บทที่ 84 ประหลาดใจ
หัวใจของคนเป็นอาจารย์ร่วงลงไปถึงตาตุ่ม หญิงสาวอ้าปากค้าง มองไปยังโต๊ะทำงานของนักเรียนแล้วก็ปวดใจ เธอมองไปยังนักเรียนทั้งหมดที่ยังคงเงียบและไม่พูดอะไร รู้สึกเหมือนว่าเธอกำลังอยากจะกรีดร้องออกมาด้วยซ้ำ
“อาจารย์เหวินครับ คือเรื่องนี้...” ตงเจิ้นพยายามจะอธิบายออกมา ทั้งยังต้องบอกว่านักเรียนรุ่นน้องอันคนนั้นมีความดีความชอบด้วย แต่เขาก็ยังคงช้าเกินไปอยู่ดี
“ทำไมเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้แล้วทุกคนถึงไม่ยอมหาทางออกกัน! รู้ไหมว่างานนี้สำคัญมากขนาดไหนน่ะ หากงานนี้ไม่สำเร็จ พวกเราจะตอบกับทางการอย่างไร? เงินทั้งหมดที่เอามาใช้มากมายเกินกว่าที่จะชดเชยได้ ต่อให้พวกเธอทั้งหมดเป็นนักล่าทั้งชีวิต ก็ไม่สามารถใช้คืนได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน!!”
“ไม่ใช่แค่เรื่องเงินเครดิตเท่านั้น แม้แต่ภาพลักษณ์ที่อาจารย์สั่งสมมาตลอดจะทำอย่างไร? สุดท้ายต้องมาเสียหายเพราะพวกเธองั้นหรอ? เหลวไหลสิ้นดี!! ถ้าอาจารย์รู้ว่าพวกเธอไร้ความรับผิดชอบ เป็นนักเรียนที่ไม่ได้เรื่องแบบนี้ คงไม่ยอมให้มาช่วยงานหรอก ฉันทำเองเสียยังจะดีกว่า!!”
“อีกอย่าง รู้ไหมว่าพรุ่งนี้ใครมาที่นี่บ้างน่ะ ไม่ใช่แค่ผู้อำนวยการสถาบันเท่านั้น แต่คนระดับสูงของทางการ และพวกประธานสมาคมต่างๆก็เข้าร่วมด้วย พวกเธอไม่รู้หรอกว่าอาจารย์รอโอกาสนี้มานานแค่ไหน นี่เป็นครั้งแรกที่ประธานจางคนนั้นต้องการเข้ามาชมผลงานของฉันด้วย แต่สุดท้ายแล้วพวกเธอก็ทำพังทั้งหมด!!”
“จำเอาไว้เลยนะ ถ้าวันนี้คนอย่างอาจารย์เหวินต้องพัง ก็จะไม่มีทางปล่อยพวกเธอทั้งหมดไปแน่ ฉันจะทำให้พวกเธอรู้ว่าในฐานะอาจารย์แล้ว ฉันทำอะไรได้บ้าง!”
“โทษของพวกเธอจะไม่ใช่แค่ไล่ออกจากสถาบันเท่านั้นแน่ๆ แต่ฉันจะทำให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครสนับสนุนพวกเธออีก แม้แต่รับเข้าองค์กรก็ไม่มีโอกาส!”
อาจารย์เหวินกรีดร้องออกมาอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาของเธอเป็นสีแดงก่ำจนดูน่ากลัว คำพูดของเธอนั้นแสดงความคุกคามออกมาอย่างเห็นได้ชัด พวกนักเรียนที่เคยหลับหูหลับตาคิดว่าอาจารย์ของตนเองใจกว้าง เวลานี้กลับค่อยๆหดคอลง ...
น่ากลัว! อาจารย์เหวิน แท้จริงแล้วเป็นคนน่ากลัวขนาดนี้เลยหรือ?
หลายคนตกใจเพราะคาดไม่ถึง แต่หลายคนกลับย้อนคิดไปถึงข่าวลือก่อนหน้านี้ที่พูดกันเกี่ยวกับว่าอาจารย์เหวินเป็นพวกไม่แยกแยะ สาเหตุที่ลากนักเรียนทุนอันมาอยู่กับตัวเองก็แค่เพราะอยากสร้างความลำบากให้ แม้ว่าเมื่อวันก่อนพวกเขาจะได้ยินทัศนคติของอาจารย์เหวินแล้ว และพบว่ามันไม่ใช่ทัศนคติที่มีปัญหา ทว่าวันนี้ล่ะ...อาจารย์เหวินแสดงความคิดที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิงจนน่ากลัว
ไม่เหมือนอาจารย์เหวินที่ใจกว้างคนนั้น ถ้านักเรียนของเธอทำเรื่องผิดพลาดขึ้น อาจารย์เหวินก็จะลงโทษด้วยการทำลายเด็กคนนั้นทิ้งเลยหรือ? นี่คือความสัมพันธ์ระหว่างศิษย์และอาจารย์หรือ?
“อาจารย์ครับ ได้โปรดใจเย็นๆก่อนครับ ที่จริงแล้วเอกสารพวกนั้นไม่ได้หายไปนะครับ” นักเรียนชายคนหนึ่งรีบพูดเมื่อเห็นว่าอาจารย์เหวินหยุดพักไปหอบหายใจ
ก่อนหน้านี้เขาอยากจะบอกข่าวดีกับอาจารย์เหวินด้วยซ้ำ เอกสารที่อาจารย์ต้องการนั้นน่าจะใช้เวลาไม่นานก็ทำเสร็จแล้ว ดูว่าพวกมันถูกจัดเรียงเอาไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พวกเขามีหน้าที่แค่ต้องเรียบเรียงอีกครั้งก็เท่านั้น แต่ไม่ได้คิดเลยว่าอาจารย์เหวินจะด่ากราดออกมาแบบนี้
“หมายความว่ายังไง เอกสารพวกนั้นไม่ได้หายไป ถ้าอย่างนั้นอยู่ที่ไหน!”
“ดะ ด้านนี้ครับ อาจารย์ต้องมาตรวจสอบด้วยตัวเองครับจึงจะเข้าใจ ดูเหมือนว่าห้องทำงานของพวกเราจะมีปรมาจารย์เข้ามาช่วยเหลือแล้วครับ” นักเรียนชายคนนั้นรีบพูด เขายังขยับตัวเพื่อให้อาจารย์เหวินเข้ามาตรวจสอบด้วยตนเองด้วย
อาจารย์สาวระงับโทสะของตนเอง เธอเดินกระทืบเท้าเสียงดังเข้ามาตรวจสอบ
คิ้วเรียวที่ขมวดมุ่นค่อยๆเปลี่ยนเป็นเรียบตึง หลังจากนั้นก็เลิกขึ้นด้วยความประหลาดใจ เธอไม่ได้หยุดอยู่ที่ชั้นเดียวเท่านั้น เมื่อตรวจสอบชั้นแรกเสร็จ เธอก็ไล่ดูเอกสารจากชั้นอื่นๆด้วย
ยิ่งได้อ่านได้ตรวจสอบมากเท่าไร ใบหน้าของเธอก็ยิ่งปรากฏความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นเท่านั้น
“นี่...เอกสารพวกนี้ ใครเป็นคนทำงั้นหรือ?” อาจารย์เหวินหันไปถาม นักเรียนในห้องมองหน้ากันเอง พวกเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใครทำ แต่ทุกคนคิดเอาเองว่าคนที่ช่วยเหลือจัดระเบียบเอกสารพวกนี้จนเป็นเรื่องเป็นราวได้ จะต้องเป็นผู้มีความรู้ระดับสูงคนหนึ่ง
เดิมทีพวกเขาคิดว่าอาจจะเป็นอาจารย์เหวินด้วยซ้ำ เพราะคนที่จะรู้เรื่องนี้ดีที่สุดคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอาจารย์ ทว่าเมื่ออาจารย์ถามออกมาแบบนี้ ก็ชัดเจนแล้วว่าเธอเองก็ไม่รู้เรื่องเช่นกัน
“เอ่อ เดิมที...พวกเราคิดว่าอาจารย์เป็นคนทำครับ”
“ไม่ใช่ ไม่ใช่อาจารย์ที่เป็นคนจัด” คำพูดของอาจารย์เหวินเปลี่ยนกลับมาสุภาพอีกครั้ง เธอก็รู้สึกเหมือนเด็กๆ เกี่ยวกับงานที่ได้รับคำสั่งมานี้ ไม่น่าจะใช่เรื่องยากอีกแล้ว
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราเองก็ไม่รู้....”
“อาจารย์ครับ ที่จริงแล้วเอกสารพวกนี้เป็นรุ่นน้องอันที่ช่วยจัดเรียงให้ครับ เมื่อวานอาจารย์สั่งให้รุ่นน้องมาจัดเอกสารในห้อง รุ่นน้องอันก็เลยมาทำงานตั้งแต่เช้าจนตอนนี้เลยครับ”
ตงเจิ้นรีบพูดความจริงออกไปรวเดียวในหนึ่งลมหายใจราวกับกลัวว่าจะไม่ได้พูดอีก เมื่อพูดจบ...เขายังหอบหายใจเข้าเฮือกใหญ่ด้วยซ้ำ
“หมายความว่ายังไง?” อาจารย์เหวินไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่ได้ยิน เธอขมวดคิ้วแล้วมองตงเจิ้นด้วยสายตาจริงจังอีกครั้ง
ถ้าไม่ใช่ว่าตงเจิ้นทำงานกับเธอมาตลอดเกือบ 4 ปี ทั้งยังเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมายแทบจะมากที่สุดในบรรดานักเรียนทั้งหมด อาจารย์เหวินอาจจะคิดว่าตงเจิ้นกำลังเล่นตลกกับเธอเสียแล้ว
“นักเรียนอันตั้งใจอ่านข้อมูลทั้งหมดเพื่อทำความเข้าใจคร่าวๆแล้วพยายามจัดเรียงเอกสารเท่าที่ทำได้ครับ ผมเองก็ตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารส่วนใหญ่เรียบเรียงได้ถูกต้องเลย ดังนั้นงานที่อาจารย์ได้รับมอบหมายมา น่าจะสรุปผลได้ในไม่กี่ชั่วโมงนี้” ตงเจิ้นชื่นชมคนทำดีเสมอ เมื่อเห็นว่าซูหยวนตั้งใจทำงานขนาดนี้ เขาก็ต้องเอ่ยปากพูดถึงเธอ
อาจารย์สาวกวาดสายตาไปรอบๆก่อนจะเจออันซูหยวน นักเรียนทุนที่น่ารังเกียจคนนั้น มุมปากของเธอเผลอคว่ำลงเล็กน้อยด้วยความเกลียดชัง
แน่นอนว่าเธอจำได้ถึงคำสั่งที่มอบให้ เดิมทีคิดว่านักเรียนทุนอันที่น่ารังเกียจคนนี้จะมาพร้อมๆกับเธอ เมื่ออีกฝ่ายเตรียมจะจัดเอกสาร เธอจะเอ่ยปากติติงทุกขั้นตอน เธอเชื่อว่าจะทำให้นักเรียนอันอึดอัดจนถึงขั้นร้องไห้วิ่งหนีไปเลย
เธอไม่ได้คาดคิดว่าเมื่อมาถึง อีกฝ่ายจะจัดเอกสารเกือบทั้งหมดเสร็จแล้ว ทั้งยังเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมเสียด้วย!
“อาจารย์ตรวจสอบแล้วเช่นกัน แม้ว่านักเรียนอันจะใช้ความพยายามทั้งหมดที่มี แต่ก็ยังมีหลายอย่างที่ไม่ถูกต้อง ถึงจะได้ชื่อว่าอัจฉริยะ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำเรื่องต่างๆอย่างส่งๆแบบนี้”
อาจารย์สาวผู้มีอคติต่อซูหยวนไม่มีทางยอมรับผลงานที่ยอดเยี่ยมนี้ ดังนั้นเธอจึงตำหนิออกมา ทั้งๆที่ในใจก็รู้ว่าความจริงแล้วคืออะไร โดยไม่คาดคิด...ทัศนคติที่เธอแสดงออกมานี้ กลับทำให้นักเรียนหลายคนในห้องเรียนที่เคยเคารพเป็นอย่างมาก เริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ
“ถ้ามีตรงไหนผิดพลาด รบกวนอาจารย์แนะนำด้วยค่ะ”
“เหอะ คิดว่าพวกฉันมีเวลามากนักหรือไง? ถ้าอยากจะรู้ว่าทำอะไรผิด อย่างนั้นก็ใช้เวลาไปกับการทบทวนเอกสารที่จัดไว้ไม่เรียบร้อยพวกนี้เถอะ ตอนนี้ทั้งอาจารย์และนักเรียนคนอื่นๆจะต้องรีบทำสรุป ซึ่งเป็นงานที่สำคัญกว่า ไม่ใช่ว่าเธอเป็นอัจฉริยะหรอกหรือ? ถ้าเรื่องอื่นๆยังเรียนรู้ได้ เช่นนั้นเรื่องนี้ก็น่าจะทำได้เช่นกัน”
อาจารย์เหวินโบกมือ เธอจะบอกได้อย่างไรว่าการทำงานของนักเรียนอันผิดตรงไหน นั่นเพราะหญิงสาวแทบจะไม่ได้ทำอะไรผิดเลยอย่างไรล่ะ
ขนาดเธอที่เป็นอาจารย์เจ้าของงานวิจัยนี้ ก็ยังรู้สึกว่าการจัดเรียงเอกสารนั้นสมบูรณ์แบบ ชนิดที่ว่าเป็นประโยชน์ในการศึกษางานวิจัยต่อไปด้วยซ้ำ
เห็นได้ชัดว่าอาจารย์เหวินที่ไม่ชอบซูหยวนก็ยังเปลี่ยนใจ จากที่คิดว่าน่าจะไล่เธอออกไปหลังจากที่ใส่ความซูหยวนสักสามหรือสี่ครั้ง ตอนนี้กลับมีความคิดที่อยากจะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้เพื่อทำงานให้ตนเองเสียแล้ว
ความขัดแย้งกันนี้ทำให้อาจารย์เหวินไม่สบตาซูหยวนอีก เธอเดินเข้าไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง มองดูเอกสารที่ถูกจัดเอาไว้อย่างเป็นระเบียบด้วยความรู้สึกยากจะอธิบาย
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานแทบจะทันทีที่อาจารย์กลับไปที่โต๊ะทำงานของตนเอง เพราะทุกคนยังมีงานอยู่ในมือ แทนที่จะเสียเวลาไปคิดเรื่องเหล่านี้ จำเป็นต้องสนใจงานด่วนนี้เสียก่อน อีกประการ...สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันซับซ้อนมากเกินไป มากจนพวกเขาไม่อยากคิดถึงมันอีกแล้ว
ซูหยวนได้รับคำสั่งใหม่ เธอจึงนั่งอยู่กับที่แล้วเปิดอ่านเอกสารที่เพิ่งจัดเรียงเสร็จ แน่นอนว่าคำสั่งนี้ไม่ใช่ว่าเธอไม่เข้าใจว่าอาจารย์เหวินมีจุดประสงค์อะไรในการออกคำสั่ง แต่เธอก็ไม่ได้โต้เถียงหรือทำให้คนต้องอับอาย เพียงใช้โอกาสนี้เพื่อศึกษาเอกสารทั้งหมดอย่างละเอียด เก็บเป็นความรู้ในตอนที่ยังมีโอกาสดีกว่า
อย่างไรก็ตาม การกระทำของเธอทำให้นักเรียน 3-4 คนก่อนหน้านี้ที่มีความยินดีกับการที่เอกสารของตนเองไม่ถูกแตะต้อง กลับรู้สึกอยากจะร้องไห้แทน
พวกเขาเดินไปเดินมาเหมือนหนูติดจั่น ใจหนึ่งก็อยากจะขอให้รุ่นน้องอันช่วยมาจัดเอกสารของพวกเขาบ้าง แต่ก่อนหน้านี้เป็นพวกเขาเองที่ทำให้เธอโดนตำหนิ แถมยังหัวเราะดีใจที่เอกสารของพวกตนยังอยู่ที่เดิมด้วย หากร้องขอออกไป พวกเขายังจะถูกเรียกว่ารุ่นพี่ได้หรือ?
ที่สำคัญที่สุดเลยก็คือ...รุ่นน้องอันคนนี้เพิ่งเข้ามาศึกษาอยู่กับอาจารย์เหวินเพียง 2 วันเท่านั้น ในขณะที่พวกเขาช่วยงานอาจารย์มาหลายปี ถ้าให้คนที่เพิ่งเข้ามาจัดเอกสารของพวกเขาง่ายๆ แต่พวกเขาไม่มีความสามารถทำมันเอง เช่นนั้นไม่ใช่ยอมรับว่าตนเองเป็นพวกโง่เขลาหรอกหรือ?
เพราะกลัวที่จะต้องอับอาย สุดท้ายแล้วความกดดันทั้งหมดก็อยู่ที่พวกเขาเอง ในขณะที่คนอื่นๆจัดเตรียมสรุปเสร็จแล้วในเวลาอันสั้น พวกเขายังงมหาเอกสารกันอยู่เลย ไม่รู้ว่าอันไหนเป็นขั้นแรก อันไหนเป็นขั้นสอง รู้เพียงขั้นสุดท้ายและก่อนสุดท้ายที่ศึกษาอยู่คืออะไรแค่นั้น
“ยังไม่เสร็จอีกหรือ?” ตงเจิ้นมองเห็นท่าทางเหมือนคนอมของเสียเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะเยาะออกมา
ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้ยังแสดงรอยยิ้มเย้ยหยันพวกเขาอยู่เลยหรือ? แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้แสดงท่าทางเหมือนกับเพิ่งกินของเสียเข้าไปกันเล่า! หากจะหัวเราะ เหตุใดไม่หัวเราะตั้งแต่ต้นจนจบล่ะ เวลานี้จะมาทำหน้าเศร้าใจทำไม เหอ เหอ เหอ นี่แหละ...เขาถึงได้เรียกว่า หัวเราะที่หลังย่อมดังกว่าน่ะ!
“เอกสารของพวกฉันมีความซับซ้อนมาก ไม่น่าแปลกที่มันจะต้องใช้เวลา”
“โอ้ อย่างนั้นหรอ ถ้าอย่างนั้นก็เร่งมือเข้านะ ไม่ว่าจะซับซ้อนแค่ไหน อาจารย์ก็ต้องการสรุปผลวันนี้” ตงเจิ้นยิ้มเยาะ ไม่ว่าอีกฝ่ายจะพูดให้ตัวเองดูดีแค่ไหน ความจริงคืออะไร ทุกคนก็รู้ดีอยู่แก่ใจ
หากอีกฝ่ายยอมรับความจริงว่าไม่มีความสามารถในการจัดเรียงเอกสารได้เหมือนที่รุ่นน้องอันจัดการ เช่นนั้นเขาก็อาจจะบากหน้าขอให้รุ่นน้องช่วยเหลือไปแล้ว เพราะอย่างไร...ท่าทางที่น่าขบขันของเขาก่อนหน้านี้ก็ถูกมองเห็นโดยรุ่นน้องแล้ว คนฉลาดแบบเธอย่อมต้องรู้ว่าเขาไร้ความสามารถเช่นที่เธอมี ที่สำคัญก็คือ...ตอนนี้เขารู้สึกว่ารุ่นน้องอันก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดีอะไร กลับกัน...เธอดูเหมือนจะน่าคบหาไม่น้อยเลย
เขาไม่รู้ว่าอาจารย์และรุ่นน้องอันมีปัญหาอะไร บางทีอาจจะแค่ความเข้าใจผิดกันก็ได้ ซึ่งจากเหตุการณ์ในวันนี้ เขากลับรู้สึกว่ารุ่นน้องอันดูเหมือนจะเป็นคนที่มีความสุขุมยิ่งกว่าอาจารย์เสียด้วยซ้ำ
“รุ่นน้องอัน นี่คือสรุปของฉัน เธอลองดูสิว่ามีตรงไหนไม่เข้าใจไหม”
“คะ?”
“ก็...เธอไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับข้อมูลที่พวกเราวิจัยอยู่ แต่ถ้าเธออ่านมันแล้วเข้าใจได้ ก็แปลว่าที่ฉันสรุปออกมาค่อนข้างดี...” ตงเจิ้นบอกกับรุ่นน้องที่กำลังอ่านเอกสารอย่างตั้งใจ
มองดูแล้ว รุ่นน้องอันที่มีความขยันแบบนี้ เขายิ่งรู้สึกเอ็นดูเธอมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก
พวกนักเรียนคนอื่นมองดูตงเจิ้นด้วยความตกใจ จริงอยู่ที่พวกเขาคิดว่ารุ่นน้องอันมีความสามารถในการจัดเรียงเอกสารเหล่านี้จนทำให้พวกเขาทำงานได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ได้คิดเลยว่าตงเจิ้นจะเชื่อมั่นในตัวรุ่นน้องอันขนาดที่ให้เธอช่วยตรวจเอกสารให้ด้วย
แน่นอนว่าตงเจิ้นก็ไม่รู้ว่าตัวเองเอาความมั่นใจมาจากไหนเช่นกัน ทว่า...สุดท้ายแล้วเขาจะได้รู้ว่าผลของการตัดสินใจวันนี้ มันจะทำให้เขาได้รับคำชมอย่างดีเพียงคนเดียว!
…………………………