เมื่อชายร่างยักษ์ปรากฏตัว ทั้งอัฒจันทร์ก็เงียบกริบ ทุกคนล้วนตกอยู่ในอาการเดียวกันนั่นก็คือนั่งตัวเกร็ง ใจรู้สึกตื่นเต้นผสมหวาดกลัว แม้กระทั่งเจ้าจ๋ออย่างมาวินก็ไม่ยกเว้น
“ ฮะๆ นี่น่ะเหรอ แทงค์อันดับหนึ่ง ตัวใหญ่อย่างกับปีศาจเลยแฮะ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ
“ อืม ถ้าได้เห็นแม็กซ์ลงมือ นายจะรู้เองว่าเขาเป็นมากกว่าปีศาจซะอีก ” เหมยลี่พยักหน้ารับ ปากสั่นเล็กน้อย เพราะอีกไม่กี่อึดใจ เธอจะได้เห็นฝีไม้ลายมือของแทงค์ระดับโลก
……………………..
อินอสต้ามองมาที่แม็กซ์ ดวงตาคมหรี่ต่ำ คล้ายคนที่กำลังใช้ความคิดอย่างหนักหน่วง หน้าหยาบกร้านก็แข็งเกร็ง ราวกับหินแกรนิต ท่าทีก็เคร่งเครียดจนบรรดาลูกทีมต้องเอ่ยถาม
“ ลูกพี่อินอสต้า ทำไมทำหน้าเครียดขนาดนั้น ”
อินอสต้านิ่งไปแวบหนึ่ง ก่อนตอบกลับช้าๆด้วยเสียงที่แหบต่ำ
“ แม็กซ์มาแค่คนเดียว ทีมราสคิดอะไรกันแน่ เพราะต่อให้หมอนั่นเก่งขนาดไหน ก็รับมือพวกเราไม่ไหว ”
“ ฮ่าๆ นึกว่าเรื่องอะไร พวกราสคงมองว่าเป็นแค่นัดอุ่นเครื่อง เลยส่งแม็กซ์มาโชว์ตัวคนเดียว ลูกพี่อย่าคิดมาก ” ลูกทีมร่างเตี้ยล่ำแจงด้วยเสียงกลั้วหัวเราะ แต่อินอสต้ายังไม่คลายกังวล
“ ขอให้เป็นอย่างนั้นเถอะ ”
พอเกมการแข่งใกล้จะเริ่มต้น อินอสต้าและลูกทีมได้ยินเสียงประกาศของโฆษก
“ ขอเชิญผู้เล่นทั้งสองทีมกลับฐาน เพื่อเริ่มการแข่งขัน ”
ผู้เล่นทีมมัฟฟินกลับฐานของตนเอง ส่วนแม็กซ์ สมาชิกหนึ่งเดียวของราสได้ยืนรออยู่ในฐานแล้ว
บริเวณฐานของทั้งสองทีมเป็นลานกว้างที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 20 เมตร กลางลานมีเสาคอนกรีตต้นใหญ่ขนาดสามคนโอบตั้งตระหง่าน มันสูงราวๆสิบเมตร
อินอสต้ายืนนำหน้า กัปตันทีมมาดขรึมกวาดตามองทุกคน ก่อนจะอธิบายแผนการเล่นให้ลูกทีมฟัง
“ ถึงราสจะมีคนเดียวก็อย่าประมาท เล่นตามแผนเดิมก่อน รักษาป้อมทั้งสามจุดไว้ ถ้าเห็นช่องค่อยบุก ตีป้อมเล็กแล้วดันต่อถึงฐานใหญ่"
แผนดังกล่าวดูรัดกุม แต่เมื่ออินอสต้าอธิบายจบ ลูกทีมร่างเตี้ยล่ำผู้อวดดีก็สวนทันควัน
“ ลูกพี่ มันมาแค่คนเดียวเอง จะวางแผนอะไรให้ยุ่งยาก รุมเข้าไปก็จบแล้ว หรือไม่ก็ให้ผมลองดวลเดี่ยวดูก่อน จะได้รู้ว่ามันมีดีแค่ไหน ”
“ จริงด้วย ให้หยางลองก่อน ถ้ายังเอาไม่อยู่ พวกผมขอดวลต่อเอง ” ลูกทีมรายอื่นสนับสนุน เพราะถ้าใครล้มแทงค์มือหนึ่งของโลกได้ ย่อมได้รับทั้งชื่อเสียงและเงินทองอย่างมหาศาล
อินอสต้าหรี่ตาลงเล็กน้อย เขานิ่งคิดอย่างสุขุม ก่อนจะโอนอ่อนผ่อนตาม
“ ลองดูก่อนก็ได้ หยาง นายออกไปดวลกับมัน ”
เมื่ออินอสต้าเปิดไฟเขียวให้ ชายร่างเตี้ยล่ำก็ยิ้มกริ่ม เขาหยิบทวนสั้นคู่ขึ้นมา จากนั้นก็เดินไปยังลานกว้างกลางสนาม เพื่อดวลกับยักษ์ใหญ่ที่ยืนรออยู่ก่อน
หยางเดินตรงไปหาแม็กซ์ด้วยท่าทางที่ดูมั่นใจ ภายในแอบฝันหวาน
“ ข้าเคยหลอกแทงแทงค์ช้าๆด้วยทวนคู่สองเล่มนี้มานักต่อนัก แกคงไม่ต่างกัน และถ้าล้มมือหนึ่งได้ คงดังเป็นพลุแตก ดีไม่ดี อาจมีทีมใหญ่ดึงตัวไปร่วมทีม ทีนี้ล่ะ เงินทองไหลมาเทมา ฮ่า ฮ่า ฮ่า..... ”
เมื่อทั้งสองประจันหน้ากัน หยางก็กล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงที่คล้ายจะเย้ย
“ หวัดดี แม็กซ์ ช่วยออมมือให้ข้าด้วยล่ะ ฮ่าๆ ”
ชายร่างยักษ์ไม่ตอบคำ แต่มองตรงไปยังอินอสต้า ซึ่งยืนชมการต่อสู้อยู่ที่แนวหลัง ดูไปแล้ว เขาไม่มีท่าทีสนใจหยางเลย ทำให้หนุ่มร่างเตี้ยล่ำถึงกับสะอึก
“ เฮ้ย คู่ต่อสู้ของแกอยู่ตรงนี้เฟ้ย มองไปทางไหนฟะ ” หยางตะโกน ทั่วกายสั่นเทา เพราะโกรธที่ถูกเมิน
คราวนี้นับว่าได้ผล ชายร่างยักษ์หันกลับมามองหยาง แววตานิ่งเฉย อึดใจต่อมา แทงค์ชื่อดังก็กล่าวสั้นๆ
“ เข้ามา ”
“ หน็อย.....ไอ้แทงค์หน้าโง่ ” หยางเกิดบันดาลโทสะที่ถูกหยาม จึงพุ่งเข้าไปแทงทวนสั้นใส่หน้าอก แต่ก่อนที่ปลายศาสตราจะกระทบเป้าหมาย ขวานขนาดใหญ่ก็ขยับเข้ามาปัดป้องอย่างรุนแรง ส่งผลให้ทั้งทวนและคนปลิวไปตามทาง
“ เคร้ง...... ”
“ เฮ้ย ” หยางร้องลั่น ความแรงนั้นทำให้เขาล้มก้นจ้ำเบ้า แต่ก็รีบลุกขึ้นมา พร้อมเตรียมเข้าไปสัประยุทธ์อีกครั้ง ทว่ามือขวากลับสั่นไม่หยุด และเมื่อก้มลงไปดู ก็พบรอยแตกร้าวตรงปลายทวน
“ เร็วขนาดนั้นได้ไง แถมแรงยังมหาศาล แค่ปัดครั้งเดียวก็ทำให้มือเราชา ทวนเหล็กก็ยังแตกร้าว หมอนี่เป็นตัวอะไรกันแน่! ” หยางตื่นตระหนก ใบหน้าที่อวดดีกลับกลายเป็นขาวซีด
ไม่รู้ว่าแม็กซ์จะรู้สึกรำคาญหรือเบื่อหน่าย เจ้ายักษ์จึงเริ่มกล่าวกับหยางด้วยเสียงที่ห้าวใหญ่
“ จะบุกเข้ามาหรือจะให้ข้าบุกเข้าไป ”
ด้วยความกลัวที่เริ่มเกาะกินหัวใจ ทำให้หยางไม่กล้าตอบ แต่ถึงกระนั้น ชายร่างเตี้ยล่ำก็เป็นนักสู้มืออาชีพที่ผ่านมาหลายสังเวียน เลยทำให้ปรับอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว
“ สนามกว้างแบบนี้ยังพอมีทาง เราได้เปรียบเรื่องความคล่องตัว ต้องตีแล้วถอย อย่าแลกตรงๆ ค่อยๆตัดกำลังมันไปเรื่อยๆ” หยางคิดแผนอยู่ในใจ เขาเริ่มเอาจริง ไม่ติดประมาทเหมือนตอนแรก เพราะบุคคลที่ยืนตรงหน้าไม่ได้เชื่องช้าเหมือนแทงค์ดาดๆที่เคยเจอ
เมื่อคิดได้ดังนั้น หยางก็เริ่มวิ่งวนรอบตัว เพื่อรอจังหวะ เขาเป็นนักสู้ที่เคลื่อนไหวได้เร็วมาก มันว่องไวจนคนดูแทบมองไม่ทัน ทว่าแม็กซ์ยังคงนิ่งเฉย ราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงเหลือบไรที่ไร้ตัวตน
“ เป็นไงเล่า งงล่ะสิ ฮ่าๆ ” หยางเคลื่อนที่ไปรอบๆ ปากก็ร้องตะโกนข่มขวัญ ความเร็วเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆจนทุกคนมองเห็นเขาเป็นเพียงเงาดำที่วูบวาบไปมา ก่อนที่ชายร่างเตี้ยล่ำจะคำรามดัง
“ รับไป เงาดำปีศาจ ”
สิ้นคำประกาศ หยางเร่งความเร็วสูงสุด ก่อให้เกิดเงาดำนับสิบวิ่งวนรอบกาย วินาทีต่อมา หนึ่งในเงาปีศาจก็พุ่งใส่แผ่นหลังของแม็กซ์
“ ปั้ก ”
เสียงของแข็งกระทบกันดังสนั่น แม็กซ์จึงรีบหันกลับไปสวน ทว่าเงาดำนั้นได้ถอยฉากออกไป แล้ววิ่งวนรอบกายแทงค์คนดังดุจเดิม
สีหน้าของแม็กซ์ยังดูเรียบเฉย คล้ายไม่รู้สึกรู้สาอะไร ไม่นาน แทงค์คนดังก็ท้าทาย
“ มีแค่นี้เองเหรอ โจมตีเข้ามาอีก ”
“ หน็อย เจ้ายักษ์ บังอาจดูถูกข้ารึ แกต้องเจอนี่ เงาดำปีศาจ ” หยางตะโกน เงาดำที่วิ่งวนรอบตัวได้พุ่งโฉบเข้ามาจู่โจม จากนั้นมันก็ถอยฉากออกไปวงนอก ไฟท์เตอร์ร่างเตี้ยล่ำเดินเกมแบบนี้อีกหลายวาระ ทำให้แทงค์คนดังโดนตีอยู่ฝ่ายเดียว
แม้ว่าเงาดำปีศาจจะน่ากลัวและโกงมหาประลัย แต่ก็เป็นท่าที่ใช้พลังมาก ดังนั้นนักสู้ร่างเตี้ยล่ำจึงคลายกระบวนท่า แล้วกลับมายืนประจันหน้ากับแทงค์คนดังอีกครั้ง
“ แฮ่ก แฮ่ก….เป็นไง แกยังกล้าเมินข้าอีกมั้ย ”
แม้ว่าตามร่างกายล่ำสันจะมีรอยแดงจางๆ แต่แม็กซ์ยังคงยืนนิ่ง ราวกับว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้เป็นเพียงแมลงวันที่บินวนไปมา ครู่หนึ่งก็ตอบกลับ
“ เบาเกินไป ขอแรงกว่านี้อีก ”
เมื่อหยางได้ยินคำหยาม เขาก็เกิดอาการคลั่ง ผมสั้นเป็นกระบังตั้งสูงด้วยความแค้น ร่างเตี้ยล่ำสันที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเริ่มสั่นเทา ปากก็ตวาดเสียงดัง
“ ได้เลย ในเมื่อแกต้องการแบบนี้ ข้าก็จะจัดให้ เตรียมรับไม้ตายสุดยอด ”
สิ้นเสียงคำราม หยางก็เกร็งกาย เพื่อเค้นพลังแฝงจนก่อให้เกิดออร่าสีขาวจางๆแผ่ออกมารอบกาย เมื่อแสงสีเปล่งประกายถึงขีดสุด ไฟท์เตอร์ร่างเตี้ยล่ำก็เงยหน้าขึ้นมา
“ ท่าร้อยเงาพุ่งทะลวง ”
วินาทีต่อมา ร่างของหยางก็กลายสภาพเป็นเงาดำนับสิบ พวกมันพุ่งเข้าไปหาแม็กซ์ แต่ก่อนจะถึงตัว ชายร่างยักษ์ก็แหกปากตะโกน กระแสนั้นรุนแรงจนทำให้ทุกคนในโคลอสเซียมได้ยินอย่างชัดเจน พร้อมกันนั้นก็ฟาดขวานใหญ่ในมือใส่ฝูงเงาดำ
“ ฮ้า ”
“ โครม ”
เสียงกัมปนาทดังสนั่น ควันก็ลอยคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ฝูงชนเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง เนื่องจากการโจมตีครั้งนี้รุนแรงและรวดเร็วจนเกินบรรยาย เมื่อฝุ่นจางลง สิ่งที่ปรากฏต่อสายตาก็คือร่างเตี้ยล่ำของหยางที่นอนจมกองเลือดอยู่แทบเท้าของแม็กซ์
เหมือนสวิตช์เปิดเสียงเฮทำงาน เพราะในอึดใจต่อมา ก็บังเกิดเสียงโห่ร้องจากผู้คน
“ เฮ.......แม็กซ์....... ”
ใบหน้าของอินอสต้าและมวลหมู่สมาชิกเริ่มถอดสี เนื่องจากพวกเขาต้องเสียมือดีไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว บ่งบอกได้ถึงความน่าสะพรึงกลัวของแทงค์อันดับหนึ่งได้เป็นอย่างดี
“ เห็นมั้ยเล่า บอกแล้วว่าอย่าประมาท ” อินอสต้าย้ำกับลูกทีม น้ำเสียงสั่นเทา ในใจรู้สึกหวั่นเกรง เพราะใครก็ตามที่ได้เห็นการโจมตีนี้ ย่อมต้องเกิดความกลัวกันทุกคน
หยางนอนสิ้นสภาพอยู่ครู่หนึ่ง ก็ปรากฏแสงสีฟ้าอ่อนแผ่ออกมา มันเปล่งประกายแวบหนึ่ง ก่อนจะเลือนหายไป พร้อมนักสู้ร่างเตี้ยล่ำ
……………………….
“ อ้าว เฮ้ย! เจ้าเตี้ยล่ำนั่นหายไปไหน” มาวินร้องถามเหมยลี่ ท่าทางตื่นเต้น
เหมยลี่ไม่ตอบทันที เธอเอาแต่ยืนเกร็ง ดวงตามองไปยังการต่อสู้เบื้องหน้า กายสั่นเล็กน้อย ทำให้มาวินนึกแปลกใจ
“ ไม่เคยเห็นยัยโย่งเป็นแบบนี้มาก่อน การต่อสู้เมื่อครู่น่ากลัวขนาดนั้นเลยเหรอ ” แม้มาวินติดใจ แต่ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นเดิม เลยกระตุกไหล่ของเด็กสาวแรงๆ พร้อมตะโกนถามเสียงดัง
“ ไอ้ตี๋ล่ำนั่นหายไปได้ยังไง ยัยโย่ง ”
“ เอ๊ะ ” เด็กสาวตื่นจากภวังค์ พร้อมหันมามองคู่สนทนา เธอยืนอึ้งไปพักใหญ่ ก่อนถามกลับ
“ เมื่อกี้นายถามว่าอะไร”
“ ฮะๆ สุดยอดไปเลย เมื่อกี้ชั้นถามเธอว่า.....เจ้าตี๋เตี้ยล่ำนั่นหายไปไหน ” มาวินเกาหัวแกรกๆ
“ หินกู้ชีพที่ติดตัวผู้เล่นเริ่มทำงานน่ะ ” เด็กสาวกล่าวสั้นๆ แต่คำตอบดังกล่าวไม่ได้ทำให้มาวินกระจ่างเลย เลยถามต่อ
“ หินกู้ชีพคืออะไร แล้วเจ้าล่ำนั่นหายไปไหน ”
ดูเหมือนว่าเหมยลี่จะรู้ตัวแล้วว่าคำอธิบายของตนดูไม่เคลียร์ จึงดึงสติกลับมา พร้อมแจกแจงอย่างละเอียด
“ มันเป็นไอเท็มที่ผู้เล่นทุกคนต้องมี ถ้าโดนโจมตีหนักจนถึงตาย หินจะช่วยลดความเสียหายให้เหลือแค่สลบ แล้วส่งตัวไปห้องพยาบาล ”
“ อ้อ เข้าใจแล้ว กีฬานี้น่าจะเซฟผู้เล่นมากกว่าที่คิด เพราะโจมตีหนักเท่าไหร่ ก็ไม่มีใครตาย ฮะๆ ชักคันไม้คันมือ อยากเล่นบ้างแล้วสิ ” มาวินถูมือไปมา
“ ใครว่าไม่มี ถ้าโดนหนักเกินไป หินก็ช่วยไม่ได้ ฤดูกาลที่แล้วมีนักกีฬาตายเกือบร้อยคนเลยนะ ส่วนพวกเจ็บหนักหรือพิการมีมากกว่านั้นนับสิบเท่า ” เหมยลี่ร้องค้าน
ข้อมูลดังกล่าวฟังดูน่าสะพรึงกลัวจนมาวินต้องรีบหันมามองเหมยลี่ เพื่อค้นหาร่องรอยของการหยอกล้อ แต่ก็พบเพียงสีหน้าที่จริงจัง เลยกลืนน้ำลายลงคอเฮือกใหญ่ พร้อมรำพันกับตัวเองเบาๆ
“ เฮือก.......ต่อให้ตายซักสิบชาติ ชั้นก็จะไม่เล่นเกมนี้ ”
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
