ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 113

              บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆค่อนไปเย็น หนึ่งชายกับอีกสี่หญิงเดินทางด้วยเท้าท่ามกลางเสียงหัวเราะคิกคัก ผิดกับชายหนุ่มที่ได้แต่ทำหน้าเจื่อนๆนิ่งๆ ในใจของเขาคิดถึงเรื่องที่พวกผู้หญิงนั้นช่างสนิทกันอย่างรวดเร็ว เพียงแค่ได้พูดคุยเป็นการส่วนตัวในเวลา 1 ชั่วโมงเท่านั้น พวกเธอก็แทบจะลืมเขาไปแล้ว

     

              ‘เฮ้อออ มีแต่คนมองมาทางเราแฮะ แปลกๆ’ โอ๊ตคิดในใจ ไม่ว่าเขาจะเดินผ่านจุดไหน บรรดาประชาชีทั้งหลายต้องหันมามองที่ทางพวกเขา ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะไอนะที่เป็นถึงไอดอลชื่อดัง แต่ส่วนใหญ่แล้วคงจะมองหญิงสาวทั้งกลุ่มเสียมากกว่า เพราะว่าพวกเธอแต่ละคนนั้นเรียกได้ว่าระดับนางฟ้า..

     

              นอกจากนี้ยังมีพวกบอดี้การ์ดชุดดำที่ลายล้อมมากกว่า 10 คน ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือร้านแพนเค้กรถเข็นของเขาในเวลานี้ จะต้องเป็นรถแผงลอยที่มีระบบคุ้มกันมากที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้ โอ๊ตพยายามเข็นรถของเขาไปให้ถึงยังโรงเรียนคอสมาตินให้เร็วที่สุด แต่เขาก็ต้องยิ่งตกกะใจ เพราะว่า...

              “บ้าไปแล้วววว!.. นั่นมันอะไรกันนนนน!...” โอ๊ตกล่าวอุทานออกมาอย่างตลก เขาแทบจะเผลอปล่อยมือของตัวเองหลุดจากการควบคุมรถเข็นในทันที เพราะจำนวนคนที่เขาเห็นนั้น มันมีมากมายมหาศาลจริงๆ นอกจากนั้นยังมีรถหรูอีกหลายสิบคันที่มองดูยังไงก็ไม่รู้ว่ามันเป็นของใครบ้าง..

              “คนเยอะมากเลย บู้ววว..” ไอนะกล่าวพร้อมกับยกมือไว้เหนือดวงตา เหมือนเป็นทางมองทางไกล

              “นั่นสิคะ! ปิงปิงว่าวันนี้โอ๊ตต้องเหนื่อยมากแน่ๆเลยค่ะ..” ปิงปิงกล่าวต่อ ก่อนที่เธอจะหันมายิ้มให้กำลังใจโอ๊ต ส่วนมนต์กับเฟิร์นที่ทำท่าอึ้งๆ พวกเธอเคยมาครั้งแรก และคิดว่าถ้าทุกวันจะต้องมารอคิวกินแพนเค้กอย่างนี้คงได้ปวดขาตายกันพอดี..

              “เออ.. คนมันเยอะอย่างนี้ทุกวันเลยเหรอคะเนี่ย..” มนต์กล่าวถาม

              “เปล่าหรอกค่ะมนต์ เมื่อวานมีน้อยกว่านี้หลายเท่าตัวเลยค่ะ.. แต่เมื่อวานปิงปิงก็เกือบจะไม่ได้ทานแพนเค้กเหมือนกันนะคะ” ปิงปิงคลายข้อสงสัยให้กับมนต์ และเฟิร์น

              “อาจจะเป็นเพราะวันนี้มีไอนะมาด้วยก็ได้นะ.. ไอนะ! เธอต้องทำงานให้หนักๆ เพื่อช่วยพี่ชายขายของนะรู้ไหม..” เฟิร์นกล่าว ก่อนจะหันมาบอกกับไอนะที่กำลังสนใจผู้คนอยู่..

              “ได้เลยๆ แต่ว่าถ้าไอนะทำงานหนัก.. พี่ชายต้องทำแพนเค้กให้ไอนะทานเยอะๆด้วยนะ” ไอนะพยักหน้ารับ ก่อนจะหันมาอ้อนกับพี่ชายของเธอ ซึ่งโอ๊ตก็ยิ้มรับ และไม่ได้ปฏิเสธอะไร ก่อนที่เขาจะเข็นรถแผงลอยของเขาไปทางปลายแถวเช่นเคย..

     

              ..อีกด้านหนึ่ง ภายในรถแต่ละคัน..

              รถหรูหลายสิบคันนั้นประกอบไปด้วยรถของชุนตงที่มาพร้อมกับครอบครัวแบบยกบ้าน ท่านเสรี เจ้าหมูตอนภาคภูมิ ท่านสส.เสกสรรค์ ที่มาพร้อมกับคุณหญิงเปรมปรีดา ปีเตอร์ พร้อมกับฉัตรสุดา และลูกทั้งสองคน มันอาจจะเรียกได้ว่าผู้มีอิทธิพลจำนวนหนึ่งได้มารวมตัวกันอยู่ที่นี่แล้ว

              “รายงานขอรับ.. เวลานี้คุณชายภาวินได้เดินทางมาถึงแล้วขอรับ..” บอดี้การ์ดประจำรถทุกคันได้เอ่ยรายงานพร้อมๆกัน ชุนตงร้อง ‘อืม’ ในลำคอเหมือนกับจะบอกว่ารับทราบแล้ว เขาวางหนังสือพิมพ์ภาษาจีนลง ก่อนจะเริ่มสั่งการในทันที

              “เตรียมทุกอย่างให้พร้อม.. เคลียร์ทางให้หมด เราจะต้องไปถึงเป็นกลุ่มแรก..” ชุนตงกล่าว และบอดี้การ์ดผสมระหว่างทั้งสี่ตระกูลก็เคลื่อนไหวในทันที แต่ละคนเดินลงจากรถอย่างสง่า พร้อมกับผู้คนที่ลุ้นว่ารถพวกนั้นมันเป็นของใครต้องอ้าปากค้าง เพราะแต่ละคน แต่ละท่านต่างก็เป็นผู้มีชื่อเสียงทั้งนั้น

              “เปิดทางให้ท่านๆเดินอย่างสะดวก..” บอดี้การ์ดเข้าทำหน้าที่เปิดทางในทันที และคนธรรมดาก็จะต้องหลบทางให้กับกลุ่มอภิสิทธิ์ชนนี้เดินได้อย่างสะดวก เพราะพวกเขาไม่อยากจะมีปัญหาที่พวกเขาไม่มีทางจะต่อสู้แล้วได้รับชัยชนะ..

     

              ประกอบกับเวลาที่โอ๊ตนั้นกำลังจัดเตรียมร้านของตัวเอง มันเป็นความโชคดีหรือเรื่องบังเอิญก็ไม่รู้ เพราะวันนี้เขาทำแป้งแพนเค้กมาขายเยอะมากกว่า 800 ชิ้น นั่นเท่ากับว่าเขาสามารถขายให้กับผู้คนได้มากกว่า 100 คนแน่นอน สี่สาวเองก็ไม่อยู่เฉยๆ พวกเธอต่างช่วยโอ๊ตทำนู่นทำนี่ นอกจากนี้ยังได้ตกลงกันเรื่องของหน้าที่การช่วยเหลืองานในครั้งนี้ด้วย ทั้งๆที่โอ๊ตบอกว่าไม่จำเป็นก็ตาม..

              ในจังหวะที่เขา และสาวๆเงยหน้าขึ้น หวังเพื่อที่จะเริ่มเปิดรับออเดอร์ พวกเขาทั้งสี่คนก็ต้องตกใจ ส่วนไอนะที่ได้รับหน้าที่เป็นการต้อนรับแขกไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับคนอื่นเลย เธอยิ้มรับ และกล่าวต้อนรับกับลูกค้ากลุ่มแรกในทันที..

              “สวัสดีค่า.. เชิญต่อแถวทางด้านนี้เลยค่า..” ไอนะกล่าวอย่างร่าเริง พร้อมกับรอยยิ้ม ชุนตงที่เดินนำมาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะเขาไม่เคยเห็นผู้หญิงตัวน้อยคนนี้เลย จนบอดี้การ์ดประจำตัวต้องเข้ามาเอ่ยกระซิบกระซาบกับเจ้านายของตัวเอง เพื่อที่จะไม่ทำให้เจ้านายของตัวเองเผลอทำอะไรผิดพลาดไป

              “ท่านครับ.. เธอคนนี้คือไอนะ เป็นทั้งไอดอลชื่อดัง และล่าสุดคาดว่าจะได้ตำแหน่งเป็นถึงน้องสาวคนหนึ่งของคุณชายขอรับ..” บอดี้การ์ดกล่าว ชุนตงที่ได้ยินก็ต้องพยักหน้ารับ ก่อนจะยิ้มออกมา และเขาก็ต้องพูดเสียงดังให้ชัดเจนสักหน่อย ส่วนหนึ่งก็เพื่อบอกให้กับคนอื่นรับรู้ว่าเธอคนนี้คือใคร และถ้าทำอะไรไม่ดีลงไป คุณชายอาจจะพิโรธโกรธเอาได้..

              “สวัสดีขอรับคุณหนูไอนะ.. ทุกคน คุณหนูตัวน้อยคนนี้คือคุณหนูไอนะ เธอเป็นน้องสาวของคุณชาย.. อย่าลืมทักทายเธอด้วยล่ะ แล้วก็ทำตามที่เธอบอกด้วย เข้าใจแล้วนะ” ชุนตงกล่าว พร้อมกับทุกคนที่ตามมาพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนทุกคนจะต่อแถวอย่างเชื่อฟัง..

              “คุณตา.. ไอนะไม่ใช่คุณหนูตัวน้อยนะคะ ไอนะอายุ 20 ปีแล้วนะจะบอกให้..” ไอนะกล่าวพร้อมกับทำแก้มตุ๊บป่อง ชุนตงที่เห็นอย่างนั้นก็เริ่มที่จะหลงรักท่าทางของไอนะด้วยอีกคนหนึ่งแล้ว เรียกได้ว่าคนแก่โดนเด็กน้อยตกหัวใจไปแล้วก็ว่าได้ แต่ถึงแม้ว่าชุนตงจะอยากคุยกับไอนะต่อสักแค่ไหน เขาก็ต้องหันมาที่โอ๊ตก่อน

              “สวัสดียามเย็นขอรับคุณชาย.. วันนี้ชุนตงผู้นี้เดินทางมาอุดหนุนกิจการของคุณชายแล้วขอรับ”

              ชุนตงกล่าวออกมาอย่างกับปกติเหมือนที่เขาเคยกล่าว แม้ว่าโอ๊ตจะเริ่มชินกับมันแล้วที่ชุนตงคนนี้กล่าวกับเขาอย่างสุภาพ แต่มันใช่กับอีกสามสาว แม้ว่าปิงปิงจะคุ้นเคย แต่มันก็ไม่มีสักครั้งเลยที่เธอจะชินกับภาพแบบนี้ และมนต์กับเฟิร์นก็จะต้องอึ้งอ้างปากค้างอีกรอบ เพราะพวกเธอไม่เคยรับรู้มาก่อนเลย พวกเธอหันมามองหน้ากันอย่างสงสัย แต่พวกเธอก็ไม่สามารถกล่าวถามอะไรได้ในตอนนี้..

              “จริงๆก็ไม่เห็นจะต้องเข้ามาที่หน้าร้านให้มันดูเว่อร์วังอลังการอย่างนี้เลยก็ได้นี่ครับ.. คุณชุนตง” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยิ้มอย่างจนใจ ในใจของเขาเริ่มจะชินชากับวันนี้แล้ว และภาวนาว่าให้มันเป็นวันเดียวเท่านั้นที่เกิดแต่เรื่องบ้าๆอย่างนี้..

              “สวัสดีขอรับคุณชาย คุณหนูไอนะ.. กระผมภาคภูมิมาแว้วขอรับ.. โอ้! หลานรักเอ็งก็อยู่กับคุณชายท่านด้วยหรือนี่.. ดีจริงๆ บริการคุณชายท่านให้ดีนะหลานรัก”

              ภาคภูมิกล่าว และด้วยประโยคนั้น มันก็ทำให้มนต์ถึงกับช็อก ปกติคุณปู่น้อยจะหวงเธอมาก แต่วันนี้กลับบอกให้ดูแลโอ๊ตให้ดี และไอ้คำว่า ‘คุณชาย’ อะไรนั่นอีก เธอคิดว่าเธอเหมือนพลาดไม่รู้อะไรบางอย่าง และมันก็เป็นเฟิร์นด้วยอีกคน เพราะว่าต่อจากคุณปู่ภาคภูมิ ก็เป็นท่านเสรี และก็ทั้งพ่อทั้งแม่ของเธอก็มีสภาพไม่ต่างกับคนอื่น..

              “สวัสดีครับคุณชาย.. วันนี้ผมเองก็มาอุดหนุนกิจการเช่นกันขอรับ ที่ผ่านมากระผมนั้นผิดเองที่มีตาแต่หามีแววไม่ ครั้งนี้ผมจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้นขอรับคุณชาย..” หลายคนกล่าวทักทายกับไอนะอย่างสุภาพ และก้มหัวให้กับโอ๊ตตามลำดับความอาวุโส จนกระทั่งมาถึงอดัมที่เคยมีประเด็นกับคุณชายเมื่อวานเกี่ยวกับเรื่องของคอนโด วันนี้เขาก็ต้องมาที่นี่เพื่อกล่าวขอโทษอย่างเป็นทางการ

              “สวัสดีค่ะคุณชาย..” คริสกล่าวออกมาอย่างเขินๆ เพราะปกติเธอจะพูดกับโอ๊ตนั้นอีกแบบ แต่เมื่อรับรู้ว่าเขาเป็นใคร มันก็ทำให้เธอทำตัวไม่ถูกเช่นกัน เฟิร์นที่ได้ยินอย่างนั้นก็หมดความอดทนแล้วจริงๆ เธออดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามกับเพื่อนที่ร่วมคลาสกันมาตั้งกว่า 4 ปี..

              “นายเป็นใครกันแน่..” เฟิร์นกล่าวถาม แน่นอนว่ามนต์เองก็สงสัย และหันมามองเช่นกัน..

              “เออ.. จะว่ายังไงดีล่ะครับ ฮ่าๆ..” โอ๊ตไม่รู้จะกล่าวยังไง เขาได้แต่หัวเราะแห้งๆเท่านั้น ถ้าพูดอะไรออกไปในสถานที่อย่างนี้ มันอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เอาได้ ปิงปิงที่เห็นโอ๊ตลำบากใจ เธอก็โค้งตัวเข้ามากระซิบกับทั้งสองสาวในทันที

              “คือว่านะ.. ถ้าปิงปิงบอกแล้วทั้งสองควรเก็บอาการหน่อยนะคะ ตัวตนของโอ๊ตค่อนข้างพิเศษสักหน่อย.. จริงๆแล้ว เขาเป็นคุณชายใหญ่ ที่เป็นทายาทสายตรงของตระกูล 1 ใน 3 ระดับประเทศน่ะค่ะ.. ชื่อจริงของเขาคือ หม่อมหลวงภาวิน ณ สุวรรณภูมิ ค่ะ..” ปิงปิงกล่าวให้เบาที่สุด

              มนต์กับเฟิร์นได้ยินอย่างนั้นแล้วก็รีบเอามือมาอุดปากในทันที พวกเธอกลัวที่จะเผลอกรี๊ดออกมาเสียงดัง ก่อนที่ทั้งสองจะหันไปมองโอ๊ตที่กำลังยิ้มแห้งๆอย่างไม่เชื่อสายตา อารมณ์ประมาณว่า ‘ตานี่น่ะนะ..คุณชายใหญ่ของตระกูลระดับประเทศ’ ไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆว่าเขาจะเก็บความลับนี้ไว้กับเพื่อนๆได้นานถึง 4 ปี..

     

              และนั่นมันก็ทำให้พวกเธอเข้าใจอะไรได้หลายอย่าง หนึ่งเลยคือท่าทีที่เขาลนๆก่อนหน้านี้ จนจะต้องยอมมาเที่ยวกับพวกเธอในวันพรุ่งนี้ สองคือท่าทางของพวกผู้ใหญ่ที่เคารพในตัวของโอ๊ตอย่างกับว่าเขาเป็นพระเจ้าอย่างไรอย่างนั้น ขนาดพี่อดัมพี่ชายของมิเชลที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพวกดูถูกคนอื่น และคิดว่าตัวเองใหญ่ ยังต้องกลายเป็นลูกแมวเมื่ออยู่ต่อหน้าของโอ๊ตเลย..

     

              มันจึงเป็นคำถามที่อยู่ในใจของพวกเธอในตอนนี้ว่าจะปฏิบัติตัวยังไงกับโอ๊ตดี เฟิร์นนี่ยังอาการหนักกว่าเพื่อนเลย เพราะเธอไม่เคยกล่าวอะไรที่ใกล้เคียงกับคำว่าสุภาพกับตาโอ๊ตคนนี้เลยสักครั้ง ประกอบจากสายตาที่กดดันมาจากพวกผู้ใหญ่ มันยิ่งทำให้พวกเธอทำตัวไม่ถูก..

              ‘พระเจ้า! พวกเธอมีอาการแล้ว.. วันนี้มันจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกไหม ถ้ามีโปรดส่งมาให้หนักใจพร้อมกันเลยนะครับพระเจ้า..’ โอ๊ตกล่าวภาวนาแบบประชด แต่ใครจะไปรู้ว่าสิ่งที่เขาร้องขอนั้นมันจะกลายเป็นจริง..

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน