ตอนที่ 43 ขี้โกง
โดยตอนนี้ความเร็วของเอี้ยก้วยช่างรวดเร็วยิ่งนัก สามารถรอดพ้นสายตาของพวกที่มีระดับยุทธต่ำกว่าตัวเองได้ทั้งหมด แต่สำหรับจอมยุทธ ระดับ ผู้เชี่ยวชาญอสูร ขึ้นไปอาจจะสังเกตุเห็นการเคลื่อนไหวของเอี้ยก้วย
ซึ่งเอี้ยก้วยที่ได้ตรวจสอบบริเวณโดยรอบแล้ว ก็ไม่พบร่องรอยของยอดฝีมือระดับ ผู้เชี่ยวชาญอสูร จึงวางใจระดับนึง แม้ยอดฝีมือระดับสูงจะสามารถกลบเกลื่อนวรยุทธได้ แต่คงไม่มีใครจะทำเช่นนั้นกัน เพราะทุกคนต่างต้องการโอ้อวด นอกเสียจะมีวรยุทธสูงมากๆ แล้วผ่านการต่อสู้มาเยอะ จึงทำให้มีประสบการณ์มาก ซึ่งบางทีก็ปล่อยลมปราณแค่ส่วนนึงเท่านั้น เพื่อปกปิดวรยุทธที่แท้จริง
เอี้ยก้วยที่อยู่นอกหน้าต่างห้องเอี้ยหม่า กำลังตรวจสอบความเคลื่อนไหวภายในห้อง ตอนนี้เห็นเอี้ยหม่าที่กำลังจัดการถอดชุดของสองสาวทีละชิ้น ตอนนี้ทั้งสองสาวที่กำลังโดนมัดมือมัดขา ปิดปากเกิดอาการสั่นกลัวอย่างมาก
ทำให้เอี้ยก้วยลอบเข้ามาจากทางหน้าต่างได้สำเร็จ ซึ่งเอี้ยหม่าตอนนี้ขาดการระมัดระวังตัวอย่างมาก
"ไม่ต้องกลัวนะ ข้าคนนี้จะทำให้พวกเจ้ามีความสุขไปพร้อมกัน"
เอี้ยหม่าที่พูดพร้อมมือที่ค่อยปลดชุดทีละชิ้นเรื่อยๆ
"ไม่เลวเลย ไม่นึกว่าคนของตระกูลเอี้ยจะชั่วช้าอย่างนี้"
!!!!!!
"ใครน่ะ"
เอี้ยหม่าที่ได้ยินเสียงเอี้ยก้วยดังขึ้นมา จึงหันไปดูทิศทางของเสียงนั้นอย่างรวดเร็ว
"แกเป็นใครกัน แล้วเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงกัน"
เอี้ยหม่าที่กำลังตกใจถามขึ้นมา
"ข้าคือทหารรับจ้าง คนที่จะมาสังหารแกไงละ"
เอี้ยก้วยที่พูดจุดประสงค์ขึ้นมาทันที เพราะยังไงเจ้าหมูอ้วนตรงหน้าก็คงไม่มีชีวิตรอดอีกต่อไปแล้ว จึงไม่เกรงกลัวที่จะเปิดเผยความจริง
"555++ ทหารรับจ้างงั้นรึ นานแล้วสินะที่ไม่มีทหารรับจ้างมาหาความตายถึงที่แบบนี้"
เอี้ยหม่าที่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นทหารรับจ้างก็ไม่เกรงกลัวแต่อย่างไร เนื่องจากเคยมีทหารรับจ้างใจกล้าที่จะมาสังหารเอี้ยหม่าเช่นกัน
ส่วนสองพี่น้องที่ได้ยินว่าเป็นทหารรับจ้างที่จะมาสังหารเอี้ยหม่า ก็รู้สึกดีใจขึ้นมา เนื่องจากจะมีโอกาสรอดจากเอื้อมมือจากหมูจอมขูดรีดและหื่นกระหายซักที
"แกคงเป็นทหารรับจ้างมือใหม่สินะ ที่ไม่รู้ว่าข้าเป็นใคร ขนาดทหารรับจ้างที่มีประสบการณ์ยังไม่คิดจะมาสังหารข้าเลย เพราะข้าคือคนตระกูลเอี้ย ถ้าเกิดทำไรข้าขึ้นมา ตระกูลเอี้ยไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่"
เอี้ยหม่าพูดข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามทันที
"เรื่องนั้น ข้ารู้จากข้อมูลภารกิจอยู่แล้ว ไม่ต้องให้เจ้ามาบอกหรอก"
เอี้ยก้วยที่พูดขึ้นมาอย่างไม่เกรงกลัวอิทธิพลตระกูลเอี้ยแม้แต่นิด
"ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้ว เจ้ายังกล้าที่จะมาสังหารข้าอึกงั้นหรอ"
เอี้ยหม่าที่เห็นอีกฝ่ายรู้ว่าตัวเองเป็นใครอยู่แล้ว ยังกล้ามาแส่หาความตายอีก จึงเริ่มมองสำรวจเอี้ยก้วยอีกรอบ เพื่อพยายามนึกว่าเอี้ยก้วยเป็นใครกันแน่
การที่จะมีคนไม่เกรงกลัวอิทธิพลตระกูลใหญ่ คนๆนั้นต้อง มีวรยุทธสุดยอด หรือมีเบื้องหลังที่ยิ่งใหญ่คอยหนุนหลังอยู่ แต่ถ้าเป็นคนประเภทนั้นจริง ทำไมต้องมาเป็นทหารรับจ้างอีกละ
"หึหึ งั้นเจ้าก็คงรู้สินะว่าข้าน่ะเป็นจอมยุทธอสูรระดับ ผู้เชี่ยวชาญอสูรน่ะ เตรียมใจตายไว้แล้วสินะ"
เมื่อเอี้ยหม่าที่ดูแล้วเอี้ยก้วยต้องเป็นพวกอยากได้เงินรางวัลอย่างแน่นอน จึงไม่กลัวตายแบบนี้ เอี้ยหม่าที่เห็นคนประเภทนี้มาเยอะแล้ว จึงเห็นเป็นเรื่องปกติ
จากนั้นเอี้ยหม่าที่จะแปลงร่างเป็นสัตว์อสูร ก็โดนทำร้ายโดยเอี้ยก้วยทันที แม้จะเป็นระดับ ผู้เชี่ยวชาญอสูร แต่ถ้าเกิดขาดการฝึกฝนเป็นเวลานาน ก็สามารถทำให้หย่อนหยานได้เช่นกัน
ดังตัวอย่างเอี้ยหม่า ที่กว่าจะแปลงร่างได้ต้องกินเวลาหลายวินาที ช่วงเวลานั้นสามารถกำหนดความเป็นความตายได้เลย
แม้เอี้ยก้วยอยากจะรู้ความสามารถฝั่งตรงข้ามหลังจากแปลงเป็นอสูรแล้วก็ตาม แต่เวลานี้ไม่ใช่เรื่องเหมาะสมนัก เพราะยังอยู่ในโรงเตี้ยมตระกูลเอี้ย
"แกกกก ขี้โกงนี้น่า จู่ๆมาโจมตีข้าตอนกำลังแปลงร่าง"
เอี้ยหม่าที่ตอนนี้ได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีของเอี้ยก้วย จนเกิดแผลเป็นทางยาวตรงหน้าอก