ระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน

    บทที่ 77

    บริเวณหน้าโรงเรียนคอสมาตินในเย็นวันนี้ ก็ยังคงมีผู้คนจำนวนหนึ่งมาเพื่อรอทานแพนเค้กแสนอร่อยนี้เช่นเคย แต่ถ้าสังเกตดูดีๆแล้ว จำนวนของผู้คนมีเยอะกว่าเมื่อวานเป็นไหนๆ และสามารถเปรียบเทียบได้ด้วยสายตาของเหล่าพ่อค้าแม่ค้าบริเวณนั้น นับว่ามันเป็นผลดีต่อพวกเขาที่สามารถขายของได้มากขึ้นเช่นกัน หากไม่นับกลุ่มของผู้คนที่เริ่มต่อแถวกันหน้าร้านของโอ๊ตแล้ว กลุ่ม 5 สาวดอกไม้สวรรค์ประจำโรงเรียนก็ยังคงเป็นกลุ่มแรกที่เข้ามาสั่งแพนเค้กของเขาเช่นเดิม และโอ๊ตก็ไม่ลืมที่จะเสนอเมนูใหม่ของเขาต่อพวกเธอไป พวกเธอทั้ง 5 คนดูตื่นเต้นเป็นพิเศษกับเมนูนี้ พวกเธอจึงสั่งทานคนละ 1 ชุดทันที“รสชาติมันจะเข้ากันได้เหรอคะพี่ชาย.. ดูแล้วมันออกจะดูแปลกๆไปสักหน่อย” โรสเอ่ยกล่าว พร้อมกับมองขั้นตอนในการทำเมนูนี้ข้างๆร้าน ซึ่งโอ๊ตก็เอาแต่ยิ้มเป็นคำตอบ เขาดูค่อนข้างมั่นใจกับเมนูนี้พอสมควร อีกอย่างเมื่อตอนมาถึง จัดตั้งร้านเสร็จ เขาก็เป็นผู้ทดสอบเมนูนี้เป็นคนแรก มันบอกได้คำเดียวเลยว่า ‘สุดยอด’ กระทะทำแพนเค้กสี่เหลี่ยมผืนผ้าถูกแบ่งเป็นสามส่วนตามแนวนอน ด้านที่หนึ่งคือด้านบนสุด และล่างสุดเป็นแป้งแพนเค้ก ส่วนแนวตรงกลางเว้นเอาไว้เป็นที่สำหรับเอาไว้ลงไข่ เมื่อแป้งด้านหนึ่งเริ่มสุก โอ๊ตก็พลิกตัวแป้งอย่างเชี่ยวชาญดูน่ารับประทาน ก่อนจะลงไข่เอาไว้ที่ช่องตรงกลางจำนวน 5 ฟอง ตามจำนวนออเดอร์จากกลุ่ม 5 สาว และเมื่อองค์ประกอบทุกอย่างเริ่มสุกเข้าที่ของมัน โอ๊ตก็บีบซอสมะเขือเทศ พร้อมกับโรยออริกาโนลงไป ก่อนจะเริ่มตัดพวกมันออกมาเป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม และประกอบร่างมันเป็นเบอร์เกอร์ตามชื่อของเมนูก็เป็นอันเสร็จสิ้น ก่อนที่เขาจะเริ่มบรรจุ และแจกจ่ายให้กับ 5 สาวเป็นหนูทดลองทันที กับเมนูใหม่ ‘เบอร์เกอร์แพนเค้กไข่ดาวกรอบ’ รูปทรงสี่เหลี่ยม“จริงๆพี่ชายตั้งใจจะขายมันในราคา 80-100 บาท แต่ก็ยังตัดสินใจไม่ได้ ถ้ายังไงก็รบกวนพวกน้องสาวประเมินให้พี่ชายหน่อยนะว่าควรจะขายเท่าไรดี.. ส่วนวันนี้กินฟรีไปเลยจ้า” โอ๊ตกล่าวกับทั้ง 5 สาวด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันมาเคลียร์กระทะของเขาเพื่อที่จะทำแพนเค้กชุดใหม่ให้กับเหล่าลูกค้าท่านอื่นต่อ“ถ้าอย่างนั้นไม่เกรงใจแล้วนะคะ..” ในขณะที่คนอื่นกำลังจ้องมองพิจารณาเจ้าเบอร์เกอร์นี้ ฟ้าหญิงสาวผู้ไม่สนเรื่องของหน้าตาก็อ้ากปากเตรียมที่จะทานมันเข้าไปเป็นคนแรก และเมื่อเธอกัดเข้าไปเสียงกรอบๆของไข่ดาวที่มันอยู่ตรงกลางระหว่างแพนเค้กกลับดังขึ้นมา ‘แกร๊กก!’ ทั้งๆที่ฟันของเธอกระทบกับเนื้อแพนเค้กที่อยู่ชั้นนอกก่อนจะถึงตัวไข่ดาวกรอบแท้ๆ ซึ่งมันเป็นอะไรที่น่าแปลกใจ และน่าสนใจจากผู้คนที่เห็นจริงๆ“งืมๆๆๆ อร่อยยย!..” ฟ้ากล่าวออกมาพร้อมกับทำหน้าฟินๆ เพื่อนๆที่เห็นอย่างนั้นก็เริ่มกัดเข้าไปบ้าง และแล้วอาการของพวกเธอก็ไม่ได้ต่างจากฟ้ามากเท่าไร โดยเฉพาะลินลี่ กับเฟยเฟย พวกเธอสองคนชอบมันพิเศษ ถึงขั้นอยากจะสั่งมันอีกเลยด้วยซ้ำ แต่ทว่าเป็นที่น่าเสียดาย เพราะว่าโอ๊ตยังไม่ตั้งใจที่ขายมัน เขาแค่ต้องการที่จะลองตลาดเท่านั้นเอง แม้ว่าเหล่าลูกค้าเรียกร้องให้เขาขายก็ตาม“พี่ชาย หนูคิดว่า 100 บาทมันดูค่อนข้างแพงไปสักหน่อย ตัวของแป้งแพนเค้กก็ถูกลดปริมาณลงพอสมควร หนูให้ความเห็นว่าถ้าพี่ขายมันในราคา 80 บาทน่าจะเหมาะสมที่สุดค่ะ” โรสกล่าววิเคราะห์ตามหลักความเป็นจริง ซึ่งโอ๊ตก็คิดตามเล็กน้อย ก่อนที่เขาเองก็เห็นด้วยเช่นกัน“ถ้าอย่างนั้นเมนูนี้ก็จะเริ่มขายวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน แต่มันก็คงยังมีการจำนวนที่จำกัดอยู่ดี.. หรือว่าพี่ชายยังไม่ควรที่จะขายมันดีนะ..” โอ๊ตที่ทำแพนเค้กให้กับลูกค้าท่านอื่นไปพร้อมกับคุยปรึกษากับโรส เธอคนนี้แม้จะยังเป็นเด็กมัธยม แต่ความคิดความอ่านของเธอนับว่าเหนือกว่าผู้ใหญ่บางคนเสียอีก นั่นจึงเป็นส่วนที่ทำให้โอ๊ตนับถือเธอ โรสที่ได้ยินอย่างนั้นเธอก็รีบเสนอความเป็นไปได้อื่นในทันที“แล้วถ้าพี่ชายขายเมนูนี้แค่วันเสาร์-อาทิตย์ล่ะคะ มันพอจะเป็นไปได้ไหม.. ส่วนวันธรรมดาพี่ก็ขายเพียงแค่แพนเค้กธรรมดาก็เพียงพอแล้ว..” โรสกล่าวกับโอ๊ต ซึ่งโอ๊ตก็เห็นด้วยกับความคิดของเธอ เพราะทุกวันนี้เพียงแค่ขายแพนเค้กก็วุ่นวายพอตัวแล้ว จะเพิ่มเมนูให้ตัวเองเหนื่อยในตอนเย็นมันก็ใช่เรื่อง แต่ถ้าเป็นวันเสาร์-อาทิตย์ที่ได้ขายเต็มวันมันก็ยังพอทำอะไรได้บ้างอยู่“ก็ดีเหมือนกัน พี่ชายจะได้มีเวลาเตรียมของไว้ขายด้วย.. พี่ชายคนนี้รบกวนน้องสาวตั้งหลายเรื่องเลยจริงๆ ขอบคุณมากนะครับ..” โอ๊ตกล่าวขอบคุณพร้อมกับยิ้มอย่างจริงใจ นอกจากเธอจะให้คำปรึกษากับเขาแล้ว เธอยังพยายามหาแหล่งรายได้อื่นๆให้กับเขาอีกด้วย“จริงสิ! หนูลืมไปเลย.. เดี๋ยวหลังจากที่พี่ชายขายของเสร็จ คุณพ่อของหนูอยากจะพบกับพี่ชายน่ะค่ะ คาดว่าน่าจะเข้ามาคุยเรื่องร้านที่โรงเรียนกวดวิชา ทำข้อตกลงอะไรประมาณนั้นแหละมั้งคะ.. วันนี้พี่ชายสะดวกหรือเปล่า” โรสกล่าว ส่วนโอ๊ตก็ไม่ได้ติดปัญหาอะไรมากนัก นอกจากทำธุระประจำวันเสร็จ ก็คงจะเป็นเรื่องของที่ซื้อมาจากห้างที่เขาจะต้องกลับไปเอาที่คอนโดก็เท่านั้น“ได้สิ! พี่ชายเองก็กำลังอยากคุยเรื่องนี้กับเราอยู่พอดีเลย ถ้าอย่างนั้นพี่ชายจะรีบทำแพนเค้กให้หมดก่อนที่พ่อของน้องโรสจะมาก็แล้วกัน..”โอ๊ตกล่าว โรสที่ได้ยินอย่างนั้นเธอก็พยักหน้ายิ้มรับคำพูดของพี่ชายตรงหน้า ก่อนที่เธอจะเดินเข้ามาข้างๆโอ๊ต และช่วยเหลืองานเล็กๆอย่างเช่น การห่อหีบ ใส่ถุง เก็บเงินจากลูกค้า เป็นต้น ในทีแรกโอ๊ตก็แย้งกับเธอด้วยความเกรงใจ แต่โรสก็อ้างว่ายังไงเธอก็ต้องรอคุณพ่อมารับอยู่ดี อีกอย่างเธอก็ไม่มีอะไรทำ จึงอาสาช่วยจะได้เสร็จงานเร็วๆ ด้วยเหตุผลเช่นนั้น โอ๊ตก็ไม่มีอะไรให้ต้องกล่าวปฏิเสธ และเขาเองก็สามารถทำงานได้เร็วขึ้นมากกว่าเดิม โดยที่ไม่ต้องทำขั้นตอนหลายๆอย่างที่โรสกำลังช่วยอยู่ในขณะนี้ และภาพที่ออกมามันเหมือนกับพ่อค้าแม่ค้าที่เป็นแฟนกันค้าขายอย่างมีความสุข เชี่ยวชาญ และเข้าขากัน.. ..อีกด้านหนึ่ง บนรถยนต์ที่จอดอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก..“ไอ้หนุ่มคนนั้นน่ะเหรอที่บังอาจมาเกี้ยวลูกสาวข้า.. ดูมันทำเข้าสิ!” ชายวัยกลางคนหนึ่งกล่าวออกมาด้วยความหมั่นไส้ชายหนุ่มคนนั้นที่กำลังใกล้ชิดกับลูกสาวของเขาเกินเหตุ ซึ่งเขาคนนี้คือพ่อของโรสนั่นเอง ชายผู้มีหนวดเคราที่ถูกตกแต่งอย่างดีคนนี้มีชื่อว่า ‘สมบัติ วิวัฒน์พัฒนกุล’ หนึ่งในตระกูลผู้มีเชื้อสายตรงของทั้งขุนนาง และราชวงศ์ของล้านนา (เมืองเชียงใหม่) ซึ่งถ้าให้พูดถึงอำนาจที่เขามีอาจจะเรียกได้ว่าค่อนข้างมาก ตระกูลของเขามีที่ดินเป็นหมื่นไร่ทั่วทั้งจังหวัดเชียงใหม่แห่งนี้ บางที่ดินตอนนี้ก็ถูกสร้างมาเป็นสนามบินบ้าง ตลาดค้าขายบ้าง ที่ดินตรงตลาดสดที่ใหญ่ที่สุดในเมืองกว่าครึ่งก็เป็นที่ดินของเขาเช่นกัน“นายครับ.. ให้ผมลงไปจัดการมันเลยดีไหมครับนาย” บอดี้การ์ดคู่กายที่เข้าใจความคิด ความรู้สึกของผู้เป็นนายดีเอ่ยถามออกมา เขาเป็นบอดี้การ์ดเคียงคู่สมบัติมานับ 10 ปีแล้ว ถึงเขาจะเป็นคนมีอายุเยอะแล้ว แต่ความเป็นมวยมันก็ไม่หายไปตามอายุ“จะบ้าเหรอ.. ทำอย่างนั้นหนูโรสก็ได้โกรธฉันตายกันพอดี เฮ้ออ..พี่สาวมันอีกคน อยู่บ้านเฉยๆดันไม่ชอบ ดันไปเรียนต่อที่อเมริกาซะอย่างนั้น.. แต่มันก็ยังดี ไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ดันไปสนิทกับทางตระกูลใหญ่อย่าง ณ สุวรรณภูมิได้ เอ็งว่าปีหน้าข้าลงสมัครเป็น ‘ผู้ว่า’ ดีไหม..”สมบัติกล่าวออกมาอย่างกลุ้มใจกับเรื่องลูกสาวคนเล็ก ก่อนที่เขาจะโยงไปถึงเรื่องลูกสาวคนโตที่ตอนนี้ไปเรียนแพทย์ต่อที่อเมริกา ภายใต้การสนับสนุนของตระกูลใหญ่ ซึ่งคาดว่ากลับมาน่าจะได้ทำงานรับใช้ตระกูลนี้ไปในตัว ใช่แล้วลูกสาวคนโตของเขาคือ ‘แพทย์หญิง หญิง วิวัฒน์พัฒนกุล’ นั่นเอง“ผมมีความเห็นว่าด้วยเส้นสายทางการเมืองของตระกูลใหญ่เช่นนั้น ด้วยตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด ถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ประกอบกับท่านที่เป็นผู้มีชื่อเสียงในจังหวัดอยู่แล้ว ยิ่งเป็นอะไรง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปากอีกครับนาย..” บอดี้การ์ดคนสนิทกล่าวตอบ“เฮ้ยๆๆ แกจะทำอะไรลูกสาวข้าวะไอ้หนุ่ม..” ดูเหมือนว่าสมบัติจะไม่ได้สนใจสิ่งที่บอดี้การ์ดกล่าวเลยแม้แต่น้อย เขากำลังจ้องมองชายคนขายแพนเค้ก กับลูกสาวของเขาอยู่ เหตุการณ์มันจับจังหวะกันตรงที่โรสนั้นไม่ได้ระมัดระวังมากพอ เผลอไปจับกับแพนเค้กที่มันกำลังร้อนๆทำให้เธอสะดุ้งตกใจเล็กน้อย โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็เผลอจับมือของโรสขึ้นมาดูอาการเช่นกัน และภาพที่ออกมามันเหมือนว่าทั้งคู่กับจับมือถือแขนจ้องมองตากันและกันอย่างกับคู่รัก“ดูมันทำสิวะ!.. ไม่ไหวแล้วเว้ยยยย..” จนในที่สุด สมบัติที่จ้องมองอยู่ก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป เขาเปิดประตูลงจากรถ พร้อมกับบอดี้การ์ดอีกสองคนเดินตามข้างหลังมา แน่นอนว่าพวกเขาก็มุ่งตรงไปยังโอ๊ต และโรสในทันที ส่วนทางด้านโรสกับโอ๊ตก็ไม่ได้คิดอะไรกัน พวกเขายังคงเรียกพี่ชายน้องสาวกันเหมือนอย่างเดิม ‘แป้งเหลือน้อยแล้ว เราควรเก็บเอาไว้สักหน่อย ยังไงเราก็ควรมีของให้คุณพ่อของน้องโรสสักหน่อย’ เมื่อโอ๊ตคิดได้ดังนั้น เขาจึงแจ้งกับลูกค้าว่าวันนี้แป้งหมดแล้ว และสามารถรองรับได้อีกเพียงแค่ท่านเดียวเท่านั้น ซึ่งลูกค้าที่ไม่ได้ทานก็ต่างเสียใจไปตามๆกัน ก่อนที่พวกเขาจะแยกกันไป เหลือเพียงลูกค้าคนสุดท้ายที่ต่อแถวอยู่ แต่ทว่าเจ้าลูกค้าคนนั้นกลับเป็นคนที่โอ๊ตนั้นคุ้นหน้าคุ้นตาดี เพราะเธอคนนั้นคือ..“อ้าว..ปิงปิงนี่ เธอมาทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะ จะได้ลัดคิวให้เลย..” โอ๊ตกล่าวทักพร้อมกับปิงปิงยิ้มกลับมาให้กับโอ๊ต แต่ทว่ามันก็เป็นอีกจังหวะเดียวกันกับที่พ่อของโรสเดินเข้ามาถึงตัวร้านในเวลาเดียวกัน“เฮ้ย ไอ้หนู.. เมื่อกี้แกทำอะไรลูกสาวที่น่ารักของข้ากันว่ะ..” 

    คล้ายกับเรื่องระบบกาชาอาชีพสุดแกร่ง กับ ทายาทมหาเศรษฐีสุดป่วน ที่คุณอ่าน