เทพสงครามมังกรเทวะ

หวนคืนดาราสวรรค์

ย้อนกลับไปก่อนที่เฟยหรงจะออกเดินทางใจกลางจักรวาลทิศใต้ ณ ตำหนักดาราสวรรค์ เฟยอู่หลินและเฟยหงลี่ได้กลับมาเป็นที่เรียบร้อย และการกลับมาครั้งนี้ยังสร้างความฮือฮายกใหญ่ เนื่องจากคุณชายคนนี้ของพวกเขาหายไปหลายล้านปีแล้วนั่นเองการที่มาปรากฏตัวเช่นนี้ย่อมน่าตกใจเป็นธรรมดา

 

เฟยอู่หลินและเฟยหงลี่หาได้สนใจความแตกตื่นนั้นไม่ พวกเขาลอยตรงไปยังโถงใหญ่ที่สุดในทันทีพร้อมกับเฟยเสี่ยวโหรวก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่โถงของผู้นำนิกายที่ตอนนี้มีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหล่าคล้ายกับเฟยอู่หลินหลายส่วนผมสีขาวราวกับหิมะ ด้านซ้ายมีหญิงงามล่มเมืองนั่งอยู่สองคนด้วยกัน ส่วนด้านขวาเองก็มีหญิงงามนั่งอยู่หนึ่งคนเช่นกันแต่ดูอ่อนวัยกว่ามากบนตักของนางมีเด็กชายคนหนึ่งกำลังมองพวกเขาด้วยท่าทางสนใจ

 

"เฟยอู่หลิน/เฟยหงลี่ คาราวะท่านพ่อ ท่านแม่-แม่รอง ท่านพี่"สองสามีภรรยาผสานมือคาราวะ ชายผมขาวหันมามองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหลากหลายแต่ยังคงความสงบเอาไว้ได้ ผิดกับหญิงงามทั้งสองที่นั่งอยู่ฝั่งซ้ายที่ตอนนี้หายไปจากบัลลังก์ที่นั่งเข้าไปประคองทั้งสองในทันที

 

"ลูกแม่ เจ้าหายไปหลายล้านปีเชียว แม่คิดว่าจะไม่ได้เจอลูกอีกแล้ว"เฟยฮุยหยาท่านแม่แท้ๆของเฟยอู่หลินโอบลูกชายด้วยความคิดถึง ส่วนเฟยหลันหลินแม่รองนั้นกอดลูกสะใภ้คนดีของนางอย่างเฟยหงลี่เช่นเดียวกัน

 

"กลับมาก็ดีแล้ว หวังว่าการลงโทษที่พวกเจ้าโดนไปจะทำให้เจ้าเรียรู้อะไรได้บ้างนะ"เฟยอู่หนาน ประมุขตำหนักดาราสวรรค์และบิดาแท้ๆที่เฟยอู่หลินกล่าวพร้อมรอยยิ้มบางๆที่ประดับอยู่บนใบหน้า

 

"แน่นอนขอรับ ข้ารับปากนับจากนี้ข้าจะไม่หุนหันพลันแล่นอีกแล้ว"เฟยอู่หลินกล่าวด้วยความสัตย์จริง หลังจากที่เขาลงไปยังโลกก็ได้เรียนรู้เรื่องต่างๆมากมาย โดยเฉพาะการมีสติยั้งคิดก่อนลงมือทำ การที่กลายเป็นเพียงแค่คนของตระกูลเล็กๆนั้นทำให้เขาได้เรียนรู้เรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

 

เฟยอู่หลินกล่าวจบเขาก็ยกยิ้มให้บรรดาแม่ทั้งสองของเขาก่อนที่ตัวเองจะเดินไปด้านขวาของเฟยอู่หนานและคงเข่าลงต่อหน้าหญิงงามที่นั่งอยู่ "ท่านพี่ ข้าขอโทษ!"

 

"อู่หลินเจ้าทำอะไร??ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้พี่สาวไม่เคยสอนให้เจ้าเป็นคนอ่อนแอแบบนี้"เฟยอู่เหมยพี่สาวของชายหนุ่มกล่าวขึ้น เฟยอู่หลินยังคงคุกเข่าอยู่เช่นนั้นด้วยความรู้สึกผิด ในอดีตเฟยอู่เหมยนั้นได้ฉายาว่าเทพสงครามดาราจรัสแสงชื่อเสียงของนางนั้นดังก้องไปทั่วทั้งจักรวาลในฐานะเทพนิรันทร์ที่อายุน้อยที่สุด แต่ด้วยความหุนหันพลันแล่นของเฟยอู่หลินที่บุกเดี่ยวเข้ารังศัตรูแต่กลับพลาดพลั้ง ทำให้เฟยอู่เหมยต้องเข้าไปช่วยเขาออกมาและสิ่งที่ต้องแรกก็คืออาการบาดเจ็บสาหัสที่ยากที่ทุเลา

 

ในตอนนี้ตบะของเฟยอู่เหมยลดลงเหลืออยู่เพียงแค่เทพบรรพกาลขั้นกลางเท่านั้นและยังไม่มีท่าทีว่าจะเลื่อนระดับขึ้นไปได้ในเร็ววัน หากไม่มีเหตุการณ์นั้นป่านนี้เฟยอู่เหม่ยอาจจะได้ชื่อว่าเป็นนิรันทร์บรรพกาลที่อายุน้อยที่สุดแล้วก็ว่าได้

 

"ท่านพี่ ข้า...."

 

"ไม่ต้องพูดมาก หากยังคิดว่าข้าเป็นพี่เจ้าอยู่ก็ลุกขึ้นเสีย เจ้าเห็นไหมว่าน้องชายคนเล็กเจ้ามองอยู่"เฟยอู่เหมยกล่าวด้วยเสียงที่แข็งกร้าว

 

"น้องชายคนเล็ก??"เฟยอู่หลินเบนสายตาไปมองที่ตักของพี่สาว เด็กชายผมสีดำกำลังจับจ้องตาปริบๆในเวลานั้นเองภรรยาของเขารวมถึงท่านแม่ทั้งสองก็เดินมาหาเขาและกล่าวเพื่อให้เฟยอู่หลินได้กระจ่าง

 

"ใช่จ้ะ เด็กคนนี้คือลูกของแม่รองน้องของลูกอย่างไรละ ชื่อเฟยอู่จิน"เฟยฮุยหยากล่าวขึ้น เฟยอู่หลินถึงกับตกตะลึงในทันที นี่เขามีน้องชายด้วยหรือนี่ เรื่องนี้แทบจะเป็นเรื่องที่ไม่อยากจะเชื่อ เนื่องจากยิ่งตบะเยอะเพียงใดการมีลูกนั้นก็ยากมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้นการที่เทพนิรันทร์บรรพกาลจะมีลูกสักคนนั้นโอกาสคือหนึ่งในพันเลยก็ว่าได้

 

"เอาละ เรื่องในอดีตเลิกพูดเถอะ แล้วเจ้าก็ไม่ต้องรู้สึกผิดมากเกินไปนัก แม้พี่สาวเจ้าจะเส้นลมปราณเสียหายหนักแต่ข้าได้หาทางรักษานางเอาไว้แล้ว เหลือแค่หาวัตถุดิบอีกแค่อย่างเดียวและเชิญเทวโอสถมาปรุงโอสถให้เท่านั้นนางก็จะหวนคืนสู่สภาพเดิมได้"เฟยอู่หนานกล่าว เฟยอู่หลินหันไปทางบิดาของเขาในทันทีราวกับต้องการไถ่ถามว่าวัตถุดิบอะไร ทำไมถึงได้ตามหามายาวนานหลายล้านปีเช่นนี้

 

"ข้ารู้ว่าเจ้าจะถามอะไร วัตถุดิบสุดท้ายคือเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้จักรวาล ซึ่งอยู่ในแดนลับปิดผนึกและอีกไม่กี่ปีมันก็จะปรากฏขึ้นมาแล้ว แต่สิ่งที่ข้าหนักใจคือเทวโอสถ พวกเราต้องไปขอความช่วยเหลือจากตำหนักเม็ดยาจักรวาลเท่านั้น ทั้งพวกคนเหล่านั้นยังหยิ่งผยองเสียยิ่งกระไร แต่ไม่ต้องกังวลไปถึงอย่างไรข้าก็จะหามาให้ได้ต่อให้แลกด้วยอะไรก็ตาม"เฟยอู่หนานกล่าวอย่างมาดมั่น เพื่อบุตรสาวของเขาพร้อมแลกเสมอ

 

"เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน ไม่ได้เจอเจ้าตั้งนานมาดูกันว่าเจ้าพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว"เฟยอู่หนานยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์พลังปราณปกคลุมไปทั่วพื้นที่จากเดิมที่เป็นโถงบัลลังก์กลายเป็นดินแดนอันกว้างขวางสุดลูกหูลกตาในทันที

 

เฟยอู่หลินที่ได้เห็นถึงกับทำหน้าเจื่อนๆออกมา ทักษะพื้นที่ของบิดาตนพัฒนาไปถึงกลับเปลี่ยนพื้นที่ได้ในพริบตา นี่มันบ้าไปแล้วแบบนี้เขาจะไปสู้ได้อย่างไร

 

"เข้ามา!"เฟยอู่หนานลอยขึ้นพร้อมกวักมือเรียกอย่างท้าทาย เฟยหอู่หลินถึงกับทำใบหน้าแหยๆหันไปมองภรรยาและแม่ทั้งสองของเขารวมไปถึงพี่สาวพวกนางกลับยกมือให้กำลังใจไม่มีใครกล่าวห้ามแม้แต่คนเดียว

 

"เห้อ ผนึกแปดดาราคลาย!"เฟยอู่หลินกล่าวผนึกที่ถูกวางไว้ตามตัวสลายหายไปทำให้ลมปราณสีม่วงดำพุ่งทยานออกจากร่างราวกับไร้จุดสิ้นสุดตบะของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจากเดิมที่อยู่เพียงเทพอมตะกลับกลายเป็นเทพนิรันทร์ในพริบตา

 

"เจ้าเริ่มก่อน"เฟยอู่หนานยังคงท่าทีนิ่งสงบ เฟยอู่หลินเริ่มการโจมตีของตนเองในทันที ลมปราณของเขาค่อยแปรเปลี่ยนเป็นขุดเกราะสีดำลวดลายสีม่วงดูวิจิตรตระการตา หากเฟยอู่เหมยเป็นเทพสงครามดาราจรัสแสงที่สูงส่ง เฟยอู่หลินก็เปรียบดังเทพมารดาราที่ดูน่ายำเกรงเช่นเดียวกัน

 

"ดารามารสยบเทวะ"ชายหนุ่มเริ่มเปิดโจมตีในทันที ฝ่ามือมารสีม่วงดำขนาดใหญ่สองข้างประกอบเข้าหากันอย่างรวดเร็วในพื่นที่ๆเฟยอู่หนานกำลังยืนอยู่

 

"ความคิดสร้างสรรค์ดี แต่ยังไม่พอ"เฟยอู่หนานเพียงแค่สบัดมือเท่านั้นฝ่ามือมารของเฟยอู่หลินแตกสลายไม่มีชิ้นดี เฟยอู่หลินตอนนี้รู้สึกไม่เป็นธรรมอย่างยิ่ง การโจมตีของเขามันจะไปทำอะไรอีกฝ่ายได้อย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายเป็นถึงนิรันทร์บรรพกาลอีกทั้งไม่ใช่ขั้นต้นแต่เป็นขั้นปลาย

 

"ท่านพ่อขี้โกรงนี่ขอรับ ท่านยังไม่ลดระดับพลังเลยแล้วแบบนี้จะเรียกว่าประลองได้อย่างไร"เฟยอู่หลินกล่าวอย่างไม่ยินยอม

 

"ประลอง??ข้าบอกตอนไหนว่าคือการประลอง ข้าจะแค่ดูว่าเจ้าแข็งแกร่งขึ้นขนาดไหนเท่านั้นเอง"เฟยอู่หนานกล่าวพร้อมยกยิ้ม ก่อนที่จะหายตัวไปและปรากฏอยู่ด้านหน้าของเฟยอู่หลินและยกมือขึ้นดีดไปที่หน้าผากของลูกชายคนกระเด็นไปไกลและจนเข้ากับดาวเคราะห์น้อยเลยทีเดียว

 

"ตูม!"

 

"แห๊ก! ให้ตายสิทำกับลูกตัวเองได้นะ"เฟยอู่หลินลุกขึ้นพร้อมกับเรียกใหญ่สีดำออกมา พร้อมกับร่างเขาเขาที่เคลื่อนที่อย่างรวดเร็ว และฟาดฟันเฟยอู่หนานอย่างรุนแรงหลายต่อหลายครั้งด้วยกัน ทั้งการฟาดฟันแต่ละครั้งก็ยังคงแฝงไปคมดาบลวงตาสิบสายที่ฟาดฟันลงมาพร้อมกัน

 

"เปรี้ยง!"

 

"โอ้ ทักษะดาบเงาดารา ถึงขั้นสร้างดาบลวงตาได้ถึงสิบเล่มแล้ว"เฟยอู่หนานกล่าว ขึ้นแม้การโจมตีของเฟยอู่หลินจะรุนแรงเพียงใดแต่ทว่ากลับไม่สามารถแม้แต่จะทำให้เกิดรอยขีดข่วนได้แม้แต่น้อย ด้วยตบะและประสบการณ์ต่อสู้ที่มันต่างกันเกินไปเฟยอู่หนานแทบจะไม่ต้องใช้ทักษะอะไรเลยในการรับมือบุตรชายคนนี้

 

"แห๊กๆ!ขี้โกงชะมัด แน่จริงท่านก็ลดระดับมาสู้กับข้าสิขอรับ แบบนี้ข้าจะไปชนะได้อย่างไร"หลังจากที่โจมตีอยู่นานแต่ทำอะไรไม่ได้ เฟยอู่หลินก็หงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยเนื่องจากเขารู้สึกว่าโดนพ่อตัวเองปั่นหัว

 

ส่วนทางด้านผู้ชมนั้นต่างพากันยกยิ้มและส่ายหัวกันอย่างช่วยไม่ได้ พ่อลูกคู่นี้แม้จะไม่ได้เจอกันหลายล้านปีแต่นิสัยขี้แกล้งและถูกแกล้งเช่นนี้กลับไม่ต่างไปจากเดิมเท่าไรนัก ยิ่งคิดยิ่งทำให้พวกนางมองไปทางเฟยอู่หลินอย่างเอ็นดู แม้ว่าชายหนุ่มจะบ่นออกมาไม่หยุดแต่ทว่ากลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้แต่อย่างใด

 

การต่อสู้ของพ่อลูกจากเริ่มจนจบล้วนเป็นเฟยอู่หลินที่โจมตีพ่อของตนเองอยู่ฝ่ายเดียว แต่ทว่ากลับทำอะไรไม่ได้และจบลงที่โดนดีดหน้าผากจนกระเด็นออกไปไกล ทำให้บิดาอย่างเฟยอู่หนานกุมชัยชนะอย่างไม่ยากเย็น

 

"ทักษะดารามารครองฟ้าของเจ้ายังพัฒนาไปได้อีกไกล หากเจ้าตั้งใจจะไปหาเมล็ดพันธุ์ของต้นไม้จักรวาลละก็จงฝึกฝนให้มากขึ้น จำไว้หากไม่สามารถบรรลุระดับเทพนิรันทรืขั้นกลางข้าจะไม่ให้เจ้าไปเด็ดขาด"เฟยอู่หนานกล่าวอย่างจริงจัง เฟยอู่หลินได้ยินพลันพยักหน้าอย่างเข้าใจ หากอ่อนแอต่อให้ได้ไปก็ไม่มีประโยชน์ แดนลับนอกจากมีอันตรายจากสัตว์อสูรจักรวาลแล้วยังมีผู้คนมากมายที่ต้องการแสวงโชคอีกด้วย ดังนั้นสิ่งที่เขาต้องทำคือตั้งใจในการฝึกฝนให้มากระหว่างที่มีเวลา

 

"ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านพ่อ"เฟยอู่หลินกล่าวก่อนที่จะลอยไปยังที่ๆเหล่าคนที่ให้กำลังใจเขากำลังยืนอยู่

 

"ไม่เป็นไรนะลูกแม่ พ่อของเจ้าขี้โกงหากระดับเดียวกันลูกต้องชนะแน่"เฟยฮุยหยากล่าวและมองไปทางสามีอย่างคาดโทษ ส่วนเฟยหลันหลินเองก็พยักหน้าเช่นกัน การแสดงอาการเช่นนี้ของภรรยาทำให้เฟยอู่หนานถึงกับอึ้งไปเลยทีเดียว ไม่ว่าลูกคนไหนพวกนางก็โอ๋ไปเสียหมด ยิ่งตอนที่เขาทำโทษเฟยอู่หลินนี่ยิ่งแล้วใหญ่พวกนางพากันติหนิเขาทุกเช้าเย็นจนต้องปิดด่านหนีกันเลยทีเดียว เห็นแบบนี้ก็รู้ได้ทันทีว่านิกายนี้สตรีเป็นใหญ่อย่างแน่นอน

 

"เอาละๆไหนๆลุกก็กลับมาแล้ว พวกเราจัดงานฉลองกันเสียหน่อยดีกว่า ไป๋ๆหงลี่ อู่หลิน อู่เหมย อู่จินก็ด้วย ไปช่วยแม่ๆทำอาหารกันดีกว่า ปล่อยท่านพี่ไว้นี่แหละ"เฟยหลันหลินกล่าวและพาบรรดาลูกๆของนางออกไป ทิ้งให้เฟยอู่หนานถึงกับต้องยิ้มเจื่อนไปในทันที

 

"เหอะๆข้ากลายเป็นหมาหัวเน่าในครอบครัวเสียแล้ว"เฟยอู่หนานกล่าวและลอยตามพวกนางไปเช่นเดียวกัน การเลี้ยงฉลองต้อนรับเริ่มขึ้นเจ็ดวันเจ็ดคืนด้วยกันไม่เพียงแต่ภายในครอบครัวเท่านั้นแต่เป็นทั้งนิกายเลยทีเดียว

คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน