Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

ตอนที่ 185 โกดังร้าง

ตอนที่ 185           “อือ...” หญิงสาวร่างบางค่อยๆลืมตาตื่นฟื้นคืนสติขึ้นมาสิ่งแรกที่เธอได้รับคือกลิ่นทางจมูก           “กลิ่นเหม็นอับมากนี่เราอยู่ที่ไหนเนี่ย” เธอพูดกับตัวเองก่อนจะปรับโฟกัสสายตามองดูรอบๆและก็เห็นว่าเหมือนเธอจะอยู่ในโกดังสินค้าเก่า           “ว่าแต่เมื่อครู่มันอะไรกันรู้สึกเหมือนได้คุยกับดนัยเลย...ฝันงั้นเหรอหรือว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นวิทยาศาสตร์อีกแล้ว” เธอพยายามนึกถึงความทรงจำเมื่อครู่ก่อนที่เธอจะฟื้นซึ่งมันเหมือนกับฝัน           ใช่แล้วหญิงสาวคนนี้คือฮิคาริที่พึ่งจะฟื้นจากฤทธิ์ยาสลบนั่นเอง           “ซ้ายอีกนิดค่ะคุณทนาย !!”           ควับ !! ฮิคาริหันไปตามเสียงที่เธอได้ยินซึ่งนั่นเป็นเสียงของไวโอเล็ต คริมสันน้าสาวของไซโต้ ทาเครุเพื่อนสมัยเด็กของเธอกำลังยืนอยู่บนไหล่ของทนายความ           “เป็นไงบ้างครับ” เสียงทนายความถามไวโอเล็ตที่ยืนอยู่บนไหล่ของเขา           “เห็นแล้วค่ะแต่ว่า...เห็นแต่ผนังของโกดังอีกหลัง” ไวโอเล็ตตอบ           “เฮ้อ...หน้าต่างทุกด้านมองเห็นแต่ผนังโกดังหลังอื่นหมดเลยสินะครับ” ทนายความถอนหายใจออกมาก่อนจะค่อยๆย่อลงเพื่อให้ไวโอเล็ตลงมาจากไหล่ของเขา           “พวกคุณกำลังทำอะไรกันน่ะ” ฮิคาริส่งเสียงถามทั้งสองคน           “คุณทาเคนากะ/หนูฮิคาริ !!” ทั้งสองคนเมื่อได้ยินเสียงของฮิคาริก็รีบหันกลับมาและก็เห็นว่าฮิคาริฟื้นแล้ว           “พวกคุณทำอะไรกันอยู่เหรอคะ” ฮิคาริพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ดูเหมือนยาสลบที่ยังค้างอยู่ในร่างกายของเธอจะทำให้เธอมึนหัวจึงลุกไม่ขึ้น           “พวกเรากำลังพยายามปีนดูข้างนอกอยู่น่ะครับ” ทนายความตอบ           “ใช่แล้วหนูฮิคาริแต่น่าเสียดายหน้าต่างทุกด้านที่สามารถมองออกไปได้นั้นมองเห็นแต่ผนังโกดังหลังอื่นเลยไม่รู้เลยว่าเราถูกขังอยู่ที่ไหน” ไวโอเล็ตพูด           “งั้นเหรอคะพวกเราถูกลักพาตัวมาขังไว้ที่โกดังสินะ” ฮิคาริพยายามสรุปเหตุการณ์           “ใช่ครับผมกับคุณคริมสันคุยกันแล้วคิดว่านี่น่าจะเป็นฝีมือของฝ่ายตรงข้ามที่ไม่ต้องการให้พวกเราไปขึ้นศาลในวันพรุ่งนี้พวกนั้นคงไม่กะฆ่าเราเพราะถ้าพวกเราตายสังคมก็จะดูออกทันทีว่าเป็นฝีมือของใครแบบนั้นอาจจะถูกขุดคุ้ยจนเจอหลักฐานที่ลักพาตัวพวกเราก็ได้ดังนั้นพวกมันก็น่าจะแค่เอาเรามาขังไว้จนกว่าจะเลยเวลาขึ้นศาลแล้วค่อยให้คนมาปล่อยพวกเรา” ทนายความบอก           “อือ...ก็คงจะเป็นอย่างนั้นนั่นแหละค่ะแล้วนี่กระเป๋าเอกสาร...” ฮิคาริถามถึงกระเป๋าเอกสาร           “ผมฟื้นขึ้นมาก็ไม่เห็นมันแล้วครับคงโดนพวกมันเอาไปแล้ว...เผลอๆอาจจะโดนทำลายทิ้งไปแล้วด้วยเพราะถ้าพวกมันรอบคอบก็ต้องทำลายเอกสารชุดนั้นไปด้วยพวกเราจะได้ไม่มีหลักฐานอะไรไปแสดงให้ศาลดูวันพรุ่งนี้เผื่อกรณีเราหนีออกจากที่นี่ไปได้” ทนายความพูด           “ถ้าเราหนีได้จริงไม่ต้องห่วงหรอกค่ะฉันยังมีเอกสารหลักฐานสำรองเอาไว้อยู่ที่ญี่ปุ่นถ้ามีเวลาเหลือฉันสามารถให้คนนำมาให้ได้” ฮิคาริบอก           “เวลาเหลืองั้นเหรอนี่สองทุ่มกว่าแล้ว...พรุ่งนี้เราขึ้นศาลบ่ายโมงจะบินจากญี่ปุ่นเพื่อนำเอกสารมาส่งด่วนถึงที่นี่ก็ต้องใช้เวลา 12 ชั่วโมงนั่นหมายความว่าพวกเราต้องหนีออกจากที่นี่ให้ได้ก่อนเที่ยงคืน” ไวโอเล็ตมองดูนาฬิกาบนข้อมือของเธอที่ซึ่งไม่ได้ถูกพวกที่ลักพาตัวมาขโมยเอาไปด้วยเพราะข้าวของส่วนใหญ่ที่ถูกเอาไประหว่างหมดสตินั้นคือพวกมือถือ กระเป๋าสตางค์และกระเป๋าเอกสารหลักฐานที่ใช้สำหรับการขึ้นศาลสู้คดี           “อือ...แล้วพวกคุณได้ลองหาวิธีออกจากที่นี่หรือยังคะ” ฮิคาริถามทั้งสองคน           “ผมลองแล้วครับ...ทางประตูทางเข้านั่นดูเหมือนจะถูกล่ามโซ่ไว้จากข้างนอก...หน้าต่างก็เล็กเกินไปดูเหมือนจะไม่มีทางออกเลยครับ” ทนายบอก           “ทางฉันเองก็ลองตะโกนขอความช่วยเหลือดูแล้วล่ะแล้วก็นะพวกนั้นที่ลักพาตัวเรามาขังเอาไว้ที่นี่ไม่ได้ปิดปากหรือมัดมือมัดเท้าพวกเราเอาไว้ด้วยนั่นจึงได้ข้อสรุปไม่ยากเลยว่าในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรบริเวณนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย” ไวโอเลตพูดเธอและคุณทนายความที่ฟื้นขึ้นมาก่อนพยายามหาทางหนีจากที่นี่ดูหลายทางแล้วไม่ว่าจะเป็นการลองพังประตูหรือตะโกนขอความช่วยเหลือ           “โกดังร้าง...ประตูทางออกถูกล่ามโซ่เอาไว้...ไม่มีคนในรัศมีรอบ...ถ้าอย่างนั้นวิธีที่จะทำให้มีคนมาช่วยเราให้หนีออกไปได้มากที่สุดก็คงเป็นการเรียกร้องความสนใจให้มีใครสักคนมาที่นี่” ฮิคาริพยายามคิดหาทางหนีไปจากโกดังร้างแห่งนี้           แน่นอนคุณทนายกับไวโอเล็ตนั้นพยายามคิดหามาหลายวิธีแล้วแต่ก็คิดไม่ออกเลยทันใดนั้นเองจู่ๆฮิคาริก็คิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้           พรึ่บ !! ฮิคาริรีบลุกขึ้นมา           “ฉันรู้แล้วค่ะว่าพวกเราจะหนีออกไปจากที่นี่ได้ยังไง !!” ฮิคาริร้องบอกทั้งสามคน           “ยังไงเหรอครับ ?/ยังไง ?” คุณทนายและไวโอเล็ตหันมามองฮิคาริที่กำลังยิ้มออกมา           “หึหึ...พวกเรามาลองเผาที่นี่กันดูเป็นไงคะ” ฮิคาริพูดทำเอาทั้งสองคนได้แต่งงเพราะไม่เข้าใจว่าฮิคาริจะเผาโกดังร้างแห่งนี้อย่างไรเพราะในโกดังร้างแห่งนี้ไม่มีข้าวของอะไรอยู่เลย           โกดังร้างแห่งนี้มีแต่ฝาผนังและหลังคาที่ทำจากเหล็ก ไม่มีลังไม้ ไม่มีกระดาษและที่สำคัญพวกเขาทั้งสามคนจะใช้อะไรมาจุดไฟล่ะเพราะในสามคนนี้ไม่มีใครสูบบุหรี่เลย อีกด้านหนึ่ง           แกร๊ก !! เสียงกระเป๋าเอกสารถูกเปิดออกชายหนุ่มในชุดเสื้อคลุมอาบน้ำค่อยๆเปิดมันออกดู           “หึ...เอกสารพวกนี้น่ะเหรอที่จะใช้มาสู้ในศาล” ชายหนุ่มหยิบเอกสารขึ้นมาดูทีละแผ่นตอนแรกเขาก็ยังไม่ค่อยสนใจอะไรนักแต่เมื่ออ่านเอกสารไปเรื่อยๆคิ้วของเขาก็ค่อยๆขมวดจนเป็นปม           แคว่ก !! แคว่ก !! แคว่ก !! แคว่ก !! แคว่ก !! เสียงกระดาษถูกฉีกเป็นชิ้นๆก่อนชายหนุ่มจะสบถออกมา           “ให้ตายสิสมัยก่อนพ่อนี่ประมาทขนาดนี้เลยเหรอมีแต่หลักฐานที่เอาผิดมาถึงตัวได้ทั้งนั้น...ไม่ว่าจะเป็นอีเมล...หรือบันทึกเสียงข้อมูลการสนทนา” ชายหนุ่มพูดและก็โยนเอกสารนั่นลงไปในถังขยะพร้อมทั้งเดินไปหยิบไฟแช็กขึ้นมาและเผาเศษซากของเอกสารที่ถูกฉีกนั่นทิ้งทันที           ส่วนแฟลชไดรฟ์ที่น่าจะเป็นบันทึกเสียงข้อมูลการสนทนาชายหนุ่มก็เอามันใส่ไปในไมโครเวฟก่อนจะกดปุ่มให้ไมโครเวฟทำงาน           ปัง !! ปัง !! ปัง !! ทันทีที่ไมโครเวฟทำงานเสียงแฟลชไดรฟ์ในไมโครเวฟก็ระเบิดปังๆเหมือนเสียงประทัดทันที           “เพียงเท่านี้หลักฐานทั้งหมดก็ไม่เหลือแล้วหรือต่อให้มีหลักฐานสำรองอยู่แต่ถ้าพรุ่งนี้ไม่มาขึ้นศาลคดีก็จะจบลงในศาลชั้นต้นไม่มีทางไปต่อในศาลชั้นอุทรณ์ได้หลักฐานพวกนั้นจะกลายเป็นหลักฐานที่ศาลถือว่าพวกมันถูกสร้างขึ้นมาทันที” ชายหนุ่มมองดูหลักฐานทั้งหมดที่ถูกทำลายด้วยสายตาเป็นประกาย (ไรท์ : เรื่องขึ้นศาลอะไรนี่ผมไม่ค่อยรู้เรื่องอะไรมากนะครับผมรู้แค่ว่าถ้ามาขึ้นศาลแล้วศาลตัดสินให้แพ้คดีจะสามารถสู้ได้อีกโดยขึ้นศาลชั้นอุทรณ์แต่กรณีนี้ถ้าไม่มาขึ้นศาลเลยแล้วถูกตัดสินว่าแพ้จะสามารถยื่นอุทรณ์ได้อีกมั้ยซึ่งผมไม่รู้ถ้าข้อมูลผิดขออภัยด้วยนะครับ) ประเทศญี่ปุ่น           “นี่คือภาพจากกล้องวงจรปิดค่ะดนัย” ยูมิยื่นมือถือให้ดูภาพถ่ายที่พ่อของเธอส่งมาให้           “เป็นภาพของฮิคาริ คุณไวโอเล็ต และก็คุณทนายสินะครับ” ดนัยมองดูภาพในมือถือ           “ใช่ค่ะพวกเขาทั้งสามคนเดินทางออกจากเกตขาเข้าของสนามบินตอนบ่ายตามเวลาบ้านเรา...แล้วก็ไปเรียกแท็กซี่ต่อตรงนี้นี่คือภาพทั้งหมดที่หามาได้ค่ะ” ยูมิบอก           “งั้นเหรอครับ” ดนัยพยักหน้า           “แล้วก็คุณพ่อท่านลองให้เพื่อนท่านช่วยดูแล้วแต่เห็นว่าแท็กซี่นี่เป็นแท็กซี่ปลอมจึงหาหลักฐานได้ค่อนข้างยากค่ะกว่าตำรวจทางนั้นจะตามหาตัวเจอคงใช้เวลา 2 – 3 วันในกรณีนี้นี่คือถ้าทั้งสามคนยังไม่ถูกลักพาตัวไปเมืองอื่นนะคะเพราะถ้าถูกลักพาตัวไปเมืองอื่นคงใช้เวลาเป็นสัปดาห์กว่าจะตามหาตัวเจอ” ยูมิพูด           “ฮึ่ม...นี่พวกเราได้แต่รอให้ตำรวจของทางนั้นช่วยเหรอครับเนี่ยเราช่วยอะไรไม่ได้เลยเหรอครับ” ดนัยฮึมฮัมออกมาอย่างหงุดหงิดและเป็นกังวล           “ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะคะดนัยคุณพ่อบอกไว้ว่าพวกฮิคาริจะต้องปลอดภัยเพราะในกรณีนี้ถ้ามีการพบศพพวกฮิคาริภายหลังต่อให้ชนะคดีไปเพราะพวกฮิคาริไม่ไปขึ้นศาลคดีก็จะถูกนำมาตัดสินใหม่ค่ะและพวกที่ทำกับฮิคาริก็จะถูกตรวจสอบอย่างละเอียดจนเจอหลักฐานแน่ค่ะดังนั้นพวกนั้นไม่มีทางคิดฆ่าพวกฮิคาริแน่นอนค่ะ” ยูมิอธิบาย           “หมายความว่ายังไงครับ” ดนัยไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เท่าไหร่นักจึงงงๆ           “ก็หมายความว่าพวกนั้นต้องการแค่ถ่วงเวลาให้พวกฮิคาริไปขึ้นศาลไม่ทันก็แค่นั้นแหละค่ะคดีจะได้จบที่ศาลชั้นต้นไปเลย...เพราะถ้าพวกฮิคาริไม่ไปขึ้นศาลคดีก็จะจบทันทีโดยไม่ต้องไปถึงศาลชั้นอุทรณ์ค่ะ” ยูมิบอก           “อ๋อ...แบบนี้นี่เองเข้าใจแล้วครับ” ดนัยพยักหน้าเข้าใจ กลับมาที่ฮิคาริ           “พร้อมนะคะ” ฮิคาริถามทั้งสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเธอ           ซึ่งสภาพของทั้งสามคนตอนนี้คือกำลังนั่งอยู่ตรงมุมของโกดังร้างโดยฮิคาริและไวโอเล็ตอยู่ด้านในสุดมีคุณทนายอยู่ด้านนอกหันหน้าไปทางผนังของโกดัง           “พร้อมครับ !!” คุณทนายพยักหน้าใช้มือจับเสื้อสูทสามตัวพยายามกางออกป้องกันตัวเอง ฮิคาริและไวโอเล็ต ให้ได้มิดชิดที่สุดซึ่งเขากำลังถือเสื้อสูทอยู่สามตัวได้แก่ของตัวเอง ฮิคาริและไวโอเล็ต           “มันจะร้อนมากเลยนะคะระหว่างนั้นหลังของคุณจะกลายเป็นแผลไฟไหม้ระดับ 2 ขึ้นมาทันทีหลังจากสัมผัสความร้อนระดับนั้นให้ฉันทำแทนมั้ยคะ” ฮิคาริถามอีกครั้ง           “ไม่เป็นไรครับคุณทาเคนากะผมเป็นผู้ชายแผลไฟไหม้แค่นี้อย่างมาก็รักษาตัวสัก 2 – 3 สัปดาห์แต่ถ้าจะกรุณาอย่างไรผมขอรักษาฟรีที่โรงพยาบาลทาเคนากะแล้วกันครับ” คุณทนายพูด           “เข้าใจแล้วค่ะถ้าอย่างนั้นฉันจะให้สิทธิคุณและครอบครัวรักษาที่โรงพยาบาลในเครือทาเคนากะฟรีตลอดชีวิตเลยก็แล้วกัน’ ฮิคาริยิ้มออกมา           “นี่หนูฮิคาริแบบนี้มันจะได้ผลแน่นะพวกเราจะไม่ตายแน่นะ” ไวโอเล็ตเป็นกังวลกับสิ่งที่ฮิคาริกำลังจะทำมาก           “มั่นใจได้เลยค่ะพวกเราจะไม่ตายแน่นอนอย่างมากก็มีบาดแผลไฟไหม้นิดหน่อยแล้วก็อาจจะหมดสติจากการที่ออกซิเจนถูกเผาไหม้จนหมดแต่นั่นก็กินเวลาแค่ไม่ถึงนาทีค่ะเพราะโกดังร้างแห่งนี้มันเป็นโกดังปิดออกซิเจนจะถูกเผาไหม้อย่างรวดเร็วในเวลาไม่ถึงนาทีก่อนจะมีออกซิเจนจากภายนอกถูกดูดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้พวกเราสามารถหายใจต่อไปได้...แล้วก็นะคะคนที่ตายในกองเพลิงส่วนใหญ่น่ะไม่ได้ตายเพราะขาดออกซิเจนหรอกนะคะแต่ตายเพราะสูดควันมากเกินไปต่างหากและที่โกดังร้างนี่ก็ไม่มีสิ่งของอะไรที่จะเผาไหม้สร้างควันได้เลยค่ะ” ฮิคาริอธิบาย           “น้าเข้าใจแล้วถ้าอย่างนั้นก็เอาเลยเถอะ” ไวโอเล็ตพยักหน้าเข้าใจ           “ค่ะ” ฮิคาริพยักหน้าพลางมองในมือขวาของเธอที่มีถ่านนาฬิกาอยู่ 3 ก้อนที่ซึ่งแกะออกมาจากนาฬิกาข้อมือ           ส่วนในมือซ้ายนั้นฮิคาริกำลังถือขดลวดเล็กๆเอาไว้อยู่และบนพื้นก็มีก้อนสีลำที่ถูกปั้นเป็นก้อนวางเอาไว้โดยเธอแกะมันออกมาจากไหล่ของเสื้อสูท โดยปกติแล้วบริเวณไหล่ของเสื้อสูทจะมีสำลีแข็งอันแน่นถูกใส่เอาไว้เพื่อให้เสื้อสูทอยู่ทรงตลอดเวลา           “ถ้าอย่างนั้นจะเริ่มแล้วนะคะ” ฮิคาริพูดจากนั้นเธอก็ลงมือนำขดลวดกับถ่านนาฬิกามาประกบติดกันทันที           ฮิคาริ ไวโอเล็ตและคุณทนายต่างมองขดลวดนั่นและลุ้นกันจนลืมหายใจและทันใดนั้นเองขดลวดบนมือฮิคาริก็เริ่มร้อนขึ้นและเริ่มเปลี่ยนสี           ฮิคาริเริ่มขมวดคิ้วเพราะความร้อนนั่นมันส่งมาที่นิ้วมือของเธอด้วย           ขดลวดบนมือฮิคาริค่อยๆเปลี่ยนสีแดงขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะบริเวณส่วนโค้งที่ฮิคาริดัดเอาไว้ตรงบริเวณนั้นคือจุดที่รวบรวมความร้อนได้สูงที่สุด           “อ่า...น่าจะได้ที่แล้ว” ฮิคาริพูดและรีบหยิบเอาก้อนสำลีขึ้นมาแตะตรงขดลวด           พรึบ !! ทันทีที่ก้อนสำลีแตะกับบริเวณขดลวดที่เปลี่ยนเป็นสีแดงเพราะความร้อนนั้นไฟก็ลุกพรึ่บขึ้นมาบนก้อนสำลีทันที           “จะขว้างแล้วนะคะ !!” ฮิคาริตะโกนเตือนพร้อมทั้งขว้างก้อนสำลีที่กำลังลุกไหม้ออกไปกลางอากาศ           โดยก่อนหน้านี้นั้นพวกเขาทั้งสามคนได้เดินลากขากันไปทั่วโกดังร้างแห่งนี้เพื่อให้ฝุ่นมันฟุ้งกระจายไปในอากาศมากที่สุด           ฮิคาริ ไวโอเล็ตและคุณทนายไม่มีโอกาสหันไปดูก้อนสำลีที่กำลังลุกไหม้ลอยออกไปเพราะทั้งสามคนกำลังก้มหัว เก็บคอ งอเข่าหลังเสื้อสูทโดยมีหลังของคุณทนายคอยป้องกันเอาไว้อีกที           ทันใดนั้นเองทั้งสามคนก็รู้สึกถึงแรงอัดกับความร้อนก่อนภาพทั้งหมดจะดับวูบไป           บึ้ม !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!! จบ...