“ว้าว!!!!...... ห้องสวยมากเลยน้ำชา เห็นวิวทะเลด้วยอ่ะ ห้องนี่ท่าทางจะแพงน่าดูเลยใช่ไหมเธอ?”
พรกรัณย์ส่งเสียงอุทานด้วยความตื่นตาตื่นใจ และลานตาลานใจด้วยความสวยงามของห้องพัก ที่เมื่อได้เปิดประตูห้องพักเข้ามา ก็เห็นห้องกว้างขวางมาก การจัดตกแต่งห้องก็สวยหรู และพอหันไปทางระเบียงห้อง ที่ตอนนี้เปิดผ้าม่านเอาไว้ ก็แลเห็นวิวทะเลสวยงามมาก
“ราคาห้องนี้ต่อคืนน่ะเหรอ... ก็ค่อนข้างสูงพอสมควรนั่นแหละ แต่ฉันบอกแล้วว่าจะให้เธออยู่ฟรี เพราะงั้นเธอไม่ต้องกังวลเื่นี้ไปเลยย่ะ”
ชาลิสาเดินเยื้องย่างมานั่งลง ที่เตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม ส่วนพรกรัณย์เดินตรงไปยืนมองท้องทะเลอันกว้างใหญ่ไพศาล ที่ประตูกระจก ที่เชื่อมออกไปยังระเบียงห้อง ชาลิสามองดูพรกรัณย์ ก่อนจะยิ้มหวาน และพูดอย่างไม่ได้ยี่หระอะไรมากมาย เพราะนานๆ จะได้มาเจอกันสักที
“ฉันรู้สึกเกรงใจเธอมากเลยอ่ะ...... จริงๆ ให้ฉันอยู่ห้องธรรมดาๆ ไม่ต้องสวยหรู ไม่ต้องแพงมากอย่างนี้ก็ได้นะ จะได้เอาห้องนี้ไปให้แขกคนอื่นๆ พักไง โรงแรมจะได้มีรายได้เยอะๆ”
พรกรัณย์หันหน้าสวยหวานกลับมามองหน้าสวยๆ ของชาลิสา ก่อนจะพูดอย่างเกรงอกเกรงใจเป็อย่างยิ่ง ก็จะไม่ให้เกรงใจได้ยังไงกันล่ะ เธอมาพักอยู่ที่นี่ตั้งสี่วันห้าคืน ค่าห้องก็ไม่ต้องเสียสักบาท และแถมยังจะได้มาอยู่ห้องกว้างขวาง หรูหรา เห็นวิวสวยๆ อย่างนี้ด้วยอีก ซึ่งห้องนี้น่าจะคืนๆ หนึ่งราคาเกินหมื่นอย่างแน่นอนเลยทีเดียว อีกอย่างพี่ชายของชาลิสาจะว่ายังไงก็ไม่รู้
“เห๊ย!... ไม่เป็ไรเลยยย... อย่ามาเกรงอกเกรงใจฉันเลย ห้องแบบนี้มีตั้งหลายห้อง ใช่จะมีห้องนี้ห้องเดียวเสียที่ไหนกันเล่า แค่ให้อยู่ฟรีห้องเดียว พี่ชายของฉันขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก เชื่อสิ......”
“แต่ว่า!...... ฉันกลัวว่าพี่ชายเธอจะเขม่นฉัน และว่าเธอเอาได้น่ะสิ ที่มาเลือกห้องแพงๆ อย่างนี้ให้ฉัน”
ถึงพรกรัณย์จะได้ยินชาลิสาบอกมาว่าไม่เป็ไร ไม่ต้องเกรงอกเกรงใจ แต่เธอก็อดที่จะไม่คิดและไม่เกรงอกเกรงใจไม่ได้หรอกนะ จึงได้บอกกล่าวความคิด ที่ตัวเองคิดมากให้ชาลิสารับรู้ไปอีกครั้ง
ชาลิสาส่ายหน้าสวยๆ ไปมา พร้อมกับยกมือขึ้น เป็เชิงห้ามปราม และบอกให้พรกรัณย์หยุดคิดมาก คิดหนัก หรือแม้แต่หยุดเกรงอกเกรงใจอย่างนั้นไปได้เลย
“พี่กฤตไม่เขม่นเธอหรอก และยังไม่มีทางที่จะต่อว่าฉันด้วยอย่างแน่นอน พี่กฤตรักฉันตามใจฉัน และห้องห้องนี้ฉันเป็คนเลือกให้เธอเอง อีกอย่างฉันก็บอกพี่กฤตเอาไว้ก่อนที่เธอจะมาที่นี่แล้ว ว่าฉันจะให้เธอนอนห้องนี้ เธอจงหยุดเกรงใจ หยุดกังวล และหยุดแต่ๆๆ ได้แล้ว จบนะ!”
ชาลิสาพูดบอกพรกรัณย์เสียยืดยาว และพร้อมกันนั้นก็พูดตัดบทเพื่อนทุกอย่าง เพราะรู้ว่าเพื่อนสนิทของเธอคนนี้ขี้เกรงอกเกรงใจ ไม่เื่มาก เป็คนง่ายๆ อะไรก็ได้ แต่ถึงจะอะไรก็ได้ อย่างนั้นน่ะ ไม่ใช่ว่าเพื่อนคนนี้จะเป็คนอ่อนแอหรอกนะ
พรกรัณย์เป็คนที่มีน้ำอดน้ำทน สู้ชีวิต สู้ความลำบาก สู้คนเหมือนกันนะจะบอกให้ แต่อันสู้คนในที่นี้นั้นนะ ไม่ได้หมายความว่าจะไปหาเื่ใครก่อนนะ สู้คนในที่นี้คือเป็กรณีที่ว่า หากมีใครมาหาเื่ก่อน โดยที่พรกรัณย์ไม่ได้ทำอะไรผิด ก็จะสู้ยิบตาอะไรประมาณนั้น
“โอเคจ๊ะจบก็จบ แต่ยังไงฉันก็ขอบคุณเธอและพี่กฤตมากนะ ที่กรุณาฉันขนาดนี้ เหมือนฉันมาเป็ภาระให้พวกเธอยังไงไม่รู้อ่ะ ไหนจะห้องฟรี ไหนจะอุตส่าห์สละเวลาพาฉันไปเที่ยวอีก”
พรกรัณย์ส่งยิ้มหวานให้ชาลิสา เธอเดินมานั่งลงบนเตียงนอนกว้างขวางหนานุ่ม ข้างๆ ชาลิสา และยินยอมหยุดพูดในเื่การเกรงอกเกรงใจ ตามคำพูดของชาลิสาแต่โดยดี พร้อมกันนั้นก็กล่าวขอบคุณชาลิสาจากใจจริง แต่กระนั้นก็ยังมีพูดเกรงใจตบท้าย อย่างรู้สึกเกรงอกเกรงใจจริงๆ
“ค่าคุณเพื่อน...... และก็หยุดเกรงใจได้แล้วเนี้ย... ถึงฉันจะพาเธอเที่ยว แต่ฉันก็ได้เที่ยวได้สนุกด้วยไง...... นี่!... ฉันถามอะไรเธอหน่อยสิ เธอยังแอบหลงรักพี่ชายฉันอยู่ใช่ไหม?”
ชาลิสาจ้องมองใบหน้าสวยหวานของเพื่อนนิ่งและนาน เหมือนกำลังค้นหาความจริงอะไรบางอย่าง ก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ตัวเองคิดออกมาตรงๆ โดยไม่คิดจะอ้อมค้อมแต่อย่างใด
เพราะจากที่สังเกต และดูลักษณะอากัปกิริยาของเพื่อน ั้แ่ที่สนามบินจนกระทั่งมาถึงโรงแรมแล้วนั้น แววตาและอาการของเพื่อนมันฟ้องให้เห็นออกมาอย่างชัดเจน
“หือออ!!!!...... อะไรยะ ทำไมเธอถึงคิดอย่างงั้น ทำไมถึงคิดว่าฉันจะยังหลงรักพี่ชายผู้แสนดีของเธออยู่ล่ะ? ฉันเปล่าสักหน่อยนะยะ ฉันไม่ได้เจอพี่ชายเธอมานานเท่าๆ กับที่ไม่ได้เจอเธอนั่นแหละ และตอนโน้นก็เป็เพียงแค่หลงรักแบบป๊อปปี้เลิฟเท่านั้นเอง แบบว่าปลื้มไปตามประสาเด็กอ่ะ แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้คิดอะไรกับพี่ชายเธอแล้ว”
พรกรัณย์เบิกตากว้าง อย่างใ เมื่อได้ยินชาลิสาถามมาอย่างนั้น เธอจึงเฉไฉพูด เพื่อให้ชาลิสารู้ว่าเธอไม่ได้คิดอะไรกับพลกฤต พี่ชายของเพื่อน และรีบตอบปฏิเสธคำถามอย่างเร็วไว แถมยังอธิบายให้ชาลิสาเข้าใจด้วยอีกต่างหาก
แต่ตามความเป็จริงแล้ว ตัวพรกรัณย์เองเท่านั้นแหละที่รู้ใจตัวเองอยู่เต็มอก ว่าเธอหลงรักอยู่ยังไง ก็ยังคงหลงรักผู้ชายที่ชื่อพลกฤตอยู่อย่างงั้น ไม่ว่าวันเวลาจะผันผ่าน ไปเนิ่นนานสักแค่ไหนก็ตามที
ชาลิสาจ้องมองใบหน้าสวยหวานของพรกรัณย์ยิ้มๆ ทั้งสายตาก็ยังจ้องจับผิดไปด้วย แต่ก็ไม่ได้พูดบอกว่า ไม่ใช่ไม่เชื่อคำพูดของพรกรัณย์เสียทีเดียว ก็ในเมื่อพรกรัณย์ไม่อยากยอมรับความจริงก็ไม่เป็ไร นั่นก็เป็เื่ของพรกรัณย์อีกนั่นแหละ ที่อยากจะเปิดเผยหรือไม่เปิดเผยความรู้สึกออกมาให้ได้รู้
เอาละ... เธอพักผ่อนซะนะ แล้วเดี๋ยวเย็นๆ เราไปหาร้านอาหารอร่อยๆ กินกัน และจากนั้นเราค่อยไปแดนซ์ๆ กันต่อ โอเคนะ!”
“โอเค”
ชาลิสากล่าวจบก็ลุกขึ้น เดินออกจากห้องไป ปล่อยให้พรกรัณย์พักผ่อน เพราะตกเย็นจะได้เริ่มการท่องเที่ยวกัน พอชาลิสาออกจากห้อง พรกรัณย์ก็ลุกขึ้นไปยืนมองดูทะเล ดวงตากลมโตคู่สวยเพ่งมองไปเรื่อยเปื่อย ปล่อยจิตใจให้ล่องลอยไปตามความคิด
๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙๒๙