อสูรสยบสวรรค์

    อสูรสยบสวรรค์ ตอนที่ 37 : ข้านี่แหละเป็นคนสังหารมู่หยงเจียง

    สถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ ผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักเกือบทั้งหมดไม่มีใครล่วงรู้ถึงแผนการของผู้อาวุโสใหญ่


    " คลื่นลมสงบก่อนพายุจะมา " นนท์พึมพำ


    นนท์และห้าภรรยาเร่งรีบฝึกตนอย่างบ้าคลั่ง นนท์ลองใช้ผลึกอัสนีสวรรค์เจ็ดสีในการทะลวงขั้นพลัง


    " ใช้ผลึกอัสนีสวรรค์เจ็ดสีเพียงก้อนเดียวถึงกลับทะลวงขั้นพลังได้ถึงห้าขั้นย่อย ตอนนี้อยู่ที่จักรพรรดิ์ขั้นที่เจ็ดสูงสุด


    " ผลึกอัสนีสวรรค์เจ็ดสีของดี " นนท์พึมพำ 


    หลางจี้เสวี่ยทำการผสานหยินหยางกับพลังหยางเทพมังกรทอง ทะลวงพลังสองขั้นย่อย อยู่ที่ขั้นจักรพรรดิ์ขั้นที่สี่


    หลันอิงเย่หลอมผลึกจันทราก้อนเดียวทะลวงพลังขั้นใหญ่ได้ อยู่ที่ขั้นจักรพรรดิ์ขั้นที่หก


    ฟางจื่อซินหลอมผลึกจันทราเพียงก้อนเดียวพลันทะลวงขั้นพลังไปอยู่ที่จักรพรรดิ์ขั้นที่สาม


    จูเม่ยเสียนใช้ผลึกจันทราก้อนเดียวเช่นกันทะลวงขั้นพลังอยู่ที่จักรพรรดิ์ขั้นที่สอง


    นนท์ลองให้หลิงซือซือหลอมผลึกจันทราหนึ่งก้อน ทุกคนต่างตกตะลึง ขั้นพลังของหลิงซือซือ พุ่งทะยานมาอยู่ขั้นราชันย์เทวะขั้นที่สาม


    " ซือเอ๋อร์ หลอมผลึกจันทราเพียงก้อนเดียวทะลวงขั้นพลังได้ถึงสองขั้นใหญ่ " จูเม่ยเสียนกล่าว


    " ผลึกจันทรา ผลึกสุริยะ ผลึกอัสนีสวรรค์เจ็ดสี ของดี ใช้เพียงก้อนเดียวถึงกับทะลวงพลังขั้นใหญได้ หากผลึกเหล่านี้หลุดออกไปข้างนอกสงสัยเกิดสงครามแน่ " นนท์พึมพำ


    " ท่านพ่อตาเจ้าเมืองขอรับ ผลึกจันทราที่ข้าให้ท่านนั้น เก็บเอาไว้เป็นความลับนะขอรับ " นนท์ส่งเสียงเพื่อพูดคุยกับเจ้าเมือง


    " เพราะเหตุใด " เจ้าเมืองถามกลับมาด้วยความสงสัย นนท์จึงเล่าเรื่องราวให้ฟัง


    " อืม ข้าจะเก็บไว้เป็นความลับ อย่างที่เจ้าว่าหากหลุดออกไปได้มีสงครามแน่ ขอบใจลูกเขยตัวแสบ " เจ้าเมืองกล่าว


    ทั้งหกต่างยกระดับของกายจิต เป็นขั้นที่สองโดยใช้ผลึกวิญญาณคนละก้อน


    ผ่านไปสามวัน กลางดึก " เจ้าลูกเขยตัวแสบ สำนักดาบโลหิตเคลื่อนพลแล้ว คาดว่าไม่เกินหนึ่งชั่วยามถึงสำนักของเจ้า " พ่อตาเจ้าเมืองส่งเสียงมากลางดึก 


    " ขอบคุณท่านพ่อตาเจ้าเมือง " นนท์และห้าภรรยาเร่งจัดการตนเอง


    " ท่านพี่ ข้าอยากไปร่วมรบด้วย " หลิงซือซือกล่าว นนท์พยักหน้า แล้วยื่นสมบัติระดับจักรพรรดิ์ให้กับห้าภรรยา


    " เอาล่ะไปกัน " นนท์พาห้าภรรยาออกไปด้านนอก ทั้งหกมุ่งหน้าไปตำหนักของเจ้าสำนัก หลางจี้เสวี่ยเข้าประจำที่บนบัลลังก์ 


    " แก็ง ๆ ๆ ๆ " เสียงระฆังเตือนมีผู้บุกรุกดังสนั่นสำนัก เหล่าผู้อาวุโสออกจากตำหนักตนส่วนหนึ่งมุ่งมาที่ตำหนักเจ้าสำนัก


    อีกส่วนหนึ่งมุ่งไปที่ลานกว้าง ศิษย์พี่ศิษย์น้องเร่งระดมพลพร้อมอาวุธครบมือที่ลานกว้างหน้าอาคารหลัก 


    ศิษย์ยามเร่งรีบมาที่ตำหนัก " คารวะเจ้าสำนัก สำนักดาบโลหิตบุกมาที่หน้าประตูสำนักเจ้าค่ะ " 


    " สำนักดาบโลหิตมากันเยอะรึไม่ " หลางจี้เสวี่ยถาม


    " จากที่ดูน่าจะประมาณสามพันคนเจ้าค่ะ " ศิษย์ยามรายงาน


    " ขอบใจเจ้า " หลางจี้เสวี่ยโยนขวดหยกบรรจุน้ำนมวิญญาณให้ศิษย์ยามที่มารายงาน


    " ขอบคุณเจ้าสำนัก ศิษย์ขอตัว 


    " เริ่มแล้ว " หลางจี้เสวี่ยพึมพำ 


    " ข้าจะไปดูที่หน้าประตู " นนท์เหาะลอยออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตานนท์ปรากฎอยู่หน้ากองกำลังของสำนัก


    " ผู้อาวุโสโจว " เสียงของผู้อาวุโสท่านหนึ่งร้องขึ้นเมื่อเห็นนนท์


    " ผู้อาวุโสโจวมาช่วยแล้ว "  เสียงเซ็งแซ่ของเหล่าศิษย์น้อยใหญ่ดังขึ้น 


    นนท์เข้าประจัญหน้ากับกองกำลังของสำนักดาบโลหิตที่อยู่นอกประตูสำนัก


    " เจ้าเป็นใคร " รองเจ้าสำนักดาบโลหิตร้องถาม


    " คนตายไม่จำเป็นต้องรู้ " นนท์


    " ฆ่ามัน " รองเจ้าสำนักดาบโลหิตพูดยังไม่จบ


    " ไม่จำเป็นเพียงเจ้ากับข้า " พูดจบนนท์ใช้ฝ่ามือสยบมาร


    " ครืน " ฝ่ามือสีทองขนาดหนึ่งจั้งพุ่งออกไป คลื่นพลังของฝ่ามือสีทองแผ่ขจายออกกดดันรอบทิศ ปฐพีสั่นไหว มิติบิดเบี้ยว หลายคนถึงกลับกระอักเลือด


    " นั่นมันฝ่ามืออะไร " เหล่าผู้อาวุโสต่างพึมพำ


    รองเจ้าสำนักเงื้อดาบหมายฟันฝ่ามือสีทองให้ขาดสะบั้น " ตูม " เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันคละคลุ้ง


    สิ้นเสียงกัมปนาท ไม่มีแมัเงาของรองเจ้าสำนักดาบโลหิต ผู้คนต่างเบิกตากว้างตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้น


    ขณะที่นนท์ออกฝ่ามือสยบมารนั้น " เป็นมัน " ศิษย์คนหนึ่งที่เห็นเหตุหารณ์ตอนที่นนท์สังหารมู่หยงเจียง พลันรีบวิ่งไปที่เจ้าสำนักเพื่อรายงาน


    " ฆ่ามันให้ได้ " มู่หยงฟางตะโกนสุดเสียง


    " ไม่ " เมื่อเห็นรองเจ้าสำนักหายวับไปกับตา


    " ไอ้ชาติชั่วข้าจะฆ่าเจ้า " มู่หยงฟางทะยานร่างออกมาเบื้องหน้านนท์ พร้อมประเมินขั้นพลังของนนท์


    " ราชันย์เทวะขั้นที่เก้าสูงสุด " มู่หยงหางพึมพำ


    " เจ้าเป็นผู้สังหารมู่หยงเจียงใช่รึไม่ " มู่หยงฟางถามนนท์เพื่อความแน่ใจ


    " ข้านี่แหละเป็นคนสังหารมู่หยงเจียง " นนท์รับ


    เงาร่างหนึ่งลอยอยู่ในห้วงมิติ พลันปรากฎตัวออกมา พร้อมโยนค่ายกลใส่นนท์ นนท์เพ่งมองไปที่ค่ายกล


    " ของดี พี่ชายเสร็จศึกนี้ข้าขอค่ายกลนี้นะ จะเอาไปศึกษา " นนท์พูดทีเล่นทีจริง


    " เจ้าต้องตาย " ร่างเงานั้นลอยเข้ามาในค่ายกล


    นนท์ลอบใช้เนตรมังกรตรวจสอบ ราชันย์จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่สาม นนท์ถอนหายใจหนัก


    " นี่เป็นค่ายกลตัดขาดฟ้าดินผู้ที่อยู่ในนี้จะสามารถใช้พลังที่แท้จริงได้ เจ้าหนุ่มศึกนี้คือของจริงอย่าประมาท " จิตทัศนะส่งเสียงออกมา


    " ขอบคุณผู้อาวุโส " นนท์กล่าว


    " เหตุใดเจ้าถึงอยากฆ่าข้า " นนท์ถาม


    " เจ้าฆ่าน้องชายข้า " ร่างเงาปริศนากล่าว 


    " อ้อ น้องเจ้าก็มิใช่คนดีอะไร ข้าฆ่าน้องของเจ้า เพื่อชดใช้ให้กับผู้ที่ถูกน้องของเจ้าล่วงเกิน เจ้าคิดรึไม่ว่ากี่ศพแล้วที่น้องเจ้าสังหารไป


    สตรีกี่คนแล้วที่น้องเจ้าย่ำยี แล้วครอบครัวของผู้คนเหล่านั้นต้องเสียใจมากมายแค่ไหน " นนท์กำลังพล่าม


    " ไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้เป็นวันตายของเจ้า " ว่าเสร็จร่างเงาปริศนาพุ่งเข้าหานนท์พร้อมเงื้อดาบทมิฬฟันลงมา


    " พรึ่บ " กระบี่อาญาสวรรค์ปรากฎขึ้นในมือนนท์ นนท์ใช้กระบี่ปราบมารผสานกฎเกณฑ์แห่งหงษ์สวรรค์ ฟันสวนต้านดาบทมิฬ


    " แคร็ก " ดาบทมิฬขาดสะบั้น ร่างเงาปริศนาขาดสองท่อน ตายในกระบี่เดียว นนท์สะบัดมือเก็บค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน


    " จี้เอ๋อร์ " มู่หยงฟางพลันหรุดตัวลงคุกเข่า สายตาเหม่อลอย 


    " นั่นมู่หยงจี้ อัจฉริยะหมื่นปีมีคนรึ " 


    " ไม่อยากเชื่อ "


    " มู่หยงจี้ที่ไปเป็นศิษย์สำนักใหญ่ที่แคว้นเหลยรึ เหตุใดถึงตายง่ายเช่นนี้ " เสียงเซ็งแซ่ลอยมาเป็นระยะ 


    นนท์เดินเข้าหามู่หยงฟาง " ตาแก่เจ้าคิดรึว่าสำนักหุบเขาเหมันต์จะถูกเจ้าโค่นล้มได้ เอาล่ะข้าจะไม่ฆ่าเจ้า " นนท์ฟาดฝ่ามือใส่มู่หยงฟางเพื่อทำลายชีพจร มู่หบงฟางปลิวไปตามแรง


    " อั่ก " มู่หยงฟางกระอักเลือดออกมา สิ้นสติแต่ไม่ตายกลายเป็นคนพิการ 


    " ผู้อาวุโส รบกวนทุกท่านจัดการที่นี่ต่อ " กล่าวจบนนท์เหาะลอยไปทางสำนักดาบโลหิต 


    ที่หน้าประตูสำนักดาบโลหิต นนท์ฟาดฝ่ามือใส่ประตูใหญ่หน้าสำนัก " เปรี้ยง " ฝ่ามือเดียวทำลายทุกอย่างสิ้น นนท์มุ่งตรงไปข้างใน


    เหล่าผู้อาวุโสได้ยินเสียงดังลั่น เร่งรีบออกมาดู " เจ้าเป็นใครถึงบุกมาที่นี่ เจ้ามิรู้หรอกรึว่าที่นี่คือสำนักดาบโลหิต " ผู้อาวุโสคนหนึ่งตะโกนถามนนท์


    นนท์ไม่ตอบแต่ใช้หมัดแปดอัสนีผสานกฎเกณฑ์แห่งหงษ์สวรรค์ " เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " เสียงฟ้าผ่าดังแปดครั้ง สายฟ้าพวยพุ่งออกจากหมัดแปดเส้น ทำลายทุกอย่างที่พุ่งชน เหล่าผู้อาวุโสตกตายในทันที


    พร้อมกับตะโกนอย่างสุดเสียง " หากพวกเจ้าไม่อยากตายจงรีบไสหัวออกไปเสีย " สิ้นเสียง เหล่าศิษย์และอาจาย์ต่างๆวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต


    นนท์เปิดใช้งานเนตรมังกรผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋า พร้อมพุ่งเข้าไปเก็บกวาดสมบัติต่างๆเสร็จสิ้นจึงลอยตัวอยู่เหนือตำหนักเจ้าสำนัก


    ใช้เนตรมังกรขั้นที่สี่ผนึกมังกร นนท์ยื่นมือออกไป พลันพื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง ปรานมังกรขั้นราชันย์เทวะห้าตัวลอยขึ้นมา


    " ผนึก " นนท์ตะโกน ปรานมังกรราชันย์เทวะพลันหดเล็กลงแปรเปลี่ยนเป็นผลึกปรานมังกรราชันย์เทวะห้าก้อน


    นนท์ซัดฝ่ามือสีทองขนาดหนึ่งพันจั้ง " เปรี้ยง " เกิดรอยฝ่ามือขนาดหนึ่งพันจั้ง ลึกหนึ่งร้อยจั้ง แทนที่ของสำนักดาบโลหิต สำนักดาบโลหิตคงเหลือเพียงแค่ชื่อ


    " กลับดีกว่า " นนท์ทะยานร่างกลับสำนัก


    เมื่อมาถึงสำนัก ที่ตำหนักเจ้าสำนัก หลันอิงเย่รายงานทุกอย่างให้นนท์ นนท์พยักหน้า


    " ผู้อาวุโสใหญ่ เจ้ามีอะไรจะพูดรึไม่ " หลางจี้เสวี่ยถาม


    " จะฆ่าก็ฆ่า โจวนนท์เป็นเพราะเจ้า ทำให้ข้าต้องสูญสิ้นทุกอย่าง " เสียงแข็งของผู้อาวุโสใหญ่ ที่ไม่สำนึกในความผิดตน


    " ผู้อาวุโสใหญ่ ทุกอย่างมันเป็นที่ตัวเจ้าเอง หากเจ้ามิคิดอยากเป็นเจ้าสำนัก เรื่องในวันนี้คงจะมิมีทางเกิดขึ้น " นนท์ตอบโต้


    " จะตายอยู่แล้วยังไม่สำนึก " เสียงของรองเจ้าสำนักลอยออกมา


    " ผู้อาวุโสใหญ่และพรรคพวก ร่วมมือกับคนนอกบุกมาทำลายสำนัก เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนัก โทษสูงสุดประหาร " หลางจี้เสวี่ยตัดสินโทษของผู้อาวุโสใหญ่และพวก


    หลางจี้เสวี่ย นำมู่หยงฟาง ผู้อาวุโสใหญ่และพวกมาที่ลานกว้าง เหล่าผู้อาวุโสหลายคนอาสาเป็นคนลงทัณฑ์


    " ประหาร " สิ้นเสียงของหลางจี้เสวี่ย หัวของนักโทษหลุดจากบ่าตกตายไปพร้อมกัน


    นนท์ลอบใช้เนตรมังกรตรวจสอบ " ตายหมดแล้ว " นนท์พึมพำ


    " ผู้อาวุโสโจว ศึกนี้จบลงอย่างรวดเร็ว และไม่มีความสูญเสีย สำหรับความชอบครั้งนี้ ท่านต้องการสิ่งใดเป็นรางวัล " หลางจี้เสวี่ยแสร้งถามนนท์


    " ท่านเจ้าสำนัก ข้าเป็นคนของสำนัก สิ่งที่ข้ากระทำนั้นเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ข้ามิต้องการสิ่งใดเป็นรางวัล แต่หากท่านเจ้าสำนักจะมอบให้ข้า ข้าขอเพียงให้ท่านพิจารณาเรื่องที่ข้าได้เคยบอกแก่ท่าน " นนท์แสร้งเล่นละครต่อ


    " อืม เรื่องนั้นรึ ไว้ข้าจะพิจารณาให้เจ้า " หลางจี้เสวี่ยแสร้งต่อไป


    " เอาล่ะ เรื่องในวันนี้จบลงแล้ว ทุกคนแยกย้ายไปพักได้ ท่านรองเจ้าสำนักจัดการส่วนที่เหลือด้วย " หลางจี้เสวี่ยสั่งการเสร็จพร้อมกับเดินจากไป 


    " นั่นใคร " นนท์รับรู้ถึงห้วงมิติที่บิดเบี้ยว สายตาเพ่งมองออกไป 


    " ผู้อาวุโส มาแล้วใยไม่แสดงตัว " นนท์กล่าวออกมา ท่ามกลางความงุนงงของผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนัก


    ห้วงมิติพลันเปิดออกร่างเงาหนึ่งลอยออกมา " เด็กน้อยเจ้าช่างเก่งกาจนัก ที่สังหารศิษย์ของสำนักข้าได้ เจ้ารู้ถึงผลที่ตามมารึไม่ " 


    นนท์ลอยตัวขึ้น " สำนักของท่านเรียกว่าอันใด " นนท์ถาม


    " สำนักของข้าคือ สำนักดาบทมิฬ " ชายแก่ปริศนาตอบ


    " แล้วท่านต้องการอันใด " นนท์ถามชายแก่ปริศนา


    " หึ ฝ่ามือและเพลงกระบี่รวมไปถึงกระบี่ที่เจ้าใช้ ส่งมันมาให้ข้าแล้วข้าจะรายงานว่าเป็นการท้าต่อสู้เป็นตายกัน " ความโลภบังเกิด


    " หากท่านกล่าวเช่นนี้ข้าคงไม่มีทางเลือกสินะ " นนท์ใช้เนตรมังกรผสานกฏเกณฑ๋แห่งเต๋าตรวจสอบบริเวณโดยรอบ 


    " แว่บ " ทั้งสองหายไปต่อหน้าของผู้คน 


    ภายในเจดีย์แปดเหลี่ยม " ที่นี่ยอดเยี่ยมยิ่งนักพลังฟ้าดินเข้มข้นจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนุ่ม ยกมันให้ข้าแล้วเจ้าจะเป็นอิสระ " ว่าพลางเปิดผนึกปิดขั้นพลัง


    " กายนิรันดร์สูงสุดขั้นที่ห้า " นนท์กลืนน้ำลายอย่างลำบาก


    " เจ้ามาที่นี่คงมีตะเกียงวิญญาณที่สำนักสินะ " นนท์ถาม นนท์สะบัดนิ้วชี้ออกผนึกกายจิตของชายแก่นิรนาม


    ร่างไร้กายจิตทรุดลงกับพื้น นนท์ยื่นมือเรียกแหวนมิติของชายแก่ นนท์เพ่งมองไปที่ร่างไร้กายจิต " ฝุบ " ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ 


    " เจ้าเฒ่าข้ามิได้ฆ่าเจ้า ข้าก็จะยังปลอดภัย ส่วนเจ้าก็อยู่ในผนึกนี้ไปก่อน " นนท์สร้างห้องเก็บผนึกกายจิตให้พลังของกายจิตส่งออกไปข้างนอกได้ เพื่อจะไม่เกิดปัญหาตามมา







    คล้ายกับเรื่องอสูรสยบสวรรค์ ที่คุณอ่าน