บทที่ 30 ความลับ
"พวกคุณหนูสบายดีใช่ไหม? "
ชายกลางคนสอบถามสารทุกข์สุกดิบออกมา ในวันที่เฉิงม่อย้ายออกไป มัน้าออกจากตระกูลเพื่อติดตามไปรับใช้ครอบครัวเฉิงม่อด้วย แต่มันกับถูกเฉิงม่อสั่งห้ามเอาไว้
ทุกวันมันได้แต่เฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ครอบครัวของเฉิงม่อจะกลับมาอยู่ที่ตระกูลสาขาได้อีกครั้ง
"พวกคุณหนูมาลงทะเบียนแข่ง? "
ชายกลางคนสอบถาม
"ใช่ พวกเรา้าลงแข่ง"
เฉิงมู่ตอบกลับอย่างเรียบง่าย
ในขณะที่ชายกลางคนกำลังฟังคำตอบ มันนึกเื่ราวบางอย่างออก เหตุการณ์นี้เป็สาเหตุทำให้ครอบครัวเฉิงม่อต้องย้ายออกไป
แต่ตอนนี้ชายกลางคนกลับได้ยินคำตอบที่น่าประหลาดใจจากเฉิงมู่
"พวกเราหรือ?"
ชายกลางคนไม่สงสัยในตัวเฉิงซิน เพราะนางได้รับการยกย่องั้แ่เด็ก นางย่อมมีความสามารถลงแข่งได้อย่างไม่มีปัญหา แต่มันจำได้ว่าเฉิงมู่ไม่สามารถเปิดชีพจรปราณได้จนเป็สาเหตุที่ครอบครัวต้องย้ายออกไป
"คุณชายเปิดชีพจรปราณได้แล้ว"
ชายกลางคนถามย้ำขึ้นมาทันที มันมองเฉิงมู่ด้วยสีหน้าแปลกๆ
เฉิงมู่พยักหน้าตอบแทนคำพูด เท่านี้ชายกลางคนก็ได้รับการยืนยันคำตอบเรียบร้อย สิ่งที่มันคิดเอาไว้ในใจเป็เื่จริง
"ยินดีด้วยคุณชาย" ชายกลางคนแสดงความยินดี แม้มันไม่สามารถบอกได้ว่าเฉิงมู่อยู่ระดับปราณเท่าไหร่ แต่การที่เฉิงมู่กล้าตัดสินใจมาแข่งต้องไม่ได้มีระดับปราณที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแน่
แม้ว่ามันมีความสามารถพอจะตรวจสอบระดับปราณได้ แต่อีกฝ่ายเป็บุตรชายของผู้มีพระคุณ มันจึงไม่้าเสียมารยาทและตัดสินใจถามไถ่ต่อ
ชายกลางคนจัดการลงทะเบียนให้ทั้งสองอย่างรวดเร็วเสร็จสรรพ จากนั้นมันมองทั้งสองด้วยสีหน้าอึดอัดใจบางอย่าง ปากของมันตะกุกตะกักเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่างออกมา
"เ้ามีอะไรหรือเปล่า? " เฉิงมู่เห็นเช่นนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะเปิดปากถาม
ในใจชายกลางคนลังเลอยู่ชั่วขณะ ก่อนตัดสินใจเล่าออกมาให้ทั้งสองฟัง "ั้แ่ผู้าุโม่อไม่อยู่ พวกเราเหล่าข้ารับใช้ต่างต้องทำงานหนักมากขึ้น แถมรายได้ที่จะจ่ายพวกเราก็ลดลง ข้าน้อยอยากให้ผู้าุโม่อกลับมาดูแลอีกครั้ง อย่างน้อยตอนมีผู้าุโม่ออยู่พวกเรายังอยู่ดีกินดีมากกว่านี้นัก"
เมื่อชายกลางคนร่ายยาวมาถึงตรงนี้ มันมองคู่พี่น้องชายหญิงอย่างมุ่งหวัง
"นายน้อยกับคุณหนูจะต้องเอาชนะให้ได้นะขอรับ เพื่อจะได้รับสิทธิพิเศษที่ตระกูลหลักมอบให้ผู้ชนะเลิศ บิดามารดาของพวกนายน้อยจะได้กลับมามีอำนาจในตระกูลสาขาอีกครั้ง"
"ไม่ต้องห่วง ข้าตั้งใจจะเอาชนะเลิศการแข่งขันประลองรุ่นเยาว์อยู่แล้ว"
เฉิงมู่ให้คำมั่นอย่างหนัก
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของชายกลางคนเริ่มปรากฏรอยยิ้ม แต่มันยังคงระบายออกมาอีกว่า "ที่จริงท่านผู้นำสาขาไม่น่าจะทำแบบนี้กับครอบครัวของผู้าุโม่อเลยด้วยซ้ำ ทั้งที่เค้าเป็คนที่ถูกส่งมาจากตระกูลหลักแท้ๆ "
เฉิงมู่ได้ยิน มันต้องรีบหันมามองชายวัยกลางคน "เมื่อกี้เ้าบอกว่าท่านพ่อถูกส่งมาจากตระกูลหลักหรือ?"
เฉิงซินที่รับฟังอย่างเงียบๆอยู่ด้านข้างต้องใด้วยเช่นกัน นางไม่เคยได้ยินเื่นี้จากบิดามารดามาก่อน
เ้าหน้าที่ลงทะเบียนเริ่มรู้สึกตัวว่ามันพูดมากเกินไปและพูดในสิ่งที่ไม่ควรพูด มันรีบยกมือปิดปากอย่างรวดเร็ว "ขอโทษขอรับนายน้อย ข้าพูดไม่ได้ ที่จริงเื่นี้ถือว่าเป็ความลับมาก ห้ามมิให้ใครแพร่พราย ไม่งั้นข้าต้องถูกลงโทษสถานหนักได้ขอรับ"
"ไม่เป็ไร ตอนนี้ไม่มีใครอยู่แถวนี้ เ้าบอกข้ามาเถอะ ข้ารับรองว่าจะไม่บอกใครอย่างแน่นอน"
เฉิงมู่อยากรู้ความจริงขึ้นมาทันที มันเหลียวซ้ายเหลียวขวาสองสามครา เมื่อเห็นไม่มีใครมันรีบยื่นหน้าเข้าใกล้ชายวัยกลางคนมากขึ้น
เฉิงซินที่ยืนด้านข้างก็อยากรับรู้ด้วยเช่นเดียวกัน นางจึงเข้าไปยืนใกล้ๆ ระหว่างคนทั้งสองมากยิ่งขึ้น
"ที่จริงท่านผู้าุโม่อไม่ใช่คนจากตระกูลสาขาั้แ่แรก แต่ท่านมาจากตระกูลหลัก ส่วนสาเหตุที่แน่ชัดว่าทำไมถึงโดนย้ายมาอยู่ตระกูลสาขา ข้าไม่รู้ชัดเจนมากขอรับ"
ชายกลางคนตอบอย่างเร่งรีบ น้ำเสียงของมันไม่ดังมากเกินไป
แต่สองพี่น้องได้ยินชัดเจน!
ชายวัยกลางคนมองเงียบชั่วครู่และครุ่นคิด มันตัดสินใจเล่าต่อว่า
"ตอนผู้าุโม่อย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ตอนนั้นผู้นำสาขาเกรงอกเกรงใจาุโม่อมาก ถึงขนาดตัดสินใจมอบตำแหน่งผู้าุโอันดับหนึ่ง ทำให้าุโหลายคนเกิดความไม่พอใจ โดยเฉพาะบรรดาเหล่าาุโอันดับบน"
"แม้ว่าตอนแรกาุโม่อจะไม่อยากดำรงตำแหน่ง แต่ผู้นำสาขาเต็มใจยินดีมอบตำแหน่งนี้ให้ท่าน ทำให้สถานะของาุโม่อในตระกูลสาขาก้าวะโสูงขึ้นในพริบตา"
"แต่ด้วยนิสัยของาุโม่อที่เป็มิตรและอัธยาศัยดีกับทุกคนแล้วความสามารถบริหารจัดการอย่างเป็ธรรม จนสุดท้ายาุโม่อได้รับการยอมรับจากหลายคนในเวลาไม่นาน มีเพียงส่วนน้อยที่ไม่ชอบาุโม่อเท่านั้น"
หลังจากฟังชายกลางคนเล่าอยู่นาน ในที่สุดเฉิงมู่เข้าใจหลายสิ่งหลายอย่างเกี่ยวกับบิดามากขึ้น
บางทีการที่าุโบางคนไม่พอใจบิดาของมัน เพราะบิดาต้องเข้าไปขัดแข้งขัดขาของพวกมันก็เป็ได้
"หรือว่าการที่ผู้นำสาขาขับไล่ข้าออกตระกูลสาขา ไม่ใช่เพราะเื่ที่ข้าเปิดชีพจรปราณไม่ได้ แต่เป็สาเหตุอื่น!"
ตอนนี้เฉิงมู่เริ่มเอะใจบางอย่าง