สถานการณ์เป็นไปอย่างปกติ ผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนักเกือบทั้งหมดไม่มีใครล่วงรู้ถึงแผนการของผู้อาวุโสใหญ่
" คลื่นลมสงบก่อนพายุจะมา " นนท์พึมพำ
นนท์และห้าภรรยาเร่งรีบฝึกตนอย่างบ้าคลั่ง นนท์ลองใช้ผลึกอัสนีสวรรค์เจ็ดสีในการทะลวงขั้นพลัง
" ใช้ผลึกอัสนีสวรรค์เจ็ดสีเพียงก้อนเดียวถึงกลับทะลวงขั้นพลังได้ถึงห้าขั้นย่อย ตอนนี้อยู่ที่จักรพรรดิ์ขั้นที่เจ็ดสูงสุด
" ผลึกอัสนีสวรรค์เจ็ดสีของดี " นนท์พึมพำ
หลางจี้เสวี่ยทำการผสานหยินหยางกับพลังหยางเทพมังกรทอง ทะลวงพลังสองขั้นย่อย อยู่ที่ขั้นจักรพรรดิ์ขั้นที่สี่
หลันอิงเย่หลอมผลึกจันทราก้อนเดียวทะลวงพลังขั้นใหญ่ได้ อยู่ที่ขั้นจักรพรรดิ์ขั้นที่หก
ฟางจื่อซินหลอมผลึกจันทราเพียงก้อนเดียวพลันทะลวงขั้นพลังไปอยู่ที่จักรพรรดิ์ขั้นที่สาม
จูเม่ยเสียนใช้ผลึกจันทราก้อนเดียวเช่นกันทะลวงขั้นพลังอยู่ที่จักรพรรดิ์ขั้นที่สอง
นนท์ลองให้หลิงซือซือหลอมผลึกจันทราหนึ่งก้อน ทุกคนต่างตกตะลึง ขั้นพลังของหลิงซือซือ พุ่งทะยานมาอยู่ขั้นราชันย์เทวะขั้นที่สาม
" ซือเอ๋อร์ หลอมผลึกจันทราเพียงก้อนเดียวทะลวงขั้นพลังได้ถึงสองขั้นใหญ่ " จูเม่ยเสียนกล่าว
" ผลึกจันทรา ผลึกสุริยะ ผลึกอัสนีสวรรค์เจ็ดสี ของดี ใช้เพียงก้อนเดียวถึงกับทะลวงพลังขั้นใหญได้ หากผลึกเหล่านี้หลุดออกไปข้างนอกสงสัยเกิดสงครามแน่ " นนท์พึมพำ
" ท่านพ่อตาเจ้าเมืองขอรับ ผลึกจันทราที่ข้าให้ท่านนั้น เก็บเอาไว้เป็นความลับนะขอรับ " นนท์ส่งเสียงเพื่อพูดคุยกับเจ้าเมือง
" เพราะเหตุใด " เจ้าเมืองถามกลับมาด้วยความสงสัย นนท์จึงเล่าเรื่องราวให้ฟัง
" อืม ข้าจะเก็บไว้เป็นความลับ อย่างที่เจ้าว่าหากหลุดออกไปได้มีสงครามแน่ ขอบใจลูกเขยตัวแสบ " เจ้าเมืองกล่าว
ทั้งหกต่างยกระดับของกายจิต เป็นขั้นที่สองโดยใช้ผลึกวิญญาณคนละก้อน
ผ่านไปสามวัน กลางดึก " เจ้าลูกเขยตัวแสบ สำนักดาบโลหิตเคลื่อนพลแล้ว คาดว่าไม่เกินหนึ่งชั่วยามถึงสำนักของเจ้า " พ่อตาเจ้าเมืองส่งเสียงมากลางดึก
" ขอบคุณท่านพ่อตาเจ้าเมือง " นนท์และห้าภรรยาเร่งจัดการตนเอง
" ท่านพี่ ข้าอยากไปร่วมรบด้วย " หลิงซือซือกล่าว นนท์พยักหน้า แล้วยื่นสมบัติระดับจักรพรรดิ์ให้กับห้าภรรยา
" เอาล่ะไปกัน " นนท์พาห้าภรรยาออกไปด้านนอก ทั้งหกมุ่งหน้าไปตำหนักของเจ้าสำนัก หลางจี้เสวี่ยเข้าประจำที่บนบัลลังก์
" แก็ง ๆ ๆ ๆ " เสียงระฆังเตือนมีผู้บุกรุกดังสนั่นสำนัก เหล่าผู้อาวุโสออกจากตำหนักตนส่วนหนึ่งมุ่งมาที่ตำหนักเจ้าสำนัก
อีกส่วนหนึ่งมุ่งไปที่ลานกว้าง ศิษย์พี่ศิษย์น้องเร่งระดมพลพร้อมอาวุธครบมือที่ลานกว้างหน้าอาคารหลัก
ศิษย์ยามเร่งรีบมาที่ตำหนัก " คารวะเจ้าสำนัก สำนักดาบโลหิตบุกมาที่หน้าประตูสำนักเจ้าค่ะ "
" สำนักดาบโลหิตมากันเยอะรึไม่ " หลางจี้เสวี่ยถาม
" จากที่ดูน่าจะประมาณสามพันคนเจ้าค่ะ " ศิษย์ยามรายงาน
" ขอบใจเจ้า " หลางจี้เสวี่ยโยนขวดหยกบรรจุน้ำนมวิญญาณให้ศิษย์ยามที่มารายงาน
" ขอบคุณเจ้าสำนัก ศิษย์ขอตัว
" เริ่มแล้ว " หลางจี้เสวี่ยพึมพำ
" ข้าจะไปดูที่หน้าประตู " นนท์เหาะลอยออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตานนท์ปรากฎอยู่หน้ากองกำลังของสำนัก
" ผู้อาวุโสโจว " เสียงของผู้อาวุโสท่านหนึ่งร้องขึ้นเมื่อเห็นนนท์
" ผู้อาวุโสโจวมาช่วยแล้ว " เสียงเซ็งแซ่ของเหล่าศิษย์น้อยใหญ่ดังขึ้น
นนท์เข้าประจัญหน้ากับกองกำลังของสำนักดาบโลหิตที่อยู่นอกประตูสำนัก
" เจ้าเป็นใคร " รองเจ้าสำนักดาบโลหิตร้องถาม
" คนตายไม่จำเป็นต้องรู้ " นนท์
" ฆ่ามัน " รองเจ้าสำนักดาบโลหิตพูดยังไม่จบ
" ไม่จำเป็นเพียงเจ้ากับข้า " พูดจบนนท์ใช้ฝ่ามือสยบมาร
" ครืน " ฝ่ามือสีทองขนาดหนึ่งจั้งพุ่งออกไป คลื่นพลังของฝ่ามือสีทองแผ่ขจายออกกดดันรอบทิศ ปฐพีสั่นไหว มิติบิดเบี้ยว หลายคนถึงกลับกระอักเลือด
" นั่นมันฝ่ามืออะไร " เหล่าผู้อาวุโสต่างพึมพำ
รองเจ้าสำนักเงื้อดาบหมายฟันฝ่ามือสีทองให้ขาดสะบั้น " ตูม " เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฝุ่นควันคละคลุ้ง
สิ้นเสียงกัมปนาท ไม่มีแมัเงาของรองเจ้าสำนักดาบโลหิต ผู้คนต่างเบิกตากว้างตะลึงในสิ่งที่เกิดขึ้น
ขณะที่นนท์ออกฝ่ามือสยบมารนั้น " เป็นมัน " ศิษย์คนหนึ่งที่เห็นเหตุหารณ์ตอนที่นนท์สังหารมู่หยงเจียง พลันรีบวิ่งไปที่เจ้าสำนักเพื่อรายงาน
" ฆ่ามันให้ได้ " มู่หยงฟางตะโกนสุดเสียง
" ไม่ " เมื่อเห็นรองเจ้าสำนักหายวับไปกับตา
" ไอ้ชาติชั่วข้าจะฆ่าเจ้า " มู่หยงฟางทะยานร่างออกมาเบื้องหน้านนท์ พร้อมประเมินขั้นพลังของนนท์
" ราชันย์เทวะขั้นที่เก้าสูงสุด " มู่หยงหางพึมพำ
" เจ้าเป็นผู้สังหารมู่หยงเจียงใช่รึไม่ " มู่หยงฟางถามนนท์เพื่อความแน่ใจ
" ข้านี่แหละเป็นคนสังหารมู่หยงเจียง " นนท์รับ
เงาร่างหนึ่งลอยอยู่ในห้วงมิติ พลันปรากฎตัวออกมา พร้อมโยนค่ายกลใส่นนท์ นนท์เพ่งมองไปที่ค่ายกล
" ของดี พี่ชายเสร็จศึกนี้ข้าขอค่ายกลนี้นะ จะเอาไปศึกษา " นนท์พูดทีเล่นทีจริง
" เจ้าต้องตาย " ร่างเงานั้นลอยเข้ามาในค่ายกล
นนท์ลอบใช้เนตรมังกรตรวจสอบ ราชันย์จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่สาม นนท์ถอนหายใจหนัก
" นี่เป็นค่ายกลตัดขาดฟ้าดินผู้ที่อยู่ในนี้จะสามารถใช้พลังที่แท้จริงได้ เจ้าหนุ่มศึกนี้คือของจริงอย่าประมาท " จิตทัศนะส่งเสียงออกมา
" ขอบคุณผู้อาวุโส " นนท์กล่าว
" เหตุใดเจ้าถึงอยากฆ่าข้า " นนท์ถาม
" เจ้าฆ่าน้องชายข้า " ร่างเงาปริศนากล่าว
" อ้อ น้องเจ้าก็มิใช่คนดีอะไร ข้าฆ่าน้องของเจ้า เพื่อชดใช้ให้กับผู้ที่ถูกน้องของเจ้าล่วงเกิน เจ้าคิดรึไม่ว่ากี่ศพแล้วที่น้องเจ้าสังหารไป
สตรีกี่คนแล้วที่น้องเจ้าย่ำยี แล้วครอบครัวของผู้คนเหล่านั้นต้องเสียใจมากมายแค่ไหน " นนท์กำลังพล่าม
" ไม่ว่าจะอย่างไร วันนี้เป็นวันตายของเจ้า " ว่าเสร็จร่างเงาปริศนาพุ่งเข้าหานนท์พร้อมเงื้อดาบทมิฬฟันลงมา
" พรึ่บ " กระบี่อาญาสวรรค์ปรากฎขึ้นในมือนนท์ นนท์ใช้กระบี่ปราบมารผสานกฎเกณฑ์แห่งหงษ์สวรรค์ ฟันสวนต้านดาบทมิฬ
" แคร็ก " ดาบทมิฬขาดสะบั้น ร่างเงาปริศนาขาดสองท่อน ตายในกระบี่เดียว นนท์สะบัดมือเก็บค่ายกลตัดขาดฟ้าดิน
" จี้เอ๋อร์ " มู่หยงฟางพลันหรุดตัวลงคุกเข่า สายตาเหม่อลอย
" นั่นมู่หยงจี้ อัจฉริยะหมื่นปีมีคนรึ "
" ไม่อยากเชื่อ "
" มู่หยงจี้ที่ไปเป็นศิษย์สำนักใหญ่ที่แคว้นเหลยรึ เหตุใดถึงตายง่ายเช่นนี้ " เสียงเซ็งแซ่ลอยมาเป็นระยะ
นนท์เดินเข้าหามู่หยงฟาง " ตาแก่เจ้าคิดรึว่าสำนักหุบเขาเหมันต์จะถูกเจ้าโค่นล้มได้ เอาล่ะข้าจะไม่ฆ่าเจ้า " นนท์ฟาดฝ่ามือใส่มู่หยงฟางเพื่อทำลายชีพจร มู่หบงฟางปลิวไปตามแรง
" อั่ก " มู่หยงฟางกระอักเลือดออกมา สิ้นสติแต่ไม่ตายกลายเป็นคนพิการ
" ผู้อาวุโส รบกวนทุกท่านจัดการที่นี่ต่อ " กล่าวจบนนท์เหาะลอยไปทางสำนักดาบโลหิต
ที่หน้าประตูสำนักดาบโลหิต นนท์ฟาดฝ่ามือใส่ประตูใหญ่หน้าสำนัก " เปรี้ยง " ฝ่ามือเดียวทำลายทุกอย่างสิ้น นนท์มุ่งตรงไปข้างใน
เหล่าผู้อาวุโสได้ยินเสียงดังลั่น เร่งรีบออกมาดู " เจ้าเป็นใครถึงบุกมาที่นี่ เจ้ามิรู้หรอกรึว่าที่นี่คือสำนักดาบโลหิต " ผู้อาวุโสคนหนึ่งตะโกนถามนนท์
นนท์ไม่ตอบแต่ใช้หมัดแปดอัสนีผสานกฎเกณฑ์แห่งหงษ์สวรรค์ " เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ " เสียงฟ้าผ่าดังแปดครั้ง สายฟ้าพวยพุ่งออกจากหมัดแปดเส้น ทำลายทุกอย่างที่พุ่งชน เหล่าผู้อาวุโสตกตายในทันที
พร้อมกับตะโกนอย่างสุดเสียง " หากพวกเจ้าไม่อยากตายจงรีบไสหัวออกไปเสีย " สิ้นเสียง เหล่าศิษย์และอาจาย์ต่างๆวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต
นนท์เปิดใช้งานเนตรมังกรผสานกฎเกณฑ์แห่งเต๋า พร้อมพุ่งเข้าไปเก็บกวาดสมบัติต่างๆเสร็จสิ้นจึงลอยตัวอยู่เหนือตำหนักเจ้าสำนัก
ใช้เนตรมังกรขั้นที่สี่ผนึกมังกร นนท์ยื่นมือออกไป พลันพื้นดินสั่นไหวอย่างรุนแรง ปรานมังกรขั้นราชันย์เทวะห้าตัวลอยขึ้นมา
" ผนึก " นนท์ตะโกน ปรานมังกรราชันย์เทวะพลันหดเล็กลงแปรเปลี่ยนเป็นผลึกปรานมังกรราชันย์เทวะห้าก้อน
นนท์ซัดฝ่ามือสีทองขนาดหนึ่งพันจั้ง " เปรี้ยง " เกิดรอยฝ่ามือขนาดหนึ่งพันจั้ง ลึกหนึ่งร้อยจั้ง แทนที่ของสำนักดาบโลหิต สำนักดาบโลหิตคงเหลือเพียงแค่ชื่อ
" กลับดีกว่า " นนท์ทะยานร่างกลับสำนัก
เมื่อมาถึงสำนัก ที่ตำหนักเจ้าสำนัก หลันอิงเย่รายงานทุกอย่างให้นนท์ นนท์พยักหน้า
" ผู้อาวุโสใหญ่ เจ้ามีอะไรจะพูดรึไม่ " หลางจี้เสวี่ยถาม
" จะฆ่าก็ฆ่า โจวนนท์เป็นเพราะเจ้า ทำให้ข้าต้องสูญสิ้นทุกอย่าง " เสียงแข็งของผู้อาวุโสใหญ่ ที่ไม่สำนึกในความผิดตน
" ผู้อาวุโสใหญ่ ทุกอย่างมันเป็นที่ตัวเจ้าเอง หากเจ้ามิคิดอยากเป็นเจ้าสำนัก เรื่องในวันนี้คงจะมิมีทางเกิดขึ้น " นนท์ตอบโต้
" จะตายอยู่แล้วยังไม่สำนึก " เสียงของรองเจ้าสำนักลอยออกมา
" ผู้อาวุโสใหญ่และพรรคพวก ร่วมมือกับคนนอกบุกมาทำลายสำนัก เพื่อแย่งชิงตำแหน่งเจ้าสำนัก โทษสูงสุดประหาร " หลางจี้เสวี่ยตัดสินโทษของผู้อาวุโสใหญ่และพวก
หลางจี้เสวี่ย นำมู่หยงฟาง ผู้อาวุโสใหญ่และพวกมาที่ลานกว้าง เหล่าผู้อาวุโสหลายคนอาสาเป็นคนลงทัณฑ์
" ประหาร " สิ้นเสียงของหลางจี้เสวี่ย หัวของนักโทษหลุดจากบ่าตกตายไปพร้อมกัน
นนท์ลอบใช้เนตรมังกรตรวจสอบ " ตายหมดแล้ว " นนท์พึมพำ
" ผู้อาวุโสโจว ศึกนี้จบลงอย่างรวดเร็ว และไม่มีความสูญเสีย สำหรับความชอบครั้งนี้ ท่านต้องการสิ่งใดเป็นรางวัล " หลางจี้เสวี่ยแสร้งถามนนท์
" ท่านเจ้าสำนัก ข้าเป็นคนของสำนัก สิ่งที่ข้ากระทำนั้นเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว ข้ามิต้องการสิ่งใดเป็นรางวัล แต่หากท่านเจ้าสำนักจะมอบให้ข้า ข้าขอเพียงให้ท่านพิจารณาเรื่องที่ข้าได้เคยบอกแก่ท่าน " นนท์แสร้งเล่นละครต่อ
" อืม เรื่องนั้นรึ ไว้ข้าจะพิจารณาให้เจ้า " หลางจี้เสวี่ยแสร้งต่อไป
" เอาล่ะ เรื่องในวันนี้จบลงแล้ว ทุกคนแยกย้ายไปพักได้ ท่านรองเจ้าสำนักจัดการส่วนที่เหลือด้วย " หลางจี้เสวี่ยสั่งการเสร็จพร้อมกับเดินจากไป
" นั่นใคร " นนท์รับรู้ถึงห้วงมิติที่บิดเบี้ยว สายตาเพ่งมองออกไป
" ผู้อาวุโส มาแล้วใยไม่แสดงตัว " นนท์กล่าวออกมา ท่ามกลางความงุนงงของผู้อาวุโสและศิษย์ของสำนัก
ห้วงมิติพลันเปิดออกร่างเงาหนึ่งลอยออกมา " เด็กน้อยเจ้าช่างเก่งกาจนัก ที่สังหารศิษย์ของสำนักข้าได้ เจ้ารู้ถึงผลที่ตามมารึไม่ "
นนท์ลอยตัวขึ้น " สำนักของท่านเรียกว่าอันใด " นนท์ถาม
" สำนักของข้าคือ สำนักดาบทมิฬ " ชายแก่ปริศนาตอบ
" แล้วท่านต้องการอันใด " นนท์ถามชายแก่ปริศนา
" หึ ฝ่ามือและเพลงกระบี่รวมไปถึงกระบี่ที่เจ้าใช้ ส่งมันมาให้ข้าแล้วข้าจะรายงานว่าเป็นการท้าต่อสู้เป็นตายกัน " ความโลภบังเกิด
" หากท่านกล่าวเช่นนี้ข้าคงไม่มีทางเลือกสินะ " นนท์ใช้เนตรมังกรผสานกฏเกณฑ๋แห่งเต๋าตรวจสอบบริเวณโดยรอบ
" แว่บ " ทั้งสองหายไปต่อหน้าของผู้คน
ภายในเจดีย์แปดเหลี่ยม " ที่นี่ยอดเยี่ยมยิ่งนักพลังฟ้าดินเข้มข้นจริงๆ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าหนุ่ม ยกมันให้ข้าแล้วเจ้าจะเป็นอิสระ " ว่าพลางเปิดผนึกปิดขั้นพลัง
" กายนิรันดร์สูงสุดขั้นที่ห้า " นนท์กลืนน้ำลายอย่างลำบาก
" เจ้ามาที่นี่คงมีตะเกียงวิญญาณที่สำนักสินะ " นนท์ถาม นนท์สะบัดนิ้วชี้ออกผนึกกายจิตของชายแก่นิรนาม
ร่างไร้กายจิตทรุดลงกับพื้น นนท์ยื่นมือเรียกแหวนมิติของชายแก่ นนท์เพ่งมองไปที่ร่างไร้กายจิต " ฝุบ " ไม่มีสิ่งใดหลงเหลือ
" เจ้าเฒ่าข้ามิได้ฆ่าเจ้า ข้าก็จะยังปลอดภัย ส่วนเจ้าก็อยู่ในผนึกนี้ไปก่อน " นนท์สร้างห้องเก็บผนึกกายจิตให้พลังของกายจิตส่งออกไปข้างนอกได้ เพื่อจะไม่เกิดปัญหาตามมา