย่างมากของตระกูล


          “เจ้าไม่ได้สิทธิ์ในการเป็นภรรยาของทั้งสองคนคนต่ำต้อยเช่นเจ้าไม่คู่ควร ทั้งสองคนปลุกสายเลือดบรรพบุรุษ อนาคตนั้นไม่ธรรมดาเพียงเจ้านั้นไม่อาจรับผิดชอบเรื่องนี้ได้” หญิงชราหนิงเป่ากล่าวด้วยเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยพลัง


          “ชิวเอ๋อ ชิงเอ๋อพวกเจ้าคิดว่าอย่างไร” จางเฉินมองไปที่สองสาว


          “ก็ต้องไปที่ตระกูลหลักสิมันเป็นความภาคภูมิใจและอนาคตอันสดใส”ชายหน้าหญิงร่างบอบบางหนิงอ้ายสือกล่าวแทรกทันที


         “เจ้าหุบปากข้ากำลังพูดกับภรรยาข้า” จางเฉินขมวดคิ้วมองไปที่หนิงอ้ายสือหนิงอ้ายสือปล่อยเจตนาฆ่าทันที มันเป็นอัจริยะอันดับหนึ่งของตระกูลภารกิจที่สำคัญเช่นนี้มันจึงได้มีส่วนร่วมด้วย เกิดมาไม่เคยมีใครพูดจากับมันแบบนี้มาก่อน


         ราชาปราณอายุ 20นั้นหยิ่งจริงๆ จางเฉินแอบเหงื่อไหลไปทั้งร่างกายเพราะความต่างการฝึกฝนของทั้งสองนั้นช่องว่างมีมากเกินไป แม้เพียงสะบัดนิ้วก็อาจจะตายได้เลย ชิวเอ๋อ และชิงเอ๋อต่างมองจางเฉินด้วยความเป็นห่วงและไม่รู้จะทำยังไง


         “ข้าได้ช่วยชีวิตเจ้าไว้และนี่แกนวิญญาณอสูรมนุษย์หมาป่า แกนวิญญาณอสูรเสือสายฟ้าข้าให้เจ้าถือซะว่านี่เป็นค่าตอบแทนที่ดูแลทั้งสองคน”หญิงชราหนิงเป่านั้นเอาแกนอสูรส่งให้จางเฉินแกนวิญญาณอสูรระดับราชานั้นหายากมากและราคาสูงมากผู้คนในดินแดนรอบนอกในถิ่นธุระกันดารเช่นนี้ย่อมไม่สามารถหามาได้อย่างง่ายดายมันใช้ได้ทั้งปรุงยาและผลิตอุปกรณ์ระดับสูง


          หญิงชราหนิงเป่านั้นไม่อยากให้มีปัญหาเพราะการบังคับฝืนใจนั้นไม่เป็นผลดีภารกิจนี้จะล้มเหลวถ้าหากปล่อยให้หนิงอ้ายสือทะเลาะกับจางเฉิน


          “หนิงเอ๋อ ชิวเอ๋อพวกเจ้า” จางเฉินมองตาของทั้งสองสาวไปมาอีกครั้ง ในใจรู้สึกเจ็บปวดแม้จะอยู่ด้วยกันในช่วงเวลาไม่นานห้าหกเดือน แต่หัวใจของจางเฉินนั้นก็เศร้าโศกตอนแรกจางเฉินนั้นรู้สึกกับทั้งสองคนเหมือนเพื่อนแต่หลังจากมีความเปลี่ยนแปลงจากการปลุกสายเลือดแล้วไปไหนมาไหนด้วยกัน เขาก็มีความรู้สึกหวงแหน


         หนิงวู่ฮั่นก็ตื่นเต้นมากนี่คือความฝันของตระกูลหนิงสามชั่วอายุคนที่จะสามารถทำได้สำเร็จในช่วงชีวิตของมันด้วยลูกสาวทั้งสองแต่มันก็ไม่อาจบังคับทั้งสองคนได้ รู้สึกเหมือนสุข แต่ก็เศร้า หลายอารมณ์ปะปนกันไปแต่แววตาก็ยังคงแสดงความอ้อนวอนข้อร้อง ในยามที่หญิงสาวทั้งสองหันมาสบตา


        หนิงเอ๋อ และชิวเอ๋อเริ่มน้ำตาไหล คิดอะไรไม่ออกจริงๆ ส่วนต้วนเฉิน ต้าไห่ ฟู่เฉิงนั้นก็ได้แต่เงียบๆอาหารมากมายกลายเป็นเย็นชืดไร้รสชาติต่อหน้าทันทีจากที่เคยกินกันไปพูดคุยกันไปอย่างมีความสุข


        ทั้งสองคนยังคงไม่ตอบจางเฉินความเงียบเข้าคลืบคลานโต๊ะอาหารอีกครั้ง


        “จางเฉินข้ารักเจ้า”หนิงเอ๋อและชิวเอ๋อพูดพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย


        “ข้าก็รักพวกเจ้าเช่นกันแต่พวกเจ้าไปเถอะไว้ข้าจะไปหาพวกเจ้าภายหลัง” จางเฉินตัดสินใจในที่สุดไม่มีประโยชน์อะไรที่จะรั้งความก้าวหน้าของคนที่ตัวเองรัก แม้มีน้ำตาตกอยู่ภายในมันเจ็บจริงๆที่จะต้องจากแต่จางเฉินนั้นมีพิษที่ต้องแก้มีครอบครัวที่ต้องกลับไปดูแล ทั้งพ่อ แม่ น้องสาว อนาคตนั้นไม่แน่นอนอย่างมากทั้งสองคนไม่ควรจมปลักอยู่กับตนเอง


         “เห๊อะด้วยการฝึกฝนของพวกบ้านนอก สกุลหนิงนั้นย่อมไม่ต้อนรับถ้าเจ้าจะเข้าสกุลหนิงอย่างน้อยต้องชนะข้าให้ได้เสียก่อน”หนิงอ้ายสือกล่าวอย่างเหยีดหยาม


          “ข้ารู้ในตอนนี้ข้าอ่อนแอเกินไปไม่สามารถปกป้องความปลอดภัยของทั้งสองคนได้ และไม่สามารถสู้กับเจ้าได้แต่ข้าสัญญาภายใน 3 ปี ข้าจะไปหาเจ้าแน่นอนเพื่อตัดสินว่าข้าจะอยู่กับชิงเอ๋อและชิวเอ๋อได้หรือไม่” จางเฉินกำหมัดแน่นและมองไปที่หนิงอ้ายสือ


         คำสัญญาของจางเฉินนั้นชิวเอ๋อ และชิงเอ๋อนั้นเชื่อว่าจางเฉินทำได้แน่นอน และมั่นใจในคำมั่นของจางเฉินมากทั้งปรุงยา หลอมกลั่น ปลุกสายเลือด ศิลปะการต่อสู้ การทำอาหาร ทุกอย่างที่ได้รับจากจางเฉินนั้นเหนือจิตนาการไม่นานจางเฉินก็คงมารับพวกนางจึงค่อยสบายใจขึ้น


        “ไร้สาระ ข้าจะรับคำท้าของเจ้าอีกสามปีจะเป็นวันตายของเจ้า” หนิงอ้ายสือนั้นไม่ชอบใจจางเฉินมากต้องการฆ่าที่นี่ทันทีแต่ติดว่าเป็นภารกิจที่สำคัญที่จะต้องพาทั้งสองคนกลับไปด้วยหากมีปัญหามันก็จะยุ่งยาก


         “นั่นอาจจะเป็นวันตายของเจ้าก็ได้”จางเฉินมองกลับด้วยแววตาที่มีความมั่นใจ


         “เจ้ากล้ารู้ไหมข้าคือใคร เจ้ากำลังพูดอยู่กับใคร”


         “ข้ารู้เจ้าคือหนิงอ้ายสือเจ้าบอกชื่ออยู่ ทำไมถามหรือเจ้าโง่เกินไปลืมชื่อตัวเอง”


         หนิงหวู่ฮั่นลูกขึ้นยืนทันทีแล้วโค้งคำนับจางเฉินและลูกสาวทั้งสอง “สิ่งนี้ล้วนไม่เป็นธรรมกับพวกเจ้า ล้วนเป็นความผิดข้าจางเฉินข้าจะรอเจ้าที่ตระกูลหนิงให้เจ้ามาสู่ขอทั้งสองคนอีกครั้งแต่วันนี้เราต้องขอลา”


        หนิงหวู่ฮั่นร้อนใจมากกลัวเกิดปัญหาจึงดึงตัวลูกสาวทั้งสองให้เดินทางออกจากโรงแรม หนิงอ้ายสือกับหนิงเป่าก็ลุกขึ้นเดินตามกันออกไป


        จางเฉินนั้นได้แต่นั่งนิ่ง สุดท้ายเขาก็เดินตามหลังพวกเขาไปพอถึงนอกโรงแรมหนิงเป่าก็เรียกสัตว์อสูรออกจากกระเป๋าสัตว์เลี้ยงเป็นกริฟฟ่อนสัตว์ในตำนานที่กล่าวได้ว่าแข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มสัตว์อสูรมีปีกจางเฉินโผเข้าไปกอดทั้งสองคนอีกครั้ง ทั้งสองคนก็กอดจางเฉินร้องไห้ทั้งน้ำตา


         “พวกเราเดินทาง”หนิงเป่านั้นไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้ที่สุด มันมุ้งมั้นกับการฝึกฝนไม่เคยพบเจอเรื่องความรักมาก่อนเรื่องพวกนี้มันไม่ค่อยเข้าใจมากนักแลดูเป็นเรื่องละเอียดอ่อนถ้าเป็นปกติมันคงฆ่าจางเฉินแล้วพาทั้งสองคนไปนานแล้ว


         สุดท้ายก็ต้องจากกันจางเฉินมองตามหลังกริฟฟ่อนตัวใหญ่ที่ค่อยๆ มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆจนกลายเป็นจุดด่างดำบนท่องฟ้า กำปั้นแน่นแล้วปฏิญานตนจะต้องฝึกฝนให้หนักขึ้น  และหาทางแก้พิษให้ได้ ที่เขากำหนดไว้สามปีเขาเผื่อไว้ว่าหากการแก้พิษไม่สำเร็จแล้วเขาตาย ทั้งสองคนจะได้ไม่ต้องรอเขา