หนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว

    เล่มที่ 2 บทที่ 69 หวาดกลัว

    เวลาผ่านไปราวๆ2ชั่วยาม มู่ซวนเฟิงแหงนมองไปบนท้องฟ้า เมื่อมันเห็นดวงตะวันที่เคลื่อนผ่านกลางศีรษะไปแล้ว

    จึงส่งสายตาเป็นสัญญาณไปให้มู่เฉียนพร้อมกล่าวออกทางลมปราณ “จะให้ผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด รีบสังหารทหารนั้นโดยเร็ว”

    มู่เฉียนพยักหน้ารับ นางมีความมั่นใจอยู่เต็ม10ส่วน เพียงเพราะนางนั้นยังถือไพ่ตายที่สำคัญอยู่

    ไม่มีใครในตระกูลนอกจากบิดาของนางรู้ว่านางนั้นฝึกทักษะบ่มเพาะในเส้นทางของผู้ฝึกอสูร

    ผู้ฝึกอสูรนั้นเป็นทักษะต่อสู้อีกแขนงหนึ่ง โดยพวกมันมักจะใช้สัตว์อสูรสู้แทนตัวเองเป็นส่วนใหญ่ แต่เนื่องด้วยการฝึกสัตว์อสูรนั้นใช้ระยะเวลาฝึกที่นานกว่าการบ่มเพาะพลังของตัวเองถึงสองหรือสามเท่า

    ฉะนั้นศาสตร์การต่อสู้แขนงนี้จึงไม่ค่อยมีใครนิยมมากนัก

    “เมื่อทุกคนทำข้อตกลงรับการเดิมพันเรียบร้อยแล้ว พวกเราเริ่มประลองอสูรได้” มู่ซวนเฟิงประกาศออกเสียงดัง

    กลุ่มของผู้อาวุโสและจี้ตงหลินต่างยืดตัวขึ้นตรงสายตาของมันจับจ้องไปในกรงเหล็กอย่างไม่วางตา ภายในใจของพวกมันทุกคนร้องออกเป็นเสียงเดียวว่า จะแพ้ไม่ได้เด็ดขาด

    แม้ว่ามู่เสวี่ยจะมั่นใจในตัวของหนิงเทียนมากเพียงใด แต่นางยังอดวิตกกังวลอยู่ไม่ได้อยู่ดีเพราะการประลองในครั้งนี้อาจารย์ของนางไม่ได้เป็นคนลงไปสู้ด้วยตัวเอง

    แต่นางจะต้องฝากความหวังไว้กับบุุคคลอื่นที่นางพึ่งจะเคยพบหน้าเพียงครั้งเดียวอย่างจิวอิง

    ฮู่ววววว!!! เสียงเห่าหอนของหมาป่ารัตติกาลดังขึ้น พลังที่แผ่ออกมารอบๆร่างของมันมากขึ้นกว่าตอนที่ได้ต่อสู้กับเหวินซีเสียอีกอีก

    หนิงเทียนเห็นเช่นนั้นมันอดบ่นออกในใจไม่ได้ “ข้าก็แปลกใจว่าทำไมเจ้านั้น ถึงเห็นดีเห็นงามให้คนอื่นร่างสัญญา ที่จริงแล้วมันต้องการถ่วงเวลาให้หมาป่ารัตติกาลมีพลังมากขึ้นนี่เอง ช่างระมัดระวังตัวจริงๆนะ”

    คิดออกเช่นนั้นหนิงเทียนมองไปยังจิวอิงที่กำลังก้าวเดินเข้าไปในกรงเหล็กท่าทางของจิวอิงเวลานี้เสมือนกับร่างที่ไร้วิญญาณ

    แค่เพียงปรายตามองผ่านๆไม่ว่าใครก็สามารถบอกได้เลยว่าจิตใจของจิวอิงผู้นี้ได้ยอมรับความตายตรงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว

    เมื่อเห็นเช่นนั้นหนิงเทียนระบายลมหายใจออก มันรีบกระโดดลงจากที่นั่ง วิ่งลงไปยังเบื้องล่างหมายจะเข้าใกล้สนามประลองอสูรให้ได้มากที่สุด

    การกระทำของหนิงเทียนนั้นไม่ได้ผิดแปลกอะไรนักผู้คนที่มองดูมันต่างเข้าใจได้ว่า มันนั้นเดิมพันในการต่อสู้ครั้งนี้ไว้สูงมาก ถ้าอยากจะชมดูใกล้ๆก็เป็นเรื่องปกติที่ใครเขาก็ทำกัน

    ขณะที่หนิงเทียนกำลังวิ่งลงไปนั้น จู่ๆมันก็เปล่งเสียงออกมา น้ำเสียงของมันนั้นหนักแน่นเกินกว่าที่ข้ารับใช้ปกติจะสามารถพูดขึ้นได้

    "เจ้าชื่อ จิวอิง เจ้ารู้ความหมายของชื่อเจ้าหรือไม่?"

    ได้ยินเช่นนั้นสีหน้าอันเฉยชาของจิวอิง หันมองไปตามทิศทางของเสียง โดยเจ้าของเสียงนั้นยังคงกล่าวต่อไป

    “จิวอิง ชื่อของเจ้านั้นมีความหมายตรงตัว จิว阄 ที่แปลว่าโชคชะตา และคำว่าอิง英ที่แปลว่าความกล้า เจ้าที่เกิดมาพร้อมด้วยชื่อที่ประเสริฐเช่นนี้กลับจะมาก้มหน้ายอมแพ้แก่โชคชะตาได้อย่างไร

    ทุกคนนั้นมีความกลัวเป็นของตัวเอง ถูกต้องเจ้ากำลังกลัวหมาป่ารัตติกาลที่ยืนอยู่เบื้องหน้า แต่กลับไร้ความรู้สึกเกรงกลัวต่อความตาย

    เจ้าไม่รู้สึก ตลกตัวเองไปหน่อยหรือ?และถ้าเจ้าไม่รุกขึ้นมาและก้าวข้ามโชคชะตาเฮงซวยนี้ไปละก็เจ้าก็ไม่ต่างอะไรกับคนไร้ค่าคนหนึ่งที่ตายไปโดยไร้ซึ่งผู้คนจดจำ

    เจ้านั้นกำลังก่นด่าอยู่ในใจสินะ ว่าข้านั้นไม่ใช่ตัวเจ้าหรือเจ้ากำลังตัดพ้อกับตัวเองอยู่ว่าองครักษ์ขั้นต้นนั้นไม่สามารถต่อสู้กับสัตว์อสูรขั้นที่1ได้ แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมหมาป่ารัตติกาลถึงถูกเรียกว่าสัตว์อสูรลมปราณขั้นที่1

    ข้าจะบอกให้เจ้าได้ รู้ ก็เพราะว่ามันนั้นอ่อนแอ มันถึงถูกเรียกว่าเป็นอสูรขั้นที่1 ถ้ามันแข็งแกร่งอย่างที่เจ้ากำลังคิดจริง พวกเราจะต้องเรียกมันว่าสัตว์อสูรขั้นที่3 4หรือ5ไปแล้ว

    เวลานี้เจ้าอาจจะไม่สามารถต่อสู้กับมันได้ตรงๆ แต่สำหรับระยะทางไม่กี่จั้งนั้น ข้าเชื่อว่าเจ้าสามารถหลบหนีออกมาได้อย่างปลอดภัยแน่นอน”

    กล่าวจบตรงนี้หนิงเทียนได้หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของจิวอิง สองมือของมันตบไปที่บ่าของมันอย่างแผ่วเบา “ถ้าข้าไม่เชื่อมั่นว่าเจ้าจะรอดออกมาได้ ข้าจะไม่ใช้ทรัพย์สมบัติมากมายขนาดนี้เดิมพันข้างเจ้า”

    เมื่อจิวอิงได้ยินคำกล่าวของหนิงเทียน ใบหน้าที่เคยไร้ความรู้สึกกลับแปรเปลี่ยนออกอีกครั้ง สายตาที่ราวกับคนตายได้เกิดประกายแสงจางๆอยู่ภายใน

    สองมือของมันกำแน่น การที่มีใครสักคนเชื่อมั่นในตัวมัน ทำให้ภายในใจของมันสั่นออกด้วยความรู้สึก รอยน้ำตาแห่งความยินดีเริ่มที่จะปรากฏจางๆ

    มันใช้เวลาจมลึกอยู่กับความรู้สึกเช่นนี้ชั่วขณะก่อนจะกล่าวออกมา “ขอบคุณพี่ชายและคุณหนูใหญ่มากที่เชื่อมั่นในตัวข้า ถูกแล้วข้าจะไม่ยอมตกเป็นอาหารของเดรัจฉานตัวนี้เด็ดขาด”

    ความหวาดกลัวของมันถูกปัดเป่าโดยคำพูดของหนิงเทียนไปหมดแล้ว เวลานี้ประกายตาของมันเต็มไปด้วยความองอาจ

    มันเป็นแววตาที่หนิงเทียนคุ้นเคยเป็นอย่างยิ่ง ใช่แล้วมันเป็นแววตาเดียวกับทหารร่วมรบของมันในศึกที่ผาบรรจบเมฆ

    หนิงเทียนจึงกล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้ม “ดีจบการประลองนี้ เจ้าจงมาเป็นทหารผู้สัตย์ซื่อให้แก่คุณหนูใหญ่ของข้า”

    จิวอิงพยักหน้าตอบรับพร้อมก้าวเดินเข้าไปในกรงเหล็กอย่างมั่นคง เพียงชั่วอึดใจเสียงของมู่ซวนเฟิงก็ส่งสัญญาณให้เริ่มการประลองได้

    ทันใดนั้นเสียงของขลุ่ยได้ดังขึ้นมากระทบหูของผู้คนทั้งหมด มู่เฉียนนั้นเปลี่ยนบทบรรเลงที่ต่างออกไปจากคราวแรกมากนัก

    เมื่อหมาป่ารัตติกาลได้ยินเสียงขลุ่ยที่มู่เฉียนเป่าออก ดวงตาที่ดำสนิทของมันเปลี่ยนสีเป็นแดงก่ำ

    “นั้นๆคุณหนูสี่กำลังควบคุมหมาป่ารัตติกาลอยู่ใช่หรือไม่?”นักรบของตระกูลผู้หนึ่งกล่าวออกมา

    มู่ปังระบายลมหายใจออกมา หลังที่แข็งตรงจากท่านั่งมองอย่างตั้งใจ ค่อยๆลดลงกลับกลายเป็นทอดหลังพิงเก้าอี้อย่างสบายใจ“ที่แท้คุณหนูสี่ก็มีไพ่ตายเช่นนี้”

    มู่ฉูจีมองไปยังมู่เฉียนด้วยแววตาชื่นชม “คุณหนูสี่ฝึกฝนในเส้นทางของผู้ฝึกอสูร ช่างทำให้ตาแก่ผู้นี้ได้เปิดหูเปิดตาไม่น้อย”

    มู่หลานเจี่ยยกยิ้มอย่างภูมิใจ “แน่นอน คุณหนูของข้านั้นมีความสามารถมากกว่าที่พวกท่านคิดเสียอีก ถ้าไม่นับรวมคุณหนูรองแล้ว อัจฉริยะอันดับ2ของตระกูลต้องตกเป็นของนางแน่นอน” มันจงใจกล่าวออกพร้อมกันทอดสายตาไปยังมู่ปัง

    ..

    ภายในลานประลองเดรัจฉาน หมาป่ารัตติกาลค่อยๆสืบเท้าทีละคู่ก้าวไปยังร่างของจิวอิง คราบเลือดของสองร่างที่มันได้กัดกินจนไม่เหลือกระดูกยังคงติดอยู่บนปากของมัน ทำให้มันดูคล้ายกับปีศาจกระหายเลือดเป็นอย่างยิ่ง

    เมื่อจิวอิงเห็นหมาป่ารัตติกาลกำลังใกล้เข้ามา มันรีบพุ่งร่างถอยออก ยิ่งมันถอยออกมากเพียงใด ประตูที่จะทำให้มันรอดไปได้นั้นยิ่งอยู่ห่างไกลมากขึ้นเท่ากัน ทางเดียวที่จะรอดได้คือพุ่งร่างผ่านหมาป่ารัตติกาลไป

    เมื่อหมาป่ารัตติกาลหยุดนิ่งและใช้สายตาอำมหิตจับจ้องไปยังเหยื่อเบื้องหน้า จิวอิงรู้สึกถึงแรงกดดันมหาศาลกำลังทับร่างกายของมันอยู่

    แม้มันจะเตรียมใจมาแล้วแต่ความหวาดกลัวนี้ ก็ไม่ใช่สิ่งที่จะใช้เพียงคำพูดแล้วจะขับไล่มันออกไปจากส่วนลึกในจิตใจได้

    มีคนเคยกล่าวไว้ว่าเมื่อมนุษย์ต้องเผชิญหน้ากลับความตายแขนและขาจะไม่ใช่ของเราอีกต่อไป จิวอิงเองก็หนีไม่พ้นคำบอกเล่าดังกล่าว

    เวลานี้ขาทั้งสองข้างไม่ใช่ของมันอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่ามันจะพยายามมากเพียงใด การจะก้าวเท้าออกสักก้าวดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องที่ยากเกินไป

    แม้พวกคนรับใช้และนักรบของตระกูลจะเดิมพันข้างสัตว์อสูรก็ตามที แต่ถึงอย่างไรพวกมันก็ยังมีจิตสำนึกความเป็นมนุษย์ คำพูดที่พวกมันส่งเสียงออกมานั้นย้อนแย้งกับการกระทำที่มันได้เดิมพันไปอย่างชัดเจน

    “หนีเร็ว จิวอิง รีบวิ่ง”

    เมื่อเสียงหนึ่งดังออกมา เสียงที่สองก็ดังตามมาติดๆ

    “ใช่แล้ว แม้ข้าจะอยากได้เงิน แต่ข้าก็ไม่อยากเห็นสหายที่กินข้าวหม้อเดียวกันต้องตกตายด้วยเรื่องแค่นี้ หนีเร็ว!!”

    เสียงตะโกนด้วยความเป็นห่วงของสหายในตระกูลดังออกมา แม้คนที่เปลี่ยนใจมาเชียร์ให้มันรอดตายจะมีน้อยกว่าคนที่กล่าวแช่งสาปส่งให้มันรีบๆตายโดยเร็วก็ตาม

    แต่มันก็เพียงพอแล้วที่จะช่วยละลายความกลัวที่เกาะกุมขาของจิวอิงเอาไว้

    “จิวอิง รีบหนีเร็วเข้า” หนิงเทียนตะโกนออกมาเสียงดัง เป็นสัญญาณให้สองเท้าของจิวอิงเริ่มก้าวออกไปด้านข้าง มันพุ่งร่างทิ้งระยะห่างออกถึง

    ยามนี้จิตใจของจิวอิงมีเพียงสามคำ “ข้าต้องรอด ข้าต้องรอด”

    ยิ่งมันหนีออกเท่าใด หมาป่ารัตติกาลยิ่งคืบคลานเข้าใกล้มันมากขึ้น

    ด้วยระดับพลังที่แตกต่างกันมากการที่จิวอิงใช้เวลาหนีได้ถึง 15ลมหายใจนั้น จะเรียกว่าปาฎิหาริย์ก็เป็นไปได้

    แต่สำหรับหนิงเทียนแล้วมันไม่เคยเชื่อสิ่งที่เรียกว่าปาฎิหาริย์เลย คำตอบเดียวที่ทำให้จิวอิงยังรอดอยู่บนสนามประลองเดรัจฉานคือการที่เดรัจฉานสี่ขาหน้าขนตัวนี้กำลังหยอกล้อกับเหยื่อของมันต่างหาก

    “วูบบบบ!!!” เสียงของกรงเล็บอันแหลมคมตัดผ่านอากาศดังออกมาอย่างน่าสยดสยอง ทันใดนั้นเลือดสดๆจากแผ่นหลังของจิวอิงสาดกระเซ็นออกเป็นละออง

    ไม่รู้ว่าด้วยโชคที่ดีหรือเจตนาล้อเล่นกับเหยื่อของหมาป่ารัตติกาลทำให้รอยเล็บด้านหลังของมันไม่ได้บาดลึกไปถึงกระดูก

    เสียงทำนองของขลุ่ยยังดังขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งมันเร่งจังหวะให้เร็วมากเท่าไร ดวงตาของหมาป่ารัตติกาลยิ่งแดงก่ำไปด้วยเลือดมากเท่านั้น

    “หูววววว” มันเงยหน้าขึ้นสูงพร้อมเห่าหอนด้วยเสียงที่ชวนขนหัวลุก ผู้ฝึกตนที่อยู่ในระดับต่ำกว่าแดนแห่งปราชญ์ทุกคนอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเพราะเสียงร้องนั้น

    จะมีก็เพียงแต่หนิงเทียนเท่านั้นที่ยังคงยืนสงบนิ่งอยู่ติดกับสนามประลองเดรัจฉาน เวลานี้มันเปิดปากออกด้วยเสียงเย็น

    ถ้ามีผู้ใดให้ความสนใจกับมัน จะสามารถบอกได้เลยว่าบรรยากาศรอบๆของหนิงเทียนนั้นน่ากลัวกว่าหมาป่ารัตติกาลนับร้อยเท่า

    “จิวอิงมนุษย์นั้นถูกเรียกเป็นสัตว์ประเสริฐ เหตุผลที่มันถูกเรียกว่าสัตว์นำหน้า เพราะว่ามนุษย์ทุกคนนั้นมีความเป็นสัตว์อยู่ในตัวแต่ที่มันได้ได้แสดงออกมา

    เพราะว่ามันถูกกดข่มด้วยพลังของจิตใจให้อยู่ในส่วนลึกเท่านั้น แต่ตอนนี้ถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องปลดปล่อยสัตว์ร้ายในจิตใจออกมา”

    ด้วยคำกล่าวที่เย็นเยือกของหนิงเทียน ทำให้ร่างของจิวอิงแข็งค้างไปทันที เวลาเดียวกันหมาป่ารัตติกาลที่กำลังถูกควบคุมโดยมู่เฉียนก็สืบเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

    ดูจากแววตาที่แดงก่ำของมันแล้ว การโจมตีต่อไปของมันหมายจะปลิดชีพเหยื่อ อย่างแน่นอน

    หนิงเทียนเองเห็นดังนั้น มันได้แต่ถอนหายใจออกมา “นับวันสายตาของข้ายิ่งแย่ลงทุกที เอาเถอะข้าเองก็ไม่สามารถแพ้การเดิมพันนี้ได้” กล่าวจบหนิงเทียนขยับร่างของมันให้อยู่ระนาบเดียวกับหมาป่ารัตติกาล

    ดวงตาของหนิงเทียนดำมืดลง จิตสังหารที่ผ่านการฆ่าฟันนับล้านปะทุขึ้นมาจากภายใน สัตว์อสูรลมปราณขั้นที่1นั้น ไม่สามารถทนทานจิตสังหารระดับนี้ได้แน่นอน

    ขณะที่มันกำลังจะส่งออกไปนั้น ร่างที่แข็งทื่อของจิวอิงได้เริ่มขยับ มันแหงหน้าขึ้นมองฟ้าและร่ำร้องออกมาสุดเสียง

    “อ๊ากกกกกกกก!!!” ได้ยินเช่นนั้นมุมปากของหนิงเทียนยกยิ้มขึ้นจิตสังหารของมันจางหายไปราวกับเมฆหมอกพร้อมกับจ้องมองไปยังจิวอิงอย่างไม่วางสายตา

    มู่เฉียน จับจ้องไปยังจิวอิงด้วยรอยยิ้ม ดวงตาของนางนั้นมีแต่ความพึงพอใจ ‘มันกลัวจนเสียสติไปแล้ว’

    กลุ่มของผู้อาวุโสหลักทั้งสามจับจ้องจิวอิงที่กำลังเปลี่ยนแปลงท่าทีอย่างไม่ละสายตา

    แม้แต่มู่ซวนเฟิงเองก็ยังมองตรงไปด้วยสายตาหรี่แคบ“คำพูดของข้ารับใช้ชั้นต่ำ กำลังทำให้นักรบผู้นั้นคลั่งอย่างนั้น?”

    เวลาเดียวกับที่จิวอิงและหมาป่ารัตติกาลเผชิญหน้ากัน หมาป่ารัตติกาลมองไปที่จิวอิงด้วยสายตาแดงก่ำขณะที่มันกำลังยกเท้าก้าวไปสังหารเหยื่อของมันนั้น

    สิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกแปลกใจอย่างที่สุดก็คือจิวอิงหยุดเสียงร้องและก้าวเข้าหาหมาป่ารัตติกาลทีละก้าวด้วยสายตาที่แดงก่ำ ปากของมันพึมพำอย่างไม่หยุดยั้ง

    “ข้าคือจิวอิง ข้าคือจิวอิงข้าไม่ยอมตายเด็ดขาด”

    ตอนนี้ในสายตาของหมาป่ารัตติกาล มันเห็นมนุษย์ที่เคยเป็นเหยื่อของมันกำลังกลายร่างเป็นสัตว์อสูรที่สามารถคุกคามชีวิตมันได้ มันได้แต่ได้หยุดนิ่งพร้อมก้าวขาคู่หลังถอยออกทีละนิด

    การแสดงออกของหมาป่ารัตติกาลนั้นสร้างความตกตะลึงแก่ผู้คนอยู่ไม่น้อย แม้แต่มู่เฉียนเองยังสะดุ้งด้วยความตกใจ นางรีบเร่งทำนองของขลุ่ยสีดำเพื่อควบคุมหมาป่ารัตติกาลอีกครั้ง

    ได้ยินเสียงขลุ่ยนั้น หมาป่ารัตติกาลได้แต่สะบัดศีรษะอันใหญ่โตของมันอย่างรวดเร็วพร้อมกับเห่าหอนออก

    จากนั้นมันถีบขาหลังพุ่งใส่จิวอิงอย่างรวดเร็ว เพียงลมหายใจเดียวพวกมันเผชิญหน้าโดยห่างกันเพียง1ช่วงตัวเท่านั้น

    จิวอิงยกสองมือของมันเหวี่ยงเข้าหาหมาป่ารัตติกาลอย่างบ้าเลือด ขณะเดียวกันหมาป่ารัตติกาลพุ่งศีรษะของมันหมายจะกัดกลืนร่างของจิวอิงให้ขาดในคำเดียว

    แต่จู่ๆร่างกายหมาป่ารัตติกาลกลับเย็นเฉียบ มันรีบหุบปากของมันพร้อมกับก้มร่างลงแทบพื้นด้วยความหวาดกลัว ตัวของมันสั่นไหวอย่างบ้าคลั่งราวกับว่ามันกำลังเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรในระดับที่สูงกว่ามันหลายเท่า

    “หวาดกลัว??” เป็นไปได้อย่างไร สัตว์อสูรลมปราณกำลังหวาดกลัวนักรบผู้นั้น” จี้หลินตงยันกายขึ้นจากเก้าอี้ พร้อมมองไปยังภาพเบื้องหน้า....

    คล้ายกับเรื่องหนิงเทียน ราชันจักรพรรดิ ฉบับรีไรท์ จบแล้ว ที่คุณอ่าน

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    God of Holy Aqua Martial (เทวยุทธ์วิญญาณวารีศักดิ์สิทธิ์)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    146K 311
    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    ฤทธาสยบฟ้า ใต้หล้าเหนือพันธนาการ [จบ]

    นิยาย แฟนตาซี
    3.82M 1844
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810