อี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ)

    118 ลานประมูลสัตว์อสูร 2

    ผ่านไปครู่ใหญ่ สตรีมนุษย์ที่กลางลานนั้น ก็ถูกประมูลไปโดยสตรีวัยกลางคนในชุดงดหงามหรูหรา…   มองทีท่าแล้วคล้ายจะเป็นสตรีที่มาจากหอนางโลม…  โดยมากแล้วสตรีงดงามที่ไร้ปราณธาตุบนลานประมูลแห่งนี้มักจะถูกนำไปรวมไว้ที่นั่น  คอยรองรับอารมณ์ของมนุษย์ด้วยกัน รวมถึงสัตว์อสูรที่ชื่นชอบร่วมรักกับมนุษย์อีกด้วย  


    ดวงตาคู่งามของหญิงสาวแคว้นอิงผู้นั้นแห้งผากไร้น้ำตา นางเดินตามแรงฉุดดึงลงจากเวทีอย่างเชื่องช้า…คล้ายหมดแล้วซึ่งความหวังที่จะมีชีวิตอยู่


    “ต่อไปเป็นการประมูลลูกแก้วสัตว์อสูรธาตุน้ำ ชั้นจ้าวอสูร เริ่มต้นที่ 1,000,000 หินปราณ”  สิ้นเสียงประกาศ การแข่งขันประมูลอันรุนแรงก็ระเบิดขึ้นทันที ด้วยลูกแก้วระดับมหาอสูรนั้นหาได้ยากมากแม้แต่ในแคว้นลู่แห่งนี้


    “ศิษย์พี่ ข้าขอตัวสักครู่”   มู่เชียนไม่คิดสนใจลูกแก้วอสูร จึงเอ่ยปากขอตัวเดินออกไปด้านนอกพร้อมหู่อู่ และเสี่ยวจือจือ


    มู่เชียนกลับมาอีกครั้งเมื่อการประมูลผ่านไปหลายรอบแล้ว ข้างกายมีหญิงสาวจากแคว้นอิงคนเมื่อครู่ในชุดที่มิดชิดขึ้น ใบหน้างดงามเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ทว่าสีหน้าและท่าทางของนางดีกว่าเดิมมาก 


    “พวกเขาคือศิษย์พี่ของข้า” เสียงหวานเอ่ยแนะนำ สตรีจากแคว้นอิงผู้นั้นรีบย่อกายลงคารวะพวกเขาอย่างมีมารยาท…


    “ซูม่านคารวะคุณชายทั้งสาม”


    โม่เจี้ยน จ้าวซง และฉวนสี่มองมู่เชียนสลับกับหญิงสาวงดงามตรงหน้า ก็ยิ้มออกมาอย่างอ่อนใจ


    “นึกว่าเจ้าจะใจแข็งได้จริงๆเสียอีก”  โม่เจี้ยนเอ่ยล้อนางพร้อมด้วยรอยยิ้มแจ่มใส   ทำให้มู่เชียนยิ้มออกมาเช่นกัน


    “เฮ้อ…ข้าคงต้องฝึกฝนอีกมากเจ้าค่ะ” เด็กสาวอ่อนใจกับตัวเองนัก ทั้งที่รู้ว่าตนมีภารกิจสำคัญ ไม่ควรรับตัวถ่วงเพิ่มมา  ทว่าก็ยังทำใจแข็งไม่ไหว..


    “อืมม.. แต่ข้าว่าเจ้าเป็นเช่นนี้ดีที่สุดแล้ว”  โม่เจี้ยนเอ่ยยิ้มๆ  ฉวนสี่และจ้าวซงก็พยักหน้าเห็นด้วยเช่นกัน…  ศิษย์น้องมู่ของพวกเขา.. หญิงสาวธรรมดา ที่มักจะใจอ่อน ชอบช่วยเหลือคนเดือดร้อนนั้น…  ดีที่สุดแล้ว


    หลังจากนั้นมู่เชียนจึงได้ประมูลกระเรียนเพลิงชั้นปราชญ์อสูรคู่หนึ่งในราคา 100000 หินลมปราณ  นอกจากนี้โม่เจี้ยนยังประมูลได้สุนัขจิ้งจอกสามหางตัวหนึ่งมาอีกด้วย…  เท่านี้เป้าหมายของพวกเขาก็นับว่าสำเร็จเสร็จสิ้นแล้ว 

      

    “ต่อไป  ลูกแมวเขี้ยวดาบ… แม้จะยังเล็กไปบ้างแต่เนื้อนุ่มกระดูกอ่อนใช้เป็นของขบเคี้ยวได้  ราคาเริ่มต้นที่ 100 หินลมปราณ”  


    สัตว์ตัวเล็กๆราคาถูกเช่นนี้มักจะถูกนำมาคั่นระหว่างการประมูลใหญ่  คล้ายกับเป็นช่วงผ่อนคลาย  เหล่าสัตว์อสูรขนาดใหญ่ทั้งหลายล้วนชื่นชอบเป็นที่สุด 


    มู่เชียนมองลงไปที่กลางลานนั้น …สิ่งมีชีวิตตัวเล็กตัวหนึ่ง สีขนขมุกมัว ขนาดเท่าฝ่ามือ นอนขดตัวนิ่งอยู่ในกรงราวกับเป็นสัตว์ที่ตายแล้ว  เพื่อเป็นการยืนยันความสดใหม่ของสินค้า … ผู้ประกาศยิงเข็มปราณขนาดเล็กใส่ร่างนั้นครั้งหนึ่ง   ร่างน้อยนั้นจึงกระตุกเบาๆ พร้อมกับส่งเสียงครางออกมา 


    “นายหญิง/เอ๊ะ…  แมวนั่น !!”   เสียงของเทพอสูรทั้งสองประสานขึ้นพร้อมกันในร่างของมู่เชียน ดังลั่นจนนางเผลอสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ


    “คุณหนู มีอะไรหรือเปล่าขอรับ” จ้าวซงที่นั่งอยู่ด้านหลังนางเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล  มู่เชียนนิ่วหน้าเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นช้าๆ


    “ข้าให้สามหมื่น” เสียงใสประกาศออกมา ทุกคนมองหน้าเด็กสาวอย่างตื่นตะลึง…  


    เมื่อครู่ของว่างชิ้นนี้ เพิ่งไต่ราคาไปได้  150  นางกลับเสนอออกมา 30,000 เห็นได้ชัดว่าสตรีนางนี้มีเงินมากจนเพี้ยนไปแล้ว


    “ท่านว่าอย่างไรนะ..?” ผู้ประกาศถามซ้ำ


    “ข้าให้สามหมื่น”  เด็กสาวเอ่ยย้ำอีกครั้ง นางต้องการจบการประมูลนี้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเจ้าตัวน้อยในกรงนั่นดูอาการไม่ค่อยดีนัก


    “มีผู้ใดให้มากกว่านี้… ช่างเถิด ขายๆ ลูกแมวเขี้ยวดาบเป็นของแม่นางน้อยชุดเขียวผู้นี้”  ผู้ประกาศรีบเอ่ยวาจาผูกมัด… สินค้าขาดทุนใกล้จะตายที่ไปเพิ่งไปเจอในห้องใต้หลังคา กลับทำราคาได้เช่นนี้ นายท่านต้องเอ่ยชมเขาแน่


    มู่เชียนส่งสายตาให้หู่อู่รีบไปรับแมวน้อยมาทันที ชายหนุ่มไม่รอช้ากระโดดลงไปกลางลาน มือส่งมอบหินปราณถุงใหญ่ก่อนจะนำสัตว์ตัวเล็กนั่นมาให้นายหญิงของตน


    มู่เชียนมองเข้าไปในกรงนั้น เห็นลูกแมวตัวน้อยนอนหลับตานิ่งสงบ ขนทั่วร่างจับกันเป็นก้อนดูสกปรกมอมแมม… ร่างดูผอมโซจนน่าสงสาร ซี่โครงเล็กๆที่ขยับไหวเล็กน้อยนั่น ช่วยแสดงนางให้รู้ว่าลมหายใจของมันยังไม่หมดลง  


    นางสัมผัสอาการของเจ้าตัวเล็กแล้วก็รู้สึกร้อนใจอย่างงมาก คิดอยากหาที่ลับตาเพื่อเยียวยามันให้เร็วที่สุด  เด็กสาวจึงหันมาส่งสัญญาณให้พรรคพวกของตนรีบออกจากลานประมูลแห่งนี้ไปพร้อมกัน



    “หยุดก่อน… แมวตัวนั้นไม่ขาย…!! ” เสียงตะโกนดังลั่น ร่างของชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง วิ่งพุงพลุ้ยกระเพื่อมมาแต่ไกล สีหน้าของเขามีความเดือดดาลอย่างมาก ผู้ประกาศเห็นแล้วก็รีบวิ่งไปหาเขา พร้อมกับชูหินปราณถุงใหญ่ของมู่เชียนขึ้นแสดงต่อนายของตน


    “นายท่าน … เจ้าตัวเล็กนั่นขายได้สามหมื่นหินลมปราณเชียวนะขอรับ” ชายร่างเล็กรีบเอ่ยอย่างคิดเอาหน้า ทว่าดวงตาของผู้เป็นนายที่มองมากลับเต็มไปด้วยความโมโหและโกรธเคือง


    “เปรี้ยงงง”  ฝ่ามือแฝงแรงปราณมหาศาล ตบหน้าชายผู้นั้นกระเด็นไปไกล…


    “เฮอะ..สามหมื่นเรอะ…ต่อให้สามแสนข้าก็ไม่ขาย!”   เจ้าตัวนั้นกว่าจะจับมาได้ยากลำบากเพียงไร ทั้งยังขังเอาไว้หลายปี จนมันอ่อนแรง ใกล้จะถึงเวลาให้เขาทำพันธะกับมันได้อยู่แล้ว  เขาไม่มีวันยอมให้ผู้อื่นมาชุบมือเปิบไปง่ายๆ  ชายร่างอ้วนใหญ่หยุดลงตรงหน้ากลุ่มของมู่เชียน 


    “รีบส่งเจ้าตัวนั้นคืนมาให้ข้า…!! ” ชายร่างอ้วนในชุดหรูหราตวาดเสียงดุดัน ทว่ากลุ่มคนตรงหน้ากลับไม่ใส่ใจท่าทีแข็งกร้าวของเขานัก


    “เงินก็จ่ายแล้ว ของก็ได้มาแล้ว ตามกฏหมาย…การซื้อขายแลกเปลี่ยนถือว่าเสร็จสมบูรณ์ !”  จ้าวซงเอ่ยเหตุผลด้วยน้ำเสียงเฉยเมย


    “ถูกต้อง… สินค้าซื้อแล้วย่อมเปลี่ยนเจ้าของ...  หากไม่พอใจก็ไปฟ้องเอาสิ” โม่เจี้ยนเอ่ยเสริมอย่ายียวน  


    ทว่ามู่เชียนนั้นกลับไม่ได้มีท่าทางไม่พอใจอันใด  ร่างบางก้าวมายืนข้างหน้าด้วยท่าทางสุภาพ   จากท่าทีของเทพอสูรทั้งสองแล้วเจ้าตัวน้อยนี้คงมีค่ามากจริงๆ และคงเป็นความผิดพลาดของลูกน้องทำให้เจ้าตัวน้อยนี่ถูกนำขึ้นประมูล…   ดังนั้นนางย่อมนึกเห็นใจชายผู้นี้อยู่บ้าง


    “ท่านจะเรียกเพิ่มเท่าไหร่ ข้าจะจ่ายให้…” เสียงหวานเอ่ยอย่างมีมารยาท  ในเมื่อเจ้าตัวน้อยนี่อย่างไรก็ต้องได้มา…   ดังนั้นคงต้องลองใช้เงินแก้ปัญหาแล้ว


    “หึ.. บอกว่าไม่ขายก็ไม่ขาย นายท่านหลูอย่างข้าขาดแคลนเงินหรือไร…!!. ชายร่างอ้วนหันมาตวาดใส่เด็กสาว ทว่าเมื่อมองชัดกลับตกตะลึงไป  เด็กสาววัย 16 -17 ผู้นี้ หน้าตางดงาม ท่าทางสุภาพอ่อนน้อม ทั้งน้ำเสียงยังไพเราะเพลินหูอย่างยิ่ง   ยิ่งมองเส้นผมสลวยสีดำสนิทตัดกับผิวขาวสะอาด ก็ยิ่งรู้สึกชื่นชอบ…  สายตาก้าวร้าวเปลี่ยนเป็นอ่อนเชื่อมน่าขนลุกทันที


    “น้องสาวชื่นชอบสัตว์อสูรหรือ.. ที่บ้านข้ามีอีกมากมาย พี่พาเจ้าไปดูดีหรือไม่ ?”  


    “บังอาจ…. !!”   หู่อู่ตวาดเสียงกร้าว ..  ปราณมหายุทธ์ระเบิดออกทันที กระแทกชายร่างอ้วนตรงหน้าให้หงายท้องล้มลงไป ทั้งจุกทั้งเจ็บจนแทบน้ำตาเล็ด


    “พวกเจ้าสิบังอาจ… กล้าหยามถึงถิ่นของข้า ‘หลูปัน’ ….  เด็กๆเข้ามา” 


     สิ้นคำสั่งนั้น เสียงคำรามของสัตว์อสูรนับร้อยก็กึกก้องดังลั่นทั่วบริเวณ เหล่าผู้ร่วมประมูลที่ไม่เกี่ยวข้องนั้นไม่คิดว่าเรื่องจะเลยเถิด ทำให้เจ้าของกลุ่มอิทธิพลใหญ่ตรงหน้าเดือดดาลเพียงนี้ พวกเขาต่างรีบสลายตัวพาหนีตายออกไปจากลานประมูลจนสิ้น


    เพียงไม่กี่อึดใจ ทั่วทั้งลานประลองก็เหลือเพียงกลุ่มของมู่เชียนที่ถูกล้อมโดยคนและสัตว์อสูรอันร้ายกาจนับร้อยตัว ระดับของพวกมันล้วนเป็นปราชญ์อสูร  แต่ละตัวถูกควบคุมอยู่โดยปราชญ์ยุทธ์ผู้หนึ่งที่เป็นเจ้านายของมัน ปราชญ์ยุทธ์ร้อยคน ปราชญ์อสูรร้อยตัว ขุมกำลังเช่นนี้หากอยู่ในแคว้นต้าหนานย่อมนับเป็นอันดับต้นๆแล้ว


    “เป็นอย่างไร…  น้องสาวคิดอยากเปลี่ยนใจแล้วหรือไม่  ?” รอยยิ้มบิดเบี้ยวน่าสะอิดสะเอียนนั้นกลับไม่ทำให้มู่เชียนรู้สึกอันใด หญิงสาวมองสบตาเจ้าของลานประมูลแซ่หลูนิ่ง ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเย็น


    “แน่ใจนะว่า…อยากใช้กำลังกับข้า ?!”  


    หากเป็นคนที่เคยผ่านการประลองห้าแคว้น …..ได้ยินคำนี้เข้า ล้วนต้องรีบส่ายหน้าก่อนจะจากไปให้ไกล.. เพราะนี่คือเมตตาสายสุดท้ายจากพญามัจจุราชแห่งเทือกเขาหู่ลี่ …..ก่อนเริ่มต้นการเข่นฆ่าสังหาร นางมักเอ่ยวาจาเช่นนี้ เพื่อให้เหยื่อได้มีโอกาสเลือกอีกครั้ง !!


    “หึ.. ไม่ว่าเจ้ามีเบื้องหลังยิ่งใหญ่เพียงใด อยู่ในถิ่นของข้าก็ไร้ความหมาย พี่สะใภ้ของหลานข้าเป็นถึงน้องสาวภรรยาของพี่ชายของพระชายาในองค์รัชทายาทลู่เหวินหลางเชียวนะ …”  


    มู่เชียนขมวดคิ้วเล็กน้อย ความสัมพันธ์วุ่นวายนั้นนางไม่คิดสนใจ ที่รับรู้ได้มีเพียงชื่อของเจ้าคนน่ารังเกียจผู้นั้น


    “ญาติของลู่เหวินหลางหรือ… ดี…!!”  


    มู่เชียนยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น บนไหล่เล็กของนางทั้งสองข้างพลันปรากฏร่างหนึ่งแดง หนึ่งขาวขึ้น…  สัตว์อสูรขนาดเล็กที่มองแต่ไกลไม่อาจรู้ได้ว่าคือสิ่งมีชีวิตชนิดใดนั้น กลับปล่อยปราณกดดันอันน่าขนลุกออกมา 


    หลูปันดำเนินกิจการประมูลสัตว์อสูรมาหลายสิบปี เห็นสัตว์มามาก ไม่เคยมีสัตว์อสูรตนใดจะให้ความความรู้สึกทั้งแข็งแกร่งและทรงอำนาจได้เพียงนี้ ขาอวบหนาสองข้างสั่นเทา ขณะที่กองกำลังรอบนอกนั้นเริ่มเกิดความวุ่นวายขึ้น….  สัตว์อสูรหลากสายพันธุ์ที่ล้อมพวกของมู่เชียนอยู่นั้น บ้างก็ทรุดตัวนิ่งกับพื้น บ้างก็ถอยไปขดอยู่ด้านหลังนายของตนอย่างหวาดเกรง ไม่ว่าผู้เป็นนายจะกระตุ้นอย่างไรก็ไม่เข้ายอมก้าวเดินไปข้างหน้า  อีกทั้งบางตัวยังแว้งกัดเจ้าของอีกด้วย  


    ควรทราบว่าสัตว์อสูรใต้พันธะสัญญานั้น เป็นเช่นเดียวกับเสี่ยวจือจือ  หากนายสั่งคำเดียวย่อมต้องตาย ..  การที่สัตว์อสูรทำร้ายผู้เป็นนายนั้นแทบไม่ปรากฏมาก่อน 


    ขณะที่สัตว์อสูรนับร้อยตนด้านในวุ่นวายอยู่นั้น  ดวงตาวาววับนับพันคู่ก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านนอก…  พวกมันมาตามคำสั่งของเทพอสูรทั้งสอง ผู้เป็นนายแห่งสัตว์อสูรทั้งปวง … สายตากระหายเลือดจับจ้องกลุ่มคนที่อยู่ตรงกลาง ยามนี้ฝ่ายของพวกหลูปันตกอยู่ในวงล้อมแล้ว


    “เจ้าเป็นใครกันแน่..” หลูปันเอ่ยถามเสียงสั่น นึกโทษตัวเองว่าเหตุใดไม่คิดถามแต่แรก สตรีร้ายกาจเช่นนี้ย่อมไม่ใช่ผู้ไร้ชื่อเสียงอย่างแน่นอน 


    “คนตายไม่ต้องรู้ชื่อข้าหรอก…” เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างเฉยชา รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมานั้น ทำให้หลูปันมั่นใจว่าสตรีนางนี้ไม่อาจเอ่ยวาจาต่อรองใดๆได้ ร่างอ้วนทรุดลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว


    “ข้ายอมแล้ว…  แม่นาง ข้ายอมแล้ว”   ศีรษะหนาโขกลงกับพื้นอย่างยอมจำนน ทว่าในใจนั้นกลับลอบจดจำไว้ใบหน้าของนางไว้  คิดจะนำไปฟ้ององค์รัชทายาท


    เพียงนายสาวพยักหน้าแผ่วเบา หู่อู่ที่อยู่ด้านข้างก็พุ่งตัวออกไป  ทันทีปราณมหาศาลของระดับมหายุทธ์ถูกฟาดลง…. ร่างอ้วนของชายผู้นั้นก็แตกกระจายกลายเป็นก้อนไขมันแหลกเหลวกองหนึ่ง



    ร่างของหู่อู่กลับมาปรากฏตัวข้างๆมู่เชียนอีกครั้ง ซูม่านมองเศษเนื้อแหลกเหลวก้อนนั้นอยู่พักใหญ่ หลูปันผู้นี้เป็นคนมักมาก…..  กับนางทุกครั้งที่มีโอกาสก็จะกระทำการต่ำช้าล่วงเกินอยู่เสมอ  แม้มิได้ไปถึงขั้นสุดท้าย ทว่าเสื้อผ้าที่ฉีกขาดและบาดแผลมากมายที่ฝากไว้นี้ก็เป็นฝีมือของมัน….  หญิงสาวหันมามองเศษเลือดเนื้อที่ติดอยู่บนร่างของหู่อู่  ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานออกมาอย่างสาสมใจ


    หู่อู่นั้นไม่เคยถูกหญิงสาวมองตนเองแล้วยิ้มราวกับเห็นขนมหวานเช่นนี้มาก่อน…  ยามนี้อดรู้สึกขนลุกไม่ได้


    คล้ายกับเรื่องอี้เจ๋อเจี้ยน สยบมิติฟ้า ธิดาเทพยุทธ์ (จบ) ที่คุณอ่าน