ตอนที่ 10
‘อย่าบอกนะว่าอาจารย์ที่โอวหยางเจิ้งหยูพูดถึง คือเด็กหนุ่มคนนี้' เหว่ยกัง เดินเข้าไปกระซิบข้างหูเพื่อนสนิท ด้วยความสงสัย “เจิ้งหยูนี่หน่ะเหรออาจารย์ที่นายพูดถึง" โอวหยางเจิ้งหยูผงกหัวยอมรับ
เย่วหนิงเอ๋อกับซูเฟยหนี่ว์ ยังไม่หายช็อคกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ และหลังจากนั้นก็มีชายแก่จาไหนไม่รู้ไม่รู้มาเรียกชิงเทียนว่าอาจารย์ ทำเอาหญิงสาวทุ้งสองคนหัวหมุนไปตามๆกัน
“อ้าว เจิ้งหยูเ้าเองก็อยู่ที่นี่ด้วยหรือ" ชิงเทียนค่อนประหลาดใจที่ได้มาพบลูกศิษของเขาที่นี่
“ท่านอาจารย์ พอดีว่าศิษย์แวะมาหาสหาย และเขาก็ยังเป็เ้าของของที่นี่อีกด้วย"
“สวัสดีครับผมชื่อ เหว่ยกัง เป็เพื่อนสนิทกับโอวหยางเจิ้งหยู" เหว่ยกังแนะนำตัว เขาเหลือบมองไปยังร่างของเจียงจื่อหยา ที่ยังค้างเติ่งอยู่บนกำแพง ซึ่งการจะทำแบบนี้ได้ แสดงว่าชิงเทียนต้องมีฝีมือไม่ธรรมดา ไม่สิ...คงต้องบอกว่าเป็สัตว์ประหลาดมากกว่า
“สวัสดีครับ ผมชิงเทียน เอ่อ...ถ้าเป็ไปได้คุณช่วยจัดการเื่นี้ให้ผมหน่อยได้ไหม" ชิงเทียนชี้ไปที่เจียงจื่อหยา
“ไม่มีปัญหาครับ ผมจะจัดการให้ทันที" เขาสั่งให้คนของเขามาดูอาการของเจียงจื่อหยา
หญิงสาวและบอดี้การ์ดทั้งสองคนที่มาพร้อมเจียงจื่อหยาเผ่นหนีไปั้แ่เขามาถึง เหว่ยกังหยิบมือถือขึ้นมาและโทรไปเล่าให้ลูกชายเขาฟัง จากนั้นเหว่ยเทียนอี้ลูกชายของเรารีบวิ่งมาดูอาการของเจียงจื่อหยาพร้อมทั้งจัดการเื่ทั้งหมดแทนเขา
“พนักงานบอกกับผมว่าพวกคุณยังไม่ได้ทานอาหารสินะ จะทานที่นี่ก็คงไม่สะดวก เช่นนั้นผมขอเชิญพวกคุณขึ้นไปใช้ห้องรับรองแขกพิเศษที่อยู่ชั้นบนสุดก็แล้วกัน" ห้องรับรองพี่เศษที่ชั้นแปดมีไว้สำหรับเ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและเหล่าผู้มีอำนาจ คนทั่วไปนั้นไม่สามารถใช้ห้องนี้ได้
"ตกลง" ชิงเทียนตอบรับคำเชิญ
เหว่ยกังนำทางพวกเขามายังห้องๆหนึ่ง ด้านในกว้างขวาง มีของตกแต่งและแจกันราคาแพงรายใบวางประดับ ตรงกลางห้องมีโต๊กลมแบบหมุนทำมาจากหินอ่อนตั้งอยู่ สองสาวที่เดินตามเข้ามาเดินสำรวจไปทั่วห้องอย่างตื่นเต้น
พนักงานสาวสวยเดินเข้ามาดูแลเื่อาหารและเครื่องดื่ม “วันนี้ผมขอเป็เ้าภาพเลี้ยงพวกคุณแล้วกันนะ ขาดเหลืออะไรสามารถบอกพนักงานของผมได้เลย" เขาไม่กล้าที่จะคิดเงินกับชิงเทียน จึงเลือกออกค่าอาหารให้เพื่อสานสัมพันธ์
“ขอบคุณ ผมจะหาทางตอบแทนเื่ในวันนี้แน่นอน" ชิงเทียนยิ้มรับ
เหว่ยกังเดินออกจากห้องไปพร้อมกับโอวหยางเจิ้งหยู ชิงเทียนสั่งอาหารมาทาน สองสาวรีบลากเก้าอี้เขยิบเข้ามาใกล้ชิงเทียน "นายไปเป็อาจารย์ ของคุณลุงคนนั้นได้ยังไงน่ะ" เย่วหลิงเอ๋อ โน้มตัวเข้ามาถาม ชิงเทียนเค้นสมองคิดทันที
“อ๋อ....ฉันสอนเขาเื่การปลูกสมุนไพรน่ะ" ชิงเทียนแต่งเื่ขึ้นมา
“นายเนี้ยนะปลูกสมุนไพร?" เย่วหนิงเอ๋อทำหน้าเหยเกคล้ายจะไม่เชื่อ
“เอ่ออ....งานอดิเรกน่ะ เอ่ออ....เราเจอกันโดยบังเอิญบนอินเทอร์เน็ต เอ่ออ...จากนั้นเขาก็เรียกฉันว่าอาจารย์" เื่โกหกที่ชิงเทียนแต่งขึ้นมา ดูไม่มีความน่าเชื่อถือเอาเสียเลย แต่อย่างน้อยเขาก็ทำให่เย่วหนิงเอ๋อเลิกเซ้าซี้ได้สำเร็จ
“ถ้านายพูดเอ่ออีกคำ ฉันจะชกหน้านายจริงๆด้วย" เย่วหนิงเอ๋อทำท่าทีหงุดหงิด เธอรู้สึกว่าเขาต่างจากชิงเทียนที่เธอรู้จักเล็กน้อย จากคนที่ไม่ค่อยพูดค่อยจา กลายเป็คนที่พูดมาก แถมกวนประสาทอีกต่างหาก ที่สำคัญสิ่งที่เขาทำกับเจียงจื่อหยา ก็ยิ่งทำให้เธอคิดว่าเขาเป็คนที่ดูพึ่งพาได้มากกว่าที่คาดไว้
ซูเฟยหนี่ว์ทำท่าทีเหมือนกับเธอกำลังกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยแต่ที่จริงแล้วหูของเธอกางออกเพื่อฟังบทสนทนาของพวกเขาอย่างละเอียด
หลังจากทานอาหารเส็จชิงเทียนร่ำลากับสองสาวที่หน้าภัตตาคาร จากซีอานไปไท่หยวนมีระยะทางประมาณ 600 กิโลเมตร เขาตัดสินใจเหมาแท็กซี่ไปยังไท่หยวน
ชิงเทียนผลอยหลับไปบนรถ เมื่อรู้สึกตัวก็พบว่าเป็เวลาเช้าแล้ว
"ถึงแล้วครับ" คนขับปลุกเขา ชิงเทียนจ่ายเงินและลงจากรถแท็กซี่
ชิงเทียนเข้าไปเช็คอินที่โรงแรมแห่งหนึ่งเพื่ออาบน้ำทความสะอาดร่างกาย เขาเดินออกมาจากโรงแรมโดยตั้งใจที่จะไปสืบข้อมูล หอนพเก้า จากตระกูลเกาแต่ทันใดนั้นเอง ในซอกตึกเขาเห็นชายคนหนึ่งถูกมัดมือ ในขณะที่รอบตัวมีชายฉกรรจ์ห้าคนลุมล้อม เมื่อสังเกตุดีๆก็พบว่าที่มือของชายคนนั้น ถูกใส่กุญแจมือและมีเทปปิดปากไว้สนิท
ชิงเทียนจึงตัดสินใจสะกดรอยตามไป จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าโรงงานร้างแห่งหนึ่ง ก่อนจะปีนขึ้นไปบนหลังคา แล้วแทรกตัวเข้าไปผ่านช่องลม เพื่อคอยดูสถานการณ์
“อีกนานแค่ไหนคนของตระกูลสั่วจะมาถึง" ชายหน้าบากที่เป็หนึ่งในห้าคนพูดขึ้น
“ประมาณ 1 ชั่วโมงครับ หัวหน้า"
พวกเขาสวมเสื้อสีดำ กางเกงลายพรางคล้ายทหารมีปืนพกคนละกระบอก และมีมีดสั้นเหน็บอยู่ข้างด้านหลัง ‘เหมือนจะเป็ทหารผ่านศึกหรือไม่ก็ทหารรับจ้าง' ชิงเทียนคิด
ชายหน้าบากที่เป็หัวหน้าจุดบุหรี่สูบ “กว่าจะลักพาตัว ซีเหมินคุน มาจากศูนย์วิจัยได้ ทำให้เราลำบากไม่น้อยเลย คงต้องเรียกค่าจ้างจากตระกูลสั่วเพิ่มซะแล้ว"
‘!!!!!!!!!!!!!'ชิงเทียนจำชื่อนั้นได้ นั่นเป็ชื่อของพ่อซีเมินจวิน ซึ่งเป็ประธานบริษัทผลิตวัคซีนและเป็ทั้งหัวหน้าฝ่ายวิจัย ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะได้มาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้
ขณะที่ชิงเทียนกำลังคิดแผนช่วยเหลืออยู่นั่นเอง เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น พวกทหารรับจ้างทั้งห้าคนตอบสนองรวดเร็ว เมื่อพวกเขายกปืนเล็งขึ้นไป้า ก็พบกับใบหน้าของชายหนุ่ม ที่ยื่นออกมาจากช่องระบายอากาศ
“แกเป็ใคร!!" ชายหน้าบากะโถาม
“ให้ตายสิ ทำลายฉากเปิดตัวซะป่นปี้เลย" ชิงยกมือถือขึ้นรับสาย พร้อมกับชูนิ้วขึ้นมา ราวกับกำลังจะบอกว่า ‘ขอเวลานอก' ทำเอากลุ่มชายฉกรรจ์ที่อยู่ข้างล่างเหวอไปตามๆกัน “ครับแม่...เดียวก็กลับครับ แค่นี้นะครับ..."
หลังจากที่วลงสายไป ชิงเทียนก็พุ่งตัวลงมาจากความสูงมากกว่า 10 เมตร (*ขอใช้หน่วยวัดสากลนะครับหลังจากเข้าภาคแดนเซียนจะเปลี่นนไปใช้หน่วยวัดจีนครับ) แล้วร่อนลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะใช้เท้าดีดตัวมาด้วยความเร็วดั่งลูกเกาทัณฑ์ ยังไม่ทันที่ชายทั้งห้ายจะทันทันได้ตอบสนอง ‘ฉึก!' หนึ่งในนั้นถูกฝ่ามือแทงทะลุอก ล้มลงสิ้นใจในทันที
ทหารรีบจ้างที่เหลือหน้าซีดทันที “ยิง!!!" ชายหน้าบากออกคำสั่ง จากนั้นห่าะุจากปืนพก ก็กระหน่ำยิงไม่ยั้ง
ชิงเทียนเอี้ยวตัวหลบะุ เพลิงสีฟ้าปรากฎขึ้นมาเหนือฝ่ามือ ก่อนที่ลูกไฟขนาดใหญ่จะพุ่งเข้าหาหนึ่งในชายฉกรรจ์ ทันทีที่เปลวเพลิงััถูกตัว มันก็แผดเผาชายคนดุงกล่าวอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงแค่เถ้าถ่าน
“อะไร!!" ชายหน้าบากใสุดขีด ขณะที่อีกสามคนกำลังเปลี่ยนแม็กกาซีน ชิงเทียนก้มลงไปหยิบน็อตขึ้นสนิมขนาดเท่าหัวแม่โป้งขึ้นมา ก่อนจะเขวี้ยงออกไปด้วยความเร็วเทียบเท่าะุปืน และในไม่กี่วินาทีต่อมา ชายอีกคนล้มลงทันทีพร้อมรูขนาดใหญ่ที่กลางลำคอ
ชิงเทียนเคลื่อนตัวเข้าประชิดชายอีกคนแล้วซัดฝ่ามือไปที่กลางหน้า จนเศษชิ้นส่วนสมองของชายคนนั้น กระจัดกระจายไปทั่วบริเวณ
ชายหน้าบากที่เห็นการกระทำของชิงเทียน ทำให้เขารู้สึกอยากอาเจียนออกมา ก่อนจะรีบรวมรวมสติแล้วเล็งปืนไปยังชิงเทียน แต่ก็ถูกชายหนุ่มใช้มือคว้าปืนได้เสียก่อน
ปืนพกของชายหน้าบาก ถูกชิงเทียนบีบจนบี้แบนราวกับดินเหนียว ซึ่งเื่เแบบนี้ย่อมไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์สามารถทำได้
“ก...แกเป็คนของหน่วยงานไหน!?" ชายหน้าบากถามด้วยสีหน้าหวาดกลัว
‘ฉั้วะ' ชายหน้าบากถูกฝ่ามือที่หุ้มพลังปราณผ่าเข้าที่ลำคอ ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก็คือร่างกายของตัวเองที่ไร้ศรีษะ ทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น
ชิงเทียนเผาศพของพวกทหารรับจ้างด้วยเพลิงอัสนีฟ้าเพื่อทำลายหลักฐาน นี่เป็ครั้งแรกที่เขาฆ่าคนหลังจากมาเกิดใหม่ในร่างนี้ เขาเดินเข้าไปหาขายวัยกลางคนที่กำลัง ทำหน้าราวกับกำลังเห็นผีกลางวันแสกๆ
“คุณใช่พ่อของซีเหมินจวินรึเปล่า“ ชิงเทียนถามเพื่อความแน่ใจ
“ค...คุณรูจักชื่อลูกชายของผมได้ยังไง"
“ผมชิงเทียน เป็เพื่อนร่วมชั้นของซีเหมินจวิน" ชิงเทียนยิ้มอย่างอ่อนโยน ซึ่งมันไม่ได้ช่วยให้ซีเหมินคุนรู้สึกว่าเขาอันตรายน้อยลงเลย
“ขอบใจหลานชายมากที่มาช่วย" ซีเหมินคุนพยามลดความหวาดระแวง เขาไม่รู้เลยว่าลูกชายจะมีเพื่อน ที่สามารถฆ่าคนได้ไม่ต่างผักปลาเช่นนี้
“ที่จริงแล้วผมแอบตามมาเพราะความสงสัย แต่พอหัวหน้าพวกมันพูดชื่อคุณลุง ผมเลยคิดว่าคุณลุงน่าจะเป็พ่อของซีเหมินจวิน"
“ประเสริฐๆ ถือเป็ความโชคดีของจวินเอ๋อที่มีเพื่อนแบบหลานชาย" ซีเหมินคุน เริ่มมองชิงเทียนต่างออกไป บางทีเด็กหนุ่มคนนี้ อาจสามารถช่วยเขาสะสางความแค้นกับศัตรู
“ผมขอถามได้ไหมว่า ทำไมพวกมันถึงต้องลักพาตัวคุณลุง" ชิงเทียนออกแรงเพียงนิดเดียว กุญแจมือก็ถูกทำลายเป็ชิ้นๆ
ซีเหมินคุนทำสีหน้าลังเลเล็กน้อย “มันเป็เพราะเหตุผลทางธุรกิจน่ะ บริษัทของลุงผลิตวัคซีนอีโบล่าจนสำเร็จ แต่ยังไม่ทันจะได้ประกาศออกไป พวกตระกูลสั่วที่เป็คู่แข่งมาอย่างยาวนาน หลังจากได้ยินข่าวพวกมันก็ส่งคนมาลักพาตัวลุงและภรรยา เพื่อเค้นเอาสูตรการผลิต" เขากำหมัดแน่น “คิดแล้วก็น่าแค้นใจนักตอนพวกมันบุกเข้าไป นักวิจัยที่เป็ลูกน้องของลุงก็ถูกฆ่าไปหลายคน"
ชิงเทียนครุ่นคิดอยู่สักครู่ “งั้นเราคงต้องลอบเข้าไปที่บ้านของตระกูลสั่วดู" เขาอยากที่จะช่วยแม่ของซีเหมินจวิน ซีเหมืนคุนพยักหน้าเห็นด้วย เขาคิดว่าในตระกูลสั่ว คงสามารถต่อกรกับชิงเทียนได้
---------------------------------