ตอนที่ 4 การประลองประจำปีใกล้มาถึง
หลังจากพุ่งขึ้นเหนือน้ำ เฟยหลิงเทียนก็มุ่งหน้ากลับตระกูลทันที ผ่านไปห้าวันก็ถึงตระกูลเฟย ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบไปที่ห้องทำงานของพ่อเขาทันที
เมื่อมาถึงหน้าประตูเขาเคาะประตูเบาๆก็ได้ยินคนข้างในห้องเชิญเข้าไป เมื่อเฟยหลิงเทียนเปิดประตูเข้าไปเขาก็พูดด้วยรอยยิ้ม
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้ากลับมาแล้ว"
เมื่อเฟยอู๋จี้ที่นั่งเขียนหนังสืออยู่ได้ยินเสียงบุตรชาย เขาตกตะลึงทันทีที่เห็นเฟยหลิงเทียน
"เ้า..เ้า.."
ส่วนแม่ของเขา เฟยเหมยฮวาที่กำลังช่วยเฟยอู๋จี้จัดเอกสารอยู่ได้หันไปมองบุตรชายก็ตกตะลึงเช่นกัน
"ลูกแม่...เ้า"
หลังจากที่เฟยเหมยฮวาหายตกตะลึงก็รีบวิ่งเข้าไปกอดเฟยหลิงเทียนในทันที
"เทียนเอ๋อร์ เ้าหล่อเหลาสง่างามขึ้นยิ่งนัก" เฟยเหมยฮวาใช้มือััไปที่ใบหน้าอันขาวเนียนของเฟยหลิงเทียน
"ท่านแม่ ชมข้าเกินไปแล้วขอรับ" เฟยหลิงเทียนอดที่จะเขินอายไม่ได้ ใบหน้าของเขาแดงเล็กน้อย
"เทียนเอ๋อร์ เ้าปกติก็หล่อเหลาอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งหล่อเหลากว่าเดิมหลายเท่านัก" เฟยเหมยฮวายังคงกอดและััผิวขาวเนียนของเขา นางมองดูบุตรชายด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม
"ถ้าฉานเอ๋อร์มาเห็นเ้าตอนนี้คงจะหลงรักเ้ามากกว่าเดิมเป็แน่" นางกล่าวด้วยรอยยิ้ม
เฟยอู๋จี้ที่หายตกตะลึง เขารีบถามบุตรชายทันที
"เทียนเอ๋อร์ เ้าหายไปไหนมาตั้งสี่เดือน? พอกลับมาเ้าก็หล่อเหลามากกว่าเดิม" เฟยอู๋จี้ที่เห็นบุตรชายหล่อเหลากว่าเดิมอดที่จะภาคภูมิใจไม่ได้
ส่วนเฟยหลิงเทียนที่คิดจะอธิบายเื่ยังไงดีนั้น เขาเลือกที่จะบอกความจริงเื่ที่เขาฝึกกายเนื้อสำเร็จ และเลือกที่จะปิดบังเื่ของการฝึกฝนจิติญญาเอาไว้ เพราะว่าการฝึกฝนจิติญญาเป็เื่อันตรายอย่างมาก ชายหนุ่มกลัวว่าพ่อแม่ของตนจะเป็ห่วง และการฝึกฝนจิติญญานั้นผู้คนในยุคนี้ไม่รู้จักมัน มีคนน้อยมากที่จะรู้
ที่เขาเลือกบอกความจริงเื่ที่เขาฝึกกายเนื้อสำเร็จนั้นเพราะว่า การประลองประจำปีของเมืองหมอกม่วงกำลังจะเริ่มขึ้นนั่นเอง ถ้าพ่อกับแม่เขาไม่รู้ว่าเขานั้นแข็งแกร่งก็จะไม่ให้ลงประลองอย่างแน่นอน
"ข้าไปฝึกฝนกายเนื้อมาขอรับ" เฟยหลิงเทียนตอบด้วยรอยยิ้ม
"เ้า...ฝึกฝนกายเนื้อเหรอ?" เฟยอู๋จี้อึ้งไปเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าบุตรชายของตนที่ฝึกฝนลมปราณไม่ได้ จะหันไปเลือกฝึกกายเนื้อที่ยากลำบาก
การฝึกฝนกายเนื้อเหมือนเป็การทรมาณร่างกายชัดๆ ตอนฝึกฝนก็ต้องทนต่อความเ็ปเป็อย่างมาก แต่มันก็ไม่ได้น่าหวาดกลัวกว่าการฝึกจิติญญาที่ต้องเผชิญหน้ากับความตาย
"ใช่แล้วขอรับ" เฟยหลิงเทียนกล่าว
"เทียนเอ๋อร์ ที่เ้าเลือกฝึกฝนกายเนื้อเป็เพราะ้าให้คนอื่นรู้ว่าเ้าคู่ควรที่เป็คนรักของฉานเอ๋อร์ และเ้าจะแสดงฝีมือในงานประลองประจำปีที่กำลังมาถึงนี้ ใช่หรือไม่?" เฟยอู๋จี้ถามด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม
"ใช่แล้วขอรับ ท่านพ่อ ข้า้าเข้าร่วมการประลอง" เฟยหลิงเทียนตอบด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ
เฟยอู๋จี้ที่เห็นสีหน้าของบุตรชายอดที่จะหัวเราะออกมาดังๆไม่ได้
"ฮ่าๆๆ เ้าสมแล้วที่เป็บุตรชายของข้าเฟยอู๋จี้"
"เทียนเอ๋อร์ เ้า้าเข้าร่วมการประลองจริงๆเหรอ?" เฟยเหมยฮวาถามด้วยความเป็ห่วง
"ขอรับท่านแม่ ท่านอย่าได้เป็ห่วงข้าเลย ข้าจะเอาอันดับหนึ่งมาให้ได้ ท่านแม่คอยดูข้าให้ดี" เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"โฮ โฮ่ อันดับหนึ่งเหรอ เทียนเอ๋อร์ ลองแสดงความแข็งแกร่งของเ้าให้ข้าได้เห็นหน่อย" เฟยอู๋จี้อยากที่จะทดสอบความสามารถของชายหนุ่ม
"ได้ขอรับท่านพ่อ"
เขาปล่อยมือจากอ้อมกอดมารดา เดินไปกลางห้อง พร้อมกับปล่อยรัศมีพลังของกายเนื้อแท้จริงขั้นห้าออกมา
-ครืน- -ครืน-
เกิดแรงสั่นะเืรอบๆห้องทันที
เฟยหลิงเทียนยืนอยู่กลางห้องมีรัศมีพลังสีแดงล้อมรอบ น่าเกรงขามเป็อย่างยิ่ง ชายหนุ่มปลดปล่อยพลังกายเนื้อออกมาเพียงห้าส่วนเท่านั้น ไม่ได้ปล่อยพลังกายเนื้อออกมาเต็มสิบส่วนทั้งหมด ถึงยังงั้นก็ทำให้ห้องทำงานใหญ่สั่นะเืได้ ถ้าปล่อยเต็มสิบส่วน ห้องทำงานคงจะถล่มพังทะลายทันที
"กายเนื้อแท้จริงขั้นที่ห้า !!! " เฟยอู๋จี้กับเฟยเหมยฮวาเผยใบหน้าที่ตื่นตะลึง
หลังจากที่ให้พ่อกับแม่เขาได้เห็นพลังที่แท้จริง เฟยหลิงเทียนก็ควบคุมพลังให้กลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
"เป็อย่างไรบ้างท่านพ่อ" เฟยหลิงเทียนถามด้วยรอยยิ้ม
"ยอดเยี่ยม ยอดเยี่ยม ที่บอกว่าจะเอาอันดับหนึ่งของการประลองมานั้น น่าจะมีสิทธ์ลุ้นอยู่" เฟยอู๋จี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม
เฟยเหมยฮวาที่อยู่ด้านข้างก็เผยใบหน้าที่มีความสุขที่เห็นบุตรชายแข็งแกร่ง
"หมายความว่าอย่างไรขอรับท่านพ่อ? ที่บอกว่ามีสิทธ์ลุ้น" เฟยหลิงเทียนสอบถามทันที
เฟยอู๋จี้เปลี่ยนเป็สีหน้าจริงจัง
"เพราะในปีนี้จะมีคนจากสี่ตระกูลใหญ่มาเข้าร่วมด้วย"
"ใครบ้างหรือขอรับ?" เฟยหลิงเทียนถามด้วยความอยากรู้
"คนแรก นายน้อยตระกูลหม่า 'หม่าเฉิง' อายุสิบเจ็ดปี กายเนื้อแท้จริงขั้นสี่ เป็ที่จับตามองของสำนักเต่าทมิฬเพราะมันได้ฝึกฝนกายเนื้อ ลูกศิษย์จำนวนมากของสำนักเต่าทมิฬส่วนใหญ่ล้วนแต่ฝึกฝนกายเนื้อ"
"คนที่สอง นายน้อยตระกูลม๋อ 'ม๋อเส้าเฟิน' อายุสิบหกปี ลมปราณแท้จริงขั้นสาม เป็ที่จับตามองของสำนักวิหคเพลิง เพราะตระกูลม๋อเป็ตระกูลที่ใช้ลมปราณเปลวเพลิง"
"คนที่สาม คุณหนูตระกูลเยว่ 'เยว่หลาน' อายุสิบหกปี ลมปราณแท้จริงขั้นสี่ นางจะไปเข้าสำนักัฟ้าในปีนี้"
"คนสุดท้าย นายน้อยตระกูลไป๋ 'ไป๋อวิ๋น' อายุสิบเจ็ดปี มีข่าวลือว่าไป๋อวิ๋นทะลวงสู่ ลมปราณแท้จริงขั้นห้าแล้ว และผู้าุโจากสำนักพยัคฆ์ขาวก็มาเชิญเขาไปเป็ศิษย์หลักแล้วด้วย"
"ทั้งสี่คนล้วนเป็ว่าที่ศิษย์หลักของสี่สำนักใหญ่นั่นเอง" เฟยอู๋จี้กล่าวด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
เฟยหลิงเทียนที่ได้ยินข้อมูลอัจริยะของสี่ตระกูลใหญ่ก็เผยรอยยิ้มบางๆออกมา
'อย่างนี้ค่อยน่าสนุกขึ้นมาหน่อย'
เฟยอู๋จี้ที่ได้เห็นสีหน้าของบุตรชายก็อึ้งเล็กน้อย จากนั้นก็ยิ้มออกมา เขาไม่คิดว่าหลังจากที่บอกข้อมูลของอัจฉริยะสี่ตระกูลใหญ่ให้ฟังแล้วบุตรชายจะยิ้มออกมาคล้ายจะมีความมั่นใจเป็อย่างมาก
"เ้าอย่าประเมินพวกเขาต่ำเกินไปแล้วกัน การประลองในปีนี้อนุญาตให้ใช้อาวุธได้ หลังจากที่ได้ใช้อาวุธพลังของพวกเขาคงจะเพิ่มขึ้นมากอย่างแน่นอน" เฟยอู๋จี้กล่าวเตือนบุตรชาย
"ข้าไม่ประเมินพวกเขาต่ำไปแน่นอนขอรับท่านพ่อ" เฟยหลิงเทียนกล่าวด้วยใบหน้าจริงจัง
หลังจากที่ได้ยินบุตรชายกล่าว เขาก็สบายใจที่บุตรชายไม่ได้ประมาทคู่ต่อสู้
เฟยอู๋จี้บอกข้อมูลเกี่ยวกับงานประลองที่จะเริ่มในอีกห้าวันและรายละเอียดอีกเล็กน้อย แล้วให้บุตรชายไปพักผ่อน
หลังจากที่เฟยหลิงเทียนคารวะและออกจากห้องไปนั้น เฟยอู๋จี้ได้มองไปนอกหน้าต่างเผยให้เห็นใบหน้าที่มีรอยยิ้ม
'การประลองที่ใกล้เข้ามานี้ ชักจะน่าสนใจขึ้นเรื่อยๆแล้ว ข้าจะได้ลงพนันข้างบุตรชายของข้า ฮ่าๆ'
........................................................................