ภายในลานกล้างท่ามกลางสายตาของทั้งสามคนที่ไม่อยากจะเชื่อ หลินตงตอนนี้จ้องมองไปยังราชสีห์คลั่งที่ตัวใหญ่กว่าตนถึงหลายเท่า ต้องบอกก่อนว่าแรงกดดันที่มันปลดปล่อยออกมาชั่งมากมายนักสำหรับเขาที่มีพลังเพียงแค่จิตยุทธปรับแต่ง
แต่ทว่าเมื่อร่างกายของเขาถูกแรงกดดันนี้กดทับขึ้น ศาสตร์จักรพรรดิัครองภพก็โคจรขึ้นด้วยตัวเองและหักล้างพลังทั้งมวลที่กดทับตัวของชายหนุ่มไว้จึงทำให้เขาสามารถยืนอย่างอหังการเบื้องหน้าของมันได้อย่างสบายใจ
ขณะเดียวกันภายในกรงขังนั่น ราชสีห์คลั่งก็ััได้ถึงกลิ่นอายของสัตว์อสูรที่ยืนอยู่เหนือทั้งมวลที่ตัวของชายหนุ่มคนนี้ แววตาของมันเริ่มหวาดกลัวขึ้นทีละนิด กลิ่นอายแห่งการทำลายล้างที่ทรงพลังกว่าทุกสิ่งอยู่ภายในร่างของเ้าตัวเล็กคนนี้ ออร่าของั ัโบราณที่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด สัตว์อสูรที่อยู่จุดสูงสุดของสายพันธุ์ทั้งมวล ยิ่งมันคิดก็ยิ่งหวาดกลัวนัก ร่างกายของมันถึงกับเริ่มสั่นสะท้านขึ้นทีละนิด
ด้วยศาสตร์จักรพรรดิัครอบภพกับสายเืเทพัะ ทำให้สัตว์อสูรทั้งมวลที่เห็นมันต้องมีท่าทียำเกรงในตัวของชายหนุ่มอย่างแน่นอนและยิ่งกับวิชาบ่มเพาะนี้ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์อสูร เมื่อมันถูกโคจรขึ้นด้วยตนเองก็เพื่อที่จะแสดงว่าใครเหนือกว่าก็เท่านั้น แรงกดดันของสัตว์อสูรที่เล็กจ๋อยสำหรับมันแล้วจะไม่ยอมให้มาดูิ่อย่างแน่นอน
"ไม่ต้องกลัว ข้าไม่ได้มาทำอะไรเ้า ว่าแต่เ้ากำลังตั้งท้องอยู่รึเปล่า ข้าััได้ถึงชีพจรชีวิตภายในตัวของเ้าที่กำลังก่อตัวขึ้นตรงหน้าท้องน่ะ"
หลินตงพูดขึ้นพลางประหลาดใจ ตลอดเวลาที่ทักษะวิชาของท่านอาจารย์โคจรขึ้นมานั่นตัวของชายหนุ่มก็ได้เข้าถึงอารมณ์ส่วนลึกทั้งหมดของสัตว์อสูรราชสีห์คลั่งตนนี้ เขาบอกได้เลยว่าที่มันไม่ยอมผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรหรือคนอื่นๆก็เป็เพียงเพราะว่ามันตั้งท้องอยู่เพียงแค่นั่นและด้วยสัญชาตญาณของผู้เป็แม่มันจะไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้เลยแม้แต่นิด ถ้ามีอะไรเข้าใกล้มามันก็จะสังหารให้สิ้น
ราชสีห์คลั่งที่มีสติปัญญาก็ลอบพยักหน้าอยู่นิดๆ ภายในแววตาของมันถึงกับประหลาดใจเมื่อเห็นว่ามีเผ่าพันธุ์มนุษย์สามารถรับรู้ถึงอารมณ์ของมันได้ มันก็ส่งเสียงครางออกมาอยู่หน่อยๆเหมือนกับว่าจะพูดคุยกับชายหนุ่ม หลินตงก็พยักหน้าและพูดคุยกันไปมา เขาพอจะเข้าใจถึงเื่ราวได้บ้าง
สถานการณ์ในตอนนี้ผิดไปจากที่ทั้งสามคนคาดไว้ทั้งหมด ภาพที่พวกเขาเห็นตรงหน้ามันชั่งเหลือเชื่อมาก ชายหนุ่มคนนึงตอนนี้ยื่นมือเข้าไปภายในกรงอย่างช้าๆ ราชสีห์คลั่งตนนั่นก็ก้มหัวของมันลงมาเพื่อให้ชายหนุ่มลูบมัน ท่าทางที่เหมือนกับแมวน้อยชั่งผิดกับรูปลักษณ์ยิ่งนัก
"พวกเ้าเห็นเหมือนที่ข้าเห็นรึเปล่า ไม่เคยมีผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรตนใดใช้วิธีพูดคุยมาก่อนเลย ข้าเพิ่งจะเห็นเป็ครั้งแรกนี้ละ"
หลินหยวนเอ่ยถามกับอีกสองคนที่แข็งค้างไปแล้ว พวกเขาทั้งสองคนนี้ไม่ได้ฟังที่นายท่านตนพูดเลยแม้แต่นิด เพราะว่าเหตุการณ์ตรงหน้ามันยิ่งกว่าอะไรทั้งหมดที่พวกมันเคยพบเจอมาซะอีก ชายหนุ่มคนนี้สามารถเข้าใกล้หรือแม้แต่จะจับตัวของมันได้อย่างง่ายดาย มันชั่งเป็อะไรที่สุดยอดยิ่งนัก
ผ่านไปเพียงชั่วครู่นึงหลินตงเมื่อรับรู้ทั้งหมดแล้วก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาค่อยๆลูบหัวของมันอย่างอ่อนโยนพลางชักมือกลับมา ระหว่างนั่นเขาก็หันหน้าของตนมาทางทั้งสาม ชายหนุ่มที่เห็นว่ามีชายวัยกลางคนหน้าใหม่มาก็รับรู้ได้ทันที ท่าทางสูงใหญ่กำยำพร้อมกับใบหน้าที่ดุดันเช่นนี้คงจะไม่ต้องบอกว่าเป็ใคร เ้าเมืองเหรินซานหลินหยวนอย่างแน่นอน
"เรียบร้อยแล้วท่านเ้าเมือง ท่านมาหาข้าได้เลย"
ชายหนุ่มะโก้องพลางให้ชายวัยกลางคนมาตรงนี้ หลินหยวนที่ถูกเรียกตัวไปก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ผู้ฝึกยุทธระดับจิตปฐีเช่นเขาก็ยังไม่เคยหวั่นไหวอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
ชายวัยกลางคนก้าวลงไปยังลานกว้างอย่างช้าๆด้วยท่าทางที่เริ่มตื่นเต้น อย่าบอกนะว่ามันเชื่องแล้วจริงๆ ท่าทีที่ดุร้ายของราชสีห์คลั่งที่ทรงพลังนั่นหายไปแล้ว มันถึงกับให้ชายหนุ่มลูบหัวที่ใหญ่โตของมันอย่างง่ายดายเลยทีเดียว
หลินหยวนเมื่อมาถึงหน้ากรงขังก็ลอบสูดหายใจลึกๆ ขณะเดียวกันเขาก็พลางมองไปยังชายหนุ่มด้วยท่าทีที่ยำเกรง โดยปกติแล้วเมื่อเขาเดินมาประชิดกรงขังนี้ราชสีห์คลั่งมันต้องขู่คำรามออกมาแล้วแต่เมื่อเขามาถึงมันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จะมีก็เพียงแค่ท่าทางที่มันมองมาทางเขาอย่างเมินเฉยเท่านั่น
"ท่านหลินหยวน ข้าจะบอกว่าที่มันดุร้ายเช่นนี้เพียงเพราะว่ามันกำลังตั้งท้องอยู่เท่านั้น มันจะไม่ให้คนอื่นเข้าใกล้เป็อันขาดแต่ทว่าข้าได้พูดคุยกับมันแล้้ว มันบอกว่าถ้าเ้าเมืองหลินหยวนดูแลมันกับลูกเป็อย่างดีมันก็จะเป็สัตว์อสูรผู้พิทักษ์ของเมืองเหรินซานแห่งนี้ให้..!!"
หลินตงอธิบายออกมาอย่างใจเย็นแต่มันกับทำให้หลินหยวนต้องแข็งทื่อ เป็เช่นนี้เองหรอ มันกำลังตั้งท้องอยู่ โดยปกติแล้วสัตว์อสูรที่ตั้งท้องบางสายพันธุ์จะดุร้ายยิ่งขึ้นซะจนเกิดความอันตรายต่อทุกสิ่ง ถ้าจำไม่ผิดเมื่อหลายปีก่อนที่มันออกอาละวาดก็มาจากสาเหตุที่ผู้ฝึกยุทธไปทำร้ายมันก่อนจึงทำให้มันโกรธเกรี้ยวขึ้นจนเป็เหตุให้พวกเขาต้องปราบปรามมัน
"เ้าพูดจริงๆหรอ? เื่ที่เ้าเอ่ยออกมาก่อนหน้า"
ชายวัยกลางคนพลันได้สติก็ต้องมองไปยังชายหนุ่มอีกครั้ง ซึ่งหลินตงก็พยักหน้ารับอย่างยิ้มแย้ม หลินหยวนที่ถูกยืนยันแล้วก็ใจเต้นระรัว ถ้าเขาดูแลเลี้ยงดูมันอย่างดีอย่างที่ว่าไว้จริงๆสัตว์อสูรที่ทรงพลังเทียบเคียงระดับห้าจะมาเป็สัตว์ผู้พิทักษ์เมืองของเขา ไม่น่าเชื่อ
หลินตงที่เห็นเขาใบหน้าแดงกล่ำเืลมสูดฉีดก็อมยิ้มอยู่นิดๆจากนั่นชายหนุ่มก็เคาะไปยังกรงขังนั่น
"ท่านลองปล่อยมันออกมาสิแล้วจะได้รู้ว่าที่ข้าพูดมันจริงรึเปล่า ถ้าไม่จริงก็เอาหัวข้าไปได้เลย..!!"