ประกายไฟสีส้มสว่างวาบเป็จังหวะ สอดประสานกับเสียงหนักแน่นของค้อนปอนด์ที่กระทบลงบนทั่งเหล็กดั่งท่วงทำนองในนรกขุมที่ร้อนระอุ กลิ่นโอโซนไหม้และเขม่าควันแร่ธาตุอบอวลไปทั่วห้องซ่อมแซมใต้ดินอันมืดสลัวของบ้านถ้ำ ไอร้อนที่พวยพุ่งขึ้นมาจากอ่างน้ำมันหล่อเย็นคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ บ่งบอกถึงการทำงานอย่างตรากตรำตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา
ตลอดสามวันแรกหลังจากผ่านการสอบคัดเลือก อาลอนจมตัวเองอยู่เื้ัโต๊ะงานช่างตัวยาว เขาและอาดัมช่วยกันถอดแยกชิ้นส่วนโครงสร้างจากกองขยะจักรกลที่เก็บสะสมมานาน เพื่อค้นหาแร่ผลึกและอะไหลโลหะหายากที่รอดพ้นจากการะเิ นำมาคัดสรรและสกัดแยกเอาเฉพาะเนื้อโลหะบริสุทธิ์เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการปรับแต่งครั้งสำคัญ
แสงสีฟ้าในลานสายตาซีกซ้ายของอาลอนหมุนวนประมวลผลคำนวณรหัสลับแห่งจักรกลอย่างไม่หยุดนิ่ง
[System 377: Right Mechanical Arm Optimization Protocol...]
[Installing Module: Pressure Transfer Vent (ช่องถ่ายโอนพลังงานแรงดันสูง)]
[Status: Integrating Spectrum Prana Flow Loop...]
ปัญหาใหญ่ของแขนขวาจักรกลยามต้องเข้าปะทะหนัก คือการรับแรงอัดมหาศาลของคลื่นปราณหลากสีที่เขามักจะถ่ายโอนลงไป หากไร้ซึ่งระบบระบายความร้อนและแรงดันที่แม่นยำ โครงสร้างเกราะข้อมือจะเข้าสู่สภาวะโอเวอร์โหลดและปริแตกจากภายใน อาลอนจึงออกแบบวาล์วระบายแรงดันแบบซ้อนชั้นขึ้นมาใหม่ เพื่อให้มันสามารถสลัดไอร้อนมหาศาลออกจากข้อต่อได้ภายในเสี้ยววินาที
อาดัม ช่างเหล็กเฒ่าในชุดเอี๊ยมหนังที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำมัน ยืนกอดอกมองดูการเคลื่อนไหวอันถี่ถ้วนและแม่นยำเกินมนุษย์ของลูกชายด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิ ชายเฒ่าเดินไปยังหีบเหล็กคล้องกุญแจหนาหนักที่มุมห้อง ก่อนจะหยิบวัตถุชิ้นหนึ่งซึ่งห่อด้วยผ้าน้ำมันสีหม่นออกมาอย่างทะนุถนอม
เมื่อคลายผ้าออก แสงสีเทาเงินประหลาดพลันสะท้อนกับแสงจากเตาหลอม... มันคือ “เหล็กกล้าผสมแร่ดาวตก” ก้อนขนาดเท่ากำปั้น พื้นผิวมีรอยเว้าแหว่งตามธรรมชาติซึ่งแผ่ออร่าความหนาแน่นอันน่าเกรงขามออกมา
“อาลอน...” อาดัมเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและจริงจัง เขายื่นก้อนเหล็กดาวตกส่งให้ลูกชาย “นี่คือสิ่งที่ข้าขุดเจอในร่องหินลึกเมื่อสี่สิบปีก่อน ข้าเก็บมันไว้เพราะคิดว่าจะใช้สร้างอาวุธในตำนานของตัวเอง แต่วันนี้ ข้าคิดว่ามันควรไปอยู่ในแขนของเ้ามากกว่า”
อาลอนรับก้อนโลหะเย็นเยียบทว่าหนักอึ้งนั้นมาถือไว้ ั์ตาสีดำสนิทกะพริบแสงประมวลผลอย่างรวดเร็ว [Material Integrity: 99.8% Density / Impact Resistance: S-Class]
“พ่อครับ...”
“หลอมมันลงไปที่แกนหมุนไหล่และข้อศอกซะ อาลอน” อาดัมตบไหล่ลูกชายเบาๆ พลางเอ่ยคำสอนที่เขายึดถือมาตลอดชีวิต “จำไว้นะเ้าลูกชาย... เครื่องจักรที่แข็งแกร่งที่สุด ไม่ใช่เครื่องจักรที่พุ่งชนและทำลายทุกสิ่ง แต่คือเครื่องจักรที่สามารถรับแรงกระแทกจากความชั่วร้ายทั้งมวลได้... โดยไม่ปริแตกหรือพังทลายลงต่างหาก”
อาลอนนิ่งฟังและจารึกคำสอนของพ่อบุญธรรมลงในใจ ก่อนจะพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น เขานำเหล็กดาวตกเข้าสู่เตาหลอมแปรธาตุ หลอมรวมมันเข้ากับแกนข้อต่อสำคัญ จนกระทั่งแขนกลสีดำรมดำคู่ใจส่องประกายเงางาม ดูทรงพลังและพร้อมรับแรงปะทะที่เหนือกว่าเดิมหลายเท่าตัว
ในเช้าวันที่สี่ เสียงเคาะประตูเหล็กบานหนาหน้าบ้านถ้ำดังก้องกังวานดุจเสียงสัญญาณเตือนภัย ตึง! ตึง! ตึง!
เมื่อประตูเปิดออก ร่างกำยำของชาลัค ชายหนุ่มจากเผ่ายักษาก็บุกเข้ามาพร้อมรอยยิ้มยิงเขี้ยวอันเป็เอกลักษณ์ บนหลังของเขาแบกกระเป๋าหนังขนาดั์สองใบที่อัดแน่นไปด้วยท่อเหล็ก วาล์วไอน้ำความดันสูง และแกนลูกสูบแปรธาตุที่เขาสะสมไว้อย่างบ้าคลั่ง
“ไงเพื่อน! ข้าหอบอะไหล่สายแรงดันไอน้ำมาให้เลือกเพียบเลย!” ชาลัคทุ่มกระเป๋าลงบนโต๊ะช่างจนเกิดเสียงดังสนั่น ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว “ข้าคิดว่าถ้าเราจะไปลุยในวิทยาลัยคาลิฟา ปลอกแขนไอน้ำของข้ากับแขนกลของเ้า มันต้องมีทีเด็ดไว้ดัดหลังพวกขุนนางหน้าโง่พวกนั้นซะหน่อย!”
ตลอดสองวันเต็ม เตาหลอมใต้ดินของอาดัมได้กลายเป็ห้องทดลองวิจัยของสองอัจฉริยะต่างเผ่าพันธุ์ที่ทำงานสอดประสานกันอย่างน่าอัศจรรย์
ชาลัคถ่ายทอดทฤษฎี “การควบคุมจุดเดือดไอน้ำฉับพลัน” (Instant Steam Boiling Control) ให้อาลอน ซึ่งเป็การใช้พลังปราณพสุธาบีบอัดมวลน้ำในกระบอกสูบให้ะเิกลายเป็ไอน้ำความร้อนสูงในเสี้ยววินาที เพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนมหาศาลโดยไม่ต้องเสียเวลารอเครื่องทำความร้อน
ขณะเดียวกัน อาลอนใช้ระบบ 377 สแกนโครงสร้างปลอกแขนไอน้ำของชาลัค เพื่อช่วยปรับจูน “วงจรความถี่สเปกตรัม” ในช่องทางเดินไอน้ำใหม่ทั้งหมด เขาใช้นิ้วดัดลวดทองแดงและตะไบเกลียวฟันเฟืองด้วยความละเอียดอ่อนที่เครื่องจักรทั่วไปไม่อาจทำได้
กริ๊ก... ซ่าาาา!
เมื่อชาลัคทดลองเปิดวาล์วไอน้ำที่ข้อมือ ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้ั์หนุ่มถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง เสียงครางกระหึ่มของเครื่องยนต์ไอน้ำที่เคยดังจนน่ารำคาญกลับ เงียบลงถึง 40% ทว่าแรงอัดที่ปลดปล่อยออกมากลับพุ่งทะยานสูงขึ้นจนน่าสะพรึงกลัว
“เหวอออ! ให้ตายสิอาลอน!” ชาลัคกุมข้อมือตัวเองพลางหัวเราะลั่นด้วยความสะใจ “เ้าปรับแต่งให้มันเงียบเหมือนมือสังหาร แต่แรงอัดหนักเหมือนโดนขุนเขาตบหน้าได้ยังไงกันวะเนี่ย!”
“มันคือการลดแรงต้านของมวลอากาศในส่วนโค้งของท่อ” อาลอนตอบเสียงเรียบ พลางยื่นแก้วชาร้อนให้เพื่อน “เมื่อไร้ซึ่งแรงต้าน พลังงานย่อมถูกปลดปล่อยออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามสมการ”
ชาลัครับแก้วชาไปจิบ พลางเหม่อมองควันไอน้ำที่ลอยขึ้นสู่เพดานหิน “รู้ไหมอาลอน... คนส่วนใหญ่ในนครนี้คิดว่าเหล็กกล้าเป็แค่ของเย็นชืดที่เอาไว้ทำอาวุธฆ่าคน แต่การได้ทำงานร่วมกับเ้า มันทำให้ข้ายิ่งมั่นใจว่าพวกมันมีหัวใจ ข้าว่าเ้าอาจจะดูเยือกเย็นเหมือนผิวน้ำแข็งนะ แต่มือของเ้าเวลากระชับเครื่องมือ... มันกลับอบอุ่นและพึ่งพาได้ยิ่งกว่าพวกขุนนางจอมปลอมพวกนั้นซะอีก”
อาลอนมองั์หนุ่มตรงหน้า ั์ตาสีดำสนิทกะพริบแสงสีฟ้าแ่เบาในลานสายตา
[System 377: Target Profile Update - Chalack]
[Relationship Status: Blood-Bound Ally / Absolute Trust]
"ขอบคุณนะ ชาลัค..." อาลอนเอ่ยเบาๆ
ในคืนวันที่หก หลังจากกรำงานช่างจนดึกดื่น อาลอนและชาลัคนั่งพักอยู่รอบกองไฟเล็กๆ ในโรงซ่อม บรรยากาศที่เคยผ่อนคลายเริ่มตึงเครียดขึ้นเมื่อชาลัคเริ่มเล่าข้อมูลที่เขาไปสืบมาจากตลาดมืดในนครหินผา
“อาลอน... อาทิตย์หน้าเรางานเข้าแน่” ชาลัคขมวดคิ้วเข้ม “ข้าได้ยินพวกสายข่าวในตลาดมืดพูดกันว่า พวกขุนนางนำโดย อาซิม ได้รับการหนุนหลังอย่างลับๆ จากรองผู้อำนวยการ ฮาซัน พวกมันใช้อำนาจเงินยึดครอง ‘หอคอยผลึกเวท’ ซึ่งเป็หอพักระดับสูงเอาไว้ทั้งหมดแล้ว”
“แล้วนักศึกษาที่ไม่มีเส้นสายแบบพวกเราล่ะ?” อาลอนถามด้วยความสงบ
“พวกเราจะถูกส่งไปลงรูที่ ‘หอพักป้อมปราการสนิมแดง’” ชาลัคพ่นลมหายใจทิ้งอย่างเซ็งๆ “มันคือซากเขื่อนกลไกโบราณที่ถูกทิ้งร้าง ที่นั่นไม่มีกฎหมาย ไม่มีอาจารย์คุ้มครอง... สภาหินผาและวิทยาลัยตั้งใจปล่อยให้พวกรากหญ้าและคนนอกอย่างพวกเรากัดกันเองเพื่อคัดเฉพาะคนที่แข็งแกร่งที่สุด”
ชาลัคเอนตัวมากระซิบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด “และที่ร้ายที่สุด มีข่าวว่าอาซิมลอบสั่งซื้อ ‘อาวุธเวทมนตร์ต้องห้าม’ มาเตรียมไว้แล้ว มันประกาศกร้าวว่าจะกวาดล้างและหักขาเ้าั้แ่วันแรกที่ก้าวเท้าเข้าหอพัก!”
อาลอนฟังคำเตือนนั้นด้วยใบหน้าที่สงบนิ่งดุจผิวน้ำแข็ง ไร้ซึ่งร่องรอยความตื่นตระหนก สายตาของเขามองผ่านควันไฟ ขณะที่ระบบ 377 ในสมองกลซีกซ้ายเริ่มต้นประมวลผลกลยุทธ์รับมือล่วงหน้าทันที
[System 377: Threat Assessment - Asim's Faction & Hassan's Influence]
[Location: Red Rust Citadel Dormitory]
[Generating Ambush Countermeasures... 12 Tactical Simulations Loaded]
‘หอพักไร้กฎหมาย... สถานที่ที่คนแปลกแยกต้องเข่นฆ่ากันเองงั้นหรือ?’ อาลอนคิดในใจอย่างราบเรียบ ‘แปลว่าถ้าข้าจะตอบโต้ หรือทำลายขั้วอำนาจของอาซิมที่นั่น... ข้าก็ไม่จำเป็ต้องเกรงใจกฎข้อบังคับโง่ๆ ของวิทยาลัยเช่นกัน’
“ปล่อยให้พวกมันมา...” อาลอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานทว่านิ่งสงบ “ป้อมสนิมแดงอาจจะเป็นรกสำหรับคนอื่น... แต่สำหรับพวกเรา มันคือสนามประลองที่ไม่มีใครมาคอยห้ามมือต่างหาก”
คืนสุดท้ายก่อนการเดินทาง...
คืนสุดท้ายก่อนการเดินทาง ห้องโถงของบ้านถ้ำถูกเนรมิตให้กลายเป็โต๊ะอาหารมื้อใหญ่อันแสนอบอุ่น กลิ่นหอมกรุ่นของสตูว์เนื้อเคี่ยวสมุนไพร ขนมปังธัญพืชอบใหม่ และน้ำชาหวานร้อน อบอวลไปทั่ว มารียา แม่บุญธรรมของเขา ตักเนื้อชิ้นโตใส่จานให้อาลอนอย่างต่อเนื่อง พลางใช้ชายเสื้อเช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าอยู่ตลอดเวลา
“กินเยอะๆ นะลูก...” มารียาฝืนยิ้มแม้เสียงจะสั่น “ไปอยู่ที่นั่น... ไม่รู้ว่าจะได้กินของดีๆ แบบนี้ไหม อย่าลืมดูแลตัวเองและอย่าหักโหมจนเกินไปนะ อาลอน”
“ขอบคุณครับแม่” อาลอนก้มมองจานอาหาร หัวใจฝั่งมนุษย์ที่เหลืออยู่ััได้ถึงความรักอันบริสุทธิ์นั้นอย่างลึกซึ้ง
หลังมื้ออาหาร ไรล่า น้องสาวตัวน้อยวัยแปดขวบ วิ่งเข้ามาหาอาลอน สองมือเล็กๆ ของเธอกำวัตถุชิ้นหนึ่งไว้แน่น เด็กน้อยยื่นมันขึ้นมาให้อาลอนด้วยใบหน้าจริงจัง
มันคือ “จี้ห้อยคอฟันเฟืองไม้แกะสลัก” รูปทรงฟันเฟืองสองชิ้นที่ขบกันอย่างประณีต แม้รอยแกะสลักจะดูไม่เรียบเนียนนักเพราะนิ้วเล็กๆ ของเธอถูกไม้บาดระหว่างทำ แต่ััของมันกลับเต็มไปด้วยความตั้งใจที่เธอพากเพียรมาตลอดหนึ่งสัปดาห์
“หนูแกะเองกับมือเลยนะพี่อาลอน!” ไรล่าพูดด้วยน้ำเสียงสดใส “พี่ต้องสวมติดตัวไว้ตลอดเวลานะคะ เวลาคิดถึงหนู พ่อ หรือแม่ ก็แค่มองฟันเฟืองนี้... มันจะช่วยปกป้องพี่จากพวกคนใจร้ายในวิทยาลัย!”
อาลอนย่อตัวลง ั์ตาสีดำสนิทจ้องมองจี้ไม้แกะสลักในมือ เขานำสายหนังมาผูกและสวมจี้ไม้นั้นไว้ที่คออย่างระมัดระวัง
ทันทีที่ััไม้ทาบลงบนอกซ้าย แสงสีฟ้าในดวงตาข้างซ้ายของอาลอนก็กะพริบตอบรับอย่างลึกซึ้ง
[System 377: New External Artifact Detected]
[Core Data Override: Locking 'Wooden Gear Pendant' as PRIMARY HUMAN ANCHOR]
[Directive: Maintain Human Consciousness & Emotional Balance]
‘สมอเรือแห่งจิติญญามนุษย์...’ อาลอนยกมือขึ้นแตะจี้ไม้เบาๆ รอยยิ้มบางๆ ที่หาได้ยากปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย “พี่จะสวมมันไว้ตลอดเวลา... ไรล่า”
เช้าตรู่วันถัดมา... หมอกควันไอน้ำและแสงตะวันสีส้มแรกของวันทอดผ่านร่องเขา
อาลอนยืนอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนาในชุดช่างสีเข้มที่ดูทะมัดทะแมง รวบชายกางเกงเข้ากับรองเท้าบูทหนังอย่างเรียบร้อย เขาสะพายกระเป๋าเครื่องมือและอะไหล่ทรงยาวไว้บนหลัง เหรียญตราโลหะสีทองประจำตัวนักศึกษาส่องประกายวาววับออกมาจากกระเป๋าเสื้อกั๊ก
อาดัม มารียา และไรล่า ยืนส่งเขาอยู่หน้าประตู รอยยิ้มและแววตาที่เป็ห่วงของครอบครัวอบอวลอยู่ท่ามกลางอากาศเย็นเยียบในยามเช้า
"เดินทางปลอดภัยนะลูก..." มารียาโบกมือ
"ไปแสดงให้พวกมันเห็น... ว่าช่างแห่งป้อมสนิมแดงยิ่งใหญ่แค่ไหน!" อาดัมคำรามพลางชูกำปั้น
อาลอนหันหลังกลับและก้าวเดินออกจากบ้านถ้ำมุ่งหน้าสู่สถานีรถรางไอน้ำอย่างมั่นคง ไร้ซึ่งความลังเลหรือความประหม่า สายลมทะเลทรายพัดผ่านเรือนผมสีดำสนิทของเด็กหนุ่ม ขณะที่ระบบ 377 บันทึกคำปฏิญาณอันแน่วแน่เข้าสู่แกนความทรงจำหลัก
‘ไม่ว่าวิทยาลัยแห่งนั้นจะเป็นรก เตาหลอม หรือสมรภูมิที่เน่าเฟะเพียงใด...’
‘ข้าจะเหยียบย่ำทุกอุปสรรค คำลวง และความอยุติธรรมขึ้นไป... ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น จนกระทั่งไม่มีอำนาจใดในโลกใบนี้สามารถมารังแกครอบครัวของข้าได้อีกเป็อันขาด!’