
ในวันที่ฝนกระหน่ำพายุพัดรุนแรงในค่ำคืนหนึ่งพ่อของเอ้อเปียวเสียชีวิตลงด้วยโรคแก่ชรา ณ ตอนนั้นฝนตกหนักมากซึ่งทุกคนก็นอนตามปกติ พอรุ่งเช้าตื่นมา อวี่หลิงไปเรียกท่านตามาทานอาหารเช้าแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ จึงผลัดประตูเข้าไปพบว่าท่านตาเสียชีวิตแล้ว เห็นท่านตานอนห่มผ้าบนเตียงหลีบตา ก็รีบะโเรียกแม่ ท่านแม่ ปิงปิง ท่านตา ทั้งสองได้ยินเสียงก็เข้ามาดู
หลังจากนั้นทุกคนก็ช่วยการเปลี่ยนเสื้อผ้า
ทำพิธีศพฝังศพ เอ้อเปียวร้องไห้เสียใจ
นอนล้มป่วยหลายวันซึ่งมีอวี่หลิง ปิงปิงคอยปลอดใจและดูแลอยู่ข้างๆและในตอนนั้นเองเอ้อเปียวจึงพูดขึ้นมาว่า เหลือพวกเราแค่ สามคนแล้วนะ อวี่หลิงเข้าใจความหมายเลยว่า อุปสรรค์ที่เจอที่ผ่านมา ยังมีท่านพ่ออยู่ได้ที่พักพิงตอนนี้ เหลือเพียงสตรีสามคนที่ต้องอาศัยและดูแลกันและกันทุกคนต่างมีความทุกข์ที่เจอที่ผ่านมา ทุกคนต่างเข้าใจในสิ่งที่พลัดพลากและต้องพึ่งตัวเองเอาตัวรอดหลังจากผ่านไป 1 เดือน ทุกคนช่วยกันทำหลังคาบ้านใหม่ ตัดไม้ไผ่ มาต่อเติมบ้านแม้เป็สตรีจะยากลำบากแค่ไหน ก็ต้องทำ
อวี่หลิงยังเป็เด็กสาวยังมีเรี่ยวแรงปีนไต่จึงขึ้นบนหลังคาซ่อมหลังคาที่เก่าและต่อเติมบ้านให้ดูดีและทันใดนั้น ท่านอ๋องที่กลับมา
ในวังแต่งตั้งองค์ราชทยาท ก็คิดถึงแม่นางกลับมาก็อยากมาแวะเวียนจึงเห็นสตรี สามคนที่กำลังทำงานอยู่จึงรีบเข้าไปช่วย
ต้วนเถียน เ้าแบกไม้ไผ่มาหากไม่พอเราไปตัดให้ก็ได้ท่านป้า ให้ข้ากับต้วนเถียนทำเถอะขอรับ อวี่หลิงที่อยู่บนหลังคาก็ค่อยๆลงมาแต่ก็เหยียบบันใดที่ลื่นก็พลัดตกลงมาท่านอ๋องก็รีบไปอุ้มลง สายตาท่านแม่ ปิงปิง และต้วนเถียนต่างก็มองทั้งสองด้วยสายตา
หวาน ปล่อยข้า ขอบคุณคุณชายข้าไม่เป็ไร ด้วยความเขินอวี่หลิงจึงรีบเข้าไปในห้องครัวแก้มและหูแดงไปทั้งสองข้าง
และพูดตะกุตะกะขึ้นมาว่าท่านแม่ ข้า เรา จะทำอาหารให้พวกเขาด้วยไหม ท่านแม่เห็นดังนั้นก็อมยิ้มที่อวี่หลิงเขินถึงกับพูดไปไม่เป็
จึงพูดขึ้นมาว่า ก็แล้วแต่เ้า อวี่หลิงจึงเรียกปิงปิงไปช่วยทำอาหาร หลังจากที่ท่านอ๋องซ่อมหลังคาเสร็จ ก็มาทานข้าวพร้อมกันซึ่งในตอนนี้อวี่หลิงก็ยังมีความเขินอยู่
แต่ด้วยน้ำเสียงของท่านแม่ เลยทำให้หายเขินหลังจากที่ทุกคนทานข้าวเสร็จก็ขอพูด
คุยกับอวี่หลิงสักพัก ท่านอ๋องก็กลับเข้าวังไปทั้งสองยังไม่รู้ฐานะของการและกัน