เมื่อหลิงหลุนได้ยินไป๋หลงกล่าวเช่นนี้ก็ออกมาจากดวงจิตของไป๋หลงในทันที..พร้อมกับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์อย่างแรง..แม้แต่เฟิงหวงที่เกาะอยู่บนไหล่อู้เฉียงแทบจะอาเจียนออกมา..
“ เจ้าแมวโง่...นี้เจ้าไปตกบ่อขี้มารึไง!!! ”
“ เจ้านกปากเสีย!! เงียบปากเจ้าไว้เถอะ ”
หลิงหลุนสวนกลับอย่างไม่รีรอทั้งสองทะเลาะกันอยู่พักใหญ่ก่อนที่อู้เฉียงและไป๋หลงช่วยกันห้ามปราม..
“ ร่างสถิตย์คืออะไร...ที่มาที่ไปและผลสุดท้ายข้าอยากให้เจ้าอธิบายในส่วนนี้ ”
เมื่อหลิงหลุนได้ยินผู้เป็นนายกช่าวเช่นนั้นก็ชำเลืองตามองเฟิงหวงบรรยากาศเงียบจนเกินไป..ทั้งสองจ้องตากันก่อนที่เฟิงหวงจะพยักหน้าเบาๆให้กับหลิงหลุน...
ถึงแม้ทั้งสองจะทะเลาะกันเมื่อครู่นี้แต่เห็นได้ชัดว่าเมื่อเป็นเรื่องสำคัญทั้งสองจะแสดงกริยาท่าทางที่แตกต่างออกไป..แม้แต่หลิงหลุนที่ปกติมักจะคุยโม้โอ้อวด..
พูดมากจนไป๋หลงแทบจะหูดับแต่ครั้งนี้แตกต่างกันออกไป..
“ เรื่องนี้นายท่านแล้วก็เจ้า..ร่างสถิตย์ของเฟิงหวงจงฟังให้ดีเพราะข้าจะบอกกล่าวเพียงครั้งเดียวเท่านั้น..นายท่านยังจำได้ใช่หรือไม่..หวงหลงเคยกล่าวกับท่านไว้เช่นใด(มังกรทอง) เกี่ยวกับเคล็ดวิชาโบราณ สองประสานรวมเป็นหนึ่ง!! (ตอนที่38) ”
ไป๋หลงได้ยินเช่นนั้นก็กล่าวถามด้วยความสงสัย..
“ ข้าจำได้..แล้วมันเกี่ยวกันอย่างไรกับร่างสถิตย์? ”
“ เคล็ดวิชาสองประสานรวมเป็นหนึ่งคือการที่ผู้เป็นนายและสัตว์อสูรในพันธะสัญญา..ซึ้งต้องมีความผูกพันธ์ที่แทบจะเรียกได้ว่าตายแทนกันได้จึงจะประสบผล..ซึ้งวิชานี้ก็ตามชื่อของมันอาจจะเรียกได้ว่าเป็นวิชาที่โหดร้ายสำหรับใครบางคน!! ”
หลิงหลุนยังคงกล่าวอธิบายต่อ..
“ ที่ข้าหมายถึงคือหากจิตทั้งสองผูกพันธ์กันแล้ว..หรือเรียกอีกนัยนึงก็คือการผสานจิตวิญญาณซึ้งผลของมันจะทำให้จิตวิญญาณของผู้เป็นนายและสัตว์อสูรในพันธะ..ต้องรวมกันเป็นหนึ่งตลอดกาลโดยจะต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งที่จิตวิญญาณแตกดับไปเพื่อให้อีกร่างยังคงอยู่...จนเกิดการวิวัฒนาการ!! ”
ไป๋หลงและอู้เฉียงต่างตกตะลึงกับสิ่งที่ได้รับรู้หากนั่นเป็นความจริงก็ไม่ต่างจากการบังคับให้ฝ่ายใดฝ่ายนึงต้องตกตายไปเพื่อการวิวัฒนาการ!!
“ แต่..ร่างสถิตย์นั้นแตกต่างกันออกไป..มนุษย์..เทพ..มาร..ปีศาจ..อสูร..หรือแม้แต่เผ่าพันธุ์ต่างๆก็สามารถเป็นร่างสถิตย์ได้เช่นกัน!! ซึ่งดวงจิตของผู้เป็นนายและดวงจิตของสัตว์อสูรที่เป็นร่างสถิตย์จะยังคงอยู่ตราบเท่าที่อีกฝ่ายไม่เสียความเป็นตัวตนไป!! เหมือนกับเจ้าอู้เฉียง..ข้าคงไม่ต้องบอกเพราะเจ้านกนั่นคงจะบอกเจ้าไปแล้วก่อนหน้านี้..แต่ข้าจะบอกย้ำอีกครั้ง ทุกครั้งที่เจ้าตายและใช้พลังเกินระดับความสามารถของตัวเองตัวเจ้าจะเสียความเป็นตัวเองไปเรื่อยไม่..จนกลายเป็นสัตว์อสูรเสียเอง!!! ”
แน่นอนว่าเรื่องดังกล่าวอู้เฉียงย่อมรับรู้แม้แต่ไป๋หลงเองก็มิอาจกระทำสิ่งใดได้เพียงเชื่อมั่นในสหายของตนเท่านั้น..
“ ซึ้งผลของมันก็เริ่มแสดงให้เห็นแล้วถูกต้องหรือไม่..ทั้งเส้นผมบางส่วนของเจ้าที่กลายเป็นสีแดงบางส่วน..และดวงตาของเจ้าที่มีสีเดียวกันกับเจ้านกนั่น..เรื่องที่ข้าพูดมานี้น้อยคนนักที่จะรู้หรือมีคนรู้แต่มักจะไม่ค่อยพูดกันออกมาเสียมากกว่า.. ”
หลิงหลุนกล่าวพลางใช้อุ้งเท้าเขี่ยขนตัวเองก่อนจะเลียขน ( นึกถึงภาพแมวตอนทำความสะอาดขน)
“ ทำไม? ”
เด็กหนุ่มเอ่ยถามขึ้นด้วยความใคร่รู้..
“ นายท่านหากท่านรู้ว่ามนุษย์ทุกคนสามารถเป็นร่างสถิตย์ได้และสามารถใช้เคล็ดวิชาโบราณนั้นได้จะเกิดอะไรขึ้น? ถึงแม้ว่าเคล็ดวิชาโบราณจะเป็นไปได้ยากก็ตามที เพราะต้องหาดวงจิตของสัตว์อสูรที่เข้ากันกับตนเอง..ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก..ซึ่งในนั้นก็มีท่านกับข้ารวมอยู่ด้วย!! ”
ไป๋หลงขมวดคิ้วแนบแน่นไม่คิดว่าเสือตัวนี้ที่มักจะทำตัวติ๋งต๋องจะมีความคิดเชิงลึกเช่นนี้..
“ ความโกลาหลและการพังทลายสมดุลของโลกนี้..สัตว์อสูรหรือแม้แต่สัตว์เทพที่อยู่บนโลกมนุษย์จะถูกตามล่าเพื่อนำมาเป็นร่างสถิตย์ไม่ว่าอีกฝ่ายจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม.. ”
หลิงหลุนผงกหัวเบาๆ..ไป๋หลงยังคงกล่าวถามสิ่งที่ค้างคาใจตนเองอยู่..
“ ร่างสถิตย์และการประสานดวงจิตวิญญาณเข้าด้วยกัน..ระดับพลังความแข็งแกร่งแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด? ”
“ เรื่องนี้..ร่างสถิตย์นั้นตัวผู้เป็นร่างสถิตย์จะสามารถกลายร่างหรือแปลงกายเป็นสัตว์อสูรนั้นได้ในระยะเวลาหนึ่งเพื่อดึงความแข็งแกร่งที่มีออกมา..ถ้าให้ยกตัวอย่างละก็..อู้เฉียงเจ้าเด็กนั่นสามารถกลายร่างเป็นนกโง่ได้..แต่เท่าที่ดู. ฮวงจุ้ยแล้วน่าจะไม่ใช่เร็วๆนี้แน่นอนคงจะอีก100-200ปีนั้นแหละถึงจะถึงขั้นนั้น!!! ”
“ !!!!! ”
ไป๋หลงและอู้เฉียงแสดงสีหน้าบิดเบี้ยวออกมาระยะเวลา100-200ปีนั้นสำหรับสัตว์อสูรย่อมเป็นระยะเวลาที่แสนสั้น..แต่กับมนุษย์ต่างกันราวฟ้ากับเหว..
“ แล้วก็ข้อดีของร่างสถิตย์นั้นนายท่านสามารถคืนร่างเป็นมนุษย์ได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่นายท่านยังคงไม่เสียความเป็นตัวตนไปแตกต่างจากการประสานดวงจิตที่จะแปรปรวนทั้งพลังและรูปลักษณ์ไปจนหมดสิ้น!! ”
ทุกครั้งที่หลิงหลุนเอ่ยขึ้นจะมีบางช่วงที่หลิงหลุนแสดงอาการเศร้าสลดออกมาอย่างเห็นได้ชัด..แต่ไป๋หลงเลือกที่จะไม่ถามเสียมากกว่า..
“ การวิวัฒนาการนั้นเคยเกิดขึ้นมาบ้างหรือไม่? ตั้งแต่เจ้าใช้ชีวิตจนถึงปัจจุบันเจ้าเคยพบพานใครที่มีการประสานพลังสำเร็จหรือไม่? ”
หลิงหลุนแสดงสีหน้าครุ่นคิด...
“ อืม..นายท่านถ้าข้าจำไม่ผิดนะ..มนุษย์คนเดียวที่ข้าได้เจอเมื่อครั้งที่ข้ายังมาเที่ยวเล่นบนโลกมนุษย์..ผู้คนต่างเรียกเขาว่า ”
“ เทพแห่งการทำลาย เห่ยเจี้ย!! แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว ”
เรื่องราวทั้งหมดหวนย้อนกลับมาอีกครั้งป้ายศิลาที่ไป๋หลงได้อ่านเมื่อครั้งเข้าไปยังหุบเขาแห่งการจองจำ..
“ หรือเป็นเพราะเรื่องนี้..ทำให้ท่านถูกตามล่า!! ”
เด็กหนุ่มสถบขึ้นภายในจิต..ก่อนจะเบิกตากว้างเพื่อถามคำถามที่ตอนนั้นลิ่วหลงกุนพยามจะบ่ายเบี่ยง..หรือก็คือตอบไม่ตรงคำถาม..
“ หลิงหลุนเจ้ารู้จักเทพที่ชื่อ.... ”
ตู้ม!!!!
ประตูหน้าถูกทำลายแตกออกเป็นเสี่ยงๆจากการโดนปะทะกับบางสิ่งเมื่อครู่..ภาพที่ปรากฏต่อหน้าไป๋หลงคือฟา เอลฟ์สาวที่ไป๋หลงเคยช่วยไว้..และยังเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ของเผ่าเอลฟ์..
สภาพของนางสบักสบอมเลือดไหลอาบไปทั่วร่างพร้อมกับแววตาที่เลื่อนลอย...ก่อนจะหมดสติในที่สุด
“ ฟา!!!!!! ”
จบ....