ตอนที่ 148
“แล้วพวกคุณมีแผนยังไงบ้าง” สตีฟที่ตั้งสติได้เริ่มถามทั้งสามคน
“ตอนนี้เราเตรียมเฮลิคอปเตอร์ขนส่งเอาไว้หนึ่งร้อยลำ ถ้าเกิดเจ้ามังกรนั่นมาใกล้นิวยอร์คเมื่อไหร่เราจะเริ่มอพยพ” อิจิยะพูด
“แบบนั้นจะไม่แตกตื่น ??” สตีฟสงสัย
“ไม่หรอกคุณสตีฟเราจะใช้แผนการซ้อมหนีภัยยังไงล่ะ” ซานตาน่าพูด
“อ๋อแบบนี้ก็ได้นี่นาว่าแต่เราเหลือเวลาเท่าไหร่ครับ” สตีฟพยักหน้าเข้าใจพลางถามกำหนดเวลา
“ราวๆสามวันครับ” นิโครบอก
“สามวัน !!” สตีฟอุทาน
“นี่ก็เยอะมากแล้วคุณสตีฟตอนแรกผมนึกว่าจะมีเวลาน้อยกว่านี้ด้วยซ้ำแต่ดีที่เจ้ามังกรดำมันบินได้ไม่เร็วมากจากระยะทางแล้วน่าจะใช้เวลาประมาณนี้” อิจิยะบอกกับสตีฟ
“แล้วระหว่างนี้ล่ะคุณจะทำอะไร” สตีฟถามถึงระหว่างที่รอสามวัน
“ก็คงต้องพลิกเมืองนิวยอร์คหาเจ้าไข่มังกรเจ้าปัญหานั่นให้เจอ” อิจิยะพูด
“โหพูดเหมือนง่ายเมืองนิวยอร์คมันใหญ่ตั้งเท่าไหร่ล่ะเนี่ย แถมประชาชนก็มีเป็นแสน” สตีฟถึงกับร้องโห
“มันฟังดูเหมือนจะค้นหายากนะครับคุณสตีฟแต่มันไม่ยากอย่างที่คุณคิดหรอกครับอย่างแรกคือเจ้าไข่มังกรนั่นผมว่าคนที่นำมันมาขายนั้นจะต้องขายในราคาสูงแน่นอนซึ่งนี่เท่ากับว่าเราตัดประชาชนธรรมดาออกไปได้เลย ให้เรามุ่งเป้าไปที่พวกคนรวยๆ นี่จะทำให้การค้นหาเราง่ายยิ่งขึ้น” อิจิยะอธิบายให้สตีฟฟัง
“เข้าใจละถ้าเป็นแบบนี้ก็เหลื่อกลุ่มเป้าหมายไม่ใหญ่อย่างที่.....” สตีฟยังพูดไม่ทันจบจู่ๆก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากห้องครัว
ติ๊ง !!! เสียงของเครื่องจับเวลาดังมาจากห้องครัว
พลุ่บ !! สตีฟรีบลุกขึ้นทันที
“รอเดี๋ยวนะครับเดี๋ยวผมมาคุยใหม่ !!” สตีฟพูดก่อนจะรีบวิ่งไปที่ห้องครัวท่ามกลางความสงสัยของทั้งสามคนทันทีว่าสตีฟมีเรื่องอะไรกันแน่ถึงดูรีบร้อนขนาดนั้น
ทางด้านสตีฟ
“เอาล่ะแป้งพักได้ที่แล้วเตาก็ร้อนได้อุณหภูมิแล้วรีบอบคุกกี้ดีกว่าเดี๋ยวต้องไปคุยธุระต่ออีก” สตีฟพูดก่อนจะแกะแป้งที่ห่อด้วยแร็ปออกมานี่ถ้าพวกอิจิยะมาเห็นสตีฟที่ทิ้งการคุยเรื่องไข่มังกรกับพวกเขามาเพื่ออบคุกกี้ไม่รู้พวกนั้นจะทำหน้ายังไงกันนะ
สตีฟจัดการหยิบไม้นวดแป้งออกมารีดแป้งให้บางก่อนจะใช้แม่พิมพ์กดคุกกี้เป็นรูปที่ต้องการไม่ถึงสามนาทีคุกกี้สองถาดก็ถูกใส่เข้าเตาอบ
“เอาล่ะตั้งเวลาไว้สามสิบนาทีแค่นี้ก็เรียบร้อย” สตีฟยิ้มออกมาก่อนจะตั้งเวลาเอาไว้ก่อนจะเดินออกไปที่ห้องนั่งเล่น
“มาแล้วครับโทษทีนะ” สตีฟกล่าวกับทั้งสามคน
“ไม่เป็นไรครับว่าแต่มีเรื่องด่วนอะไรหรือเปล่าครับเห็นรีบร้อน แล้วนั่นที่ผ้ากันเปื้อนคราบอ่ะไรน่ะครับ” อิจิยะพูดพลางชี้ไปที่ผ้ากันเปื้อนของสตีฟที่เลอะคราบแป้งอยู่
“อ๊ะไม่ต้องใส่ใจหรอกครับ นี่ก็แค่เลอะแป้งนิดหน่อยว่าแต่เราคุยกันถึงไหนแล้วครับ” สตีฟใช้มือปัดๆคราบแป้งออกไปก่อนจะเดินไปนั่ง
“ถึงเรื่องการหาไข่มังกรจากกลุ่มคนมีเงินน่ะ” ซานตาน่าพูด
“อ้อครับแล้วจะเริ่มจากไหนดี” สตีฟพยักหน้า
“อืม...คนมีเงินที่มีกำลังมากพอที่จะซื้อไข่มังกรทั้งเจ็ดใบในเมืองนี้ก็มีไม่มากด้วยสิอ๊ะจะว่าไปตระกูลสตาร์คพึ่งจะย้ายมาอยู่ที่นี่ใช่หรือเปล่าอิจิยะ” ซานตาน่าถาม
“คุณจีเวลน่ะเหรอก็ใช่นะเห็นได้ข่าวว่าพึ่งจะซื้อบ้านที่นี่แถมไม่เห็นที่วอชิงตันก็น่าจะเป็นเดือนแล้วแต่ที่ไหนไม่รู้สิ” อิจิยะเองก็ไม่แน่ใจ
“เหอะๆตาลุงสตาร์คงั้นเหรอครับถ้าอย่างนั้นไม่ต้องหรอกมั้งตาลุงนั่นอยู่หมู่บ้านเดียวกับผมห่างไปไม่กี่หลังเนี่ยแหละ แต่ลุงแกคงไม่ว่างหรอกมั้งครับช่วงนี้คงอยู่แต่ห้องใต้ดิน” สตีฟพูดเพราะเขาคิดว่าป่านนี้ตาลุงนั่นคงกำลังทำความเข้าใจเกี่ยวกับคอร์พลังงานที่เขาพึ่งจะให้ไปอยู่แน่ๆ
“หือคุณสตีฟรู้จักคุณจีเวลเป็นการส่วนตัวด้วย ???” อิจิยะแปลกใจ
“ก็นิดหน่อยครับ” สตีฟพยักหน้าเขาขี้เกียจเล่าว่ารู้จักเพราะซาร่าเอาซากไวเวิร์นไปขายให้เพราะถ้าเล่าเดี๋ยวคนอื่นจะรู้กันหมดว่าสตีฟเคยเป็นหมันมาก่อน
“อืม...ถ้าอย่างนั้นตระกูลสตาร์คก็ตัดไปก่อน แล้วมีกลุ่มไหนอีกนะ” นิโครยกมือขึ้นจับปลายคางพลางคิด
“เอาเป็นว่าเรื่องนี้เราไปจัดการกันเองแล้วกัน ยังไงคุณสตีฟก็เตรียมตัวเอาไว้นะครับเพราะถ้าเราพบไข่มังกรเมื่อไหร่พอถึงเวลานั้นเราคงต้องรบกวนคุณสตีฟเอามันกลับไปที่เยลโล่สโตนให้หน่อย” อิจิยะพูดเพราะถ้ายังมัวแต่คิดเรื่องกลุ่มเป้าหมายมีหวังเสียเวลาอีกหลายชั่วโมง
“ได้ครับถ้าถึงเวลานั้นผมจะเป็นคนเอามันไปคืนให้เอง” สตีฟพยักหน้า
“ถ้าอย่างนั้นพวกเราขอตัวก่อนนะครับ” อิจิยะพูดก่อนจะลุกขึ้นตามด้วยซานตาน่าและนิโคร
เมื่อสตีฟเห็นว่าทั้งสามคนลุกขึ้นแล้วเขาเองก็ลุกไปส่งทั้งสามที่หน้าบ้าน
หลังจากสตีฟส่งทั้งสามคนไปแล้วเขาก็เดินกลับมาในบ้านก่อนจะเห็นซาร่าเดินลงบันไดมาท่าทางงัวเงีย
“งือ...ใครมาเหรอสตีฟนี่มันพึ่งจะหกโมงเองนี่นา” ซาร่าเห็นแก้วน้ำวางอยู่บนโต๊ะในห้องนั่งเล่น
“เหอะๆคุณอิจิยะกับหนึ่งในสิบผู้ก่อตั้งอีกสองคนน่ะสิ” สตีฟพูด
“หือมาทำไมเหรอหรือว่าเจอไข่มังกรแล้ว” ซาร่าถามพลางหายง่วงทันที
“ยังหรอก” สตีฟส่ายหน้าด้วยสีหน้าไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่
“เป็นเรื่องไม่ค่อยจะดีงั้นเหรอ” ซาร่าที่เห็นว่าสตีฟสีหน้าไม่ค่อยดีก็จึงถาม
“ใช่ดูเหมือนไข่มังกรจะไม่ได้อยู่ที่วอชิงตันแล้วแต่ว่า....”
“อย่าบอกนะมันอยู่ที่นิวยอร์ค” ซาร่าอุทานสตีฟได้ยินดังนั้นก็ได้แต่พยักหน้าเบาๆ
“ตายล่ะทำยังไงดีล่ะสตีฟ” ซาร่ากังวล
“ยังเหลือเวลาอีกสามวันไม่ต้องห่วงเพราะพวกคุณอิจิยะเตรียมแผนการอพยพเอาไว้แล้วถึงเวลาเธอก็อพยพไปกับเขาก็แล้วกัน” สตีฟพูด
“แล้วไม่มีวิธีอื่นเลยเหรอที่ไม่ต้องอพยพน่ะ” ซาร่าถาม
“ตอนนี้พวกคุณอิจิยะกำลังสืบหาคนที่ซื้อไข่มังกรไปอยู่ก็ได้แต่หวังว่าจะเจอเร็วๆนี้” สตีฟพูด
“หวังว่าจะเจอมันเร็วๆนะอ๊ะว่าแต่นี่นายอบขนมงั้นเหรอ” ซาร่าได้กลิ่นที่ลอยมาตามอากาศ
“ใช่ผมอบคุกกี้รสกาแฟให้คุณน่ะ” สตีฟพูด
“หงะทำไมเป็นรสกาแฟล่ะ” ซาร่าถาม
“เอาน่าผมอยากให้คุณลองอะไรใหม่ๆบ้างรีบไปอาบน้ำได้แล้วไปเดี๋ยวจะเตรียมอาหารให้” สตีฟพูด
“เอาเป็นอะไรเปรี้ยวๆแล้วกันสตีฟ” ซาร่าบอก
“เปรี้ยวๆเดี๋ยวก็เสียดท้องหรอก ??” สตีฟถึงกับแปลกใจที่ซาร่าจะกินอะไรเปรี้ยวๆแต่เช้า
“เอาน่าทำให้หน่อยนะฉันอยากกินนี่นา” ซาร่าพูดก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ
“เหอะๆเปรี้ยวๆงั้นเหรอทำอะไรดีฟระ” สตีฟหัวเราะแห้งๆก่อนจะเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อหยิบหนังสือทำอาหารเอเชียมาดูถ้าถามว่าทำไมต้องดูน่ะเหรอก็อาหารอเมริกกันไม่ค่อยมีอาหารรสเปรี้ยวมากเท่าไหร่น่ะสิเพราะรสเปรี้ยวส่วนใหญ่นั้นชาวอเมริกันมักใส่ในของหวานเสียมากกว่า
สองวันต่อมา
“นี่สตีฟเดี๋ยวนี้หนูแอนนาไม่มาบ้านเราเลยเนอะ” ซาร่าถาม
“นั่นสิขนาดเมื่อสองวันก่อนผมทำคุกกี้เตรียมเอาไว้ให้ แต่เธอก็ไม่มาสุดท้ายโจดี้ก็เอาไปกินจนได้ ว่าแต่โจดี้ไม่กลับไปโรงแรมแล้วไง” สตีฟหันไปถามโจดี้
“ทำไมต้องกลับล่ะอยู่นี่สบายจะตายอาหารอร่อยกว่าโรงแรมอีกที่สำคัญคือไม่ต้องเสียเงินด้วย” โจดี้พูด
“นี่สตีฟว่าแต่อาหารของหนูแอนนาคนนั้นที่นายทำเผื่อถ้าไม่มีใครกินฉันขอนะฉันจะเก็บเอาไว้ในกระเป๋าเผื่อจะได้เอามากินได้ตอนออกล่าสัตว์กลายพันธ์” โจดี้พลางขอ
“อืมเอาไปสิเอาไว้ถ้าหนูแอนนาแวะมาผมทำใหม่ได้” สตีฟพยักหน้าซึ่งอาหารที่เขามักจะทำเผื่อหนูแอนนาเป็นประจำในสองวันนี้ถูกโจดี้ขอไปหมดแล้ว
“อืมขอบใจ....นี่ซาร่าแถวๆนี้มีที่ไหนที่ฉันพอจะเก็บเลเวลได้บ้างมั้ย” โจดี้ถาม
“แถวนี้งั้นเหรออืม...คงเป็นที่ทะเลแถวอ่าวแมนฮัตตั้นล่ะมั้งแต่ต้องออกไปไกลหน่อยนะเพราะใกล้ๆชายฝั่งเป็นพวกเลเวลหนึ่งร้อยต้นๆ” ซาร่านึกถึงสัตว์กลายพันธ์ในทะเล
“ทะเลงั้นเหรอนี่ซาร่า สตีฟไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ” โจดี้พูด
“ไม่เอาอ่ะ/ไม่เอาย่ะ !!” ทั้งสองคนตอบพร้อมกัน
“หงะทำไมล่ะไปเป็นเพื่อนแค่นี้เอง” โจดี้โวยวาย
“ฉันไม่อยากลงทะเลไปพักใหญ่ๆเลยล่ะ ล่าสุดลงไปโดนปลาวาฬกินลงท้องไปซะงั้นนี่ถ้าไม่ได้สตีฟช่วยไว้มีหวังฉันไม่ได้กลับมาอเมริกาอีกแน่” ซาร่าพูด
“เหอะๆผมเองก็ไม่อยากไปไหนเท่าไหร่ช่วงนี้อยู่บ้านดีกว่า” สตีฟเองก็ไม่อยากไปเพราะนี่ก็ใกล้ครบกำหนดเวลาที่มังกรจะบินมาถึงนิวยอร์คแล้วมันอีกแค่วันเดียวเท่านั้นซึ่งเรื่องมังกรจะบุกมานั้นสตีฟและซาร่าไม่ได้บอกโจดี้เอาไว้เพราะเรื่องนี้อิจิยะขอเอาไว้ให้เก็บเป็นความลับให้มากที่สุดนั่นเองเพราะถ้าเรื่องนี้หลุดออกไปจนถึงหูประชาชนคนธรรมดาล่ะก็ในเมืองอาจจะมีกลุ่มคนก่อความวุ่นวายโดยอาศัยเรื่องนี้เอาได้ โดยสตีฟและซาร่าไม่รู้เลยว่าบุคคลที่รู้เรื่องไข่มังกรดำที่สุดคือโจดี้นั่นเอง
“เชอะก็ได้เอาไว้ไปหาทีมใหม่ที่สมาคมฮีโร่เองก็ได้” โจดี้พูดก่อนจะลุกขึ้นพลางออกไปที่สมาคมฮีโร่ในเมืองทันที
“ถ้าโจดี้ไปลุยในทะเลจริงๆคงไม่ต้องกลัวลูกหลงถ้ามังกรมันบุกมาแล้วล่ะมั้ง” ซาร่าพูดอย่างโล่งใจ
“อืม...ไข่มังกรมันคงอยู่ในเมืองนี่แหละผมว่าเพราะช่วงนี้คุณอิจิยะบอกว่าได้ให้คนตั้งด่านตรวจการเข้าออกเมืองไว้อย่างแน่นหนาไว้แล้ว แถมคุณซานตาน่าก็ตรวจสอบเรื่องมังกรมาแล้วด้วยมันยังบินมุ่งตรงมาที่นี่อยู่” สตีฟพูด
“อย่างนั้นเหรอจริงๆทางพวกฉันก็มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐมาแจ้งเรื่องแผนซ้อมหลบภัยแล้ว คงมีฉันคนเดียวล่ะมั้งที่รู้ว่าไม่ได้ซ้อมอะไรหรอกแต่หลบภัยจริงๆจากมังกรน่ะ” ซาร่าพูด
“อืมเธอต้องหลบไปกับนักเรียนสินะ” สตีฟถาม
“ใช่ฉันเองต้องไปกับพวกนักเรียนแล้วนายล่ะสตีฟ” ซาร่าพยักหน้าพลางถาม
“ผมเองเอาตัวรอดได้น่าแค่ผมคิดจะวิ่งหนีมันก็ตามไม่ทันแล้วเพราะจากที่คุณซานตาน่าคำนวณความสามารถเจ้ามังกรนั่นให้มันน่าจะมีความเร็วไม่สูงนักหรือก็คือช้าเลยล่ะ แต่จากขนาดตัวที่ใหญ่พอๆกับเครื่องบินโบอิ้งมันน่าจะมีน้ำหนักมาและน่าจะมีค่าความแข็งแกร่งที่สูงมากๆ” สตีฟพูดพลางนึกถึงแอนนาอย่างสงสัยว่าค่าสถานะระดับเธอถ้าโดนมังกรโจมตีคงรู้สึกเหมือนโดนสะกิด
ตอนนั้นเองจู่ๆเสียงกริ่งบ้านสตีฟก็ดังขึ้นในรอบสองวัน
ติ๊งต่อง !! ทันทีที่สตีฟและซาร่าได้ยินเสียงกริ่งทั้งคู่ก็หันมามองหน้ากัน
“สงสัยเป็นคุณอิจิยะผมไปเปิดเอง” สตีฟพูดก่อนจะลุกขึ้นไปเปิดประตูและก็เป็นอย่างที่คาดเป็นอิจิยะนั่นเองที่มาบ้านเขาแต่ทว่าครั้งนี้อิจิยะมาเพียงคนเดียว
“เข้ามาก่อนสิครับ” สตีฟพูด
“ไม่ต้องหรอกครับผมแค่มาแจ้งความคืบหน้า” อิจิยะปฏิเสธ
“ถ้าอย่างนั้นว่ามาเลยครับ” สตีฟพยักหน้า
“เราตรวจสอบได้แค่ว่ามีนักการเมืองคนหนึ่งซื้อมันไปเท่านั้นสถานที่คือโรงแรมในเมือง ดูเหมือนนักการเมืองคนนั้นจะระวังตัวมากๆ เพราะขณะที่เข้าไปซื้อขายที่โรงแรมนั้นได้มีการปิดภาพกล้องวงจรปิดเอาไว้หมดล่วงหน้า” อิจิยะพูด
“นักการเมืองอีกแล้วงั้นเหรอถ้าอย่างนั้นพอจะรู้ชื่อมั้ยครับ” สตีฟถามซาร่าเองที่เห็นว่าสตีฟหายไปนานจึงเดินออกมาดู
“ครับนักการเมืองในรัฐนี้มีเพียงคนเดียวเท่านั้น ชื่อของเขาก็คือ นอมอล ทรัมป์ครับ !!” อิจิยะพูด
“ทรัมป์ !!x2” สตีฟและซาร่าอุทานออกมาพร้อมกันเพราะนามสกุลนี้นั้นพวกเขารู้จักซึ่งมันคือนามสกุลของแอนนานั่นเอง
จบ...