วิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade

    ตอนที่ 32: แดนสวรรค์เบื้องบนและการต้อนรับด้วยเลือดเซียน

    แสงสว่างสีทองคำขาวที่อาบไล้ร่างของหลินเฟยขณะก้าวข้ามผ่านประตูมิติบรรพกาล ค่อยๆ จางหายไปพร้อมกับความรู้สึกถึงแรงเหวี่ยงอันมหาศาลที่ฉีกกระชากมิติ ทว่าสิ่งที่เข้ามาแทนที่เมื่อเขาก้าวเท้าลงสัมผัสผืนดินแห่งใหม่ กลับไม่ใช่ความปลอดโปร่งหรือความเบาสบายอย่างที่ผู้ฝึกยตนระดับสูงควรจะได้รับ แต่มันคือ 'แรงกดดันแห่งกฎเกณฑ์' ที่ถาโถมลงมาครอบงำร่างของเขาทั้งร่างประดุจขุนเขาเหล็กกล้านับหมื่นลูกที่หล่นทับลงมาในคราวเดียว!

    ตึง!

    ร่างของหลินเฟยที่เคยยืนหยัดต้านทานเนตรสวรรค์ได้อย่างองอาจ บัดนี้กลับทรุดฮวบลงคุกเข่ากระแทกกับพื้นผิวที่เย็นเยียบและแข็งแกร่งดุจเพชรสวรรค์ เสียงกระดูกทั่วทั้งร่างกายลั่นกรอบแกรบอย่างน่าหวาดเสียวราวกับว่ามันกำลังจะแตกหักออกเป็นเสี่ยงๆ เลือดสีแดงสดที่ยังคงเจือปนความเป็นมนุษย์ ซึมทะลักออกจากมุมปาก รูจมูก และตามรูขุมขนทั่วร่างกาย แรงโน้มถ่วงและกฎเกณฑ์ของสถานที่แห่งนี้รุนแรงกว่าทวีปเบื้องล่างที่เขาจากมาถึงหนึ่งร้อยเท่า! หากเป็นยอดฝีมือระดับแก่นแท้ขั้นสูงสุด หรือแม้แต่ครึ่งก้าววิญญาณแรกกำเนิดจากโลกมนุษย์คนอื่นๆ หลุดเข้ามาที่นี่ ร่างกายของพวกมันคงถูกบดขยี้กลายเป็นเพียงกองเลือดและเศษกระดูกที่แหลกเหลวภายในเสี้ยววินาที

    หลินเฟยกัดฟันกรอดจนเลือดซิบ เขาดันฝ่ามือทั้งสองข้างลงกับพื้นศิลา พยายามฝืนต้านทานกฎเกณฑ์ของมิติใหม่แห่งนี้อย่างสุดกำลัง อากาศที่นี่ไม่ได้เบาบางหรือว่างเปล่า แต่มันอัดแน่นไปด้วย 'ปราณเซียน' ที่บริสุทธิ์ หนาแน่น และหนักอึ้งจนแทบจะกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ทุกครั้งที่เขาสูดลมหายใจเข้า ปราณเซียนเหล่านี้จะไหลทะลักเข้าสู่ปอดราวกับมีดโกนนับพันเล่มที่แหลมคม กรีดเฉือนเส้นชีพจรและอวัยวะภายในที่ยังไม่คุ้นชินให้ได้รับความเจ็บปวดแสนสาหัสประดุจถูกลงทัณฑ์

    'ทนเอาไว้ เด็กน้อย... นี่คือบททดสอบแรกของการก้าวข้ามขีดจำกัด!' เสียงกระซิบที่เก่าแก่และทรงอำนาจของจิตวิญญาณศาสตราดังก้องขึ้นในโสตประสาทของเขา 'ที่นี่คือแดนสวรรค์เบื้องบน มิติที่กฎเกณฑ์แห่งจักรวาลมีความสมบูรณ์แบบและแข็งแกร่งที่สุด ร่างกายของมนุษย์เบื้องล่างที่ถูกสร้างขึ้นจากมิติที่เปราะบาง ไม่มีทางทนรับความบริสุทธิ์ของที่นี่ได้ เจ้าต้องใช้ปราณปฐมกาลเพื่อชำระล้าง เผาผลาญสายเลือดเดิม และผลัดเปลี่ยนกระดูกของเจ้าใหม่ทั้งหมด! หากเจ้าผ่านไปไม่ได้ เจ้าก็จะกลายเป็นเพียงปุ๋ยคอกให้แก่ผืนดินแห่งนี้!'

    "เรื่องแค่นี้... ไม่ต้องบอก... ข้าก็รู้!"

    หลินเฟยคำรามในลำคอด้วยน้ำเสียงที่ดุดัน นัยน์ตาสีเทาลึกล้ำที่แฝงประกายหยินหยางเบิกกว้างขึ้น เขาไม่ได้ใช้พลังปราณเพื่อสร้างเกราะป้องกันหรือต้านทานแรงกดดันอีกต่อไป แต่เขาเลือกที่จะ 'เปิดรับ' มันอย่างบ้าบิ่น! จักรวาลจำลองที่เพิ่งก่อตัวขึ้นในจุดตันเถียนของเขาหมุนวนอย่างบ้าคลั่ง พลังปราณปฐมกาลที่เกิดจากการหลอมรวมแสงสว่างสูงสุดและพลังมารที่มืดมิดที่สุด ไหลทะลักออกจากแก่นแท้ เข้าโอบรัดและดูดกลืนปราณเซียนรอบนอกที่กำลังกรีดเฉือนร่างกายของเขา เข้ามาอย่างตะกละตะกลาม

    ครืนนนนน! เพล้ง!

    ร่างของหลินเฟยสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนมิติรอบข้างเกิดรอยร้าว เลือดสีแดงคล้ำซึ่งเป็นสิ่งเจือปนและของเสียจากมิติเบื้องล่าง ถูกพลังปฐมกาลขับดันออกจากรูขุมขนจนหมดสิ้น กระดูกทุกชิ้นในร่างกายของเขาแตกร้าว แหลกละเอียด และถูกสร้างขึ้นใหม่แบบฉับพลันด้วยความหนาแน่นที่เพิ่มขึ้นนับร้อยเท่า ผิวพรรณที่เคยเปล่งประกายสีทองแดงดุจโลหะ แปรเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดที่แฝงไปด้วยความมันวาวดุจหยกศักดิ์สิทธิ์ แต่กลับมีความแข็งแกร่งและทนทานยิ่งกว่าโลหะสวรรค์ใดๆ ภายในเวลาเพียงไม่ถึงสิบลมหายใจ กระบวนการ 'ผลัดกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็น' เพื่อปรับตัวเข้าสู่มิติเบื้องบนก็เสร็จสมบูรณ์แบบ

    หลินเฟยค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืนได้อย่างมั่นคงและสง่างาม แรงกดดันมหาศาลที่เคยกดทับเขาจนแทบกระอักเลือด บัดนี้ให้ความรู้สึกเบาหวิวราวกับสวมใส่เสื้อผ้าที่ทอจากขนนก เขาสูดลมหายใจลึก กลิ่นอายของปราณเซียนที่เคยบาดลึก บัดนี้กลับกลายเป็นน้ำทิพย์อันหอมหวนที่หล่อเลี้ยงและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายในทุกจังหวะการหายใจ เขาทอดสายตามองไปรอบๆ เพื่อสำรวจดินแดนที่เพิ่งก้าวเข้ามาเหยียบย่างเป็นครั้งแรก

    สถานที่ที่เขายืนอยู่คือ 'แท่นศิลาลอยฟ้า' ขนาดยักษ์ที่มีความกว้างหลายร้อยลี้ มันถูกสร้างขึ้นจากหินหยกสวรรค์สีขาวบริสุทธิ์ที่สลักลวดลายเมฆามงคล เบื้องล่างของแท่นศิลาคือทะเลหมอกสีทองที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา คลื่นหมอกม้วนตัวไปมาราวกับมหาสมุทรที่มีชีวิต ท้องฟ้าเบื้องบนเป็นสีครามกระจ่างใสอย่างที่โลกมนุษย์ไม่เคยมี และสิ่งที่น่าตื่นตาที่สุดคือ มีดวงอาทิตย์สีทองคำถึงสามดวงลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า สาดส่องแสงสว่างที่อบอุ่นและเปี่ยมไปด้วยพลังชีวิต ทัศนียภาพรอบด้านเต็มไปด้วยเกาะลอยฟ้าน้อยใหญ่ น้ำตกคริสตัลที่ไหลย้อนกลับขึ้นสู่เบื้องบนตามแรงโน้มถ่วงที่แปลกประหลาด และวิหคเพลิงสวรรค์ที่โบยบินส่งเสียงร้องก้องกังวานอยู่ลิบๆ ช่างเป็นดินแดนที่งดงาม ศักดิ์สิทธิ์ และบริสุทธิ์ประดุจความฝันของมวลมนุษย์

    ทว่า ภายใต้ความงดงามและเงียบสงบนั้น สัญชาตญาณอันเฉียบคมของหลินเฟยกลับสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตและจิตสังหารที่กำลังพุ่งตรงมาหาเขาด้วยความเร็วสูง!

    วูบบบบ! วูบบบบ! วูบบบบ!

    ทันใดนั้น ทะเลหมอกสีทองเบื้องหน้าก็ถูกแหวกออกอย่างรุนแรง ลำแสงสีเงินวาววับนับสิบสายพุ่งทะยานลงมาจากเกาะลอยฟ้าที่อยู่สูงขึ้นไป ปรากฏเป็นร่างของเหล่ายอดฝีมือในชุดเกราะสีเงินสลักลายสวรรค์ที่ขี่ 'กระเรียนเซียน' ขนสีขาวบริสุทธิ์ขนาดใหญ่เท่าบ้านเป็นพาหนะ พวกเขาทั้งสิบคนถือหอกยาวที่ปลดปล่อยประกายสายฟ้าสวรรค์สีครามออกมาเป็นระยะ รังสีพลังที่แผ่ออกมาจากร่างของทหารองครักษ์แต่ละคน ล้วนอยู่ในระดับ 'วิญญาณแรกกำเนิดขั้นต้น' ซึ่งเป็นระดับที่สูงส่งจนสามารถทำลายล้างทวีปเบื้องล่างได้อย่างง่ายดาย!

    ตรงกลางกลุ่มทหารองครักษ์ มีบุรุษหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาหมดจดทว่าแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและเย็นชา สวมชุดเกราะสีทองคำขาว สวมมงกุฎขนนกสวรรค์ที่เปล่งประกายเจิดจ้า รังสีพลังของมันล้ำลึกและแข็งแกร่งยิ่งกว่าใคร มันคือระดับ 'วิญญาณแรกกำเนิดขั้นกลาง'! ชายผู้นี้คือ 'แม่ทัพพิทักษ์ด่านสวรรค์' ผู้มีหน้าที่เฝ้าระวังและกวาดล้างสิ่งแปลกปลอมที่เล็ดลอดผ่านรอยต่อของมิติ

    "เจ้าหนูสกปรกจากแดนเบื้องล่าง!" แม่ทัพหนุ่มเกราะทองคำขาวชี้ปลายหอกที่เปล่งประกายสายฟ้ามาที่หลินเฟย น้ำเสียงของมันดังกังวานและเต็มไปด้วยความดูแคลนอย่างถึงที่สุด ราวกับกำลังพูดคุยกับหนอนแมลงที่น่ารังเกียจ "แกกล้าดีอย่างไรถึงใช้กำลังเถื่อนฉีกกระชากเนตรสวรรค์ ทำลายกฎเกณฑ์ และลักลอบขึ้นมายังแดนสวรรค์เบื้องบนอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้! กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากตัวแก... มันคละคลุ้งไปด้วยความตายและความมืดมิด มันคือกลิ่นอายของ 'ศัสตราต้องห้าม' ชิ้นนั้น ที่องค์มหาเทพบัญชาให้ตามหาและทำลายทิ้งให้สิ้นซาก!"

    หลินเฟยยังคงยืนเอามือไพล่หลัง ลมสวรรค์ที่พัดผ่านแท่นศิลาพัดชายเสื้อคลุมสีดำสนิทของเขาให้สะบัดพลิ้ว เขาปรายตามองกลุ่มผู้พิทักษ์นับสิบคนที่อยู่บนหลังกระเรียนเซียนด้วยแววตาที่เย็นชา ว่างเปล่า และปราศจากความหวาดกลัวใดๆ

    "ศัสตราต้องห้ามงั้นรึ?" หลินเฟยแค่นเสียงหัวเราะเยาะ "ดูเหมือนว่าพวกสุนัขรับใช้บนสวรรค์ จะมีนิสัยชอบเห่าหอนน่ารำคาญ และชอบตั้งชื่อโง่ๆ ให้กับสิ่งที่พวกตนหวาดกลัว ไม่ต่างจากพวกสุนัขบนโลกมนุษย์เลยสินะ ช่างน่าสมเพชจริงๆ"

    "สามหาว! เป็นแค่มดปลวกโสมมที่เพิ่งคลานขึ้นมาจากโคลนตม กลับกล้าจาบจ้วงแม่ทัพแห่งเก้าสวรรค์!" เหล่าทหารองครักษ์เกราะเงินโกรธจัดจนหน้าแดงก่ำ ไม่เคยมีใครกล้าดูหมิ่นตัวตนของพวกมันเช่นนี้มาก่อน พวกมันกระตุ้นกระเรียนเซียนด้วยปราณวิญญาณ กระเรียนยักษ์ทั้งสิบตัวกระพือปีกอย่างบ้าคลั่ง ปลดปล่อยพายุ 'เข็มน้ำแข็งสวรรค์' นับหมื่นๆ เล่ม ที่แหลมคมและแฝงไปด้วยไอเย็นระดับสัมบูรณ์ พุ่งเข้าใส่ร่างของหลินเฟยราวกับห่าฝนดาวตกมฤตยู การโจมตีประสานนี้รวดเร็วและทรงพลังพอที่จะเจาะทะลุภูเขาเหล็กกล้าให้เป็นรังผึ้งได้ในพริบตา

    หลินเฟยไม่ได้ขยับเท้าถอยหลังแม้แต่ก้าวเดียว เขาเพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมาเบื้องหน้าอย่างเชื่องช้า ศัสตราไร้ลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบปรากฏขึ้นในฝ่ามืออย่างเงียบกริบ! ใบดาบที่ไร้รอยต่อ ครึ่งหนึ่งดำสนิทดุจความมืดมิดของรัตติกาล และอีกครึ่งหนึ่งขาวสว่างดุจความบริสุทธิ์ของดวงตะวัน ส่องประกายลี้ลับที่ทำให้มิติรอบๆ บิดเบี้ยว โกร่งกระบี่ที่สลักรูปทูตสวรรค์และมารร้ายโอบกอดกัน แผ่รังสีแห่งการก่อกำเนิดและการทำลายล้างที่สอดประสานกันอย่างสมบูรณ์แบบ

    "ให้ข้าได้ลองทดสอบดูหน่อยเถิด... ว่าเลือดของพวกเซียนที่ชอบอวดอ้างตนว่าสูงส่งบนสวรรค์แห่งนี้ จะมีสีแดงและคาวคลุ้งเหมือนกับเลือดของมนุษย์หรือไม่!"

    หลินเฟยตวัดศัสตราไร้ลักษณ์ไปเบื้องหน้าด้วยท่วงท่าที่เรียบง่ายที่สุด เจตจำนงกระบี่ 'สมดุลหยินหยาง' ถูกปลดปล่อยออกมา มันไม่ได้ระเบิดเป็นคลื่นพลังที่บ้าคลั่งและกึกก้อง ทว่ามันก่อตัวเป็น 'เส้นด้ายแสงสีเทา' ที่บางเฉียบยิ่งกว่าเส้นผมของมนุษย์ มันแหวกอากาศออกไปอย่างเงียบกริบ ไร้สุ้มเสียง ไร้แรงกดดัน ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

    ฉึบ! ฉึบ! ฉึบ!

    ทว่าวินาทีที่พายุเข็มน้ำแข็งสวรรค์นับหมื่นเล่มที่พุ่งเข้ามาอย่างดุดัน ปะทะเข้ากับเส้นด้ายสีเทานี้ พวกมันกลับสลายกลายเป็นความว่างเปล่าราวกับถูกยางลบของจักรวาลลบเลือนไปในพริบตา เส้นด้ายมฤตยูยังคงพุ่งทะยานต่อไปข้างหน้า ทะลวงผ่านร่างของทหารองครักษ์เกราะเงินระดับวิญญาณแรกกำเนิดทั้งสิบคน และกระเรียนเซียนขนาดยักษ์ที่เป็นพาหนะของพวกมันอย่างเรียบเนียน ไร้ซึ่งแรงต้านทาน ไร้ซึ่งการปะทะของโลหะ

    เวลาบนแท่นศิลาลอยฟ้าดูเหมือนจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ ทหารองครักษ์เกราะเงินและกระเรียนเซียนหยุดชะงักค้างอยู่กลางอากาศในท่าทางที่กำลังโจมตี วินาทีต่อมา ร่างกายอันแข็งแกร่งและชุดเกราะสวรรค์ที่ทนทานของพวกมัน ก็ถูกแยกออกเป็นสองส่วนอย่างสมบูรณ์แบบและหมดจด! เลือดเซียนสีทองคำที่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณบริสุทธิ์ พุ่งกระฉูดออกมาราวกับฝนสีทอง รดลงบนความขาวบริสุทธิ์ของแท่นศิลาหยก ร่างไร้วิญญาณที่ถูกหั่นครึ่งร่วงหล่นลงสู่ทะเลหมอกเบื้องล่างอย่างเงียบงัน

    ยอดฝีมือระดับวิญญาณแรกกำเนิดขั้นต้นนับสิบคน... ถูกสับเป็นชิ้นๆ อย่างง่ายดายด้วยการฟันเพียงดาบเดียว!

    "บะ... บ้าน่า! เป็นไปไม่ได้!" แม่ทัพหนุ่มเกราะทองคำขาวเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า ใบหน้าที่เคยเย่อหยิ่งและหล่อเหลาบัดนี้ซีดเผือดไร้สีเลือด มันมองดูซากศพของลูกน้องหัวกะทิที่ร่วงหล่นลงไปต่อหน้าต่อตาด้วยความหวาดกลัวสุดขีดจนร่างกายสั่นสะท้าน "แก... แกเป็นแค่ตัวตนระดับครึ่งก้าววิญญาณแรกกำเนิดแท้ๆ ทำไมถึงสามารถทำลายเกราะสวรรค์และสังหารพวกมันที่มีระดับสูงกว่าได้อย่างง่ายดายเช่นนี้! ดาบนั่น... ดาบของแกมันคือตัวอันตรายระดับลบล้างจักรวาล!"

    "ความแตกต่างของขอบเขตพลังที่พวกเจ้าใช้แบ่งแยกและภาคภูมิใจนักหนา... มันไม่มีความหมายและไร้ค่า เมื่ออยู่ต่อหน้าศัสตราที่สามารถตัดได้แม้กระทั่งกฎเกณฑ์อันเป็นรากฐานของสวรรค์" หลินเฟยลดดาบลงชี้พื้น เลือดสีทองหยดหนึ่งไหลลงมาจากปลายกระบี่ เขาก้าวเดินช้าๆ ไปหาแม่ทัพหนุ่มที่กำลังสั่นงันงกอยู่บนหลังกระเรียนที่กำลังถอยหนี

    "อย่า... อย่าเข้ามานะ! ข้าคือแม่ทัพชั้นแนวหน้าแห่งตำหนักเก้าสวรรค์! หากแกกล้าแตะต้องข้า องค์มหาเทพจะ..."

    ซวบบบบ!

    คำขู่ที่แสนขี้ขลาดของแม่ทัพหนุ่มยังไม่ทันได้จบประโยค หลินเฟยก็ใช้วิชาก้าวพริบตาที่ผสานกับปราณปฐมกาล ทะลวงมิติและละเลยระยะทาง มาโผล่เบื้องหน้าของมันในเสี้ยววินาที มือซ้ายที่แผ่รังสีสีเทาลึกล้ำกระชากคอเสื้อเกราะของแม่ทัพหนุ่ม ดึงร่างของมันให้หลุดจากหลังกระเรียนเซียน ก่อนจะยกกะโหลกศีรษะของมันขึ้นบีบอย่างรุนแรงกลางอากาศ

    "อ๊ากกกกก!"

    แม่ทัพหนุ่มกรีดร้องโหยหวนอย่างสุดเสียง เมื่อพลังปฐมกาลของหลินเฟยแทรกซึมทะลวงเข้าไปในสมองและจิตวิญญาณของมันโดยตรง มันไม่ใช่แค่การทำร้ายร่างกายให้เจ็บปวด แต่มันคือ 'วิชาค้นวิญญาณกลืนกิน' ขั้นสูงสุด ที่หลินเฟยดัดแปลงและต่อยอดมาจากจิตมารของจักรพรรดิบรรพกาล

    ความทรงจำนับพันปี ประสบการณ์ และความรู้ทั้งหมดของแม่ทัพสวรรค์ ไหลทะลักเข้าสู่สมองของหลินเฟยราวกับเขื่อนแตก โครงสร้างทางภูมิศาสตร์ของแดนสวรรค์เบื้องบน ขุมอำนาจต่างๆ ที่ตั้งของตำหนักเก้าสวรรค์ นิกายเซียนอมตะ และข้อมูลเบื้องลึกเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตระดับ 'เทพเจ้า' และ 'มารสวรรค์' ที่ปกครองดินแดนแห่งนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกหลินเฟยสูบกลืนมาจนหมดสิ้นภายในไม่กี่อึดใจ

    เขาได้เรียนรู้ความจริงว่า โลกใบนี้กว้างใหญ่และลึกล้ำกว่าทวีปเบื้องล่างนับล้านเท่า และ 'สำนักกระบี่ไร้นาม' รวมถึง 'วิหารเทพสุริยัน' ที่เขาเพิ่งทำลายทิ้งไปนั้น เป็นเพียงแค่จุดเล็กๆ เป็นเพียงเครื่องมือหมากรุกที่พวกตัวตนบนสวรรค์ใช้เพื่อค้นหาและรวบรวมชิ้นส่วนศาสตราเท่านั้น ผู้บงการที่แท้จริง ผู้อยู่เบื้องหลังการนองเลือดทั้งหมด คือ 'มหาเทพบรรพกาล' ที่นั่งประทับอยู่บนบัลลังก์สูงสุดของตำหนักเก้าสวรรค์!

    "ที่แท้... โลกนี้ก็ยังมีสุนัขตัวใหญ่กว่าให้ข้าสับเนื้ออีกมากมายรออยู่สินะ"

    เป๊าะ!

    หลินเฟยแสยะยิ้มกว้างที่มุมปาก ก่อนจะออกแรงบีบมือเพียงเล็กน้อย กะโหลกศีรษะและวิญญาณแรกกำเนิดที่ซ่อนอยู่ภายในของแม่ทัพสวรรค์ ก็แหลกละเอียดเป็นผุยผงคามือของเขาอย่างง่ายดายราวกับบีบลูกองุ่น ร่างไร้วิญญาณที่กระตุกเกร็งถูกหลินเฟยโยนทิ้งลงสู่ทะเลหมอกอย่างไม่ไยดี เลือดเซียนสีทองคำหยดลงมาจากฝ่ามือของเขา หยดลงกระทบพื้นศิลา

    หลินเฟยเงยหน้ามองดวงอาทิตย์สีทองคำทั้งสามดวงที่ทอแสงอยู่บนท้องฟ้า นัยน์ตาสีเทาลึกล้ำที่สะท้อนสัจธรรมของจักรวาล ทอประกายความทะเยอทะยาน จิตสังหาร และความปรารถนาในการทำลายล้างที่ไม่มีวันดับสูญ แดนสวรรค์เบื้องบนที่เคยเงียบสงบ เสวยสุข และหลงระเริงในอำนาจมานานนับแสนปี บัดนี้ กำลังจะได้ทำความรู้จักกับความหวาดกลัวที่แท้จริง

    "มหาเทพบรรพกาล... ตำหนักเก้าสวรรค์... จงเตรียมตัวและล้างคอรอข้าไว้เถิด!"

    ร่างของเด็กหนุ่มในชุดเกราะสีดำ พุ่งทะยานขึ้นสู่อากาศด้วยความเร็วที่เหนือล้ำกว่าอุกกาบาต แหวกม่านทะเลหมอกสีทอง มุ่งหน้าสู่ใจกลางอันกว้างใหญ่ของแดนสวรรค์เบื้องบน ตำนานการล่าสังหารทวยเทพและการพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินของ 'มารไร้ลักษณ์' ได้เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการและไม่อาจหวนกลับได้อีกแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องวิถีศัสตราไร้ลักษณ์ : The Formless Immortal Blade ที่คุณอ่าน

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    เทพจักรพรรดิเจ้าพิภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    13.30M 1357
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    หมื่นจักรภพสยบราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.77M 4643
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    เทพยุทธ์แห่งใต้หล้า [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    7.72M 2500
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984