รู้ตัวอีกทีผมก็กลายเป็นแมวเป้าในวันสิ้นโลก

    ตอนที่ 75 ตัวอย่างทดลอง ประเภท 3 ร่างผิวหนังหิน

    ตอนที่75 ตัวอย่างทดลอง ประเภท 3 ร่างผิวหนังหิน

    รถหุ้มเกราะคันแรกคือคันที่นาโอมิขับจอดอยู่ด้านหน้าไฟรถสาดส่องไปที่ต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางทางต้นไม้มีสภาพเถาวัลย์เกาะหนาและดูผุพังอยู่ไม่น้อย

    แต่ว่าการล้มของมันกลับกลายเป็นปัญหาอยู่ไม่น้อย

    ตอนแรกนาโอมิคิดว่าจะรีบขับข้ามเส้นทางหุบเขานี้ไปให้เร็วที่สุดกลับต้องหยุดชะงักอยู่ที่นี่

    พลปืนของรถหุ้มเกราะสองคันหลังทยอยเข้าประจำปืนส่วนรถคันแรกของพวกคาร่าคนที่เข้าไปประจำตำแหน่งก็คือมาเดลิน

    คนอื่น ๆ ก็ระวังตัวมากมีคนของนาโอมิจากรถคันที่สองลงมาสองคนมาช่วย โดยการใช้สายสลิงดึงรถลากจากด้านหน้ารถของนาโอมิมัดไปที่ท่อนไม้

    ก่อนจะใช้รถหุ้มเกราะในการลากต้นไม้ออกไป

    ต้นไม้ท่อนใหญ่ยากจะเคลื่อนย้ายถ้าไม่ตัดกิ่งก้านที่เกะกะออก ดังนั้นนาโอมิจึงเลือกจะดึงมันหลบทางพอ

    ใช้เวลาไม่นานก็สามารถเปิดทางให้รถพอผ่านไปได้แต่ว่าเส้นทางก็ค่อนข้างอันตราย เพราะขอบทางฝั่งซ้ายเป็นทางลาดชันลึกลงไปเป็นสิบเมตร

    รถทั้งสามคันออกเดินทางต่อ ถนนค่อนข้างขรุขระและมีรากไม้แทรกถนนลาดยางจนแตก

    ยังดีที่ว่าไม่มีถนนขาดทำให้รถยังขับต่อไปได้

    แมวน้อยเกาะกระจกมองดูสภาพแวดล้อมด้านนอกอย่างอยากรู้อยากเห็น

    ‘สัตว์ประหลาดจะเป็นแบบไหน ซอมบี้อีกประเภทหนึ่งเหรอแล้วมันมาจากไหนหรือว่าเป็นห้องทดลองที่นาโอมิว่าไว้’แมวน้อยรู้สึกว่าสัตว์ประหลาดพวกนี้ค่อนข้างจะคลุมเครือ

    พวกมันอาศัยอยู่ในป่านี้แล้วทำไมไม่ออกไปด้านนอกไปยังเมืองซานโตวาแต่พวกซอมบี้กลับยังเดินไปทั่ว ขอแค่มีสิ่งมีชีวิตเป็น ๆ พวกมันก็ออกไปแล้ว

    ต่อให้จะไม่ชอบแสงก็คงไม่ถึงกับยึดติดกับพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งแบบนี้

    แมวน้อยมองมาตั้งนานแล้วก็ยังไม่พบสัตว์ประหลาดที่อธิบายไว้สักตัว

     

    ตอนนั้นแมวน้อยสัมผัสได้ถึงลมหายใจสัญชาตญาณสัตว์ป่า มันเป็นลางสังหรณ์ที่ชัดเจน ราวกับว่าเขาไปนั่งอยู่ข้าง ๆ ยักษ์ตัวหนึ่งถ้าไม่ได้ยินเสียงหายใจก็นับว่าเขาเสียชาติเกิดเป็นแมวแล้ว

    ‘อยู่ไหน’ขนทั้งตัวของแมวน้อยตั้งตรงจนดูฟูฟ่อง

    “เกิดอะไรขึ้น” คาร่าสังเกตุท่าทีของแมวน้อยผิดปกติ

    ก่อนจะพบว่าแมวน้อยมองไปยังก้อนหินก้อนหนึ่งที่กำลังขับผ่านไป

    “ระวังก้อนหินเหมี้ยว!” เสียงของแมวน้อยเตือน แต่ว่าไม่ทันที่คนในรถจะได้ตอบสนอง

    ก้อนหินที่แมวน้อยเห็นก็เริ่มขยับตัวอย่างรวดเร็วสัตว์ประหลาดขนาดยักษ์โผล่มาจากก้อนหินข้างทางซึ่งที่จริงหินก้อนนั้นก็คือสัตว์ประหลาด

    “นั้นมันอะไร!” นาโอมิมองกระจกหลัง

    คนอื่น ๆ ก็มองตามก่อนจะเห็นว่าก้อนหินได้กลายเป็นสัตว์ประหลาดรูปร่างมนุษย์ที่คล้ายกับโกเลมในตำนาน

    ตอนที่มันขยับตัวก็กระแทกเข้ากับรถคันที่สองที่ตามมาจนเสียหักตกลงไปล่องน้ำข้างทางโชคดีที่ไม่ตกลงเหวข้างทางที่ลึกเกือบสิบเมตรนั้น

    “โฮกกกก” สัตว์ประหลาดตัวนั้นคำรามแขนเหวี่ยงใส่รถคันที่สามที่ขับตามมาติด ๆ พยายามจะเบรคถอยหลัง แต่ก็ไม่ทันแล้ว

    ปัง!

    แขนของสัตว์ประหลาดตัวนั้นก็ไม่ต่างจากต้นไม้ที่ขวางทางก่อนหน้านั้นต่อให้เป็นรถหุ้มเกราะก็ยังต้านไม่ไหว

    รถหุ้มเกราะทั้งคันพลิกคว่ำกลิ้งตกลงไปที่เหวข้างทาง

    “นั่นมันบ้าอะไรเนี่ยเหมี้ยววววว!” แมวน้อยตกใจมากกับสิ่งที่เห็น เจ้าตัวนี้มันโหดกว่าซอมบี้ยักษ์ซะอีก

    “ประเมิน”

    [ประเมิน ตัวอย่างทดลอง ประเภท 3 ร่างผิวหนังหินมนุษย์ที่ถูกทดลองด้วยเทคโนโลยีที่ไม่สมบูรณ์เกิดการกลายพันธุ์ที่ไม่อาจจะย้อนกลับ กลายเป็นสัตว์ประหลาดสุดอันตรายผิวหนังหนาเหมือนกับเกราะทำให้กระสุนปืนไม่ได้ผลกับมัน จุดอ่อนคือดวงตา ปากและฝ่าเท้า]

    [ติ้ง! ภารกิจร่วมมือกำจัดตัวอย่างทดลองประเภท 3 ร่างผิวหนังหินที่ล้มเหลว รางวัล 1500แต้มพลังงานแมว 2000 ค่าประสบการณ์ทักษะอิสระ]

    “ไวจริง ๆ ให้ฉันไปสู้กับตัวแบบนั้นเนี่ยนะ”

    แมวน้อยแอบบ่น แต่ก็ไม่ปฏิเสธ ยังไงซะนั่นก็คือพลังงานแมวถึง1500 แต้ม เขายังขาดพลังงานแมวอีกมากกว่าจะถึงหนึ่งหมื่นแต้มพลังงานแมว

    ไม่เลือกงานไม่ยากจนแมวน้อยยึดถือเรื่องนี้เสมอ แถมยังเป็นแค่การสนับสนุน

    ขณะที่แมวน้อยครุ่นคิดสถานการณ์ก็วุ่นวายมากขึ้นเรื่อยๆ

    รถหุ้มเกราะคันที่สองตอบสนองอย่างรวดเร็ว พลปืนเข้าประจำตำแหน่งยิงปืนกลถล่มใส่สัตว์ประหลาด

    ปัง!

    กระสุนปืนกลยิงใส่แต่ก็โดนผิวหนังหินที่เป็นเหมือนกับเกราะของมันปกป้องร่างกายไว้ ผิวหนังหินแตกเหมือนกับก้อนหินถ้ายิงถล่มไปเรื่อย ๆ แม้แต่ก้อนหินก็ยังแตกได้

    แต่ว่านี่ไม่ใช่ก้อนหิน มันคือสัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินที่ดุร้าย

    สัตว์ประหลาดเดินเข้าหาอย่างไม่กลัวปืน ยกแค่มือบังดวงตาไว้มันพุ่งเข้าไปจะโจมตีใส่รถหุ้มเกราะคันที่สอง

    ทหารบนรถอีกสองนายก็รีบลงมาใช้ปืนยิงสะกัดมันไว้

    “เฮ้ย ๆ ถอยเร็วออกจากรถ” มือปืนอีกคนหันมาตะโกนบอกคนขับและพลปืนกลที่อยู่บนรถแต่ว่าตอนนั้นสัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินก็มาถึง มันคว้ามือปืนที่ยิงอยู่ เพราะอีกฝ่ายเข้าไปใกล้มันเกินไป

    “เวรแล้วไง อ้า!” ทหารคนนั้นพยายามจะยิง แต่พอโดนบีบมากเข้าก็กรีดร้องออกมา

    “ย้ากกก ตายซะไอ้สัตว์ประหลาด!!!” พลปืนกลคำรามลั่นยิงอย่างไม่หยุดยั้ง หวังจะช่วยเพื่อนของตัวเอง

    ส่วนคนขับตอนนี้กลับร้อนรนยิ่งกว่า พยายามจะเอารถออกจากร่องน้ำแต่ว่ารถกลับไม่ขยับเลย

    “เชี่ยแล้ว” คนขับพยายามออกจากรถ

    ตอนนั้นเองนาโอมิก็ขับรถหุ่มเกราะชนเข้าที่ด้านข้างซึ่งเป็นหน้าแข้งของสัตว์ประหลาดพอดี

    มันตัวใหญ่ แต่การทรงตัวก็ไม่ได้ดี พอโดดชนเข้าในมุมและจังหวะที่เหมาะสมช่วงที่มันลงเท้ายังไม่เต็มที่จากการวิ่งเข้าหารถหุ้มเกราะที่ติดหล่ม

    ก็ทำให้สัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินเสียหลักล้มถอยหลังไป

    ทหารที่พึ่งโดนจับไว้ในมือ ยังไม่โดนสัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินทำอะไรก็หลุดออกจากมือของสัตว์ประหลาดลอยขึ้นไปหลายเมตรตกลงไปยังป่าหญ้าที่อยู่ด้านหลังอีกฝั่งของทหารไปไกล กระแทกลงกับพื้นอย่างแรงขาหักในทันที

    “มันแข็งอะไรอย่างนี้”

    “ร่างมันทำจากก้อนหินหรือยังไง”

    คนในรถเริ่มบ่นกันเพราะตอนที่ชนรถก็กระแทกอย่างแรงด้วยเหมือนกัน แม้แต่กันชนด้านหน้าก็ยังเสียหายไปเล็กน้อย

    สัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินกลับลุกขึ้นได้โดยไม่เป็นอะไรมาก

    “ยิงที่ดวงตามัน ไม่ก็ฝ่าเท้า” แมวน้อยร้องบอก

    “สัตว์อสูรพูดได้” นาโอมิฉายแววตาประหลาดใจที่จริงเธอประหลาดใจตั้งแต่ตอนที่แมวน้อยเตือนเรื่องก้อนหินแล้ว

    แต่ว่าตอนนั้นมันฉุกละหุกเกินไป เลยไม่ทันได้พูดอะไร

    “ฉันเอง” มาเดลินรีบไปที่ปืนกล เธอเคยได้รับคำแนะนำจากแมวน้อยตอนเรือล่มที่เมืองน้ำท่วมมาก่อน

    จึงทำตามโดยไม่ได้ถามอะไรมาก

    ปัง! ๆ ๆ ๆ ๆ

    มาเดลินใช้ปืนกลที่รถยิงใส่สัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินไปยังดวงตาและเท้าของมันโดยเฉพาะ

    “ยิงที่ตาและเท้าของมัน” นาโอมิลงมาจากรถตะโกนบอกคนของตัวเอง

    “ครับ”

    ทหารที่เหลือตอนนี้ 4 คนต่างก็ทำตามที่บอกยิงสัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินพอมีปืนกลสองกระบอกยิงก็ทำให้สัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินหมุนตัวไปมาพยายามใช้หลังป้องกันกระสุนมันหันไปถอนต้นไม้ทั้งต้นขึ้นมาเหวี่ยงไปใส่รถหุ้มเกราะคันที่สอง

    “เวรแล้ว”

    พลปืนคันที่สองรีบมุดหัวลงต้นไม้ลอยผ่านเฉียดไปเล็กน้อยไปทางรถคันแรก นาโอมิ คาร่าและแมวน้อยเห็นเช่นนั้นก็รีบกระโดดลงจากรถทันทีแต่ทว่าแมวน้อยกลับกระโดดออกมาไม่ทัน

    “ชาเย็น” คาร่ารีบวิ่งไปดูอย่างกระวนกระวายใจ

    “เหมี้ยว!!”แมวน้อยร้องบอก มุดออกมาจากใต้ท้องรถอีกทางหนึ่ง

    “จัดการมันก่อนเลยเหมี้ยว”

    ...

    สัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินพลาดเป้าแต่ก็ทำให้ปืนกลกระบอกหนึ่งหยุดยิงได้ มันพุ่งเข้ามาหามาเดลินก่อนจะยกมือทุบลงไปที่ปืนกลตรงๆ โดยไม่สนใจปืนที่ยิงเข้ามา

    มาเดลินมุดลงเข้าไปในรถ

    ปุง!

    หลังคาถึงกับยุบลงมาไม่ต้องพูดถึงปืนกลที่แหลกเละอยู่ด้านนอก

    มาเดลินออกมาจากรถเข้าไปช่วยคนที่เหลือต่อสู้ระยะประชิดก่อนไปยังไม่ลืมตะโกนบอก “ไปช่วยพวกคนที่ตกลงไป”

    ปืนธรรมดาทำอะไรสัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินไม่ได้แทนที่จะเสียเวลาและเป็นตัวถ่วงทหารนักสู้ธรรมดาเหล่านี้จึงรีบไปช่วยคนในรถคันที่สามที่ตกลงไปในเหวซึ่งตอนนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมจะดีซะกว่า

    ตอนนี้อาจารย์นักสู้สามคนและไม่ใช่ระดับทั่วไปกำลังรับมือกับมัน

    ทั้งนาโอมิและคาร่าต่างก็ใช้ดาบ ส่วนมาเดลินใช้หอกแหลมพุ่งเข้าใส่จุดอ่อนแมวน้อยบอกไปแล้ว นั่นคือดวงตา ปากและฝ่าเท้า

    ทั้งสามจึงช่วยกันโจมตี

    ถึงตัวของสัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินจะตัวใหญ่แต่ว่าก็ไม่ได้ช้าเลย มันเคลื่อนไหวรวดเร็วมาก แถมพลังโจมตียังรุนแรง

    รอบข้างโดนกวาดล้างทำลายจนราบเป็นหน้ากอง

    สัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินยกเท้าขึ้นมาหมายจะเหยียบคาร่าให้จมดิน

    “หลบ” มาเดลินตะโกนเตือน

    คาร่ากลิ้งตัวหลบออกมา ขณะเดียวกับที่มาเดลินขว้างท้ายหอกเสียบแทงพื้นดินจนทำให้สัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินเหยียบมันเข้าไปเต็ม ๆ

    ใต้เท้าของสัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินมีผิวหนังที่เป็นหินน้อยที่สุดจนหอกเล่มนั้นแทงทะลุฝ่าเท้าของมัน

    โฮกกกกก!

    สัตว์ประหลาดร่างผิวหนังหินร้องคำรามด้วยความเจ็บปวดยกเท้าขึ้นถอยหลังจนล้มใส่ต้นไม้ไป