บทที่ 48 โอกาสที่ไม่คาดฝัน (1)
ผ่านไปได้อีกหนึ่งสัปดาห์หลังการประชุมเรื่องการคัมแบ็คของวงไคลแมกซ์
ในเวลาเดียวกันนี้ โอเยจุนก็เรียบเรียงทำนองเสร็จอย่างเป็นทางการ ส่วนผมก็พยายามเก็บแต้มจากระบบเรื่อย ๆ
ผมไม่ลืมที่จะเอาแต้มเหล่านั้นไปเพิ่มความสามารถให้ตนเอง
ผ่านไปเพียงพริบตาเดียว ผมก็มาอยู่ในร่างของชายหนุ่มอายุ 24 ปีได้หนึ่งเดือนแล้ว
ผมปรับตัวได้ดีมากกว่าช่วงแรกหลายเท่า แต่ผมก็ยังไม่มีเวลามาผ่อนคลายอยู่ดี
[ประวัติ]
[ชื่อ : ชอนอีเซ (อิมฮยอนซอง) อายุ 24 ปี]
[ระดับความสามารถ]
หน้าตา : S
การร้อง : D
การเต้น : A
การแสดง : B
เสน่ห์ : A
การพูด : A
ตอนนี้...ผมมีตำหนิแค่เรื่องเสียงร้องเท่านั้น ผมสงสัยอยู่ว่าทางระบบจะมีตัวช่วยพิเศษสำหรับการพัฒนาเสียงร้องหรือไม่ แต่ตำแหน่งในวงผมคือเมนแดนซ์เซอร์และเป็นซับแร็ปเปอร์ เมื่อขึ้นไปแสดงบนเวที ผมเดาเอาว่าการแร็ปคงไม่ต้องใช้ทักษะการร้องเพลงระดับสูงอะไรมาก แต่ผมก็ยังไม่มีเวลาได้ตรวจสอบ และในช่วงเวลาเดียวกันนี้ นาซอนอูก็ลดน้ำหนักเพิ่มไปได้อีก 4 กิโลกรัม ตอนนี้ เขาจึงมีน้ำหนักอยู่ที่ 80 กิโลกรัมนิด ๆ เท่านั้น
เราจะเริ่มถ่ายทำเอ็มวีในอีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้ แต่ถ้าเขายังลดน้ำหนักไม่ได้ตามเกณฑ์ที่กำหนด การคัมแบ็คของพวกเราก็อาจจะต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
แต่ผมจะโทษว่าเป็นความผิดของนาซอนอูคนเดียวไม่ได้หรอก...
ยังคงมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างให้ผมจัดการ ผมพยายามนึกภาพพวกเราในตอนนี้ไปยืนอยู่ตรงหน้ากล้อง
แล้วผมก็ตัดสินใจว่านาซอนอูสมควรลดน้ำหนักให้ได้มากกว่านี้อีกประมาณ 10 กิโลกรัม
โชคดีที่เขาเป็นคนตัวสูง ตอนนี้จึงดูไม่อ้วนเท่าไหร่ บางทีระหว่างที่ลดน้ำหนักอยู่ในขณะนี้ นาซอนอูก็ได้มวลกล้ามเนื้อกลับคืนมา
แต่ว่า...นาซอนอูในสภาพนี้ ก็ยังไม่ควรออกกล้องอยู่ดี
มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นไม่ใช่เหรอ?
เพราะว่าเวลาที่คนเราออกกล้อง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ตัวของเราก็จะดูใหญ่มากกว่าเดิมประมาณ 1.3 เท่า
ผมต้องควบคุมให้เขาลดน้ำหนักต่อไปให้ได้
"ถ้านายเบื่ออาหารก็บอกฉันได้นะ ฉันจะได้เปลี่ยนเมนูอื่นให้ ดีกว่านายไปแอบกินของแปลก ๆ"
ผมพยายามอย่างเต็มที่ในการมอบแรงจูงใจให้แก่นาซอนอู แต่ผมกลับได้รับคำตอบที่ไม่คาดฝันกลับมา
"ยังต้องคุมน้ำหนักอีกเหรอครับเนี่ย?"
ผมเข้าใจในคำถามของเขาได้ดี นาซอนอูคงไม่อยากกินสลัดผักในทุก ๆ วันหรอกจริงไหม?
แต่เมื่อผมนึกถึงสิ่งที่นาซอนอูและไอดอลคนอื่น ๆ ที่เขารู้จักในสมัยเป็นเด็กฝึกชอบกิน ผมก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
เจ้าเด็กคนนี้คงเคยกินแต่อาหารขยะจนเคยตัวแล้วสินะ?
ถ้าเป็นในสมัยก่อน เด็กนักเรียนทุกคนจะได้กินเพียงแอปเปิลครึ่งลูกกับไข่ต้มอีกคนละลูกเป็นอาหาร แต่นาซอนอูมีสลัดผักชั้นดีให้กินทุกวัน ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าในโลกแห่งความเป็นจริง สลัดผักกลายเป็นอาหารที่น่ารังเกียจไปได้
และผมต้องตรวจดูร่างกายของเขาให้ดี
แน่นอนว่าการลดน้ำหนักเร่งด่วนอย่างนี้ย่อมส่งผลกระทบไม่มากก็น้อย
ถ้าคนเราดูแลการลดน้ำหนักได้ไม่ดีมากพอ ร่างกายก็จะปรับตัวไม่ทันจนสูญเสียสมดุล ทำให้เกิดผลสะท้อนในการกินไม่หยุดตามมา
เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องควบคุมการลดน้ำหนักของนาซอนอูอย่างใกล้ชิด เขาจะได้กินแต่ของที่มีแคลอรีน้อย ส่วนพวกอาหารที่มีรสชาติจัดตัดทิ้งไปได้เลย...
ในตอนนี้ ผมยังวางใจไม่ได้เด็ดขาด
"เพราะว่าฉันต้องดูแลนายไงล่ะ"
...
ต่อมา เราก็ได้พบเจอกับโอกาสที่ไม่คาดฝัน
"เฮ้ย? นี่มันอะไรกันเนี่ย อยู่ดี ๆ ก็มีคนติดตามพวกเราเพิ่มมา 800 คนเลยเหรอ?"
รยูคยองฮวากำลังถือโทรศัพท์มือถืออยู่ในมือขณะวิ่งเข้ามาที่ห้องนั่งเล่นด้วยดวงตาเบิกกว้าง
วงไคลแมกซ์ของเราไม่เคยได้รับการเหลือบแลจากกลุ่มแฟนคลับต่างประเทศแม้แต่น้อย และจำนวนผู้ติดตามในโซเชียลมีเดียของพวกเราก็มีไม่ถึง 10,000 คนด้วยซ้ำ
แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้อีกเช่นกัน ถ้าในวงของเรามีสมาชิกเป็นคนต่างประเทศอยู่บ้าง เราก็จะมีแฟนคลับต่างชาติไปโดยปริยาย แต่วงไคลแมกซ์มีแต่สมาชิกที่เป็นคนเกาหลีล้วนเลยนี่สิ
ซึ่งมันก็น่าเสียดายเหลือเกินที่ครั้งหนึ่งก่อนพวกเราจะเดบิวต์ วงไคลแมกซ์เคยมีสมาชิกต่างชาติอยู่ร่วมวงมาก่อน แต่เขาคนนั้นก็ตัดสินใจถอนตัวออกไปก่อนที่พวกเราจะเดบิวต์
ถ้าเปลี่ยนเป็นวงไอดอลวงอื่น การที่มีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นมา 800 คนคงเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก...
แต่นี่ถือเป็นจำนวนที่น่าตกตะลึงสำหรับวงไคลแมกซ์
"เกิดอะไรขึ้นกับพวกเราเนี่ย?"
โอเยจุนที่กำลังตรวจดูกล้ามเนื้อบนร่างกายของตนเองรีบลุกขึ้นยืนทันที หากมีจำนวนผู้ติดตามเพิ่มมากขึ้น สิ่งแรกที่เป็นประเด็นให้คิดทบทวนก็คือพวกเขาไปทำเรื่องอะไรไว้โดยไม่รู้ตัวหรือไม่
ถ้าโชคดีผู้ติดตามก็เพิ่มขึ้น แต่ถ้าโชคร้ายผู้ติดตามก็จะหายไปเหมือนกัน
ผมนึกถึงตอนที่วงของเราถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุทำให้วงโฟลวส์ต้องเลื่อนกำหนดการคัมแบ็คออกไป...
นั่นคือความทรงจำที่น่าเจ็บปวดไม่น้อย
"มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นสักอย่างสิ? เยจุน นายได้ทำอะไรเอาไว้หรือเปล่า?"
คนที่ผมสงสัยมากที่สุดก็คือโอเยจุน เขาเป็นคนที่มีงานเยอะที่สุดในวง โอเยจุนที่กำลังกินแตงกวาหั่นที่ผมเตรียมเอาไว้ให้นาซอนอูรีบตอบกลับมาทันที
"ทำไมถึงต้องสงสัยผมด้วย? ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะ"
ถึงเขาจะกำลังขโมยแตงกวาหั่นที่ผมเตรียมเอาไว้ให้เพื่อนร่วมวงกินหน้าตาเฉย แต่ใช่แล้ว เรื่องนี้ก็ไม่น่าทำให้เราได้ผู้ติดตามเพิ่มเป็นจำนวนเกือบพันคนถึงขนาดนั้น
แล้วสายตาของทุกคนก็จ้องมองไปที่ซนซองวอน
"พี่คิดว่าผมจะเป็นแบบไอ้หมอนั่นหรือไง?"
ซนซองวอนถอนหายใจแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
ผมบอกได้ทันทีว่า ‘ไอ้หมอนั่น’ ที่เขากำลังพูดถึงเป็นใคร โดยที่ซนซองวอนไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม
"ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ แล้วจะมาแซะคนอื่นทำไม"
ผมรู้ดีว่าจะเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
ผมรีบห้ามปรามไม่ให้โอเยจุนกับซนซองวอนทะเลาะกันอย่างรวดเร็ว
"พวกนายเงียบกันก่อนได้ไหม เรามาลองดูก่อนเถอะว่ามีคอมเมนต์อะไรเพิ่มขึ้นมาบ้างหรือเปล่า"
โพสต์สุดท้ายในเพจของวงเราเป็นโพสต์รูปเซลฟี่ของซนซองวอน
ซึ่งก็ดูไม่มีอะไรผิดปกติ
เมื่อผมกดอ่านคอมเมนต์ด้วยความตื่นเต้น ผมก็พบว่าคอมเมนต์แสดงออกไปในทิศทางเดียวกันว่า
[ช่วยโพสต์สูตรทำสลัดหน่อยได้ไหมคะ?]
[ช่วยแชร์สูตรสลัดที่น้องชายของนาซอนยองกำลังกินอยู่หน่อยเถอะ]
[ขอแบ่งปันสูตรอาหารลดน้ำหนักของพี่ซอนยองหน่อยได้ไหมคะ?]
[ขอสูตรทำสลัดพาสต้าที่นาซอนยองกินหน่อยสิ]
[นาซอนยองเอาไปโพสต์แล้วน่ากินมากเลยอะ]
เห็นได้ชัดว่าคอมเมนต์เกี่ยวข้องกับนาซอนอูทั้งนั้น
เพราะว่านาซอนยองเป็นพี่สาวของนาซอนอู
เมื่อวานนี้ นาซอนอูออกไปจากหอพักโดยบอกพวกเราว่าจะกลับไปเยี่ยมพี่สาวเป็นเวลาสั้น ๆ
สลัดผักที่ทุกคนกำลังพูดถึงเป็นสลัดชนิดเดียวกับที่เวลานาซอนอูจะกินทีไรเขาก็จะทำหน้าเหมือนคนถูกวางยาพิษทุกที
แม้ว่านาซอนอูจะยอมกินอาหารคุมน้ำหนักตามคำสั่งของผมอย่างเคร่งครัด แต่ผมก็ยังไม่วางใจอยู่ดี
เพราะเจ้าเด็กคนนี้...ตอนที่ผมกลับมาเกิดใหม่แรก ๆ สมาชิกในวงกำลังทะเลาะกันดุเดือด แต่เขาก็ยังมีอารมณ์แอบเอื้อมมือไปหยิบขนมมากินไม่ใช่เหรอ?
และด้วยความที่กลัวว่าเขาจะไปกินอาหารแบบไม่รู้เรื่องรู้ราว ผมก็เลยทำสลัดพาสต้าใส่กล่องอาหารกลางวันให้เขาติดตัวไปด้วย แต่นี่มันอะไรกัน?
เมื่อผมกดเข้าไปตรวจสอบดูเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในโซเชียลมีเดีย ผมก็พบว่าคำค้นหา [สลัดผักของนาซอนยอง] และ [นาซอนยอง ไอจี] กำลังเป็นคำค้นหาที่ได้รับความนิยมแบบเรียลไทม์ติดอยู่ใน 5 อันดับแรก