(จบแล้ว) ทำสวน? ใครว่าง่าย | Its not easy to be a farmer

    บทที่ 84 มุมมืดของลอร์ดเดวิด

    บทที่ 84

    มุมมืดของลอร์ดเดวิด



    คำตอบรับของกิลเบิร์ตที่เพิ่งส่งกลับมา ทำให้คิทเริ่มเบาใจไปอีกเปลาะหนึ่ง เขาได้แจ้งข่าวสำคัญเกี่ยวกับความสงสัยของตนถึงท่านพ่อที่รัสเซล และท่านตาของตนที่เทราสเรียบร้อยแล้ว


    ข้อความของท่านตาและท่านน้า ที่ตอบกลับมา พร้อมประวัติคร่าว ๆ ของกริมเมลทำให้เขารู้สึกสงสัย ครูฝึกที่เป็นทหารกล้าของเมืองปราการได้เกิดและเติบโตที่เทราส เขามีอายุห้าสิบกว่าปี และเคยร่วมศึกกับลอร์ดเอ็ดวินตั้งแต่อายุ 13 พฤติกรรมและลักษณะนิสัยค่อนข้างอยู่ในกรอบของนักรบที่ดุดันและรักพวกพ้องมาก ทำให้ฝั่งเทราสค่อนข้างสับสนทีเดียวเมื่อการสอนของคนที่ตนไว้ใจ กลับผิดเพี้ยนตามคำบอกเล่าของคิท

    นอกจากการฝึกฝนร่างกายแล้ว สิ่งแรกที่นักรบแห่งเทราสควรจะสอนคือนิสัยรักพวกพ้องดั่งพี่น้องและการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มเพื่อปูทางไปสู่ขั้นตอนการเรียนรู้กระบวนรบในภายหลัง หลายฝ่ายจึงยังคิดไม่ตกว่าสิ่งใดทำให้กริมเมลเปลี่ยนไป ถึงขั้นลงมือสอนสั่งอีธานให้กลายเป็นเด็กที่เย่อหยิ่งและบ้าอำนาจกับคนแปลกหน้า

    ครอบครัวของกริมเมลที่เทราสถูกควบคุมตัวไว้รอการสอบสวนในขั้นต่อไป ลอร์ดแห่งเทราสเขียนจดหมายตอบกลับอย่างเป็นทางการเพื่ออนุญาตให้หลานของตนสามารถสืบความได้อย่างเต็มที่ เขาเองก็อยากรู้ต้นเหตุความเปลี่ยนแปลงของสหายเก่าเช่นกัน สัญญาณไฟเขียวจากท่านลอร์ดทั้งสามทำให้การสอบสวนดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอน ข้อเท็จจริงคงถูกเปิดเผยในเร็ววัน

    กระบวนการคัดเลือกทหารอย่างเข้มงวดจำนวนไม่กี่สิบคนได้เสร็จสิ้นลงเมื่อไม่นานมานี้ ขณะเดียวกันท่านลอร์ดแห่งเรดวู้ดกำลังรอรับครูฝึกสามท่านที่ทางกิลเบิร์ตกำลังส่งตัวมาอย่างเร่งด่วน คิทได้พูดคุยกับทหารที่ผ่านการคัดเลือกทุกคนแล้ว พร้อมกับอธิบายว่าความต้องการของเขาคือสิ่งใด

    ทุกคนยอมรับงานในอนาคตของตนเองเรียบร้อย แถมยังรู้สึกดีใจที่ได้รับใช้แดนเหนือด้วยหน้าที่สายข่าวที่สำคัญยิ่ง


    เพียงสองวันหลังจากนั้น ครูฝึกทั้งสามก็มาถึง...


    “ลอร์ดเดวิดขอรับ คนของท่านกิลเบิร์ตมาถึงแล้วขอรับ”

    “ขอบคุณมาร์ติน เชิญพวกเขาเข้ามาได้เลยครับ” คิทวางงานของตนลงชั่วคราว หลังจากนั้นก็เริ่มสังเกตครูฝึกที่ถูกส่งมาด้วยความสงสัย มีเพียงชายหนุ่มผู้แข็งแกร่งและปราดเปรียวคนเดียวเท่านั้น ที่เหลืออีกสองคนเป็นหญิงสาวที่สวยสะพรั่งน่าหลงใหล และเป็นเด็กหนุ่มอีกคนที่น่าจะมีอายุไม่ต่างจากเขาเท่าไหร่

    “ดูท่าท่านชายจะแปลกใจ ฮิ ๆ ข้ามีนามว่าคาร์น่า นี่คือจอห์น” เธอผายมือไปยังชายหนุ่มร่างใหญ่ ก่อนจะเปลี่ยนทิศมายังเด็กหนุ่มอีกคน “ส่วนเด็กคนนี้... เขามีนามว่าเดวิดค่ะ”

    “อา...” คิทยิ้มรับ จริง ๆ แล้วชื่อเดวิดมันก็เป็นชื่อที่พ่อแม่นิยมมาก และมีใช้ทั่วไปในดินแดนจนเขาไม่รู้สึกแปลกใจ “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ”

    “ผมคิดว่าทุกท่านคงทราบแล้วว่าต้องมาฝึกทหารหน่วยข่าวให้กับผม เรื่องค่าจ้างได้รับการตกลงเรียบร้อยหรือยังครับ”

    “ท่านกิลเบิร์ตตอบแทนความต้องการของพวกเราเรียบร้อยแล้วค่ะ ที่จริงแล้ว...” ขาเรียวสวยแหวกชุดคลุมยาวระหว่างเดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทียั่วยวน “พวกเราทั้งสามเป็นทรัพย์สินของท่านชายอย่างถาวรแล้วนะคะ จะให้สนองความต้องการอะไร... ก็ได้ทั้งนั้น” กลิ่นหอมโชยเข้าจมูกจนทำให้คิทคอแห้ง ท่านชายจึงได้แต่ย่นคิ้วพร้อมกลืนน้ำลายดังอึกเมื่อได้ยินคำพูดกำกวม


    สติเขายังมีอยู่... ครบทุกประการ ไม่นานนักใบหน้าหล่อเหลาก็ยิ้มอย่างมีเสน่ห์แวบหนึ่ง หลังจากนั้นเขาก็กลั้นหัวเราะ ไม่ใช่เพราะเขาขำในท่าทางของเจ้าหล่อน แต่เพราะหันเป็นเห็นท่าทางลุ้นระทึกของครูฝึกอีกสองคนที่เหลือ


    “ข้าเข้าใจแล้ว ไว้มีอะไรจะเรียกใช้แน่นอน งานปัดกวาดคฤหาสน์ไม้ดำหนักหน่อยนะครับพี่สาวคนสวย” ความต้องการของท่านชายในร่างหนุ่มน้อยแสนหล่อเหลา คือ การเรียกใช้ให้ทำความสะอาดเสียนี่


    สหายอีกสองคนที่เหลือพยายามกลั้นขำสุดความสามารถ แต่ก็ทำได้ไม่นานนัก...


    “ฮ่า ๆ ๆ เจ้าแพ้ อย่าลืมค่าเหล้ามื้อเย็นล่ะ” ดูเหมือนทั้งสามจะพนันบางสิ่งเอาไว้ คงเป็นบททดสอบเจ้านายคนใหม่กระมัง หญิงสาวสุดสวยเดินสะบัดก้นกลับไปที่เดิมแล้ว ก่อนจะเริ่มอธิบายหน้าที่ของพวกตนให้ได้ฟัง


    คาร์น่า เป็นผู้ฝึกฝนความอดทนต่อสิ่งยั่วยวนให้กับสายข่าวทั้งหลาย เธอมีทักษะและความรู้ที่ยอดเยี่ยมสำหรับการล้วงความลับที่โดดเด่นมากทีเดียว แถมยังได้นัดแนะทีมงานของตนเองให้มาช่วยฝึกฝนทหารกลุ่มใหม่แล้ว

    ครูฝึกหนุ่มน้อยที่มีนามเหมือนกับท่านลอร์ดมีความสามารถอันเก่งกาจด้านการหลบซ่อนและสืบค้นข่าวในที่ลับ มันเป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมของผู้เคยเป็นขอทานในเมืองใหญ่มาก่อน คิทไม่แน่ใจว่าการฝึกของเขาจะเป็นเช่นไร และนึกไม่ออกจริง ๆ ว่าทหารพวกนั้นจะต้องเจอกับบททดสอบอะไรบ้าง

    ส่วนจอห์นผู้มีร่างกายปราดเปรียวทะมัดทะแมงจะเป็นครูฝึกที่จะทำหน้าที่พัฒนาศักยภาพทางกาย เขาเสนอตัวนำทหารหกสิบนายเข้าฝึกในป่าหน้าหนาวที่แสนจะทรหด คิทเป็นกังวลอยู่มากทีเดียว จึงได้ย้ำเตือนให้จอห์นเข้าใจถึงหลักการของเขา...


    ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม... ชีวิตสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เขาไม่อยากให้เกิดการสูญเสียจากการฝึกฝนอันโหดร้าย ทุกคนย่อมมีความถนัดไม่เหมือนกัน ไม่ผ่านการฝึกก็ควรจะทำหน้าที่อื่น ไม่ใช่รอรับความตายอย่างไร้เหตุผล


    จอห์นเข้าใจความคิดนั้นแล้ว เขานับถือและผิดหวังเล็กน้อยที่ลอร์ดแห่งเรดวู้ดยังไม่เด็ดเดี่ยวมากพอ ทว่า... บ่ายวันนั้นความคิดของทั้งสามก็เปลี่ยนไป เมื่อพวกเขาต้องไปพบผู้ทำหน้าที่ฝึกฝนอีกสองท่านที่อาคารผู้ตรวจการกลาง ทันทีที่เห็นใบหน้าอันเย็นชาและไร้อารมณ์ของวิลเลี่ยม พร้อมกับรอยยิ้มน่าขนลุกของคอลลิน คาร์น่าถึงขนาดผงะถอยหลังตามสัญชาตญาณของตนเอง


    “อ้าว กลุ่มสิบหกพิราบแห่งรัสเซลนี่นา” คอลลินเอ่ยทักทายเหมือนรู้จักอีกฝ่ายดี “เบอร์สองยังสบายดีหรือเปล่า ข้าคิดถึงจะแย่”

    “ไอ้โรคจิต! พี่ชายข้ายังสบายดี เขารอเชือดคอเจ้าทุกวี่วัน ไม่นึกว่าจะหลบหัวมาอยู่ที่นี่”

    “แหม... เจ้าคิดเจ้าแค้นจังนะคนสวย ข้าแค่หยิบกระปุกยาไปทาแผลให้พี่เจ้าผิดก็เท่านั้น หลังจากนั้นก็ช่วยรักษาจนหายดีเชียวนะ ยังโกรธแค้นข้าอีกหรือ” บทสนทนานี้เป็นสิ่งที่ท่านชายไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ เขาจึงตัดสินใจถามความหลังออกไป


    ‘เบอร์สอง’ ของกลุ่มสิบหกพิราบ เป็นโค้ดเนมที่พี่ชายของคาร์น่าใช้อยู่ เขา ‘เคยเป็น’ เพื่อนสนิทของคอลลิน และยังเคยทำภารกิจด้วยกันหลายครั้ง ทว่า... วันหนึ่งที่ออกทำภารกิจด้วยกันทำให้เบอร์สองได้รับบาดแผลใหญ่ที่ขา คอลลินพยายามช่วยเต็มที่แล้ว แต่ระหว่างทำแผลฉกรรจ์เจ้านั่นดันหยิบขวดเกลือแทนที่จะเป็นยาห้ามเลือด แถมยังโปะเข้าไปเต็มที่อย่างไม่ยั้งมือ

    ความเจ็บปวดนั้น... เกินคำอธิบายด้วยภาษาของมนุษย์นัก ผู้บาดเจ็บกรีดร้องสุดชีวิตพร้อมทั้งน้ำตา แต่เจ้าคอลลินกลับยิ้มอย่างชอบใจเสียอย่างนั้น รอยยิ้มชั่วร้ายบนใบหน้าทำให้อีกฝ่ายจำได้ขึ้นใจ แล้วตัดสัมพันธ์กับคอลลินอย่างถาวร เพราะไม่อาจมองเพื่อนรักแบบเดิมได้อีกต่อไป


    เป็นความสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดนัก เรียกว่าทั้งรักทั้งแค้นกระมัง?


    “อ่า... ข้าเข้าใจแล้วครับ” ท่านชายคนเก่งรู้สึกตากระตุกแปลก ๆ รู้สึกว่าทีมผู้สอนหน่วยข่าวคงจะนำความปวดหัวมาให้บ่อยพิลึก “ยังไงก็ต้องทำงานด้วยกัน ลืมความหลังไว้ก่อนนะครับ” เขายังอธิบายต่อว่าหน่วยข่าวรุ่นใหม่จะต้องได้เรียนรู้และฝึกฝนวิธีรีดความลับจากศัตรูอีกหลายรูปแบบ เผื่อจำเป็นต้องใช้ในอนาคต คาร์น่าจึงต้องพยักหน้ายอมรับอย่างช่วยไม่ได้

    “วิลเลี่ยม มีความคืบหน้าอะไรไหมครับ” อีกฝ่ายพยักหน้าแล้วผายมือไปยังที่คุมขังกลุ่มการค้าต้องสงสัย ทางเดินที่มืดและเงียบอย่างน่าขนลุกทำให้เหล่าครูฝึกจากรัสเซลลูบแขนตนเองเล็กน้อย


    กลิ่นคาวเลือดลอยมาต่อเนื่อง แต่เพราะรู้ดีว่ามันเป็นกลิ่นที่ไม่สดใหม่ คิทจึงไม่ทักท้วงอะไร


    “วิธีใช้น้ำและผ้าเปียกของท่านชาย อืม... ค่อนข้างมีประสิทธิภาพทีเดียว นอกจากจะไม่ทิ้งร่องรอยแล้ว คนพวกนี้ก็สารภาพออกมาจนหมด ข้าคิดว่าไม่มีอะไรหลงเหลือให้ค้นหาอีกแล้วล่ะครับ” คอลลินอธิบายแทนสหายพูดน้อย อีกสามคนจากรัสเซลมองมายังเจ้านายใหม่ด้วยความไม่เชื่อหูของตนเอง

    “อืม... ดีแล้ว” คิทยกยิ้มอย่างชั่วร้าย ภาพของคนก่อเรื่องพร้อมกลุ่มของเขา กำลังถูกรัดด้วยผ้าอย่างแน่นหน้าบนเตียงใหญ่ ไม่อาจทำอะไรตามอำเภอใจได้อีก “สรุปว่าเกี่ยวข้องกับที่ใด?”

    “คนพวกนี้ทำงานผ่านเส้นทางติดต่อที่โยงใยกันวุ่นวายเพื่อป้องกันการสืบกลับขอรับ ทว่าข่าววงในที่วิลเลี่ยมสืบมา สามารถบอกความโดยอ้อมได้... เมื่อไม่กี่เดือนก่อนมีการรับซื้อทาสเด็กอายุน้อยในตลาดมืดของลองอีริส เป็นคดีข้อพิพาทระหว่างประชาชนวินเดลกับพ่อค้าในลองอีริสมากทีเดียว”

    “เด็กพวกนั้นมาจากวินเดลหรือ?”

    “ส่วนใหญ่... มีบางคนที่พวกข้าหาข้อมูลไม่ได้ พวกเขาน่าจะมาจากที่อื่น...” วิลเลี่ยมตอบเสียงเรียบ จินตนาการของคิทรู้สึกว่าผู้ปกครองของสองดินแดนมีส่วนเกี่ยวข้อง

    “ข้าคิดว่าฮารัสกับฮาริน่า น่าจะเป็นลูกหลานของชนเผ่าในอินเซนเดีย แต่ที่แห่งนั้นใหญ่โตมาก พวกเราไม่สามารถสืบได้หรอกครับ...” ผิวสีแทนเข้ม กับดวงตาสีอำพัน หรือไม่ก็น้ำตาลเข้ม ล้วนเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของผู้คนในดินแดนแห่งนั้น แตกต่างจากผู้คนในเซริสที่มีผิวและดวงตาสีโทนอ่อน

    “อืม... เข้าใจแล้ว พวกมันหายตัวมาหลายเดือน แต่ทางนั้นก็ไม่ออกมาโวยวายเรื่องคนหาย...” คิทชายตาไปมองร่างของพ่อค้าชั่วแปดคนที่เคยรุมทรมานเด็ก และเคยเกี่ยวพันกับการค้าประเวณีผู้เยาว์ หัวใจของเขาก็เริ่มเย็นยะเยือก

    “ลบประวัติเข้าออกเมืองของคนกลุ่มนี้ซะ... พวกมันไม่เคยมาแดนเหนือ และก็ไม่รู้ว่าสาบสูญไปที่ไหน เข้าใจไหม”

    “ข้าคิดว่า จะเก็บพวกเขาไว้ให้ทหารกลุ่มใหม่ได้ฝึกฝน คงจะยอดเยี่ยมไม่ใช่น้อย ถ้าหากมีตัวทดลองจริงเช่นนี้” คอลลินพูดด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุกเหมือนเดิม

    “แล้วแต่คอลลินเลย จัดการอย่าให้เหลือร่องรอยด้วยเล่า แล้วก็...” คิทหันไปตบบ่าของทั้งสองคนที่ทำงานสอบสวนอย่างหนัก “ขอบคุณสำหรับรายงานครั้งนี้นะครับ”


    เรื่องราวในวันนี้จบลงอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ ลอร์ดเดวิดบอกลาครูฝึกทั้งสามด้วยใบหน้าอ่อนโยนพร้อมรอยยิ้มเหมือนเคย การฝึกของจอห์นในป่าใหญ่คงจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ต่อมา แล้วลากยาวไปอีกห้าเดือนข้างหน้า ทหารทั้งหลายได้เจอหน้าครูฝึกของตนเองแล้ว ขณะนี้จึงต้องออกไปเตรียมอุปกรณ์และเสบียงที่จะต้องใช้ฝึกฝนอย่างรวดเร็ว

    คาร์น่าจ่ายค่าเหล้าหลายเหยือกตามผลพนันที่มีติดค้างอยู่ หลังจากได้ดื่มเบียร์เย็น ๆ พร้อมกับแทะขากระต่ายย่าง ทั้งสามก็ถอนหายใจอย่างพร้อมเพรียง


    “แม้แต่กิลเบิร์ตก็ไม่รู้ว่านายท่านคนใหม่ของพวกเราโหดขนาดนี้ใช่ไหม”

    “อือ” คาร์น่าตอบเหมือนคนไร้สติ

    “ข้าไม่เข้าใจ... น้ำกับผ้าเปียกจะใช้ทรมานคนพวกนั้นจนสิ้นหวังได้อย่างไร” จอห์นดูจะหัวช้าที่สุดในกลุ่ม เดวิดจึงเสนอตัวอย่างแข็งขัน

    “ข้าพอจะนึกออก ลุงอยากลองไหม?” เด็กน้อยของกลุ่มเลียนแบบรอยยิ้มชั่วร้ายของคอลลินได้เหมือนจนน่าขนลุก จึงโดนกระดูกที่ยังเปื้อนน้ำลายซัดเข้าใส่หน้าเต็ม ๆ

    “ลุง!? ข้าแก่กว่าเจ้าแค่แปดปี ไอ้เด็กบ้า!”


    เสียงโวยวายของวันนั้น ถูกห้ามปรามโดยเหล่าทหารที่เดินตรวจรักษาความสงบอย่างรวดเร็ว

    หลังจากนั้นนายท่านคนใหม่ของครูฝึกทั้งสามก็ใช้งานพวกเขาได้อย่างคุ้มค่าทีเดียว