ราชันย์สิบโลก

    ตอนที่ 164 ผนึกโลกต้นกำเนิดสลาย

          เหล่าองค์ชายทั้งหลายรีบเข้าทักทายเฟิ่งหยูด้วยความสนิทสนม

            “พวกเรายินดีกับท่านด้วยน้องเฟิ่ง วันหน้าหากพวกเราคงต้องพึ่งพาเจ้าอีกมาเป็นแน่หากพวกเราได้รับสืบทอดราชบัลลังก์พวกเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีคนร่วมงานมากมายเช่นนี้”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกท่านไม่ต้องห่วง ไม่แน่ ผู้คนอาจจะเยอะยิ่งกว่างานของข้าอีกก็เป็นได้”

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า” พวกเขาต่างหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งเฟิ่งหยูทักทายกษัตริย์ทั้งหมดจนครบถ้วนเฟิ่งหยูตรงไปทักทายกับเจ้าเมืองต่างๆ อย่างเป็นกันเอง และกลับมานั่งตรงใกล้ ๆ กับองค์หญิงหนิงเอ๋อเมื่อทั้งคู่นั่งใกล้ ๆ กันกลับเป็นภาพที่ดูแล้วทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างยิ่งจนผู้คนทั้งจ้องไปยังทิศทางเดียวกัน ด้วยความอิจฉา

            “พวกเขาช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก ข้ายินดีกับท่านด้วยเหวินฉิงนับเป็นบุญวาสนาของหนิงเอ๋อและราชวงศ์ของท่านยิ่งนักที่ได้เฟิ่งหยูมาเป็นว่าที่ราชบุตรเขย”กษัตริย์ไป๋กวางเอ่ยหยอกล้อกับกษัตริย์เหวินฉิง หนิงเอ๋อพลันหน้าแดงก่ำยิ่งทำให้ดูน่ารักและน่าทะนุถนอมมากยิ่งขึ้น

                กษัตริย์เหวินฉิงได้เพียงแต่หัวเราะและยิ้มด้วยความภาคภูมิใจเหล่าองค์ชายทั้งหลายต่างมารุมล้อมรอบโต๊ะของเฟิ่งหยูและเริ่มมานั่งดื่มร่วมกัน เหล่ากษัตริย์เองก็เช่นกันพวกเขาทั้งหลายเริ่มขยับเข้ามารวมตัวกันและทั้งสิบสี่โต๊ะในที่สุดกลับกลายเป็นโต๊ะใหญ่เพียงโต๊ะเดียวเฟิ่งหยูนำสุราเซียนหมื่นปีออกมา ยื่นให้กับราชันย์เฟิ่งเทียนพร้อมกับแอบกระซิบบางอย่าง ราชันย์เฟิ่งเทียนพยักหน้า  จากนั้นจึงให้คนนำสุราเซียนหมื่นปีเทให้กับกษัตริย์แต่ละองค์

            เฟิ่งหยูนำสุราเซียนหมื่นปีไปยังโต๊ะของเหล่าผู้อาวุโสทั้งสิบเมื่อไปถึงเขาแทบกุมขมับเพราะสุราเซียนหมื่นปีของเขาถูกเหล่าผู้อาวุโสนำออกมาจำนวนมากเฟิ่งหยูทำได้แค่ยิ้มแห้ง ๆ แต่เขาเองก็หมักสุราเซียนหมื่นปีไว้จำนวนมากจึงไม่เดือดร้อนอะไรมากมาย

                “ท่านปู่ ท่านยายหลานได้จัดสถานที่สงบๆ ไว้ให้พวกท่านด้านนอกนี้ด้วยหากพวกท่านเบื่อด้านในก็สามารถออกมาอยู่กับพวกเราได้รับรองว่าสถานที่ที่หลานจัดไว้ให้พวกท่าน พวกท่านต้องชอบอย่างแน่นอนไว้หลังจากเสร็จงานเมื่อไหร่ หลานจะพาพวกท่านไปดู”

                “ได้สิพวกข้าเริ่มขี้เกียจฟังยายของเจ้าบ่นเช้าบ่นเย็นว่าอยากอุ้มหลานเต็มทนแล้วเปลี่ยนบรรยากาศมาอยู่ด้านนอกบ้างก็ดีเหมือนกัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”

                “ใครว่าข้าบ่น หาตาเฒ่าซือเจ้าเองนั่นแหละที่ทำตัวหลบ ๆ ซ่อน ๆ เวลาเฟิ่งหยูออกมาทีไร สุราเซียนหมื่นปีก็ไปกองอยู่ที่บ้านเจ้ามากมายทำไมเจ้าไม่หัดหมักเองเสียบ้าง”

                “เออ ก็ข้าเองก็ลองหมักแล้วไม่เหมือนเจ้าหนูมันหมักนี่พวกเจ้าดูไหนี้สิ”

                เฒ่าซือเปิดไหเหล้านั้นทันทีกลิ่นหอมของสมุนไพรลอยตะลบอบอวนไปทั่วบริเวณ ผู้คนที่อยู่ใกล้ ๆพากันน้ำลายไหลโดยไม่รู้ตัว

            “ช่างมันเถอะท่านยายพวกท่านปู่มีความสุขก็ดีแล้วสุราไว้ข้าหมักเพิ่มเมื่อไหร่ก็ได้”

            “เจ้าก็เป็นเสียแบบนี้นะสิ ดูสิทำคนแก่เสียคนไปตั้งแปดเก้าคน”

            “ท่านยาย ท่านอย่าไปดุพวกท่านปู่เลยเดี๋ยวข้าจะใช้งานพวกเขาให้คุ้มค่ากับสุราที่พวกเขาดื่มเลย”

            พรวด.....

            “ฮ่า ฮ่า ฮ่า พวกตาเฒ่าพวกเจ้าได้ยินไหม ข้าบอกแล้วของฟรี ไม่มีในโลก”

            “เออ ท่านปู่ ท่านยาย  โหวจื่อกับเสี่ยวหลงทำไมไม่ออกมากับพวกท่านด้วย”

            “อ๋อ เจ้าสองตัวนั่นนะเหรอ กำลังจะบรรลุระดับเทวะ แล้วเพราะพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดที่เพิ่มมากขึ้นทำเจ้าสองตัวนั่นก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว”

            “เช่นนั้นก็ต้องยินดีกับพวกเขาทั้งสองแล้วหละ ท่านปู่ ท่านย่าวันนี้พวกเรามาดื่มให้เมากันไปข้างหนึ่งหลานต้องขอบคุณท่านปู่ ท่านย่าที่ทำให้หลานมีวันนี้ได้”

            “เจ้ามีทุกวันนี้ได้เพราะตัวของเจ้าเองเจ้าขยันและอดทนหมั่นฝึกฝนด้วยตัวของเจ้าเอง พวกเราเพียงแค่ชี้แนะ เล็ก ๆ น้อย ๆเท่านั้น”

            “เฟิ่งหยูเอ๋ย ต่อไปเจ้าต้องดีกับหนิงเอ๋อให้มาก ๆ หน่อยเด็กคนนั้นทั้งรัก ทั้งเป็นห่วงเจ้า นางยังทุ่มแรงกายแรงใจเพื่อฝึกซ้อมอย่างหนักเพราะกลัวว่าเจ้าจะอับอายคนอื่นเขา” ยายฮวาเอ่ยขึ้นมา

            “เจ้าไม่ต้องแปลกใจหรอก ยายของเจ้าแอบไปเยี่ยมยายหนูนั่นกับมารดาของเจ้าอยู่บ่อย ๆ” เฒ่าซือเอ่ยขึ้นมา

            “ท่านยาย ท่านไม่ต้องห่วงหรอก หลานเข้าใจสิ่งที่หนิงเอ๋อทำอยู่และหลานจะไม่ทำให้ใครต้องมาเสียใจเพราะหลานอย่างแน่นอนเพียงแต่ตอนนี้หลานต้องมั่นใจก่อนว่าโลกอื่นจะไม่มีโอกาสที่จะมารังควานโลกต้นกำเนิดของพวกเรา”

            “เจ้าก็มัวแต่เป็นห่วงคนอื่น ทุกทีหละ เอาหละ เอาหละ เจ้าไปดูแลแขกคนอื่นๆ เถอะ วันนี้เป็นวันงานของเจ้า อย่าทำให้พวกเขารอเจ้าเก้อเลยโดยเฉพาะชาวเมืองจินเฟิงที่ต้องการเจ้าเป็นที่พึ่งเจ้าอย่าได้ทำให้พวกเขาผิดหวังเป็นอันขาด”

            “ขอรับท่านปู่ ท่านยาย”

            เฟิ่งหยูเดินไปทักทายกับชาวเมืองจินเฟิงที่เข้ามาร่วมยินดีพร้อมกับเหล่าพ่อค้าและชาวเมืองที่มาจากเมืองอื่น ๆพวกเขาต่างยินดีเป็นอย่างยิ่งที่สามารถได้ใกล้ชิดกับองค์กษัตริย์ของพวกเขาได้มากถึงขนาดนี้

            งานเลี้ยงภายในพระราชวังจัดติดต่อกันสามวันสามคืนด้วยกัน หลังจากเสร็จสิ้นงานเฉลิมฉลองเหล่าองค์กษัตริย์ทั้งหลายและผู้ติดตามต่างออกไปเที่ยวชมอาณาจักรเฟิ่งเทียนแห่งนี้พวกเขาได้เรียนรู้สิ่งต่างๆมากมายจากเมืองจินเฟิงที่ดำเนินการตามนโยบายของเฟิ่งหยูเป็นสถานที่แรก ดังนั้นเหล่าองค์กษัตริย์และผู้ติดตามรวมทั้งเจ้าเมืองทั้งหลายจึงถือโอกาสนี้ในการศึกษาแนวทางที่เฟิ่งหยูได้วางไว้

            ทางด้านตระกูลเฟิ่งจากเมืองเมฆาหมอกพวกเขาต่างประสบกับการขาดทุนเป็นจำนวนมาก เนื่องเพราะความโลภของพวกเขาเองพวกเขารีบกลับไปนำเหรียญทองมาไถ่เหมืองแร่ของพวกเขาอย่างรวดเร็ว

            หลังจากนั้นสามเดือน ฝนตกหนักเป็นอย่างมากในเมืองเมฆาหมอกเหมืองแร่ของตระกูลเฟิ่งนั้นถูกน้ำป่าไหลหลากจนไม่สามารถขุดแร่ได้พวกเขารอจนน้ำป่าไหลผ่านไปจนหมด จึงเข้าไปสำรวจเหมืองแร่พบว่าเหมืองแร่ของพวกเขานั้นไม่มีแร่อยู่อีกเลย แร่ทั้งหลายต่างไหลไปกับน้ำป่าซือถูยอมรับความจริงเรื่องของเฟิ่งเทียนไม่ได้ ในที่สุดเขาก็ไม่สามารถควบคุมสติได้จนกลายเป็นบ้าไป เฟิ่งซูรับตำแหน่งผู้นำตระกูลต่อจากเฟิ่งซือถูแต่เขาได้แต่กินเที่ยวไปวัน ๆ จนกระทั่งเหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายทนไม่ไหว จึงพากันแยกย้ายและจากไปในที่สุด

            เหล่าผู้คนที่เหลือต่างพากันติดตามเหล่าผู้อาวุโสไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงเฟิ่งซูเพียงคนเดียวที่ยังคงอยู่ในตระกูลเฟิ่ง แต่เขากลับไม่สนใจเขาขายทุกอย่างที่มีเพื่อนำเงินไปกินเที่ยวจนในที่สุดตัวเขาเองก็ไม่เหลืออะไรเขากลายเป็นคนพเนจรคนหนึ่งที่ไร้บ้านไร้ผู้คนนับถืออีกต่อไป สุดท้ายผู้คนทั้งหลายต่างไม่เจอสองพ่อลูกตระกูลเฟิ่งอีกเลย

            จวบจนเวลาล่วงเลยผ่านไปสองปีพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดของโลกต้นกำเนิดหนาแน่นเป็นอย่างมากเหล่าผู้คนที่เข้าไปฝึกฝนในเจดีย์ฟ้าสวรรค์เริ่มกลับมาฝึกฝนต่อไปอย่างราบรื่นเหล่าผู้คนที่ฝึกฝนอยู่สามารถพัฒนาไปได้อย่างรวดเร็ว

            เฟิ่งหยูและเหล่าองค์ชายทั้งหลายต่างฝึกฝนกันอย่างหนัก เพื่อเตรียมรับศึกกับโลกอื่นๆ ทุกอาณาจักรต่างเตรียมพร้อมเพื่อต้อนรับผู้คนจากต่างโลกจนกระทั่งสายของวันนี้

            ตู้มมมม.....

            พลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดที่ถูกผนึกอยู่ต่างปะทุออกมาพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดต่างโพยพุ่งออกมาอย่างไม่ขาดสายจนคนธรรมดาสามารถรู้สึกได้ ทั่วทั้งจักรวาลเริ่มรับรู้ถึงพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดที่หนาแน่นี้

            เหล่าโลกต่าง ๆ พลันเริ่มตื่นตัว พวกเขารีบมุ่งหน้ามายังโลกต้นกำเนิดในทันทีโดยเฉพาะเจ้าโลกจงจื่อ ที่พอได้รับข่าวเขารีบมุ่งตรงมายังโลกต้นกำเนิดอย่างรวดเร็วพร้อมกับผู้ติดตามอีกหกคน พวกเขาต่างอยู่ในขั้นราชันย์เซียนระดับหกกันทั้งหมด

            พลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิดที่โพยพุ่งออกมา พร้อมกับการปรากฎของโลกต้นกำเนิดเริ่มเป็นข่าวแพร่กระจายไปยังทั่วเก้าโลกอย่างรวดเร็ว

            “เรียนท่านองค์เจ้าโลก ตอนนี้มีโลกใหม่ปรากฏขึ้นในจักรวาลของพวกเราคาดว่าคงเป็นโลกที่หายสาบสูญในอดีตพวกเราควรรีบเดินทางไปยังโลกใบนั้นก่อนที่โลกอื่น ๆ จะเดินทางไป พวกเราคาดว่าโลกใบนั้นคงไม่มี ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอย่างแน่นอนเพราะว่าพลังฟ้าดินและพลังต้นกำเนิด พึ่งจะเริ่มปลดปล่อยออกมาอย่างมากมาย”

            “คงเป็นโลกที่ถูกผนึกมานับล้านปีที่พอจะทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้  ขอท่านเจ้าโลกโปรดพิจารณารีบเร่งเดินทางไปยังโลกที่หายสาบสูญไปโดยเร็ว หาไม่แล้วหากโลกอื่นเดินทางไปถึงก่อนผลประโยชน์ที่พวกเราจะได้รับคงจะน้อยกว่าโลกอื่นเป็นแน่โดยเฉพาะโลกที่หนึ่งที่มีองค์ราชันย์เป็นผู้ที่ปกครองทั้งเก้าโลกของพวกเราอยู่”

            “เช่นนั้นพวกเรารีบเดินทางไปโดยเร็ว อย่าได้รอให้คนอื่นได้ครอบครองโลกที่หายสาบสูญไปได้อย่างเด็ดขาดข้าทราบมาว่าผลของต้นพฤกษาโลกา ก็อยู่ในโลกหลบซ่อนเช่นเดียวกัน หากเป็นไปได้พวกเราอาจจะโชคดีได้รับผลของต้นพฤกษาโลกามา ข้าเองก็สามารถก้าวข้ามระดับพลังยุทธ์ขึ้นไปสู่ระดับมหาเทพได้”

            อีกทางด้านหนึ่ง โลกต้นกำเนิด.....

            เฟิ่งหยู พวกเราควรทำยังไงดี ตอนนี้โลกของเราคงจะปลดผนึกเรียบร้อยแล้วพวกเขาคงทราบถึงตัวตนของโลกต้นกำเนิดเนิดแห่งนี้แล้วอย่างแน่นอน”

            “พวกท่านอย่าได้กังวลไปคงอีกสองสามวันกว่าพวกเขาจะเดินทางมาถึงโลกของพวกเราในตอนนี้พวกเราต้องรีบบอกให้แต่ละอาณาจักรได้รับทราบและรีบเร่งหาทางป้องกันกันก่อน”

            เจ้าโลกจื่อจง พร้อมผู้ติดตาม รีบเร่งเดินทางมาอย่างรวดเร็วพวกเขาต้องการทรัพยากรเพื่อบ่มเพาะอย่างเร่งด่วน  และยังต้องการแก้แค้นเฟิ่งหยูและองค์ราชันย์ทำให้เขาทุ่มทรัพยากรทุกอย่างเพื่อเดินทางมายังโลกต้นกำเนิดในทันที

            “เรียนท่านเจ้าโลก พวกเราคงถึงดาวดวงนั้นอีกสองวัน  พวกเราสมควรรอกองกำลังเสริมก่อนหรือไม่พะยะค่ะ”

    คล้ายกับเรื่องราชันย์สิบโลก ที่คุณอ่าน