เพียงไม่กี่วินาที คนทั้งสองกลุ่มได้เข้าไปยังภูเขา ทางด้านฝั่งตระกูลเยี่ยนรวมทั้งเจียงเฉินแล้วมีทั้งหมดสิบเอ็ดคน ทางด้านฝั่งตระกูลหลี่รวมทั้งหลี่ชางหมิงทั้งหมดสิบสามคน
ไม่ว่าจะเป็นด้านจำนวนคนหรือพลัง ทางด้านตระกูลหลี่เหนือกว่าฝ่ายตระกูลเยี่ยน
ภายนอกภูเขาหลี่ชางเย่ว์ยิ้มร่า แผลเป็นบนหน้ากำลังสั่นสะเทือน อีกด้านหนึ่งเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นกำลังยืนคิ้วขมวด
"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋น ข้าเดิมพันเลยว่าเจ้าต้องกังวลและหวาดกลัวอยู่เป็นแน่ ถ้าหมิงเอ๋อร์ใช้พลังเต็มที่เจ้าคิดว่าจะมีคนจากตระกูลเยี่ยนรอดจากภูเขานี้ได้งั้นรึ"
หลี่ชางเย่ว์ได้พูดออกมาอย่างไม่ลังเล
บรรดาผู้เชี่ยวชาญแก่นมนุษย์ของตระกูลเยี่ยนต่างเดือดดาล
เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นโบกมือเป็นสัญญาณให้หยุดเถียงได้แล้ว ตั้งแต่ที่ถูกตัดสิน พวกเขาหวังเพียงอย่างเดียวให้ทั้งสองกลุ่มฆ่าสัตว์ปีศาจด้วยความสามารถของพวกเขาเอง และพวกเขาไม่ได้ไปปะทะกับใครโดยเฉพาะตระกูลหลี่
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเสมือนน้ำกับไฟ ถ้าไปเจอกันในภูเขาการต่อสู้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ และเมื่อพวกเขาสู้กันจะมีแค่ความเป็นกับความตาย
เฉินซวงและอีกสองคนยืนอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าผ่อนคลาย พวกเขาไม่เคยสนใจในสิ่งที่เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นและหลี่ชางเย่ว์พูด พวกเขาต่างรู้ว่าทั้งสองตระกูลเป็นศัตรูกัน ไม่ว่าจะมีผู้ใดตายหรือบาดเจ็บ พวกเขาหาได้สนใจไม่ นี่มันเป็นบรรทัดฐานการต่อสู้ในแคว้นฉี การสู้รบของนิกายใหญ่ทั้งสี่นั้นรุนแรงเกินกว่าตระกูลเยี่ยนและตระกูลหลี่ จะจินตนาการได้
ภายในภูเขาตระกูลเยี่ยนได้อยู่ด้วยกัน ทุกคนมองไปยังเยี่ยนหยางและเจียงเฉิน ทั้งคู่เป็นหัวหน้าของพวกเขา
"พี่เยี่ยนหยาง พวกข้าต้องทำเช่นใดต่อไปดี"
บางคนถามขึ้น
"ทุกคนแยกย้ายกันไปฆ่าสัตว์อสูรด้วยความสามารถของตัวเอง พวกเราจะรวมตัวกันอีกทีในอีกสี่ชั่วโมงข้างหน้า แล้วพวกเราจะมานับจำนวนสัตว์ที่ฆ่าได้ นี่เป็นประสบการณ์ที่ดีของพวกเรา เมื่อเวลาล่าสัตว์อสูร อยู่ให้ห่างจากตระกูลหลี่จะดีที่สุด โดยเฉพาะหลี่ชางหมิง"
เยี่ยนหยางพูดกับทุกคนด้วยสีหน้าจริงจัง
ทุกๆคนผงกหัวและแยกย้ายกันไป พวกเขาไปกันคนละทาง
"น้องเจียงเฉิน พวกข้าจะสู้ด้วยพลังของพวกข้าเอง หลี่ชางหมิงนั้นหมายหัวเจ้าอยู่ เจ้าต้องระวังตัวด้วย"
เยี่ยนหยางมองไปยังเจียงเฉิน
"แน่นอน เจ้าเองก็ระวังตัวด้วย"
เจียงเฉินนำมือวางบนบ่าเยี่ยนหยางก่อนหันออกไปเดินในภูเขาต่อ
ในเวลาเดียวกัน กลุ่มตระกูลหลี่ได้มารวมตัวกัน
"พี่หมิง พวกเราควรทำเช่นไร จะรวมกลุ่มหรือแยกย้าย"
บางคนถามขึ้น ทุกๆคนต่างมองไปยังหลี่ชางหมิงที่เป็นหัวหน้าของพวกเขา
"ทุกๆคนจงฟัง ฆ่าสัตว์ปีศาจไม่ใช่เป้าหมายหลักของพวกเรา เป้าหมายหลักของพวกเราคือฆ่าทุกๆคนที่มาจากเยี่ยนหยวี่โหรวซะ เมื่อพวกเราฆ่าพวกมันได้หมด พวกเราก็จะยึดสัตว์ปีศาจที่พวกมันฆ่าได้มาด้วย และใช้พวกมันเพื่อเข้านิกายเทียนเจี้ยน นอกจากนี้เมื่อคนรุ่นเยาว์ของตระกูลเยี่ยนตายหมด เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเองก็คงจะเป็นลม มันใช้เวลาไม่นานทั้งเมืองจะตกอยู่ในมือของตระกูลหลี่ของพวกเรา นี่เป็นโอกาสครั้งหนึ่งของชีวิต"
หลี่ชางหมิงหัวเราะออกมาอย่างโหดเหี้ยม เขาทั้งฉลาดและชั่วร้าย เขาดูมีอนาคตเหนือใครๆ
"พี่หมิงเป็นยอดฝีมือแก่นแท้มนุษย์ เมื่อพี่หมิงอยู่นี่ ตระกูลเยี่ยนเสร็จแน่ พวกเราจะเคลื่อนไปยังเขตที่ตระกูลเยี่ยนอยู่"
บางคนพูดออกมาด้วยความยินดี
"ไปได้ กำหนดตำแหน่งตัวเองและแยกกันไป ข้าจะไปหาเจียงเฉินเอง"
เมื่อเขากล่าวถึงเจียงเฉิน แววตาของหลี่ชางหมิงดูดุร้าย ในภูเขาแห่งนี้เจียงเฉินเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดของเขา น้องชายทั้งคู่ของเขาโดนเจียงเฉินสังหาร เขาต้องการให้เจียงเฉินชดใช้ด้วยเลือด
สัตว์ปีศาจที่อยู่ระดับฉีไห่สามารถเรียกได้ว่าสัตว์อสูร สัตว์ป่าที่อยู่ต่ำกว่าฉีไห่นั้น ยังไม่สามารถที่จะปลุกสติปัญญาได้ มันเรียกว่าสัตว์ป่า
เมื่อสัตว์อสูรขึ้นระดับฉีไห่แล้ว สติปัญญาได้ถูกปลุกขึ้นสมบูรณ์ สติปัญญาพวกมันไม่ต่างจากมนุษย์ แต่สัตว์ปีศาจเกิดมีมีพลังปราณที่แข็งแกร่งกว่า และมีร่างกายทรงพลัง ยังไงก็ตาม เมื่อมนุษย์และสัตว์ปีศาจที่อยู่ระดับเดียวกันปะทะกัน โดยธรรมชาติแล้วฝ่ายสัตว์ปีศาจจะได่เปรียบ
เจียงเฉินได้วิ่งด้วยความเร็วสูง เพียงไม่นานเขาก็วิ่งได้กว่าร้อยลี้เข้าไปด้านในภูเขา เพราะสัตว์อสูรที่อยู่ภายนอกนั้นค่อนข้างอ่อนแอ มันไม่ได้ดึงความสนใจของเจียงเฉินเลย เป้าหมายของเขาคือดวงจิตอสูร
แซ่กๆๆ....
ตรงหน้าเจียงเฉินเป็นพุ่มไม้ และได้ยินเสียงบางสิ่งอยู่ที่นั่น หูของเจียงเฉินสั่นไหวเล็กน้อย และเขาได้จ้องไปยังบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่ยักษ์ที่กำลังออกมาจากพุ่มไม้สูง
มันคือแรดดำลายทองสูงกว่าหนึ่งจ้าง ทั่วร่างกายมันมีสีดำ และมีลายสีทองอยู่บนหัว ตอนนี้แรดดำลายจ้องไปยังเจียงเฉินอย่างกระหายเลือด เหมือนมันกำลังจับจ้องเหยื่ออันโอชะ
ฮู่ม!
แรดดำลายทองร้องออกมาและเดินตรงมายังเจียงเฉิน ทีละก้าวทีละก้าว ทุกๆครั้งที่กีบเท้าเหล็กย่ำลงบนพื้นพื้นดินเกิดเสียงดังสนั่น อาวุธที่ทรงพลังมากสุดของมันคือกีบเท้าเหล็ก แรดดำลายทองที่อยู่ตรงหน้าเจียงเฉินนั้นอยู่ระดับฉีไห่ขั้นกลาง มันสามารถที่จะบดขยี้หินที่แข็งมากๆได้ ทรงพลังมาก ถ้าหากกีบเท้ามันได้ถีบโดนคู่ต่อสู้แล้วล่ะก็ ผลที่ออกมาน่าหวาดหวั่นมาก
"เข้ามา"
เจียงเฉินใช้นิ้วมือกวักท้าทายแรดดำ
ฮู่ม!
การยั่วยุของเจียงเฉินนั้นได้ผล แรดดำลายทองได้ร้องออกมาด้วยความเดือดดาล มันพุ่งเข้าหาเจียงเฉินโดยไม่คิดที่จะหยุด
ตูม! ตูม!
ป่าสั่นสะเทือน แผ่นดินไหวเกิดจากการที่กีบเท้าเหล็กของแรดดำย่ำลงบนพื้นดิน ระยะห่างระหว่างเจียงเฉินและแรดดำนั้นอยู่ห่างประมาณหนึ่งจ้างแรดดำยักษ์กระโดดไปบนอากาศ กีบเท้าเหล็กส่องประกายพุ่งลงมายังหัวของเจียงเฉิน มันทั้งรวดเร็วและดุร้าย แค่เพียงการทำแบบนี้เพียงครั้งเดียวก็สามารถทำให้บางคนตายเพราะความหวาดกลัวได้
แต่โชคร้ายที่เจ้าแรดดำตัวนี้มาพบเจียงเฉิน
แคร้ก!
เจียงเฉินกำกำปั้นของเขาแน่นจนได้ยินเสียงแตก พลังมหาศาลจากหมัด และความเร็วในการจู่โจมดุจสายฟ้าฟาด หมัดของเขาได้ปะทะกับกีบเท้าเหล็กของแรดดำลาย
หลังจากที่ได้บ่มเพาะด้วยทักษะร่างแปลงมังกร พลังปราณและโลหิตของเขาแข็งแร่งและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่บรรดาสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งก็ไม่สามารถเทียบเขาได้ การสู้ซึ่งๆหน้ากับสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งนี่คือสิ่งที่เขาต้องการ
พบว่ามนุษย์ตัวจ้อยที่อยู่ตรงหน้ามันพยายามที่จะสู้กับกีบเท้าเหล็กของมันด้วยหมัด แรดดำมองเยาะเย้ยเจียงเฉิน
ปัง!
หมัดและกีบเท้าปะทะกัน แรงปะทะเกิดคลื่นที่ทรงพลัง ภายใต้แรงปะทะสายตาเยาะเย้ยของแรดดำกลับเปลี่ยนเป็นหวาดกลัวทันที
แกร้ก
ขาของแรดดำแตกกลายเป็นชิ้นๆเลือดไหลซึมจากผิวหนังและกีบเท้าเหล็กของมันก็มีรอยร้าว
โอววววว!
แรดสีดำร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ร่างกายที่ใหญ่โตแข็งแรงกระเด็นกลับไป ล้มลงบนพื้นห่างราวหนึ่งจ้าง การปะทะกันอย่างรุนแรงเมื่อครู่ทำให้เกิดป่องภูเขาไฟขนาดใหญ่บนพื้น
เจียงเฉินกระโดดขึ้นบนอากาศเหนือหัวของแรดดำลายแล้วปล่อยหมัดใส่หัวแรดดำ หมัดโดนหัวของแรดดำอย่างแม่นยำ แรงหมัดนั้นทำให้หัวของแรดแตกออก และลูกแก้วสดใสออกมาจากภายในกระโหลกของแรดดำ เจียงเฉินรับลูกแก้วนั่นทันที
แรดดำลายทองชักกระตุกไม่กี่ครั้งแล้วหยุดขยับ มันตกตายอนาถ
หากมีผู้ใดมาได้เห็นการต่อสู้ครั้งนี้ เขาคงตกตะลึงกรามค้าง คนผู้นี้ทำไมแข็งแกร่งและสังหารแรดดำระดับฉีไห่ขั้นกลางภายในสองหมัด
สำหรับเจียงเฉิน แรดดำที่อยู่ระดับฉีไห่ขั้นกลางก็ยังอ่อนแอเกินไป แม้แต่ระดับฉีไห่ขั้นปลายเขาก็สามารถสังหารได้เช่นกัน
ดวงจิตอสูรจากแรดดำมีขนาดเท่ากำปั้น มันโปร่งแสงและมีพลังที่แข็งแกร่งที่สามารถสัมผัสได้ชัดเจน
ดวงจิตอสูรจากสัตว์ปีศาจนั้นเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในร่างพวกมัน มันเป็นดั่งแก่นแท้ของสัตว์อสูร มันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุด
เจียงเฉินเปิดปากและกลืนดวงจิตอสูรลงท้อง การกระทำของเจียงเฉินนั้น หากคนมาพบเห็นก็คงจะเป็นลมจากการตกตะลึง
การกลืนดวงจิตอสูรเป็นเรื่องที่โง่เง่าที่สุดในโลก ทุกๆคนต่างรู้ดีว่าความแตกต่างอย่างใหญ่หลวงของมนุษย์และสัตว์ปีศาจ แม้ว่าดวงจิตอสูรจากสัตว์อสูรจะมีพลังงานที่บริสุทธิ์มากกว่าแต่มันเต็มไปด้วยสิ่งปนเปื้อนซึ่งมนุษย์ไม่สามารถที่จะดูดซับได้ สิ่งปนเปื้อนนี้มักมาจากส่วนพิเศษของสัตว์อสูร
นั่นเป็นเหตุที่คนนำจิตดวงจิตอสูรมาแลกกับเงินหรือเม็ดยา หรือนำไปใช้ปรุงยา หากมีผู้ต้องการที่จะดูดซับมัน จำเป็นต้องขจัดสิ่งปนเปื้อนเสียก่อนทีละนิด ทีละนิด การที่กลืนวิญญาณอสูรโดยตรงแบบเจียงเฉินนั้นเป็นเพียงการฆ่าตัวตายเท่านั้น
แน่นอนว่าเจียงเฉินไม่ได้คิดที่จะฆ่าตัวตาย มันมีสาเหตุที่เจียงเฉินทำเช่นนั้น ทักษะร่างแปลงมังกรเป็นสุดยอดวิชาไร้เทียมทาน เมื่อเขาได้ฝึกจนอยู่ขั้นสูงสุดแล้ว เขาก็จะสามารถที่จะแปลงกายเป็นมังกรได้ อะไรคือมังกร? สิ่งมีชีวิตชั้นสูงที่อยู่จุดสูงสุดของสิ่งมีชีวิต
นอกจากนั้น แผ่นตำราทักษะร่างแปลงมังกรนั้นยังกล่าวถึง หากทำการบ่มเพาะด้วยทักษะนี้จะสามารถที่จะดูดซับสายเลือดที่หายยากใดๆในโลกก็ได้ บรรดาสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่งนั้นเป็นเป้าหมายในการดูดซับของเจียงเฉิน เขาสามารถที่จะดูดซับแม้แต่สายเลือดของสัตว์อสูร คงไม่ต้องพูดถึงดวงจิตอสูร
เมื่อดวงจิตอสูรถูกกลืนลงไป เขาเริ่มโคจรด้วยทักษะร่างแปลงมังกรทันที ตราประทับมังกรทั้งห้าเสมือนได้รับคำสั่งบางอย่างและมารวมรอบๆดวงจิตอสูรทันที
สองสามนาทีต่อมา พลังงานจากดวงจิตอสูรได้ถูกเจียงเฉินดูดซับอย่างสมบูรณ์ พลังงานบริสุทธิ์ได้ถูกเปลี่ยนเป็นพลังหยวนบริสุทธิ์ ส่วนการขจัดสิ่งปนเปื้อนในดวงจิตอสูร มันได้ถูกชำระล้างและกลายเป็นพลังหยวนบริสุทธิ์ พลังนั้นได้โดนตราประทับมังกรดูดซับไป
เปรี๊ยะๆ!
ภายในทะเลปราณได้สั่นสะเทือน ตราประทับมังกรดวงที่หก จากก่อนหน้านี้ดูเลือนลาง แต่ว่าในตอนนี้ดูสดใส
"แรดดำลายทองฉีไห่ขั้นกลางนั้นอ่อนแอเกินไป หลังจากดูดซับดวงจิตอสูรแล้วมันไม่ได้ช่วยอะไรข้ามาก หากข้าต้องการที่จะขึ้นไประดับฉีไห่ขั้นปลายข้าจะต้องหาสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าระดับของข้าในตอนนี้"
เจียงเฉินคิดในใจ แรดดำลายทองนั้นแข็งแกร่ง แต่ด้วยพลังทักษะร่างแปลงมังกรนั้นทำให้แขาเหนือกว่าทุกๆคนอย่างมาก เขาเป็นดั่งหลุมดำไร้ก้นที่ต้องการทรัพยากรมากกว่าทุกคน
"ยิ่งไปกว่านั้น แรดดำนี้ยังเป็นแค่สัตว์อสูรทั่วไป มันไม่ได้มีสายเลือดอะไรเป็นพิเศษ ดวงจิตอสูรที่มีสายเลือดพิเศษ จะมีความสามารถดั้งเดิมอยู่ หากข้าได้ดูดซับวิญญาณอสูรเหล่านั้น จะทำให้ข้าได้รับความสามารถดั้งเดิมมาด้วยทักษะแปลงมังกรนี้"
ดวงตาของเจียงเฉินเป็นประกาย ส่วนที่น่ากลัวที่สุดของทักษะร่างแปลงมังกรคือสามารถดูดซับสายเลือดพิเศษใดๆบนโลกได้ และได้รับความสามารถดั้งเดิมมาอีกหลังจากดูดซับสายเลือดพิเศษแล้ว การพัฒนาการของทักษะร่างแปลงมังกรในอนาคต เจียงเฉินไม่อาจจินตนาการได้
แน่นอนว่าสำหรับเรื่องทั้งหมดนี้ เจียงเฉินได้คาดหวังไว้กับมันอย่างมาก ชีวิตนี้ได้ถูกลิขิตให้เขายอดเยี่ยมยิ่งกว่าชีวิตที่แล้วของเขา
***********************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป...