“อะแฮม” ร่างบางได้ยิน เสียงดัง ขึ้นข้างหลังจึงตื่นขึ้นจากภวังค์ แล้วหันมองมายังทางเสียงที่ได้ยิน
“อ้าวคุณนั่นเอง”
“ครับคุณตาทำไมมานั่งคนเดียวล่ะครับ”
“ตาเห็นที่ตรงนี้บรรยากาศดี ก็เลยมานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยค่ะ”
“ ผมขออนุญาตนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”
“เชิญค่ะ”
“คุณตากลับวันไหนนะครับ”
“ เห็นอิง บอกว่าอีก 2 วันค่ะอิงจะพาเที่ยวก่อน เพราะตาเพิ่งเคยมาหน๊ะค่ะ”
“ดีครับ เผื่อสถานที่ท่องเที่ยวที่นี่จะเป็แรงดึงดูดคุณตาให้อยากอยู่ที่นี่นานๆ”
เ้าอินทร์ยิ้มหวานส่งให้พร้อมกับคำพูดจึงเป็เหตุให้แก้มทั้งสองของสิตาแดงชมพูขึ้นอย่างเขินอาย และร่างบางก็หันหนีไปมองน่านน้ำโขงกะทันหัน เพื่อกลบเกลื่อนความเขินอาย
“แล้วคุณตาจะไปเที่ยวที่ไหนกันบ้างครับ”
“ยังไม่รู้เลยค่ะ คุณเองเป็คนที่นี่ช่วยแนะนำตาบ้างสิคะ”
“อืม.. งั้นเอาก็เป็ที่ที่ผมไปบ่อยแล้วกันนะ ถ้ำดินเพียงเป็ไงครับ งั้นคุณก็พาพวกเราไปสิคะใช่มั้ยตา”
“ ค่ะ ...อินทร์คะ นี่อิง เพื่อนตาเองค่ะ ส่วนนี่คุณอินทร์จ๊ะ”
“ สวัสดีค่ะ”
“ สวัสดีครับ”
“ ว่าไงคะคุณอินทร์จะพาพวกเราไปใช่ไหมคะ”
“ งั้นก็ได้ครับ”
ชายตอบคำถาม อิงอิง แล้วยิ้มส่วนอิงอิงก็ยิ้มให้คุณอินทร์และยิ้มให้กับแผนการที่คิดจะจับคู่ให้เพื่อนสาวอย่างสิตา
“แล้วอิงว่าเราไปหาอะไรทานกันไหมคะ”
อิงอิง ถามชายหนุ่มแล้วอมยิ้ม ส่วนชายหนุ่มอย่างเ้าอินก็ยิ้มตอบ และตกลงที่จะไปด้วยทันที อิทธิฤทธิ์ที่ตนมีสามารถล่วงรู้เหตุการณ์ ในความคิดของอิงอิงอย่างดี และตนก็ยินดีอย่างยิ่งที่จะเป็เบี้ยในแผนการนั้นของเธอ เพื่อจะได้ใกล้ชิดกับสาวงามที่ตนหมายปองั้แ่แรกเห็น แต่แล้วคนที่ไม่กระจ่างอะไรเลยเพราะเนื่องด้วยเป็มนุษย์ไม่สามารถมีที่มีความสามารถใดๆ ทำให้สิตาคิดไปไกลกว่าอิงอิงเพื่อนสาวของเธอ คงตกหลุมรักพ่อเหน่ารูปงาม ข้างหน้าไปแล้วจึงทำให้เธอปฏิเสธที่จะไปกับเขาทั้งสอง อย่างร่าเริงทั้งที่ใจจริงนั้นแอบเศร้าอยู่ข้างใน เพราะเธอคิดเสมอว่าเพื่อนที่เธอรักมากคนนี้ชอบใครและชายคนนั้นก็ชอบเพื่อนเธอเธอจะไม่ยุ่งเด็ดขาดถึงจะตกหลุมรักมากขนาดไหนก็ตาม ขอเป็แค่คนแอบมองอยู่ตรงนี้ละกัน
หลังจากที่สิตาปฏิเสธที่จะไปกินข้าวด้วยก็ร้อนถึงเ้าอินทร์ที่ฝันไปไกลว่าจะได้กินข้าวกับสาวงามที่รักเป็อันต้องคอตกและร้อนถึงอิงๆ ที่คิดแผนการจะจับคู่ให้ทั้งสองจะต้องบังคับขู่เข็ญให้สิตาตอบตกลงไปกินข้าวด้วยกันให้ได้ “ ok ok ตาไปก็ได้” คำพูดที่เปล่งออกมาจากปากสิตาเหมือนเป็ยาชโลมจิตใจของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามให้ยิ้มขึ้นมาอีกครั้ง
ตัดภาพตอนนี้มาที่ร้านอาหารริมคลอง ร้านนี้เป็ร้านเล็กๆ ไม่ใหญ่มากเป็ร้านอาหารภาคอีสาน ที่มีหมูจุ่มเป็เอกลักษณ์ ความลงตัวของร้านบรรยากาศและริมคลองขนาดใหญ่ทำให้ร้านนี้ เนืองแน่นไปด้วยผู้คน ทั้งที่สัญจรและคนในพื้นที่
“นั่งตรงไหนดีครับ”
“ตรงโต๊ะข้างนอกนู้นมั้ยคะ เห็นวิวแม่น้ำด้วย”
“ดีเหมือนครับ”
เ้าอินเดินนำสิตาและอิงอิงเดินไปที่โต๊ะตัวนั้นตัวที่สาวงามของเขาหมายปองที่จะนั่ง พอถึงที่หมายทั้ง 3 ก็นั่งลงตรงหมอนนั่งที่ทางร้านเตรียมไว้ให้เพื่อไม่ให้ลูกค้านั่งกับพื้นที่มีเสื่อแข็งลองอยู่
“รับอะไรดีคะ”
พนักงานมารับออเดอร์อย่างรู้งานพูดคุยถามความ้าของลูกค้าอย่างยิ้มแย้ม เพื่อยอดขายจะได้เพิ่มขึ้นหรือทริปที่แขกทั้งสามจะประทานให้
“สักครู่นะคะ”
“อิงเอาหมูจุ่มชุดใหญ่ 1 ชุดค่ะ แล้วก็เอาสไบนางเพิ่มอีก 1 จาน คุณอินทร์กับตาล่ะเอาอะไรเพิ่มไหม”
“ตาเอา กุ้งปลาหมึกเพิ่มอย่างละจานค่ะอ๋อแล้วก็ส้มตำไทย 1 ค่ะ”
“แล้วคุณอินทร์ล่ะคะเอาอะไรเพิ่มไหม”
“เอาผลไม้รวมมา 1 ละกันครับ”
“เอาน้ำอะไรคะ”
“น้ำเปล่าไซส์ใหญ่ค่ะ”
พนักงานได้ Order ที่้าแล้วก็รีบออกไปปล่อยให้แขกทั้ง 3 สนทนาและมองบรรยากาศรอบรอบอย่างเป็ส่วนตัว ท้องน้ำสายใหญ่มองจนสุดลูกหูลูกตาเห็นเพียงแค่ดวงไฟเล็กๆหลายร้อยดวงของชาวบ้านฝั่งลาว เพิ่มความสีสันเพิ่มความโรแมนติกให้สถานร้านค้าระแวกนี้ดูหน้าเข้ามารับประทานอย่างต่อเนื่อง แค่นี้ยังไม่หมด ยังมีสายลมเบาๆพัดเอากลิ่นไอน้ำกลิ่นบริสุทธ์ลองเข้ามาประทะใบหน้าด้วยความสดชื่น
“คุณอินทร์เป็คนที่นี่หรอคะ”
“ใช่ครับผมอยู่ที่นี่ั้แ่เกิด”
“คุณอิงกับคุณตาล่ะครับ”
“อิงเกิดที่กรุงเทพฯค่ะ ตาเกิดที่จังหวัดลำปางค่ะ”
“แล้วพวกคุณทำอาชีพอะไรกันเหรอครับ”
“อิงเป็นางแบบค่ะ ส่วนตาเป็เ้าของห้องเสื้อสิตาค่ะแล้วคุณอินทร์ล่ะคะ”
“ผมตอนนี้ยังไม่ได้ทำงานอะไรหรอกครับมีแต่ช่วยคุณอาดูงานราชการอยู่”
“อาหารได้แล้วค่ะ”
พนักงานเอาของที่สั่งมาเสิร์ฟทำให้การคุยกระชับความสัมพันธ์เป็อันต้องเงียบลงชั่วคราวเวลาทั้งสามต่างคุยกันไปกินกันไปอย่างสนุกสนานส่วนมากจะเป็อิงอิงที่เป็คนส่งให้เ้าอินทร์และสิตาพูดคุยกันมากกว่า