หนิงเจี่ยก้าวเดินลงมาจากอากาศว่างเปล่า
ร่างของหนิงเจี่ยพุ่งทะยานหายไปในอากาศทิ้งไว้เพียงทุ่งลาวาที่เย็นตัวลงทันทีจากอำนาจปราณครามที่เขาเพิ่งได้รับมา
ภายในมิติพิศวง"สุสานโลกันตร์สหัสวรรษ" บรรยากาศบัดนี้ไม่ได้มีเพียงความร้อนระอุจากลาวาอีกต่อไปแต่มันถูกปกคลุมด้วยรังสีฆ่าฟันที่เข้มข้นจนอากาศบิดเบี้ยว หลังจากที่ อวิ่นหนิงเจี่ย ทะลวงเข้าสู่ระดับปราณครามชั้นที่ 5และชุดเกราะอสูรโลกันตร์ร่างของเขาประดุจเทพาที่เดินอยู่ท่ามกลางนรกหมกไหม้
ทว่าด่านทดสอบของมิติกลางแห่งนี้ยังมิได้จบสิ้นเพียงแค่การสังหาราาอสูรลาวาเมื่อเขาก้าวลึกเข้าไปสู่บริเวณที่เรียกว่า "ลานปะาหมื่นิญญา" พื้นดินที่เคยเป็สีแดงเพลิงพลันเปลี่ยนเป็สีดำสนิทไอหมอกควันธาตุหยินที่หนาวเย็นะเืพุ่งทะลวงขึ้นจากรอยแยกปะทะกับธาตุไฟในอากาศจนเกิดเป็พายุหมุนลูกมหึมา
เสียงกึกก้องจากเกราะเหล็กปะทะกันดังกังวานไปทั่วสารทิศเงาร่างสีดำทะมึนของเหล่านักรบิญญาในชุดเกราะโบราณผุดขึ้นมาจากดินราวกับมดปลวกพวกมันไม่ได้พุ่งเข้ามาอย่างไร้ระเบียบเหมือนนักรบกระดูกก่อนหน้าแต่บัดนี้พวกมันตั้งขบวนทัพรูปหกเหลี่ยม ถือโล่ั์และหอกยาวที่อาบไปด้วยเพลิงอเวจีสีเขียวล้อมรอบหนิงเจี่ยไว้ทุกทิศทาง
“มากันหมดมิติเลยสินะ...”หนิงเจี่ยพึมพำ ดวงตาสีม่วงทองฉายแววบ้าคลั่ง มือขวากระชับ ดาบอัสนีเผาผลาญ ที่บัดนี้สั่นสะท้านด้วยความกระหายเือสูร
“ฆ่า!”เสียงคำรามจากแม่ทัพิญญาที่ขี่ม้าศึกโครงกระดูกสั่งการหอกนับพันเล่มพุ่งทะยานเข้าหาหนิงเจี่ยดุจห่าฝนอุกกาบาต
หนิงเจี่ยใช้ออกด้วยกระบวนท่า ดาบอัสนีเผาผลาญ:ท่าเพลิงพิฆาติญญา วาดดาบเป็วงกว้างหวังจะกวาดล้างทัพหน้าให้สิ้นซากเปลวเพลิงสีม่วงพุ่งออกจากใบดาบปะทะกับกำแพงโล่ของกองทัพิญญา
ตู้มมมมมม!
แรงะเิรุนแรงส่งร่างนักรบิญญานับร้อยปลิวว่อนแต่ในวินาทีต่อมา พวกมันกลับลุกขึ้นมาใหม่าแที่ถูกฟันสมานตัวด้วยควันดำอย่างรวดเร็วพลังทำลายทางกายภาพไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้และเปลวไฟธรรมดาก็ไม่อาจแผดเผาจิติญญาที่แข็งแกร่งระดับปราณครามได้หมดสิ้น
“หนาแน่นเกินไป... พลังกระจายเกินไป!”หนิงเจี่ยกัดฟันกรอด ขณะที่โล่ั์นับพันเริ่มบีบอัดวงล้อมเข้ามาเรื่อยๆจนพื้นที่ยืนของเขาลดน้อยลงพลังกดดันจากทัพหมื่นตนเริ่มบีบคั้นจนเกราะอสูรโลกันตร์ส่งเสียงลั่น
ในห้วงนาทีวิกฤตที่คมหอกนับร้อยจ่ออยู่ที่คอหอยหนิงเจี่ยพลันเข้าสู่สภาวะสงบนิ่งอย่างประหลาด เขาหลับตาลง ััถึง จิติญญาอัคคี์ ที่เพิ่งดูดซับมา และกลิ่นอายของ พลังสุญญตาที่หมุนวนอยู่ในแก่นกลางดาราทอง
‘เปลวเพลิง... ไม่ใช่แค่ความร้อน...แต่มันคือแสงสว่างที่ทำลายความมืด... เส้นขอบฟ้า... จุดเริ่มต้นและจุดจบ...’
หนิงเจี่ยลืมตาขึ้นดวงตาของเขาบัดนี้ไม่มีสีม่วงทองอีกต่อไปแต่มันกลายเป็สีขาวโพลนดุจดวงอาทิตย์ที่กำลังะเิเขาชูดาบอัสนีเพลิงเผาผลาญขึ้นเหนือหัว บัดนี้ดาบไม่ได้แผ่ไฟออกมา แต่มันกลับ ดูดซับ เพลิงอเวจีรอบข้างและแสงสว่างทั้งหมดในมิติเข้ามาหาตัวมันจนโลกทั้งใบตกอยู่ในความมืดมิดชั่วขณะ
“พวกเ้าจงดู...แสงสุดท้ายที่พวกเ้าจะได้เห็น! ”ดาบอัสนีเพลิงเผาผลาญ กระบวนท่า เปลวเพลิง ณเส้นขอบฟ้า” หนิงเจี่ยสะบัดดาบออกไปในแนวราบเบาๆทว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกลับน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
ที่เส้นขอบฟ้ารอบตัวเขาทั้ง 360องศา ปรากฏจุดแสงเล็กๆสีทองเจิดจ้าผุดขึ้นมานับพันจุด ทหาริญญาที่กำลังพุ่งเข้ามาต่างชะงักกึกพวกมันเงยหน้ามองแสงเ่าั้ด้วยความมึนงง แสงเล็กๆ เ่าั้ค่อยๆขยายตัวอย่างรวดเร็ว จากขนาดเท่าเมล็ดข้าว กลายเป็ผลส้ม และภายในเสี้ยววินาทีมันขยายใหญ่จนกลายเป็ ดวงอาทิตย์สีชาดมหาศาล ที่กำลังโผล่พ้นขอบฟ้าพุ่งเข้าหาใจกลางวงล้อม!
นี่คือนิมิตแห่งความตายที่งดงามที่สุดกองทัพิญญานับหมื่นตนบัดนี้เหมือนยืนอยู่ท่ามกลางดวงอาทิตย์นับพันดวงที่กำลังบีบอัดเข้ามาพลังงานความร้อนไม่ได้แผ่ซ่านตามิั แต่มันพุ่งตรงเข้าไปแผดเผา "แก่นิญญา" ภายในร่างของพวกมันโดยตรง
“อ๊ากกกกกกกก!”
เสียงโหยหวนของิญญานับหมื่นดังกึกก้องประดุจโลกจะแตกสลายเมื่อ "ดวงอาทิตย์" เ่าั้ปะทะกับขบวนรบพวกมันค่อยๆ "หลอมละลาย" อย่างช้าๆนักรบิญญาที่ถูกแสงอาทิตย์สาดส่องร่างกายที่เป็เหล็กและิญญาเริ่มระเหยกลายเป็ไอสีทองความเ็ปจากการถูกเผาิญญาทำให้พวกมันเหลือแต่ร่างกลวงเปล่า
หนิงเจี่ยยืนอยู่ใจกลางนิมิตนั้นร่างของเขาดูศักดิ์สิทธิ์และน่าเกรงขามประดุจเทพสุริยาที่ลงมาพิพากษาปีศาจเขาฟาดดาบลงพื้นเป็จังหวะสุดท้าย
“สูญสิ้น!”
ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมม!
คลื่นความร้อนระดับล้านองศาะเิออกจากใจกลางพุ่งทะยานออกไปทุกทิศทางสอดประสานกับดวงอาทิตย์ที่เส้นขอบฟ้ากองทัพิญญาหมื่นตนที่เคยยิ่งใหญ่เกรียงไกรบัดนี้ถูกลบหายสู่มิติอเวจีในชั่วพริบตาพื้นที่รอบตัวหนิงเจี่ยนับสิบลี้กลายเป็ทุ่งเพลิงบรรลัยกัลป์
หนิงเจี่ยยืนหอบหายใจอย่างหนักร่างกายของเขาเปล่งแสงสีม่วงดำเข้มข้นพลังปราณที่ได้รับจากการกวาดล้างกองทัพใหญ่ทำให้รากฐานของเขาแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เขามองดูดาบอัสนีเพลิงเผาผลาญที่บัดนี้มีอักขระรูปดวงอาทิตย์สลักอยู่บนใบดาบจางๆ
“นี่น่ะหรือ... พลังที่แท้ของกระบวนท่าเปลวเพลิง ณ เส้นขอบฟ้า ขอบเขตใหม่”
เขามองไปยังสุดสายตาที่ซึ่งประตูมิติทางออกปรากฏขึ้นบัดนี้เขาไม่ใช่เพียงเด็กหนุ่มที่ไม่เอาไหนอีกแล้ว แต่เขาคือ "สุริยาทมิฬ" ที่พร้อมจะเผาผลาญทุกศัตรูที่บังอาจขวางทาง
หนิงเจี่ยเก็บดาบเข้าในกล่องพลังที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลทำให้เขาสามารถมองเห็นเส้นทางการไหลเวียนของกฎเกณฑ์มิติได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
หนิงเจี่ยก้าวเดินออกจากมิติอย่างทระนงทิ้งไว้เพียงตำนานการกวาดล้างหมื่นทัพในดาบเดียวให้เป็ที่เล่าขานในสุสานโลกันตร์แห่งนี้ตลอดกาล!