ในสมองมู่จื่อหลิงปรากฏใบหน้าเยือกเย็นราวน้ำแข็งใบหน้านั้นขึ้นมาจึงสะบัดศีรษะด้วยความรุนแรง “ไยข้าต้องดีดให้เขาฟังกันต่อไปข้าจะดีดให้เสี่ยวหานฟังเท่านั้น”
หลงเซี่ยวอวี่มิได้เป็อะไรกับนางเสียหน่อย เป็เพียงสามีในนามเท่านั้นทั้งยังมิใช่งานสมรสที่ได้รับคำอวยพรจะสามารถอยู่ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ก็ยังมิอาจรู้ได้
และนางมิใช่สตรีที่ลุ่มหลงในบุรุษจะให้นางเป็ดั่งสตรียุคโบราณที่สิ้นเปลืองความคิดเพื่อเอาอกเอาใจบุรุษเช่นนั้นไม่มีทางเป็ไปได้แน่นอน
หากคนสองคนรักกันด้วยใจจริง แค่การกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของอีกฝ่ายก็ล้วนคิดว่าช่างดีงามเหลือเกิน
ต้องสิ้นเปลืองความคิดเพื่อให้ได้ผู้ไม่มีทั้งใจและไร้ซึ่งความรักสิ่งนั้นมิอาจว่าเรียกความรักได้
นางไม่รู้ว่าตัวนางเองในภายภาคหน้าจะมีความรักที่สลักลึกถึงกระดูกจนยากลืมเลือนจากใจหรือไม่แต่นางรู้ว่านางไม่มีทางใช้สามีร่วมกับสตรีจำนวนมากเป็แน่
“นายน้อย มิได้นะเ้าคะ ถ้าเป็เช่นนี้ เสี่ยวหานจะไม่ฟังแล้ว”เสี่ยวหานพูดด้วยสีหน้าหนักแน่น
“พรืด! เอาล่ะๆพวกเราไม่พูดเื่นี้กันดีกว่า เวลานี้ก็สายแล้ว พวกเรากลับเรือนกันเถิด”มู่จื่อหลิงมองท่าทางมุ่งมั่นของเสี่ยวหานแล้วก็รู้สึกจนปัญญา
ผู้คนล้วนรู้ว่ามู่จื่อหลิงเป็เพียงกระสอบฟาง จู่ๆก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา หากปล่อยให้คนจำนวนมากรู้เข้า ย่อมยากจะหลีกเลี่ยงข้อสงสัยแน่
นางใช้ชีวิตอย่างเงียบๆ เช่นนี้ต่อไปคงเป็การดีกว่าแล้วค่อยขยับไปทีละขั้น การเปิดเผยความสามารถเร็วเกินไปเยี่ยงนี้ไม่เป็ผลดีต่อนางเลยและนางก็ยังไม่ลืมเหตุผลที่ตนเองแต่งให้หลงเซี่ยวอวี่ด้วย
มู่จื่อหลิงกลับไม่รู้เลยว่าบทเพลงที่นางใช้ฉินบรรเลงเมื่อครู่นอกจากนางกับเสี่ยวหานแล้ว ยังมีบุคคลที่สามที่ได้ฟังด้วยั้แ่หลงเซี่ยวอวี่ที่อยู่ชั้นสองได้ฟังมู่จื่อหลิงบรรเลงฉินก็ตกลงไปในภวังค์อย่างมิรู้ตัว
ชาชิงิครึ่งกาคะนึงหามาตุภูมิ หนึ่งผ้าโปร่งโถมกั้นธุลีแดง!
หลงเซี่ยวอวี่ทอดมองนายบ่าวที่เดินไกลออกไปเรื่อยๆ ั์ตาเปี่ยมไปด้วยอารมณ์แปลกประหลาดที่แม้แต่ตนเองก็มิทันสังเกต...มู่จื่อหลิงเ้าเป็ผู้ใดกันแน่?
กุ่ยหยิ่งและกุ่ยเม่ยที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดเองก็ถูกเสียงฉินเมื่อครู่ทำให้ใเข้าให้แล้ว
แม้มองไม่เห็นหวางเฟย แต่ก็พอจินตนาการได้ว่าภาพเมื่อครู่ต้องงดงามมากเป็แน่หวางเฟยมิใช่กระสอบฟางหรอกหรือ?
เหตุใดสามารถบรรเลงฉินได้งดงามไพเราะเยี่ยงนี้ เหลือเชื่อเสียจริงนี่มันกระสอบฟางที่ใดกัน เป็หญิงสาวเพียบพร้อมและมากด้วยพร์ชัดๆ
ในขณะนั้นเองก็มีเงาสีขาวเหาะเข้าไปที่ศาลาชั้นสองทั้งตัวเขาสวมอาภรณ์สีขาว ใบหน้าขาวราวกับหยก ดวงตาฉายแววอบอุ่นกระจ่างใสยิ่งเพิ่มเสน่ห์ดึงดูดให้กับตัวเขาเอง ทั้งความโดดเด่นที่ติดตัวมาแต่กำเนิดหากมิทันระวังอาจเข้าไปประทับอยู่ในใจเอาได้ รูปโฉมก็งดงามอย่างยิ่ง
หลงเซี่ยวอวี่ดึงสายตากลับมาอย่างเชื่องช้าแล้วเหลือบไปมองผู้มาใหม่กล่าวอย่างเรียบเฉยว่า “เป็อย่างไร?”
ใบหน้าหล่อเหลาของเล่อเทียนปรากฏสีหน้าลังเล “เซี่ยวอวี่เวลานี้โลหิตหลิงหลงเกิดต่อต้านฮู่ซินเฉา [1] ฟูเหรินอาการกำเริบ ครั้งหน้าเกรงว่า…” เล่อเทียนมิได้กล่าวต่อ
ทว่าหลงเซี่ยวอวี่นั้นกระจ่างแจ้งแม้ดวงตาเย็นเยียบและถือดีจะดูเหมือนมิได้สนใจทว่าแววตาอันลุ่มลึกกลับถูกปกคลุมไปด้วยม่านน้ำแข็งครู่ต่อมาจึงถามด้วยน้ำเสียงเย็นๆ “ครั้งนี้ต้องค้นหายาเช่นใด”
เล่อเทียนส่ายศีรษะแล้วถอนหายใจ “หลงเสวี่ยจ่าง [2] ...ได้ยินว่าหลงเสวี่ยจ่างเติบโตอยู่หุบเขาเซิ่งเหินชัยภูมิที่ตั้งอันตรายนัก จะต้องหาได้ไม่ง่ายแน่”
หลงเซี่ยวอวี่มิได้กล่าวสิ่งใดอีกแววตาเ็าฉายแววครุ่นคิดสิ่งใดอยู่
-
การแต่งงานผ่านมาเป็เวลาสามวันแล้ว มู่จื่อหลิงที่อยู่ในจวนอ๋องตลอดเวลาเริ่มรู้สึกเบื่อขึ้นทุกวันหลังจากที่พบหลงเซี่ยวอวี่ครานั้นก็มิได้พบเขาอีกไม่รู้ว่าหมอนั่นกำลังยุ่งอยู่กับสิ่งใด ช่างเป็ัเทพเห็นหัวมิเห็นหาง [3] จริง
แต่เดิมวันที่สามหลังแต่งงานนั้นต้องกลับบ้านเดิมทว่าเหล่าไท่จวินนั้นกลับวัดชิงอันไปเสียแล้ว
เวลานี้จวนสกุลมู่นอกจากมู่อี๋เสวี่ยและไป๋ซู่ซู่สองแม่ลูกแล้วก็มิได้มีผู้ใดอีกคาดว่าอาการบวมบนร่างกายมู่อี๋เสวี่ยยังไม่ดีขึ้นในเวลาอันรวดเร็วเช่นนี้แน่ หากไปก็ไม่แน่ว่าอาจจะเกิดเื่ราวอะไรขึ้นมาได้อีก
ให้เพิ่มความวุ่นวายขึ้นมาหนึ่งเื่ มิสู้ลดความวุ่นวายลงเสียหนึ่งเื่!
“เสี่ยวหาน ไปเตรียมเสื้อผ้าบุรุษมาสองชุด”
มู่จื่อหลิงคิดได้ว่ามายังที่แห่งนี้ได้หลายวันแล้วนางยังไม่เคยออกไปข้างนอก จึงนึกอยากออกไปเดินเล่นถือโอกาสดูว่ามีร้านยาสมุนไพรที่เข้าทีหรือไม่ ส่วนผสมยาในระบบซิงเฉินมีมากมายเสียจนนางสามารถนำไปเปิดร้านยาได้เลย
แม้การเป็หวางเฟยจะมิต้องกังวลเื่ปากท้องเครื่องนุ่งห่มทั้งสินเ้าสาวของนางก็มิใช่น้อยๆ แต่นางก็ยังอยากหาสิ่งใดทำเสียหน่อยทว่าการเป็ฉีหวางเฟยนั้นไปที่ใดก็ล้วนแต่โดดเด่นสะดุดตาได้แต่ต้องปลอมตัวเท่านั้น
“นายน้อย้าเสื้อผ้าบุรุษไปทำสิ่งใดเ้าคะ?” เสี่ยวหานถามอย่างไม่เข้าใจ
“พวกเราออกไปเดินเล่นกัน แต่งตัวเยี่ยงนี้ออกจากเรือนมิใคร่สะดวกนัก ทำได้เพียงเปลี่ยนไปสวมเสื้อผ้าบุรุษก่อนออกไปเท่านั้น”
“เ้าค่ะ บ่าวจะไปเดี๋ยวนี้” เสี่ยวหานดีใจนัก
ั้แ่เล็กจนโตนายน้อยออกจากเรือนน้อยมาก ในที่สุดเวลานี้ก็สามารถออกไปกับนายน้อยได้แล้ว
-
ถนนสายยาวในยุคโบราณนั้นครึกครื้นเป็อย่างยิ่งริมถนนทั้งสองฝั่งเป็ที่ตั้งของโรงน้ำชา หอสุรา โรงจำนำ และโรงหัตถกรรม ผู้คนสัญจรขวักไขว่คับคั่ง ดูคึกคักเสียยิ่งกว่าที่นางเคยเห็นในโทรทัศน์เมื่อชาติที่แล้วเสียอีก
“พี่สะใภ้สาม พี่สะใภ้สามรอข้าด้วย”หลงเซี่ยวเจ๋อวิ่งไปหามู่จื่อหลิงอย่างร่าเริง
ั้แ่ถูกหลงเซี่ยวอวี่ส่งไปพิจารณาตนเองที่อวี่กงเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาก็ได้รับการทรมานจิตใจเป็เวลาถึงสามวันเต็มเมื่อออกมาจึงรู้จักประพฤติตนให้ดีขึ้น
และตระหนักได้ถึงสัจธรรมที่ว่าใต้หล้านี้มีเพียงพี่สามและพี่สะใภ้สามที่มิอาจล่วงเกินได้เป็อันขาด!
--------------------------
เชิงอรรถ
[1] ฮู่ซินเฉา สมุนไพรชนิดหนึ่ง มีสรรพคุณบำรุงเืลม
[2] หลงเสวี่ยจ่าง สมุนไพรกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต สลายลิ่มเื
[3] ัเทพเห็นหัวมิเห็นหาง หมายถึงผู้ที่ทำตัวลึกลับไม่ชอบเปิดเผยตัวตน