เมื่อเห็นคนทั้งสี่ที่เสนอตัวมาหาถึงหน้าประตูสีหน้าของเฟิงหยางพลันเคร่งขรึมลง ในดวงตาฉายประกายเย็นเยียบ
ขณะเดียวกันภายในสวนเมื่อเห็นเฟิงหยางเปิดประตูออกมา ทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะหลบหนีคนทั้งสี่ก็พากันตกตะลึงไปชั่วขณะ ก่อนที่หานเถี่ยจะฉายแววอำมหิตแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม
"หึหึวันนี้เหตุใดจึงใจกล้าขึ้นมาผิดหูผิดตาล่ะ? อย่าบอกนะว่าเ้าคิดว่าแค่เตรียมศาสตราเวทโกโรโกโสชิ้นหนึ่งกับยันต์อาคมใกล้พังอีกแผ่น จะเอาชนะพวกข้าได้? ฮ่าๆ! ช่างไม่เจียมตัวเสียจริง!"
เมื่อได้ยินคำพูดของหานเถี่ยม่านตาของเฟิงหยางก็หดเล็กลงเล็กน้อย ก่อนจะฉายแววเข้าใจในทันทีเขาจ้องมองหานเถี่ยแล้วเอ่ยถาม
"เื่นี้พวกเ้ารู้ได้อย่างไร หรือว่าเฉาหยางเป็คนบอกพวกเ้างั้นรึ?ที่พวกเ้ามาดักปล้นหินิญญาของข้าเมื่อวานก็เป็เพราะมันใช่หรือไม่?"
"หืม?"
หานเถี่ยคาดไม่ถึงว่าเฟิงหยางจะยังคงสงบนิ่งได้ถึงเพียงนี้ทั้งยังเอ่ยถามคำถามเช่นนี้ออกมา เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแสยะยิ้มอย่างเ็า
"ดูท่าเ้าก็ไม่ได้โง่นี่ หึบอกให้รู้ไว้ก็ไม่เสียหายเมื่อวานเป็เ้าเด็กเฉาหยางนั่นแหละที่มาบอกข้าว่าบนตัวเ้ามีหินิญญาสามก้อนถึงจะน้อยไปหน่อย แต่่นี้ข้ากำลัง้าหินิญญาเพื่อเลื่อนขั้นพอดีเลยให้เ้าแสดงความกตัญญูเสียหน่อยหลังจากนั้นข้าก็แบ่งให้เ้าเด็กนั่นไปก้อนหนึ่ง เื่ก็มีเท่านี้แหละ ว่าอย่างไร?หรือเ้าคิดจะไปล้างแค้นมันงั้นรึ? หึหึเกรงว่าเ้าคงไม่มีโอกาสนั้นแล้ว!"
ขณะพูด หานเถี่ยก็แอบส่งสายตาให้พรรคพวกอีกสามคนพวกมันจึงค่อยๆ ขยับเข้ามาล้อมเฟิงหยาง
"เป็มันจริงๆ ด้วยเพียงเพื่อหินิญญาระดับต่ำก้อนเดียว ถึงกับหักหลังข้าได้ลงคอ"
แววตาของเฟิงหยางฉายแววเป็เช่นนั้นจริงๆขึ้นมาเมื่อวานตอนที่ถูกปล้น เขาก็สงสัยอยู่แล้วว่าต้องมีคนส่งข่าวให้พวกนี้มิเช่นนั้นพวกมันจะรู้ได้อย่างไรว่าบนตัวเขามีหินิญญาทั้งยังรู้เส้นทางที่เขาจะผ่าน พอมาวันนี้ที่หอศาสตราล้ำค่า ท่าทีของเฉาหยางเมื่อเห็นหน้าเขาก็ดูผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดตอนนั้นเฟิงหยางจึงสงสัยว่าอีกฝ่ายเป็คนหักหลังตนเอง
บัดนี้เมื่อได้รับการยืนยันจากหานเถี่ย จิตสังหารก็พลันวาบขึ้นในใจของเขาทันทีเฉาหยางอาจจะเพียงแค่หน้ามืดตามัวเพราะความโลภแต่การกระทำของมันเกือบจะคร่าชีวิตเขาไปแล้วครั้งนี้ยังมาเปิดเผยการเคลื่อนไหวของเขาให้คนพวกนี้รู้อีกเห็นได้ชัดว่า้าผลักไสเขาไปสู่ความตาย คนเช่นนี้ สมควรตาย!
แต่การจะไปคิดบัญชีกับเฉาหยางนั้นคงต้องจัดการปัญหาสเฉพาะหน้าให้เรียบร้อยเสียก่อนเฟิงหยางมองดูศัตรูที่กำลังรุกคืบเข้ามา ในแววตาพลันแข็งกร้าวขึ้นมือซ้ายที่ปล่อยอยู่ข้างลำตัวพลันสะบัดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาไม่้าเสียเปรียบจึงตัดสินใจลงมือก่อน!
"ยันต์อาคม! ระวัง!!"
หานเถี่ยจับตาดูเฟิงหยางอยู่ตลอดเวลาเมื่อเห็นอีกฝ่ายเคลื่อนไหวอย่างกะทันหัน ทั้งยังมีประกายไฟวาบขึ้นในมือก็มีปฏิกิริยาทันที สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย พร้อมกับร้องเตือนเสียงดัง
ฟิ้ว!! ฟิ้ว!!
สิ้นเสียงร้องเตือนลูกไฟขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลก็พุ่งออกจากเบื้องหน้าของเฟิงหยางแหวกอากาศตรงเข้าใส่ใบหน้าของหานเถี่ย!
หานเถี่ยเตรียมพร้อมอยู่แล้วทันทีที่ร้องเตือนก็เคลื่อนไหวหลบหลีกทันควัน ลูกไฟเฉียดใบหูของเขาไปแล้วตกกระทบพื้นห่างออกไปไม่ไกลนัก
ตู้ม!!เกิดเป็หลุมไหม้เกรียมขนาดเท่าอ่างล้างหน้า
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!!
แทบจะพร้อมๆ กับที่เขาหลบลูกไฟที่พุ่งเข้ามาก็มีเสียงแหวกอากาศดังขึ้นอีกสามครั้ง ประกายไฟสว่างวาบติดต่อกันหานเถี่ยพบว่าพรรคพวกอีกสามคนของเขาก็ถูกลูกไฟบีบให้ถอยกลับไปอย่างทุลักทุเลเช่นกัน
ทว่าคนเหล่านี้ต่างก็รู้ว่าเฟิงหยางมียันต์อัคคีผลาญวงแหวนมือสองอยู่หนึ่งแผ่น จึงไม่ได้ผลีผลามลงมือแต่แรก และเตรียมพร้อมรับมืออยู่แล้วแม้เฟิงหยางจะส่งลูกไฟให้คนละลูก แต่กลับไม่มีใครโดนเลยแม้แต่คนเดียว
แววตาของเฟิงหยางฉายแววตื่นตระหนกออกมาเขาไม่ซัดลูกไฟออกไปอีก แต่กลับถอยหลังไปหนึ่งก้าวอย่างหวาดหวั่น
เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของเฟิงหยางหานเถี่ยก็แสยะยิ้มอย่างเ็า
"ช่างโง่เง่าสิ้นดี!!ยันต์ลูกไฟของมันหมดแล้ว จับตัวมันไว้! อย่าให้มันหนีไปได้!"
"อย่าเข้ามานะ!"เมื่อได้ยินคำพูดของหานเถี่ย เฟิงหยางพลันสีหน้าเปลี่ยนไป กรีดร้องออกมาอย่างหวาดกลัวพร้อมกับยกมือขวาขึ้นอย่างกะทันหัน!
ฟิ้ว!!!!
ประกายแสงสีครามสายหนึ่งพุ่งออกจากแขนเสื้อของเขาตรงเข้าใส่ใบหน้าของหานเถี่ย!
"หึ!"
ทว่าหานเถี่ยกลับฉายแววเย้ยหยันออกมาแม้กระทั่งตอนที่เฟิงหยางยกมือขึ้น เขาก็มีปฏิกิริยาตอบโต้แล้วเพียงแค่เอียงศีรษะเล็กน้อยก็หลบประกายแสงสีครามที่พุ่งเข้ามาได้จากนั้นเขาก็ไม่ได้รีบร้อนเข้าไปหาเฟิงหยางต่อ แต่กลับก้าวไปทางขวาหนึ่งก้าวทันใดนั้น ประกายแสงสีครามที่เพิ่งพุ่งผ่านไปก็หวนกลับมาเฉียดผ่านตำแหน่งเดิมที่เขาเคยยืนอยู่
สถานการณ์เช่นนี้เห็นได้ชัดว่าเขารู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าเฟิงหยางจะซัดประกายแสงสีครามออกมาและยังรู้อีกว่ามันจะหวนกลับมาโจมตีอีกครั้ง ตอนที่เฉาหยางส่งข่าวได้บอกทั้งเื่ยันต์อาคมและสนับแขนวิหคหวนไปจนหมดสิ้นดังนั้นมีดบินวิหคนางแอ่นของสนับแขนวิหคหวนจึงไม่สามารถสร้างความประหลาดใจได้เลย
แกร๊ง!!
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นเบาๆมีดบินวิหคนางแอ่นถูกแรงดึงดูดจากสนับแขนดึงกลับไปเข้าที่เดิมส่วนเฟิงหยางนั้นมีสีหน้าหวาดกลัวยิ่งขึ้น ถอยหลังไปอีกหนึ่งก้าวจนแผ่นหลังชิดกับกรอบประตู ดูราวกับคาดไม่ถึงว่าการโจมตีทั้งหมดของตนจะพลาดเป้า
"ว่าอย่างไร? หมดลูกไม้แล้วรึ?เช่นนั้นก็ไปตายซะ! ฆ่ามัน!"
หานเถี่ยแสยะยิ้มอย่างโเี้แล้วออกคำสั่งแก่ลูกน้องทั้งสาม
อีกสามคนก็เชื่อว่าเฟิงหยางหมดหนทางสู้แล้วจึงไม่สงสัยอะไรอีก รีบรุกคืบเข้าไปอย่างรวดเร็วโดยสองคนแยกออกไปซ้ายขวาเพื่อปิดเส้นทางหนีของเฟิงหยางส่วนชายร่างเล็กหน้าตาคล้ายลิงก็แสยะยิ้มอย่างอำมหิต พุ่งตรงเข้าใส่เฟิงหยางในสายตาของมัน เฟิงหยางที่หวาดกลัวจนไม่กล้าขยับเขยื้อนก็ไม่ต่างอะไรกับคนตายแล้วมันดีดตัวขึ้นจากพื้น พุ่งเข้าใส่เฟิงหยางราวกับราชสีห์ตะครุบกระต่ายมือขวาที่มีเล็บแหลมคมราวกับกรงเล็บเหยี่ยวตะปบเข้าใส่ลำคอของเฟิงหยางด้วยความเร็วสูงเห็นได้ชัดว่ามีพลังบำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่หรือห้า
ทว่าในขณะที่มันพุ่งเข้ามาในระยะหนึ่งเมตรเบื้องหน้าเฟิงหยางมันกลับพบว่าเฟิงหยางที่เดิมทีมีใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสิ้นหวัง พลันเผยรอยยิ้มอันอำมหิตออกมา!
"แย่แล้ว!"
ชายผู้นั้นรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันทีตามสัญชาตญาณแล้วอยากจะถอนมือกลับ แต่ไหนเลยจะทันการณ์ทันใดนั้นเฟิงหยางก็สะบัดมือซ้าย ประกายไฟสว่างวาบพร้อมกับคลื่นความร้อนระอุซัดเข้าใส่ใบหน้า!
"อ๊าก!!"
ตู้ม!!
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างตกตะลึงของชายผู้นั้นลูกไฟขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลก็กระแทกเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง เปลวไฟะเิออกแรงปะทะมหาศาลซัดเขากระเด็นลอยไปไกลสี่ห้าเมตร ขณะที่ร่างร่วงกระแทกพื้นเปลวไฟก็ลุกลามไปทั่วร่าง ทำให้เขากลายเป็มนุษย์เพลิงในชั่วพริบตา!
"ไอ้สอง!!"
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันทำให้คนอีกสามคนที่เหลือถึงกับตัวแข็งทื่อหานเถี่ยเบิกตากว้าง มองดูไอ้สองที่นอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นอย่างไม่อยากจะเชื่อความหวาดกลัวเข้าเกาะกุมหัวใจ!
พวกเขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะเข้าไปช่วยเพียงชั่วพริบตา เสียงกรีดร้องของไอ้สองก็เงียบหายไปร่างบิดเบี้ยวแน่นิ่งอยู่บนพื้นไม่ไหวติง เปลวไฟบนร่างยังคงลุกโชน ส่งเสียง ฉี่ฉี่ที่น่าขนหัวลุก พร้อมกับกลิ่นไหม้คละคลุ้งไปทั่วทั้งสวน
"..."
แม้แต่เฟิงหยางเองก็ยังตกตะลึงอยู่บ้างเขาคาดไม่ถึงว่าอานุภาพของยันต์อัคคีผลาญวงแหวนจะรุนแรงถึงเพียงนี้เมื่อมองดูศพที่ไหม้เกรียม เขาก็รู้สึกปั่นป่วนในท้องจนแทบจะอาเจียนออกมาแต่เขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาใจอ่อน เขาจึงข่มความรู้สึกไม่สบายใจลงในดวงตาฉายประกายเย็นเยียบ สะบัดมือซ้ายอีกครั้ง
ฟิ้วๆๆ
ลูกไฟสามลูกพุ่งเข้าใส่ศัตรูทั้งสามที่ยังคงยืนตะลึงงันอยู่เบื้องหน้า!
"เป็ไปได้อย่างไร!!"
หานเถี่ยรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลังเขาคาดไม่ถึงว่าจะถูกเ้าเด็กนี่หลอก หรือควรจะกล่าวว่าถูกเฉาหยางหลอก ยันต์อัคคีผลาญวงแหวนของเ้าเด็กนี่ยังใช้ได้อยู่!
เมื่อมองดูไอ้สองที่ไหม้เป็ตอตะโกดวงตาของหานเถี่ยก็พลันแดงก่ำ ความโกรธแค้นและตกตะลึงปะทุขึ้นในใจดั่งคลื่นคลั่งแต่เมื่อเห็นลูกไฟพุ่งเข้าใส่ตรงหน้า เขาก็จำต้องหลบหลีกคมหอกคมดาบดีดตัวถอยไปอย่างทุลักทุเล
"อ๊าก!!"
ทว่าสิ่งที่ทำให้หัวใจของหานเถี่ยเย็นเฉียบลงไปอีกคือมีเสียงกรีดร้องดังขึ้นจากด้านข้างอีกครั้ง เขาหันไปมองอย่างตกตะลึง ก็เห็นไอ้สามร่างเตี้ยอ้วนที่เพราะใกับการตายของไอ้สองมากเกินไป จึงประมาทจนหลบลูกไฟไม่พ้นแม้ลูกไฟจะกระแทกเข้าที่แขนขวาของมันเท่านั้นแต่เปลวไฟก็ลุกลามไปทั่วร่างในชั่วพริบตาเช่นกัน!
ตายไปอีกหนึ่ง!
"ไม่!!!"
หานเถี่ยแทบจะคลั่ง ใบหน้าบิดเบี้ยวอย่างน่ากลัวเขากระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง
ปัง!!
พื้นดินถึงกับยุบเป็หลุมเล็กๆส่วนร่างของเขาก็พุ่งเข้าใส่เฟิงหยางราวกับลูกธนูที่หลุดจากแหล่ง!
"ตายซะ!!"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาสีหน้าของเฟิงหยางก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ถึงอย่างไรเขาก็มีพลังบำเพ็ญเพียรระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สามปฏิกิริยาตอบสนองย่อมเหนือกว่าคนธรรมดาหลายเท่า เขาจึงถีบตัวออกจากพื้นแล้วม้วนตัวไปด้านข้างอย่างไม่รักษาภาพลักษณ์
ตู้ม!!!!
หมัดที่หานเถี่ยซัดออกไปสุดแรงกระแทกเข้ากับประตูบ้านที่อยู่ด้านหลังเฟิงหยางเมื่อครู่ส่งผลให้ประตูแตกกระจายออกเป็ชิ้นๆ
หลังจากเฟิงหยางหลบการโจมตีของหานเถี่ยได้เขายังไม่ทันได้ลุกขึ้นจากพื้น ก็สะบัดมือซ้ายอีกครั้งลูกไฟสองลูกพุ่งออกไปติดต่อกัน แต่เป้าหมายไม่ใช่หานเถี่ย แต่เป็ไอ้สี่ร่างสูงผอมที่กำลังจะบุกเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง
"ยังมีอีก!"
ชายร่างสูงผอมใจนขนลุกซู่ไหนเลยจะกล้าบุกเข้าไปอีก เขาหลบลูกไฟสองลูกอย่างทุลักทุเลขณะเดียวกันในใจก็สาปแช่งเฉาหยางที่ส่งข่าวให้พวกตนจนอยากจะสับมันเป็หมื่นชิ้น นี่มันยันต์อาคมใกล้พังที่ใช้ได้แค่สามสี่ครั้งที่ไหนกัน?!นี่มันยันต์อาคมใหม่เอี่ยมเต็มพิกัดชัดๆ!!
"อ๊าก!!"
ทว่า เขาไม่มีโอกาสไปคิดบัญชีกับเฉาหยางอีกแล้วทันทีที่หลบลูกไฟสองลูกนั้นได้ ยังไม่ทันได้ดีใจลูกไฟลูกที่สามก็แหวกอากาศตามมาติดๆ เขาไม่อาจหลบได้อีกต่อไปท่ามกลางเสียงกรีดร้องอย่างสิ้นหวังร่างทั้งร่างก็ถูกเปลวเพลิงที่ลุกโชนโหมกระหน่ำ
เสียงกรีดร้องนี้ทำให้ร่างของหานเถี่ยแข็งทื่อไปทั้งตัว ราวกับไม่อยากจะเชื่อว่า พี่น้องทั้งสามของตนจะตายไปหมดแล้วเขามองดูซากศพไหม้เกรียมสามกองที่ลุกเป็ไฟอยู่ในสวนอย่างเหม่อลอย
ส่วนเฟิงหยางนั้นรีบลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วสีหน้าเคร่งขรึม ถอยห่างจากหานเถี่ยเพื่อรักษาระยะ
"ตาย...ตาย!!ข้าจะให้เ้าตายอย่างทรมาน!! อ๊าก!!"
ทันทีที่เฟิงหยางเคลื่อนไหวหานเถี่ยก็พลันได้สติกลับคืนมา ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำราวกับเื สภาพคลุ้มคลั่งเสื้อผ้าบนร่างพองลมขึ้น ราวกับมีพลังงานโปร่งใสชั้นหนึ่งแผ่ออกมาจากร่างกาย
ปราณแท้แผ่ออกนอกกายนี่เป็เคล็ดวิชาที่ต้องเป็ผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณ่ปลายขึ้นไปจึงจะทำได้เดิมทีหานเถี่ยมีพลังบำเพ็ญเพียรอยู่ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หกแต่ในยามที่ถูกกระตุ้นด้วยความโกรธแค้นนี้ กลับมีแนวโน้มว่าจะทะลวงสู่ขั้นที่เจ็ด!