ฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน)

    ตอนที่ 49 วาร์ปไปดาวขยะ 1

    ตอนที่49 วาร์ปไปดาวขยะ1


    วิถีชีวิตของหลิวเย่ในตอนนี้หมุนเวียนเหมือนก่อนหน้านั่นคือ


    เช้าเข้าห้องเรียนบ่ายศึกษาด้วยตนเองหรือไปค่ายทหาร เย็นไปฝึกงานกับอาจารย์กู่กลางคืนฝึกฝนจนถึงเช้า


    ที่แตกต่างออกไปคือเพื่อนทั้งสามคนของเขาและอาจารย์กู่ต่างพากันเอ่ยขอเหล้านมม้าและนมแพะบ่อยครั้ง


    แน่นอนว่ารสชาติของมันหากใครได้ลิ้มลองย่อมเหมือนกับได้ล่องลอยในสวรรค์


    แม้กระทั่งเขาเองยังเคลิบเคลิ้มเมื่อได้ลองชิมครั้งแรกที่อาณาจักรลู่


    พรุ่งนี้เริ่มวันหยุดวันชาติซึ่งเขามีวันหยุดรวม5 วัน


    หลิวเย่เตรียมของใช้ที่จำเป็นหลายอย่าง


    เขาไม่แน่ใจว่าพิกัดแรกที่กระพริบวาบนั้นมันคือที่ใดกันแน่?


    จำเป็นต้องเตรียมพร้อมไว้ก่อน


    เมื่อได้เวลาถือฤกษ์ดีจากการใช้โปรแกรมคำนวณเวลาแห่งความเป็นศิริมงคล


    ……….


    เวลา 19.09 น.ห้องนอนของหลิวเย่เกิดแสงแว็บสว่างขึ้นชั่วครู่ก่อนจางหายไป


    “ตึ้งตั๊ง โป๊กตู้ม”


    “ตึ้งตั๊ง โป๊กตู้ม”


    เสียงดังกึกก้องจากการเทอะไรสักอย่างลงพื้นอย่างรวดเร็ว!


    หลิวเย่รู้สึกมึนงงและเหนื่อยเล็กน้อย!


    โอ้! แม่เจ้า!ที่นี่ไม่มีพลังฉีเลยแม้แต่น้อย!


    มันขาดแคลนยิ่งกว่าบนโลก!


    ออกซิเจนที่เขาต้องการมีต่ำกว่าโลกด้วย!


    มันเบาบางจนเขาหายใจอย่างอึดอัด!


    อากาศเย็นลงอย่างฮวบฮาบน่าตกใจ!


    เขากวาดสายตามองไปรอบๆอย่างแปลกใจและคิดว่า


    “นี่มันที่ไหนกัน? บรรยากาศรอบตัวรกร้าง! มีแต่ซากปรักหักพัง!”


    เขาโผล่มาในที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพังซึ่งอยู่ในอุโมงค์โค้งเป็นวงกลมสูงใหญ่จากพื้นถึง20 จั้ง(สิบเมตร)


    ทดสอบเปิดใช้งานสัมผัสสวรรค์


    ปรากฏว่ามันสามารถใช้งานได้แต่จำกัดระยะได้แค่500 เมตรเท่านั้น!


    ถอนหายใจโล่งอกเล็กน้อยยังดีที่สามารถใช้งานสัมผัสสวรรค์ได้


    เมื่อเขาทดสอบใช้พลังปราณเพื่อยกเสาเหล็กท่อนหนึ่งขนาดใหญ่


    เขาพลันเหนื่อยหอบทันที!


    ไม่สามารถใช้พลังปราณได้มากที่นี่!


    เขายังไม่ละความพยายามลองโบกมือเพื่อนำเสาเหล็กนั้นเข้ามิติพื้นที่


    ปรากฏว่ามันหายเข้าไปในมิติพื้นที่ได้!


    โอ้ นี่เขายังมีเครื่องมือเทพที่สามารถใช้งานที่แห่งนี้ได้


    มันเจ๋งมาก!


    ก้มมองดูท้องแขนซ้ายพบว่าพิกัดที่กระพริบวาบหายไปและกลายเป็นพิกัดปกติเหมือนอันอื่น


    เวลาบัฟเฟอร์คือห้าวัน


    เขาไม่แน่ใจว่าเวลาที่นี่กับที่โลกจะแตกต่างหรือเหมือนกัน


    “เอ๊ะ! นั่นอะไร!”


    ทันใดนั้นจากสัมผัสสวรรค์เขามองเห็นกล่องทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง3 เมตร สูง 3 เมตร ยาว 5 เมตร


    ซึ่งตั้งอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังที่ล้มลงมาเกือบปิดล้อมทั้งหมด


    แต่มีช่องขนาดหนึ่งเมตรที่คนสามารถลอดเข้าไปในกล่องที่ด้านหน้ามีร่องรอยของประตูที่ไม่คล้ายประตู


    เพราะมันราบเรียบไปกับตัวกล่องแทบเป็นเนื้อเดียวกัน


    แต่สัมผัสสวรรค์ของเขาบอกความแตกต่างพวกมันได้


    เขายังไม่โบกมือเพื่อรวบรวมซากปรักหักพังนั้นออกจากตัวกล่อง


    แต่มุดตัวเข้าไปในกล่องโดยตรง


    เมื่อมือเขาสัมผัสกับประตูเรียบนั้นเขาสะดุ้งตกใจที่พบว่ามันเย็นทะลุทะลวง


    พลันเกิดเสียงขยับไปมาคล้ายกำลังเปิดประตู!


    และมีเสียงแผ่วเบาแบบโมโนโทนของเครื่องจักรกลดังมาจากในกล่องนั้น


    “โปรดเติมพลังงาน! โปรดเติมพลังงาน! โปรดเติมพลังงาน!”


    มันคล้ายกับภาษาละตินผสมอังกฤษจนแปลกประหลาดซึ่งไม่คุ้นเคยสำหรับเขาเลย!


    แต่เสียงนั้นกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของเขามากขึ้น!


    จึงพยายามดันประตูให้เลื่อนเปิดออกทางด้านข้าง!


    เขาตัดสินใจใช้พลังปราณเข้าช่วยเพราะอย่างน้อยเขาสามารถใช้หินพลังงานช่วยทดแทนพลังที่หายไปได้บางส่วน


    “ครื้ด ครื้ดครื้ด” เสียงฝืดเคืองของประตูที่คล้ายชำรุดดังขึ้นอย่างแรง


    เขากล้าที่จะทำเสียงดังเช่นนี้เป็นเพราะว่าสำรวจแถบนี้แล้วไม่พบสิ่งมีชีวิตใดๆเลย


    ในที่สุดพยายามมานานกว่าสามนาทีประตูขยับเปิดช่องให้เขาพอจะสอดตัวเข้าได้พอดี


    ภายในกล่องมืดมิดมีแสงสว่างจางๆมาจากมุมประตูด้านหนึ่งที่เปิดขึ้นลงช้าๆเหมือนหมดแรง


    หลิวเย่เดินไปดูที่ช่องขนาดเท่ากล่องรองเท้าที่ขยับเปิดขึ้นลงช้าๆด้วยความสนใจ


    มีเสียงแผ่วเบาดังมาจากช่องนี้ว่า“โปรดเติมพลังงาน!โปรดเติมพลังงาน!โปรดเติมพลังงาน!”


    ภาษาแปลกๆดังขึ้นอีกครั้งหลิวเย่หัวสมองหมุนติ้วพยายามทบทวนความรู้ตนเองและจากความทรงจำของจักรพรรดิอมตะหลิวเย่เขาอยากรู้ว่ามันพยายามสื่อสารอะไร?


    แว่บหนึ่งในสมองที่เป็นความทรงจำของจักรพรรดิอมตะหลิวเย่มีภาษานี้โผล่ขึ้นมา


    เขาพยายามทบทวนและเรียนรู้ในเวลาอันเร่งด่วน!


    เป็นเพราะว่าในกล่องนี้มีอากาศเบาบางจนเขาอึดอัดและความหนาวเย็นจากอากาศภายนอกที่กัดเซาะร่างกาย


    ความอ่อนเพลียเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆอากาศเย็นลงมากแต่ไม่มีหิมะเลย!


    ผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง


    หลิวเย่ทำความเข้าใจกับภาษาประหลาดนี้ได้ครึ่งหนึ่ง


    จึงเริ่มทำความเข้าใจกับภาษาที่กล่องกำลังสื่อสารออกมา


    เขาลูบคางครุ่นคิดอย่างแปลกประหลาดใจว่ามันควรเป็นหินพลังงานได้ไหม?


    คิดได้เช่นนั้นจึงไม่ลังเลและทดสอบทันทีโดยหยิบหินพลังงานมาก้อนหนึ่งและนำไปวางไว้ในช่องนั้น


    พลันเกิดแสงวาบสีฟ้าขึ้นในช่องและตามมาด้วยเสียงไร้ชีวิตนั้นอีก


    “พลังงานไม่พอ! โปรดเติมอีกสองก้อน!”


    เขายิ้มดีใจที่พบว่าเดาได้ถูกต้องและหยิบหินพลังงานเพิ่มเข้าไปอีกทันที


    ทันใดนั้นเกิดเสียงต่างๆคล้ายเครื่องกลขยับตัวพร้อมทำงาน


    “พรึ่บพรั่บ! วิ๊บ!”


    กล่องพลันสว่างขึ้นทันทีและมีอากาศไหลเวียนเพิ่มมากขึ้นจนรู้สึกสดชื่นเล็กน้อย


    ประตูขยับปิดโดยอัตโนมัติ!


    อุณหภูมิสูงขึ้นจนเขารู้สึกหายใจโล่งและเย็นสบาย!


    หลิวเย่ถอนหายใจพลางปาดเหงื่อที่ไม่มีออกจากใบหน้าและกวาดสายตามองรอบกล่องด้วยความสนใจ


    มีสัญลักษณ์ตามจุดต่างๆรอบกล่อง


    “สวัสดี โฮสต์ต้องการอะไร?” เสียงจักรกลดังขึ้นทันทีทำให้เขาตกใจสะดุ้งโหยง


    เขาเข้าใจภาษาเพียงบางส่วนและคำถามนี้เขาต้องเรียบเรียงอีกสักครู่


    แต่จักรกลนี้ดูเหมือนจะเข้าใจเขาเป็นอย่างดีมันเปิดช่องด้านหนึ่งขึ้นให้โดยอัตโนมัติ


    ในนั้นมีชุดสีเทาที่ปิดหมดทั้งร่างกายรวมแขนขาและหมวกที่สวมคลุมได้ทั้งใบหน้าและหัวคล้ายพลาสติกใส


    “อืม แสดงว่าฉันต้องเปลี่ยนเครื่องแต่งกายใหม่ใช่ไหม?” เขาคิดและตัดสินใจทำตามคำแนะนำของจักรกล


    ปรากฏว่าชุดนั้นสวมเข้าพอดีกับตัวเขาส่วนหมวกก็แนบเข้ากับใบหน้าและหัวคล้ายมีหน้ากากใสบางๆหุ้มอยู่


    “สวัสดี โฮสต์ต้องการอะไร?” เสียงเดิมข้อความเดิมถามขึ้นอีกครั้ง


    ในตอนนี้เขาเข้าใจคำพูดนั้นแล้ว


    “ที่นี่คือที่ไหน?” เขาถามคำถามแรกที่อยากรู้เต็มที


    “ดาวเคราะห์ขยะที่29 จักรวาลที่ 58” น้ำเสียงไร้อารมณ์ตอบขึ้น


    หลิวเย่ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว!


    นี่แสดงว่าเขาจะต้องรักษาตัวให้ดีเพื่อที่จะได้ถึงเวลาวาร์ปกลับโลกได้!


    เพราะเขาคงไม่สามารถบินกลับไปได้หรือถึงแม้ว่าจะมียานบินแต่ดาวเคราะห์โลกอยู่พิกัดใดกัน


    “แล้วปกครองกันอย่างไรมีจักรวาลและดาวทั้งหมดเท่าไหร่?”เขาถามพลางลุ้นตัวโก่งกับคำตอบ


    “ปกครองโดยสมาพันธ์แห่งดวงดาวมีจักรวาลทั้งหมด 126 จักรวาลที่สำรวจและผ่านการรับรอง ดาวเคราะห์ในจักรวาลมี

    ทั้งหมด1,328 เป็นดาวขยะในแต่ละจักรวาล 126 เป็นดาวฤกษ์ 135”


    หลิวเย่แทบเป็นลมกับคำตอบเกินจินตนาการนั้น!


    เขาถามขึ้นอีกว่า“แล้วปีนี้คือปีอะไร?”


    “ปีจักรวาลที่129 สมาพันธ์แห่งดวงดาว”


    หลิวเย่กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง!


    เขารู้สึกคอแห้งกระหายน้ำจึงหยิบขวดน้ำพลาสติกออกมาจากมิติพื้นที่


    “ติ๊ด!ตรวจสอบสารปนเปื้อนเชื้อโรค! ต้องฆ่าเชื้อโรคทันที!” เสียงแจ้งเตือนในกล่องดังขึ้นพร้อมกับมีช่องด้านหนึ่งของ

    กล่องเปิดขึ้นโดยมีภาชนะทรงกระบอกสูงยื่นออกมา


    หลิวเย่ที่กำลังจะเทน้ำดื่มใส่ปากพลันชะงักไปชั่วครู่!


    เขาทำตามคำแนะนำนั้นโดยการเทน้ำใส่ลงในกระบอกทรงสูงทันที


    กระบอกหดกลับเข้าไปในผนังเพียงแค่สองวินาทีและโผล่ออกมาใหม่


    “พร้อมใช้แล้ว!” เสียงจักรกลดังขึ้นทันที


    อืม ดูเหมือนว่าเขาจะมีตัวช่วยทำงานที่ทันสมัยล้ำยุค


    “ข้างนอกนั่นมีอะไรบ้าง?” หลิวเย่สงสัยกับคำว่าดาวเคราะห์ขยะ


    “โดมเก็บขยะและพนักงานของสมาพันธ์”


    “พนักงานหน้าตาอย่างไร? เป็นคนเหมือนฉันไหม?”หลิวเย่ถามประเด็นสำคัญกับสิ่งมีชีวิตอื่น


    “.....” ไม่มีเสียงตอบแต่มีภาพโฮโลแกรมฉายขึ้นกลางห้อง


    มันเป็นภาพของหุ่นยนต์รูปร่างคล้ายมดขนาดยักษ์สูงราวสองเมตร


    “พวกมันมีหน้าที่ทำอะไร?” หลิวเย่ถามอย่างสนใจ


    “แยกประเภทขยะตรวจสภาพขยะ จัดเก็บขยะดี และทำลายขยะเสีย”


    “แล้วถ้าฉันออกออกไปข้างนอก พวกมันจะทำอะไรฉันไหม?”


    ทันใดนั้นเกิดแสงสีฟ้าอ่อนบางเบาส่องทั่วร่างกายของหลิวเย่และมีเสียงจักรกลดังขึ้น


    “มันไม่สนใจเพราะเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ” หลิวเย่สะอึกกับคำตอบของจักรกล


    เขาเป็นสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเนี่ยนะ!


    จริงดิ!


    ต้องไม่ใช่เช่นนั้น!


    “ถ้าฉันออกไปข้างนอกจะเป็นไปได้ไหม?”


    “อุณหภูมิข้างนอก 12 ชั่วโมงแรก 500 องศาฟาเรนไฮต์ 13 ชั่วโมงหลัง -500องศาฟาเรนไฮต์ ชุดที่ใส่สามารถทนต่อ

    อุณหภูมินั้นได้นาน 25 ชั่วโมงและที่นี่มีเหลือเพียง 1 ชุด”


    หลิวเย่เหงื่อออกมากกว่าเดิมกับข้อมูลดังกล่าว!


    นี่มันโลกอะไรกันแน่?!


    “แล้วพวกขยะนั่นมาจากไหนและเป็นแบบใด?”


    “ขยะจากการต่อสู้ระหว่างดวงดาว จากห้องทดลอง จากสมาพันธ์ ส่วนใหญ่เป็นวัสดุเชิงพลังงาน65% จากการทดลอง

    20% และจากสมาพันธ์ 15%”


    “ให้ฉันดูภาพขยะเหล่านั้นได้ไหม?”


    “ไม่สามารถเข้าถึงฐานข้อมูล” เสียงปฏิเสธแบบไม่สนใจดังขึ้น


    หลิวเย่ถอนหายใจสงสัยเขาคงต้องออกไปสำรวจเองเพื่อให้รู้แน่ชัดว่าดาวขยะนี้มีอะไรบ้าง?


    แต่ก็จำกัดด้วยเวลาของอุณหภูมิที่แตกต่างกันสุดขั้วแบบนี้!


    หากไม่มีชุดเขาคงตายแน่ๆ เพราะพลังปราณที่แทบจะใช้ไม่ได้เลย!


    “คุณบอกว่ามีหนึ่งชุด ถ้าฉันออกไปสัก 20 ชั่วโมง ชุดจะเสียหายมากแค่ไหน?” เขาถามข้อมูลสำคัญก่อนตัดสินใจ


    “เสียหาย 80%”


    “ซ่อมแซมได้ไหม? ใช้เวลาซ่อมแซมนานแค่ไหน?”


    “ได้ ใช้หินพลังงาน 1 ก้อนต่อ 100% ใช้เวลา1 ชั่วโมง”


    หลิวเย่โห่ร้องในใจกับคำตอบของจักรกลนั่น!


    เขามีหินพลังงานเหลือเฟือ!


    แต่ปัญหาคือเขาไม่สามารถไปได้ไกล!


    เพราะต้องรีบกลับมาซ่อมแซมชุดที่ใส่!


    ตอนนี้เริ่มรู้สึกหิวหลิวเย่ไม่ได้คิดอะไรมาก เขาหยิบซาลาเปาใส้หมูออกมาจากมิติพื้นที่


    พลันเสียงจักรกลดังขึ้นอีกครั้ง“ติ๊ด! พบสารปนเปื้อนร้ายแรง! ต้องฆ่าเชื้อทันที!”


    ช่องเดิมเปิดขึ้นอย่างรวดเร็วและส่องแสงกระพริบวาบเหมือนเร่งเร้าเขาให้นำอาหารไปฆ่าเชื้ออย่างเร่งด่วน


    หลิวเย่มองบนอย่างเหนื่อยใจก่อนยื่นซาลาเปาเข้าช่อง


    ห้าวินาทีต่อมา


    ช่องเปิดออกพร้อมกับซาลาเปาที่บูดเบี้ยวเสียทรง!


    เขาแทบน้ำตาไหลที่พบเห็นเช่นนั้น!


    จากนั้นรีบหยิบซาลาเปาเข้าปากทันที!


    “คุณมีที่นอนให้ไหม?” หลิวเย่ถามด้วยความอยากรู้


    ทันใดนั้นผนังด้านหนึ่งเลื่อนออกมาขนาดกว้าง 50 เซนติเมตร ยาว 2 เมตร สูง 50 เซนติเมตร


    และส่วนบนเป็นครอบแก้วใสมองเห็นทะลุด้านใน


    “ฉันนอนได้เลยไหม?”


    “ไม่ โฮสต์ต้องถอดเสื้อผ้าชุดต้องได้รับการทำความสะอาดและฆ่าเชื้อหลังถอดออกจากโฮสต์ทุกครั้ง”


    “แล้วอาบน้ำล่ะ?” หลิวเย่ถามเพิ่มเติม


    “อาบน้ำคืออะไร?”


    “เอ่ออาบน้ำคือการทำความสะอาดร่างกายน่ะ” เขาพยายามอธิบายกับจักรกล


    “การทำความสะอาดร่างกายของโฮสต์ทำได้ทันทีในคีฟ”จักรกลตอบพร้อมกับมีแสงสว่างวาบเป็นระยะจากกล่องที่คล้าย

    ที่นอนนั่น


    “อ้อ” เขาเริ่มเข้าใจระบบของมันบางส่วนแล้ว


    “ที่นี่มีอาวุธไหม?”


    “ครื้ด” เสียงเปิดช่องด้านหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับมีอาวุธคล้ายปากกาคล้ายปืนโผล่ออกมา


    “อาวุธปืนอนุภาคอะตอมเร็วเหนือแสง SA8”


    คำอธิบายการใช้งานปรากฏต่อหน้าหลิวเย่โดยอัตโนมัติเป็นภาพโฮโลแกรมและข้อความโปร่งแสง


    ตอนนี้เขาพร้อมที่จะออกไปสำรวจภายนอกแล้ว


    “เวลาในตอนนี้เร็วช้าอย่างไร?” เขาต้องการคำนวณเวลาไปกลับ


    ปรากฏว่ามีเวลาโผล่ขึ้นมาต่อหน้าจากหมวกโปร่งแสงที่เขาสวมใส่อยู่


    เขาพยักหน้าอย่างพอใจ


    จากนั้นหยิบปืนอนุภาคอะตอมเร็วเหนือแสงSA8และเดินไปที่ประตู


    “ครื้ด ครื้ด” เสียงประตูเลื่อนเปิดออกด้านข้างดังแผ่วเบาและนุ่มนวลมากกว่าครั้งแรกที่เขาพยายามเปิด


    แสงสลัวภายนอกกระทบนัยน์ตาของเขา


    ตอนนี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่หนาวเย็นสุดขีด หากไม่มีชุดนี้เขาคงลำบากและมีอันตรายถึงชีวิตได้


    หลิวเย่เดินอย่างรวดเร็วไปข้างหน้าซึ่งผ่านซากปรักหักพังเป็นระยะ


    แปลกที่อุโมงค์ที่ทอดยาว 500 เมตรนี้ยังคงรูปทรงไว้ได้แสดงว่ามันแข็งแกร่งมาก!


    ปรากฏว่าเขาโผล่ออกมาจากอุโมงค์บนภูเขาสูงชัน!


    ด้านล่างไกลสุดลูกหูลูกตามีโดมขนาดมโหฬารจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนกำลังเปิดฝาครอบด้านบนอย่างช้าๆ


    โดมขนาดมโหฬารแบ่งออกเป็นวงรอบชั้นๆ รอบนอกเปิดฝาครอบช้าๆ และมียานบินมาเทขยะเป็นระยะ


    ชั้นกลางฝาครอบโดมปิดสนิทแต่มีสีของฝาครอบต่างกัน แบ่งเป็นสามสี สีฟ้าสีเหลือง สีม่วง


    หลิวเย่ลูบคางครุ่นคิดในใจ มันน่าจะจำแนกตามประเภทขยะเหมือนที่จักรกลบอกกับเขาไหม?


    ชั้นในสุดเป็นโดมขนาดใหญ่เป็นสองเท่าฝาครอบโดมปิดทึบเช่นกัน


    เวลานี้เขาตัดสินใจสำรวจโดมรอบนอกก่อนแล้วกัน


    เขาวิ่งกึ่งเดินลงจากภูเขาที่เป็นหินผสมดินไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียว!


    “อ๊ะ!” ทันใดนั้นหางตาเขาเห็นตัวประหลาดตัวหนึ่งพุ่งเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว


    ประสาทสัมผัสอันรวดเร็วชี้ปืนและยิงตรงเข้าใส่มันทันที“ฟิ้ว! ตุ๊บ!”


    ปรากฏว่าเป็นตัวประหลาดขนาดใหญ่ยาว3 เมตรรูปร่างคล้ายกิ้งกือ


    “เห็นว่าฉันเป็นอาหารหรืองัย! ไปตายซะ!”หลิวเย่บ่นอย่างหงุดหงิด


    เขาวิ่งต่อไปอีกราว500 เมตรและระหว่างทางพบเห็นกิ้งกือยักษ์อีก 5 ตัว


    ด้วยความระมัดระวังตัวเองอย่างสูงสุดเขาจึงสามารถฆ่าพวกมันได้ทั้งหมด


    ในตอนนี้เขามาถึงโดมแรกที่อยู่รอบนอก


    หุ่นยนต์มดยักษ์หยุดชะงักครู่หนึ่งเมื่อมันมองเห็นเขา!


    จากนั้นมันหันหลังเดินไปทำงานต่อ!


    หลิวเย่ถอนหายใจอย่างโล่งอกที่เขาเดาถูกโดยการเก็บปืนเข้ามิติพื้นที่ก่อนเดินเข้าไป


    ถ้าพวกมันเห็นอาวุธก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะรอดไหม?


    เนื่องจากแขนข้างหนึ่งของมันถืออาวุธรูปทรงคล้ายท่อปลายแหลมไว้ด้วย


    “โอ้! นี่มันขยะอะไรกันนี่?”หลิวเย่แปลกใจกับขยะที่พบเห็นเป็นอย่างมาก


    ส่วนใหญ่มันเป็นเศษชิ้นส่วนของหุ่นยนต์เศษคล้ายแผ่นโลหะ เศษนิ่มๆลื่นๆคล้ายเสื้อผ้า เส้นใยแปลกๆ กล่องโลหะผุพัง

    และอื่นๆอีกมากมาย


    หลิวเย่หัวบวมทันทีที่เห็นเศษขยะเหล่านี้!


    ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเขาแอบเดินตามหุ่นยนต์ตัวหนึ่งว่ามันคัดแยก ตรวจสอบ หรือทำลายขยะอย่างไร?


    หุ่นยนต์ทุกตัวจะมีตู้สี่ล้อทรงสี่เหลี่ยมวิ่งตามอัตโนมัติและเมื่อมีขยะเต็มช่อง มันจะวิ่งออกไปยังโดมชั้นในทันที


    แต่บางตู้วิ่งไปในทิศทางตรงกันข้ามตู้ส่วนใหญ่วิ่งไปทางโดมสีขาว ตู้ส่วนน้อยวิ่งไปทางโดมสามสี


    ดูเหมือนว่าตู้นั่นจะจัดเก็บขยะที่จำแนกจากหุ่นยนต์แล้วว่าเป็นขยะดี-เสีย


    เขาเห็นหุ่นยนต์ตัวหนึ่งหยิบชิ้นส่วนเล็กๆขนาดเท่าชิปคอมพิวเตอร์ขึ้นมาแล้วโยนเข้าช่องในตู้หนึ่ง


    ส่วนหุ่นยนต์อีกตัวก็หยิบขยะจำนวนมากเข้าช่องโดยเหมือนกับเป็นขยะที่เหลือจากการตรวจสอบของอีกตัว


    จากนั้นมันเปิดตาและมีแสงสีแดงจางๆสแกนจำแนกขยะต่อไปเรื่อยๆ


    หลิวเย่ยืนลูบคางมองพวกมันอย่างสนใจ!


    เขาเดินลึกเข้าไปข้างในเพื่อไปดูว่าโดมชั้นในเก็บขยะแบบไหนไว้บ้าง?


    ขณะกำลังเดินเกือบถึงโดมชั้นกลาง!


    ทันใดนั้นสัมผัสสวรรค์ของเขาจับสัญญาณสิ่งมีชีวิตคล้ายกับคนเหมือนเขาได้!


    “ห๊ะมีคนอยู่ที่นี่ด้วยเหรอนี่?”หลิวเย่ประหลาดใจเป็นอย่างมาก


    เขาแอบอยู่หลังหุ่นยนต์ตัวหนึ่งและเดินไปเรื่อยๆ


    พลันเห็นชายหนุ่มค่อนวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วมสวมชุดแนบลำตัวเหมือนเขาแต่มีสีเขียวเข้มและรูปทรงแปลกตา

    มากกว่า เขากำลังก้มๆเงยๆเลือกขยะอย่างสบายใจ


    หลิวเย่ดูท่าทางเขาไม่น่ากลัวจึงแสดงตัวให้เขาเห็นทันที!


    “โอ๊ะ! มีคนอยู่ที่นี่ด้วย! นายเป็นใคร?มาจากไหน?”คำถามเป็นชุดดังขึ้นจากปากของชายอ้วนคนนั้นที่เงยหน้าขึ้นมาแล้ว

    เห็นหลิวเย่เขาผงะถอยหลังด้วยความตกใจ


    “แล้วคุณล่ะ! มาจากไหน?”หลิวเย่ถามด้วยความอยากรู้เช่นกัน


    “ฉันชื่อ แกรี่7มาจากดาวเนฟ” ชายอ้วนแนะนำตัวเองพลางหรี่ตามองหลิวเย่ด้วยความแปลกใจ


    “ฉันชื่อหลิวเย่ มาจากดาวเคราะห์โลก” หลิวเย่แนะนำตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ


    “ดาวเคราะห์โลก! อยู่จักรวาลไหน?ฉันไม่รู้จัก!” แกรี่7 ถามด้วยความสงสัย


    “คุณจำดาวเคราะห์ทั้งหมดในจักรวาลได้ไหม?” หลิวเย่ตอบแบบคลุมเครือ


    คล้ายกับเรื่องฉันมีเทเลพอร์ตสุดเจ๋ง(ทั้งเรื่องติดหัวใจแค่4ตอน) ที่คุณอ่าน