อสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 1 บทที่ 28 ต่อสู้กันนัวเนีย

            ทั้งห้าคนนี้มาตามล่าตนเองโดยเฉพาะแถมยังนำรูปวาดมาด้วยขนาดนี้แน่นอนว่าคนที่สั่งการจะต้องเป็นศัตรูคู่แค้นอย่างแน่นอนแม้จะไม่รู้ว่าศัตรูคู่แค้นคนนี้ตนเองไปล่วงเกินตั้งแต่เมื่อไหร่แต่เชื่อได้เลยว่าหากตนเองตกไปอยู่ในมือของคนพวกนี้คงไม่มีทางรอดไปได้แน่มุ่งไปด้านหน้าคือตาย อย่างนั้นก็หันหลังกลับก็แล้วกันที่นั่นกำลังมีการต่อสู้กันอย่างนัวเนีย ไม่แน่ว่าอาจจะพอมีทางรอดให้บ้าง

            หนี!

            เย่ชิงหานใช้พลังทั้งหมดที่มีพุ่งทะยานออกไปในตอนนี้เขารู้สึกโชคดีเป็นอย่างมากที่ตอนหลบหนีเจ้าสไปโนซอรัสตนเองอยู่บนหลังเสี่ยวเฮยมาตลอดทำให้ไม่ได้เสียพลังกายและพลังปราณรบเลยแม้แต่น้อยไม่อย่างนั้นละก็เวลาคับขันเช่นนี้หมดแรงที่จะวิ่งก็คงตายลูกเดียว

            จากตรงนี้ห่างจากตำแหน่งที่ราชาหมาป่าเพลิงต่อสู้กับสไปโนซอรัสราวเจ็ดถึงแปดกิโลเมตรหากเป็นเวลาปกติโคจรพลังปราณรบวิ่งอย่างเต็มที่ระยะทางเท่านี้ใช้เวลาเพียงแค่ราวหนึ่งนาทีก็เพียงพอนาทีเดียวถือว่าเป็นเวลาที่สั้นมาก เทียบได้กับกินข้าวเพียงคำเดียวแต่ว่าเวลานี้เย่ชิงหานได้ยินถึงเสียงฝีเท้าที่ไล่ตามมาด้านหลังทำให้รู้สึกว่าเวลามันช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าเสียเหลือเกิน

            คิ้วรูปกระบี่ของเสว่อีขมวดขึ้นในทันทีตามข้อมูลที่ได้รับไม่ใช่บอกว่าเป้าหมายเป็นนายน้อยขยะไร้พรสวรรค์มิใช่รึ? แต่ดูจากระดับความเร็วในการวิ่งทะยานมันใช่ผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตขั้นสูงที่ไหนกัน? ชัดเจนว่าบรรลุถึงระดับขอบเขตยอดยุทธ์แล้วบรรลุถึงมาตรฐานในการเป็นศิษย์สายในของตระกูลเย่นายน้อยบอกว่าให้ดีที่สุดคือจับเป็น ความหมายก็คือจับเป็นไม่ได้ก็นำศพกลับไปแต่สถานการณ์ในตอนนี้จับเป็นน่าจะยุ่งยากพอสมควร แต่ถ้าฆ่า? ฆ่าศิษย์สายในของตระกูลเย่หากวันหน้าตระกูลเย่รู้เข้าไม่รู้ว่าจะมีเรื่องยุ่งยากตามมาอีกสักเท่าไร?

            เสว่อีครุ่นคิดอยู่ภายในหัวถึงผลได้ผลเสียที่จะตามมาแต่ในที่สุดก็ตัดสินใจได้ว่าภารกิจสำคัญที่สุดถ้าหากเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็ยังมีตระกูลเสว่ออกหน้าแบกรับไว้อยู่สายตามองเห็นเป้าหมายกำลังจะมุ่งไปถึงตำแหน่งที่ฝูงหมาป่าเพลิงกำลังต่อสู้อยู่แม้ไม่รู้ว่าฝูงหมาป่าเพลิงกำลังต่อสู้กับมารอสูรชนิดใดอยู่แต่เขารู้ดีว่าหากปล่อยให้เป้าหมายมุ่งไปถึงยังตำแหน่งนั้นได้เป้าหมายคงอาศัยสถานการณ์ที่ชุลมุนนั้นฉวยโอกาสหนีรอดไปได้อีก

            คิดได้ดังนั้นเสว่อีจึงรีบโคจรพลังปราณรบเร่งความเร็วเพิ่มขึ้นในทันทีระยะห่างจากเดิมที่ก็ห่างกันไม่มากอยู่แล้ว พริบตาเดียวยิ่งใกล้ขึ้นกว่าเก่า

            ใกล้แล้ว! ใกล้แล้ว!ใกล้จะถึงแล้ว!

            อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้นมองเห็นลูกไฟลอยอยู่เต็มท้องฟ้าที่อยู่เบื้องหน้าในใจเย่ชิงหานปรากฏความรู้สึกยินดีขึ้นตามแผนการที่ตนคิดไว้คือมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่มีการต่อสู้นั้นตนเองมีเพียงแค่คนเดียววิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่น่าจะเป็นจุดสนใจของฝูงหมาป่าเพลิงมากเท่าใดส่วนห้าคนที่อยู่ด้านหลังเป็นกลุ่มใหญ่เป็นเป้าสายตาที่ชัดเจนเป็นอย่างมากหากถูกพบคงไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ทำตามแผนนี้ตนเองก็จะสามารถสลัดหลุดทั้งห้าคนได้เหมือนกับที่เคยใช้กับสไปโซอรัส

            สิ่งที่คิดย่อมดีงามเสมอแต่ทว่าความเป็นจริงนั้นกลับโหดร้าย

            เย่ชิงหานวิ่งไปพลางชายหางตามองห้าคนที่อยู่ด้านหลังไปพลางในขณะที่เท้าของเขากำลังจะก้าวเข้าสู่ตำแหน่งที่ฝูงหมาป่าเพลิงกำลังทำการต่อสู้อยู่นั้นคนชุดดำที่อยู่ตรงกลางพลันเร่งระดับความเร็วขึ้นมามากกว่าหนึ่งเท่าตัวจากเดิมที่ก็ไม่ห่างอยู่แล้วในตอนนี้ยิ่งใกล้เข้ามามากกว่าเดิมจากนั้นเขาเห็นบางอย่างที่น่ากลัวกำลังจะเกิดขึ้น

            ร่างของชายชุดดำปกคลุมไปด้วยแสงสว่างแวววับของพลังปราณรบที่ไหลออกมาจากกายจากนั้นมันรวมตัวกันเป็นฝ่ามือขนาดใหญ่สีเหลืองฟาดตรงมายังกลางแผ่นหลังของเย่ชิงหาน

            ปลดปล่อยพลังปราณรบออกมาภายนอก!ระดับขอบเขตเยี่ยมยุทธ์!

            เย่ชิงหานยิ้มที่มุมปากอย่างขมขื่นศัตรูคู่แค้นของตนคนนี้ช่างให้เกียรติตนเองจริงๆถึงกับส่งผู้มีพลังฝีมือระดับขอบเขตเยี่ยมยุทธ์มาตามไล่ฆ่าในหัวเพิ่งจะเริ่มครุ่นคิดแต่แผ่นหลังกลับรู้สึกว่าถูกพลังหนักหน่วงรุนแรงสายหนึ่งโจมตีเข้าอย่างจังกระดูกทั้งร่างราวกับจะหลุดออกจากกัน ปากกระอักเลือดออกมาอย่างบ้าคลั่งความเจ็บปวดอย่างรุนแรงแล่นเข้าสู่สมอง ในชั่วพริบตาเดียวก็สลบหมดสติไปกลางอากาศส่วนร่างของเขาราวกับว่าวที่เชือกขาดลอยออกไปตกลงบนพื้นเบื้องหน้า

            “พี่ใหญ่ท่านไม่ลงมือแรงไปหน่อยหรือ? หากตายขึ้นมาคงไม่ดีอย่างแน่นอน!”มองเห็นเย่ชิงหานนอนสลบอยู่บนพื้นทั้งห้าจึงพากันหยุดฝีเท้าลงคนที่อยู่ด้านซ้ายเอ่ยถามขึ้น

            “น่าจะไม่ถึงกับตายน้องรองเจ้าไปนำตัวมันกลับมา พวกเรารีบออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดจะดีกว่า”เสว่อีเก็บพลังปราณรบกลับคืนเข้าไปภายในร่างมองเห็นสถานที่ไม่ไกลออกไปเสียงดังราวกับสนามรบ จึงรีบพูดขึ้นด้วยเสียงทุ้มต่ำ

            “อืม!”

            เสว่เอ้อตอบรับมาคำหนึ่งแล้วพุ่งทะยานออกไปมองเห็นเย่ชิงหานที่นอนสลบหมดสติอยู่ที่พื้นในใจพลันเกิดความรู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาเพราะเจ้าเด็กคนนี้คนเดียวที่ทำให้พวกเขาทั้งห้าต้องมาทุกข์ทรมานเป็นเดือนๆทำให้ตนเองไม่ได้ลิ้มรสหญิงสาวเป็นเดือนๆ คิดไปคิดมานึกอยากจะให้บทเรียนแก่เจ้าเด็กน้อยคนนี้เสียหน่อย

            ในขณะที่เขากำลังจะเข้าไปใกล้เย่ชิงหานเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเบื้องหน้าปรากฏเงาสีแดงพุ่งตรงเข้ามาหาตนเองอย่างรวดเร็ว

            มันคืออะไร?

            เสว่เอ้อไม่กล้าประมาทเขาต่อยหมัดออกไปใส่เงาสีแดงที่พุ่งตรงเข้ามาอย่างหนักหน่วง

            ปัง

            เงาสีแดงคือหมาป่าเพลิงขนาดลำตัวใหญ่ราวๆสามเมตร หมาป่าเพลิงในตอนนี้นอนขาสั่นกระตุกอยู่บนพื้น มันถูกหางของสไปโนซอรัสฟาดกระเด็นลอยมาบวกกับหมัดของเสว่เอ้อที่ต่อยออกไปอย่างหนักหน่วงอีกหนึ่งครั้งทำให้มันที่อาการบาดเจ็บสาหัสเจียนตายอยู่แล้วยิ่งร่อแร่เข้าไปอีก

            “ราชาหมาป่าเพลิง?”

            เสว่เอ้อมองดูราชาหมาป่าเพลิงที่นอนสั่นกระตุกครวญครางออกมาอยู่บนพื้นอย่างงุนงงหมัดของตนเองทำไมถึงได้มีพลังมากมายมหาศาลขนาดนี้? หมัดเดียวสังหารมารอสูรระดับห้าได้อย่างง่ายดายสงสัยว่าครั้งก่อนที่ออกศึกกับน้องนางทั้งหลายคงเป็นยาบำรุงให้ตนได้อย่างดี...

            “น้องรองรีบถอยออกมา!”

            เสว่เอ้อยืนทำหน้าภาคภูมิใจในตัวเองอยู่อย่างเคลิบเคลิ้มแต่เสว่อีกลับมีสีหน้าเคร่งขรึมดวงตาเปล่งประกายแสงวาบผ่านพร้อมกับร้องตะโกนออกมาขาขวาของเขาออกแรงถีบมือกำหมัดแน่นพุ่งทะยานออกไปยังเบื้องหน้า

            ส่วนเสว่ซานเสว่ซื่อและเสว่อู่มองไปยังด้านหลังของเส่วเอ้ออย่างตกตะลึงจากนั้นจึงล้วงมือไปหยิบอาวุธอยู่ทางด้านหลังแล้วพุ่งตามออกไปอย่างพร้อมเพรียง

            ด้านหลังเสว่เอ้อปรากฏหัวของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่โผล่ออกมาจากต้นไม้และพุ่มหญ้าที่หนาทึบเกล็ดสีดำปกคลุมไปทั่วร่างลูกตาสีแดงขนาดใหญ่ราวกับโคมไฟที่เต็มไปด้วยความเย็นยะเยือกและดุร้ายปากที่อ้ากว้างออกเผยให้เห็นเขี้ยวฟันที่แหลมคมสะท้อนแสงเย็นเฉียบออกมา

            มารอสูรระดับหกสไปโนซอรัส!

            เมื่อได้ยินเสียงร้องเตือนจากเสว่อีเสว่เอ้อหันหลังกลับไปเจอเข้ากับสไปโนซอรัส ไม่รู้ว่าตกใจกลัวจนเกินไปหรือว่ายังเคลิบเคลิ้มในอารมณ์ภาคภูมิใจในตัวเองอยู่เขากลับยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะคิดได้ว่าต้องวิ่งหนีแต่น่าเสียดายที่เจ้าสไปโนซอรัสได้จับจ้องมาที่เจ้ามนุษย์ตัวเล็กเช่นเขาก่อนแล้วท่อนหางที่ถูกลูกไฟเผาจนดำดูราวกับแส้เหล็กนิลขนาดใหญ่นั้นฟาดกวาดมาจากทางด้านหลังกวาดผ่านพุ่มไม้ใบหญ้าต้นไม้ดึกดำบรรพ์ต่างๆล้วนถูกแรงปะทะลอยปลิ่วว่อนก่อนที่สุดท้ายหางอันใหญ่โตนั้นจะพุ่งมาปะทะเข้ากับร่างของเสว่เอ้อ

            ปัง!

            เสว่เอ้อถูกฟาดลอยปลิวออกไปชนเข้ากับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วกระเด็นกลับมากลิ้งตกไปบนพื้นอยู่หลายตลบก่อนที่จะแน่นิ่งไป

            “น้องรอง”“พี่รอง” “บรู๊ว! บรู๊ว!”

            เสว่อีและคนอื่นๆร้องออกมาพร้อมๆ กันอย่างเศร้าโศกเสียใจในเวลาเดียวกันหมาป่าเพลิงจำนวนมากมายที่โผล่ออกมาจากพุ่มไม้มองเห็นราชาของตนเองนอนกองอยู่ที่พื้นต่างก็เห่าหอนขึ้นมาพร้อมกันพริบตาเดียวทุกหนทุกแห่งล้วนเต็มไปด้วยเสียงร้องเห่าหอนของความเศร้าเสียใจ

            “น้องห้าเจ้าไปอารักขาน้องรองกลับมาน้องสามน้องสี่พวกเจ้าช่วยข้าจัดการกับเจ้ามังกรพันธุ์ผสมตัวนี้ระวังลูกไฟจากหมาป่าเพลิงด้วย” เสว่อีตาลุกเป็นไฟด้วยความโกรธจ้องมองไปยังสไปโนซอรัสที่กำลังเดินออกมาจากพุ่มไม้อย่างช้าๆพวกเขาทั้งห้าล้วนเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกตระกูลเสว่เก็บมาเลี้ยงพวกเขาเติบโตมาด้วยกัน ฝึกฝนวรยุทธ์มาด้วยกัน ออกทำภารกิจด้วยกันเรียกได้ว่ารักใคร่ห่วงใยกันมากกว่าพี่น้องสายเลือดเดียวกันเสียด้วยซ้ำ

            วันนี้เจ้ามังกรพันธุ์ผสมตัวนี้กล้าทำร้ายน้องรองจนได้รับบาดเจ็บเป็นหรือตายยังไม่รู้ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อฆ่ามันให้ได้แม้ว่าเป้าหมายของภารกิจตอนนี้ใกล้จะสำเร็จแล้วแต่ถ้าไม่ฆ่าเจ้ามังกรพันธุ์ผสมตัวนี้ก่อนพวกเขาสี่คนที่มีคนเจ็บอีกสองคนคงหนีไม่พ้นเจ้ามารอสูรระดับหกตัวนี้แน่ดังนั้นจึงจำเป็นต้องสู้

            “บรู๊ว!”

            สนามรบในตอนนี้ถูกแบ่งออกเป็นสามฝ่ายแต่ละฝ่ายต่างมีความแค้นที่ฝังลึกด้วยกันทั้งหมดแต่ฝ่ายที่ลงมือก่อนกลับเป็นฝูงหมาป่าเพลิงจากการสูญเสียราชาไปทำให้พวกมันตอนนี้กลายเป็นหมาป่าที่โดดเดี่ยวนิสัยเดิมจากที่ดุร้ายอยู่แล้วในตอนนี้จึงกลายเป็นบ้าคลั่งขึ้นลูกไฟลูกแล้วลูกเล่าลอยปกคลุมไปทั่วทั้งท้องฟ้า

            “ฆ่า!”

            เสว่อีก็ลงมือบ้างแน่นอนว่าลูกไฟไม่มีผลต่อโล่พลังปราณรบที่ผิวกายของเขาดังนั้นเขาจึงไม่วิตกกังวลแต่อย่างใดสนใจแค่พุ่งตรงเข้าไปหาสไปโนซอรัสเพียงเท่านั้น

            เสว่ซานและเสว่ซื่อก็เริ่มลงมือเช่นเดียวกันทั้งสองหลบหลีกลูกไฟและมุ่งหน้าตรงไปยังตำแหน่งที่สไปโนซอรัสอยู่พร้อมกับกำจัดหมาป่าเพลิงไปพร้อมๆกัน

            สนามรบในตอนนี้กลายเป็นการต่อสู้แบบนัวเนียกันขึ้น

            ทุกชีวิตที่สู้กันอย่างนัวเนียอยู่ท่ามกลางสนามรบในขณะนี้ไม่มีใครสังเกตเลยว่าเย่ชิงหานที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นราวกับซากศพนั้นในตอนนี้ได้ขยับเปิดเปลือกตาออกเป็นช่องเล็กๆมองสังเกตการณ์การต่อสู้ที่เกิดขึ้นอย่างเงียบๆ

    คล้ายกับเรื่องอสูรทลายสวรรค์ [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน