“เจ๋งเลยพี่!เสียหนึ่งเลเวลใช่ไหม เดี๋ยวจัดหนักกลับไปให้สักสิบยี่สิบเลเวล” เจ้าแทนขอบใจเอ็ดเวิร์ดเวิร์ดตามด้วยคำพูดกวนๆ ตามแบบฉบับของเขา
ในตอนนั้น...ทุกคนมองรอบตัวแต่ก็ยังไม่เห็นมอนสเตอร์ที่ระบบประกาศชื่อออกมาแทนรู้สึกว่าตัวเองหายใจถี่ขึ้นด้วยความตื่นเต้น บลานซ์เตรียมตัวใช้การ์ดในมือนิกกี้จ้องไปที่ด้านหน้า และเอ็ดเวิร์สำรวจการ์ดที่เหลืออยู่
“ชิลด์” บลานซ์เรียกใช้สกิลที่ลดความเสียหายจากการโจมตีกายภาพเขาตั้งใจจะใช้สกิลดาเมจลิ้งเพื่อที่จะคุ้มครองเอ็ดเวิร์ดเหมือนครั้งก่อนๆแต่ก็เป็นเสียงของเจ้าตัวที่ร้องห้ามบลานซ์เสียก่อน
“ไม่ต้องห่วงฉัน!”เจ้าตัวตะโกนบอก เสียงของเขาทำให้บลานซ์ชะงักจากนั้นเอ็ดเวิร์ดก็เรียกใช้สกิลทันที
“จีเวลบาเรีย!”หลังสิ้นเสียงของชายสวมหมวกแก๊ปกำแพงที่เปล่งประกายแวววับก็ห่อหุ้มร่างของเขาเอ็ดเวิร์ดเวิร์ดใช้สกิลที่เพิ่งได้มาจากการเลื่อนระดับ สกิลที่ใช้ป้องกันตัวเองได้เป็นเวลา2 นาที สกิลที่ใน 1 วันจะเรียกใช้ได้เพียงหนึ่งครั้งเหมือนสกิลไลฟ์ไลน์ของแทน
“ถ้าโดนโจมตีหมื่นหนึ่งนี่เสียตังห้าแสนเลยนะนี่...” เอ็ดเวิร์ดทำท่าแหยง
เขาน่าจะรู้แล้วว่าถ้าให้บลานซ์ใช้สกิลคุ้มครองในขณะที่เราต้องเผชิญหน้ากับบอสไม่น่าจะเป็นความคิดที่ดีนักและที่แน่ๆ เงินสัก 4-5 ล้านสำหรับผู้ชายคนนี้ก็เทียบไม่ได้เลยถ้าการ์ดระดับสูงของเขาโดนทำลายเมื่อเกมโอเวอร์
“นิกกี้!”บลานซ์ตะโกนเรียกชื่อผู้หญิงคนเดียวในกลุ่ม “เดี๋ยวฉันใช้ท่าดาเมจลิงค์ให้เธอ”เขาพูดออกไปด้วยความเป็นห่วง
“อย่า!”เธอรีบห้ามบลานซ์ทันที “อย่าใช้ท่านั้นบอสน่าจะโจมตีรุนแรงมาก ถ้านายใช้ท่านั้นแล้วเราถูกท่าโจมตีวงกว้างนายจะตาย”
ชายหนุ่มพยักหน้ารับทั้งๆ ที่ใจอยากจะปกป้องเธอแต่ก็นึกได้ว่ายังมีวิธีอื่น นั่นก็คือลุยเข้าไปดึงความสนใจของบอสที่กำลังจะปรากฏตัวออกมาเมื่อคิดได้ดังนั้น บลานซ์ก็เรียกใช้การ์ดที่อยู่ในมือทันที
“อีควิป! อีควิป! อีควืป!” เขาเรียกใช้การ์ดรัวเป็นชุดสิ่งที่ใช้ออกมาคือการ์ดชุดป้องกันทั้งสามใบ ชุดเกราะหมาป่าคราม ระดับ 8 ดาวโล่หมาป่าคราม ระดับ 8 ดาว และโล่เทพพิทักษ์ระดับ 8ดาวถูกเรียกออกมาเป็นชิ้นสุดท้ายโล่สีเงินแวววาวสลักลวดลายสีทองชิ้นนี้เป็นโล่ซึ่งเป็นที่ต้องการของผู้เล่นสายแนวหน้าที่เน้นตั้งรับแทนปาร์ตี้มากกว่าเน้นที่การโจมตี

ชุดเกราะสีครามสวมใส่อยู่บนลำตัวของบลานซ์สองมือถือโล่ข้างละ 1 ชิ้นโล่สีครามและโล่เทพพิทักษ์ที่จมีสีขาวขลิบเงินโล่ที่จะเรียกใช้ได้ก็ต่อเมื่อผู้เรียกใช้ถือโล่อยู่ก่อนแล้ว 1 ชิ้น และเมื่อสวมใส่อุปกรณ์ทั้ง 3 ชิ้นเรียบร้อยแล้วบลานซ์ก็พุ่งออกไปด้านหน้าของกลุ่มเพื่อเป็นผู้รับความเสียหาย
หลังจากนั้นเสียงเรียกใช้สกิลของแทนก็ดังตามมา...
“บรีท ออฟ มิราจ!”
เขาเรียกใช้สกิลที่ทำให้เกิดร่างเงาขึ้นอีกหนึ่งร่าง พลังป้องกันและโจมตีของร่างที่เกิดขึ้นจะมีราวๆครึ่งหนึ่งของร่างจริง ในตอนที่ร่างแยกถูกเรียกออกมานั้นในมือของแทนมีคันศรประกายสายฟ้า ระดับ 7 ดาวอยู่ก่อนแล้วในตอนนั้นแทนกำลังจะเรียกใช้การ์ดใบอื่นต่อไปอีกแต่ก็ช้ากว่านิกกี้ที่เรียกใช้การ์ด 3 ใบไปก่อนหน้านั้น
“ซัมมอน! ซัมมอน!” นิกกี้เรียกใช้การ์ดมอนสเตอร์ระดับต่ำ2 ใบหนึ่งในนั้นเป็นการ์ดมอนสเตอร์ที่เรียกออกมาแล้วจะปรากฏมอนสเตอร์ 2 ตัว ทำให้นิกกี้มีมอนสเตอร์รวมทแล้ว 3 ตัวอย่างรวดเร็วหลังจากนั้นเธอก็จัดการเรียกมอนสเตอร์ระดับสูงออกมาทันที
“ซัมมอน! ซัมมอน! อีควิป!” นิกกี้เรียกใช้มอนสเตอร์2 ตัว และปืนสายฟ้าอีก 1 ใบ หนึ่งในการ์ดสองใบที่ถูกเรียกออกมานั้นมันคือการ์ดใบที่เธอเคยใช้ในโคลอสเซียม เทพพิทักษ์กราดิออสมอนสเตอร์เผ่าเทพผู้ครองปีกสีขาวและมีดาบสีเงินวาววับเป็นอาวุธ ส่วนอีกใบเป็นการ์ดมอนสเตอร์ระดับ 9 ดาวเพรชาผู้อ้อนวอนต่อเมฆา ซัมมอนที่ไม่มีพลังโจมตีใดๆ เลยหากแต่ว่าเป็นการ์ดที่จำกัดจำนวนที่สามารถใส่ลงในเด็คได้เพียง 1 ใบ


จู่ๆทุกคนก็รู้สึกถึงแรงกดดันไม่สิ...ดูจากสีหน้าเอ็ดเวิร์ดแล้วคิดว่าไม่น่าจะรับรู้ถึงแรงใดๆคงมีแค่อีกสามคนที่เหลือที่รู้สึกถึงเรื่องที่ว่า
ความรู้สึกที่ว่ากำลังมีบางอย่างตกลงมาจากท้องน้ำด้านบนที่ปกคลุมวิหารแห่งนี้ไว้มีเงาทะมึนกำลังลงมายังลานกว้างที่พวกของแทนอยู่ แล้วมันก็ไม่ผิดจากที่ (เกือบ) ทุกคนคิดตอนนั้นมอสเตอร์ขนาดยักษ์ ร่างกายใหญ่มหึมาและมีเกล็ดสีน้ำเงินดำคลุมอยู่ทั่วตัวปรากฏกายออกมา
ร่างกายของมันคล้ายกับพวกดีปซีการ์เดี้ยนที่พวกของแทนเคยพบมาก่อนแต่ขนาดไม่ต้องพูดถึง...ต่างกันลิบลับ ดวงตาเจ้าตัวนี้สีดำสนิท มันไม่มีขามีแต่หางที่แยกเป็นสองหาง ร่างกายของมันลอยอยู่เหนือพื้นด้วยมวลน้ำที่มันบังคับไว้ปากกว้างๆ ของมันเต็มไปด้วยฟันแหลมเรียงราย ด้านหลังมีครีบสีเขียวครามยาวตั้งแต่หัวจรดหางตรีศูลสีทองด้ามยักษ์ในมือนั้นส่องสว่างตลอดเวลา
เจ้าอสูรตัวนั้นมันกางแขนออกแอ่นอกแล้วร้องคำรามเสียงสนั่น ดวงตาสีความมืดคู่นั้นจ้องมาที่ผู้บุกรุกที่บังอาจขึ้นมาท้าทายมันถึงชั้นดาดฟ้ามันกวาดตาไปมาพร้อมกับเสียงขู่ในลำคอ แต่ไม่นานนักช่วงที่ทั้งสี่คนยังตกตะลึงอยู่กับภาพที่เห็น หอกสีทองก็ถูกวาดเป็นวงกว้างคมมีดที่เกิดจากน้ำความดันสูงพุ่งเข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามทันที บลานซ์ นิกกี้และเอ็ดเวิร์ดรับการโจมตีไปเต็มๆส่วนแทนนั้นอาศัยสัญชาตญาณการเอาตัวรอดหลบหลีกไปได้
“8,729!”
“11,015!”
“0…!”
บลานซ์รับความเสียหายไปเกือบเก้าพันนิกกี้นั้นไม่มีค่าความเสียหายเกิดขึ้นเพราะพลังของเทพพิทักษ์การดิออส ที่จะทำให้ผู้เรียกใช้ไม่ได้รับความเสียหายใดๆเป็นเวลา 30 วินาที
“เออนะ...ดอกเดียวกระเป๋าฉีกไปห้าแสนกว่าเลยทีเดียว...” เสียงเอ็ดเวิร์ดฟังดูปลงๆก่อนที่จะใช้น้ำยาฟื้นพลังให้กับ บลานซ์ที่พลังลดลงไปมาก
แทนที่เลเวลต้องลดลงไปครึ่งหนึ่งยังไม่กล้าเรียกใช้การ์ดใบใหม่หรือสกิลใดๆแต่นิกกี้ไม่ใช่อย่างนั้น เธอเรียกใช้ สกิลเซเวนเรย์ทันทีก่อนจะกระหน่ำยิงแสงเจ็ดสีใส่บอสขนาดมหึมาอย่างไม่ยั้ง
ไม่นานนักเซเวนเรย์ชุดที่สองก็ถูกเรียกใช้นิกกี้ยิงมันออกไปจนหมดทั้งสามนัด เทพพิทักษณ์กราดิออสเข้าโจมตีเดมิกอส มันต้านทานพลังของบอสไว้ได้ไม่นานนักสุดท้ายก็ถูกตรีศูลในมือของเดมิกอสแทงเข้าใส่อย่างรวดเร็วและรุนแรงร่างของเทพพิทักษ์สลายไปกลายเป็นละอองแสง เมื่อเห็นแบบนั้นบลานซ์ก็ต้องเข้าไปปะทะกับบอสแทน
“รีเจน!” เขาเรียกใช้สกิลตามด้วยเรียกใช้การ์ดต่อในทันที
“ซัมมอน!” การ์ดอีก 1 ใบถูกเรียกใช้ การ์ดบราคัสนักบวชแห่งทัพอัศวิน ระดับ 9 ดาว ถูกเรียกใช้ทันทีซัมมอนที่ถูกเรียกออกมาจะไม่มีพลังโจมตีใดๆ แต่มีสกิลที่เหมาะกับอาชีพที่ต้องรับค่าความเสียหายอย่างบลานซ์...แสงแห่งการฟื้นฟู

ข้อแม้ในการเรียกใช้การ์ดบราคัสนั้นเอื้อต่ออาชีพอัศวินของบลานซ์มากเพราะตัวเขาเองก็นับว่าเป็นอัศวิน เมื่อเขาเรียกใช้การ์ดใบนี้จึงทำให้เหมือนไม่มีเงื่อนไขใดๆ มันคือการ์ดที่สร้างมาเพื่อผู้เล่นสายอัศวินโดยเฉพาะ
“4,741!”
“4,519!”
เจ้าปีศาจตรงหน้าโจมตีใส่กลุ่มของแทนอย่างหนักพลังของบลานซ์ที่สวมใส่ชุดป้องกันเต็มที่ลดลงฮวบฮาบทุกครั้งที่ถูกโจมตี
“+2,145!”
“+5,000!”
แต่ก็ด้วยการใช้ท่าแสงแห่งการฟื้นฟูของบราคัสผลจากสกิลรีเจน และการเพิ่มพลังด้วยไอเทมจากเอ็ดเวิร์ด จึงทำให้บลานซ์ยังยืนอึดถือโล่สองมือคอยคุ้มกันสามคนที่อยู่ข้างหลัง
“6,741!”
ตรีศูลในมือเดมิกอสฟาดใส่อย่างแรงโล่สองชิ้นที่อยู่ในมือของเขารับการโจมตีไว้ได้ มันทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงไม่ถึงครึ่งแต่มือทั้งสองข้างนั้นสั่นระรัวจากแรงกระทบ แทนใช้ธนูสายฟ้าโจมตีใส่เดมิกอสไม่ยั้งร่างเงาของเขาถูกโจมตีสลายไปแล้ว เมื่อ MPเริ่มฟื้นฟูเขาก็เรียกใช้อุปกรณ์เสริมที่นิกกี้สร้างให้...ประกายแสงแห่งอาร์ค
“อีควิป!” แทนเรียกใช้การ์ดในขณะที่เหตุการณ์ยังชุลมุนและเมื่อการ์ดที่ถูกใช้แสดงผล ธนูในมือของเขาถูกห่อหุ้มด้วยแสงสว่างและเมื่อลูกศรดอกถัดไปถูกยิงออกมา มันก็สร้างความเสียหายถึงสามครั้งติดๆกันในการยิงเพียงครั้งเดียว ผลของการ์ดระดับ 9 ดาว ประกายแห่งอาร์ค
“1,006!” “1,214!” “1,112!” “1,560!” “1,124!” “1,058!”
“503!” “607!” “556!” “780!” “567!” “529!”
“252!” “304!” “278!” “340!” “284!” “265!”
ถึงจะได้การ์ดเสริมพลังอาวุธเข้ามา แทนก็โจมตีได้ไม่รุนแรงเท่าที่ควรนั่นก็เพราะว่าเมื่อเลเวลของเขาลดลงไปครึ่งหนึ่ง ทำให้เหลือเลเวลแค่ 33ค่าสถานะต่างๆ ก็ลดลงตาม ...พลังโจมตีก็เป็นหนึ่งในนั้น

บลานซ์หันมองนิกกี้ตอนนี้ผลของเทพพิทักษ์กราดิออสน่าจะหมดลงไปนานแล้ว แต่นิกกี้ก็หลบการโจมตีได้เสียส่วนใหญ่ยังนับว่าโชคดีที่เอ็ดเวิร์ดเลเวลเพิ่มขึ้นจึงทำให้เขาเพิ่มพลังให้ทีมได้มากครั้งกว่าแต่ก่อน
“ประกายแสงจากเบื้องบน!” เสียงจากระบบแจ้งถึงการใช้สกิลของใครสักคนแต่เมื่อมองไปรอบๆ แล้วจึงรู้ว่ามันเป็นสกิลของซัมมอนที่นิกกี้เรียกออกมา...เพรชาผู้อ้อนวอนต่อเมฆา
หลังจากสิ้นเสียงนั้นร่างของเทวทูตก็ปรากฏออกมาในสนามรบอีกครั้งเทพพิทักษณ์กราดิออสก็ปรากฏตัวออกมาอีกครั้งคราวนี้ผลของมันทำให้นิกกี้เป็นอมตะอีก 30 วินาทีแทนและบลานซ์เพิ่งจะเข้าใจพลังของเพรชาผู้อ้อนวอนต่อเมฆา...เมื่อเวลาผ่านไป 5 นาทีมอนสเตอร์ในกองการ์ดที่ถูกทิ้งจะถูกเลือกเรียกออกมาเป็นเวลา 1 นาทีก่อนจะหายไปมันเป็นคอมโบง่ายๆ ที่เกิดจากการ์ดเพียงแค่ 2 ใบ การ์ดใบนี้จึงถูกจำกัดจำนวนเพราะหากมีการ์ดเพรชาผู้อ้อนวอนต่อเมฆา 2 ใบในสนามมอนสเตอร์คงไม่มีวันตาย

เทพพิทักษ์กราดิออสที่ฟื้นขึ้นมาเข้าปะทะกับเดมิกอสทันทีดาบยาวของเทพพิทักษ์ฟาดฟันใส่ร่างของศัตรูตรงหน้าแต่เมื่อโดนตรีศูลโจมตีกลับมาความรุนแรงนั้นดูจะมากกว่าแต่เรื่องของพลังชีวิตนั้นไม่ได้มีความสำคัญสำหรับเทพพิทักษ์กราดิออสแต่อย่างใดเพราะอีกไม่ถึงหนึ่งนาทีการ์ดใบนี้ก็จะกลับไปยังสุสานทันที แต่อย่างน้อยการที่มอสเตอร์นี้เข้าไปปะทะกับบอสก็ทำให้ลดภาระของบลานซ์ที่ต้องรับความเสียหายได้บ้าง
“1,008!” “1,220!” “1,180!” “1,580!” “1,284!” “1,200!”
“504!” “610!” “590!” “790!” “642!” “600!”
“252!” “305!” “295!” “345!” “321!” “300!”
“บ้าชะมัด ทำไมฉันยิงเบาอย่างนี้นะ!” แทนที่กำลังโดดหนีเป็นลิงอยู่ตะโกนขึ้นด้วยความขัดใจ เพราะเลเวลที่ลดลงถึงจะมีธนูระดับสูงพร้อมกับอุปกรณ์เสริม ก็ไม่ทำให้เขาโจมตีได้แรงนัก ยิ่งมอนสเตอร์ตรงหน้าคือบอสด้วยแล้วยิ่งไปกันใหญ่
เดมิกอสวางมือทั้งสองข้างไว้ที่หน้าอกตรีศูลในมือลอยหมุนควงขึ้นด้านบน แสงสว่างสีน้ำเงินเข้มปกคลุมตัวของมอสเตอร์ยักษ์และในที่สุดตรีศูลที่หมุนควงอยู่ด้านบนก็เปล่งประกายออกมาพร้อมกับการแจ้งของระบบถึงชื่อท่าที่เจ้าสัตว์ประหลาดตัวนี้ใช้
“พิลล่า ออพ เดสทรัคชั่น!(Pillar of Destruction)”เมื่อสิ้นเสียง...
เสาน้ำจำนวนมากก่อตัวอย่างรวดเร็วและรุนแรงทุกคนพยายามหลบแต่การโจมตีครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พวกของแทนเคยเห็นการก่อตัวของเสาน้ำทั้งหลายเกิดขึ้นแบบฉับพลันอันที่จริงแล้วจะมีน้ำก่อตัวให้พอสังเกตได้แต่ในการต่อสู้ที่ดุเดือดไม่มีใครสังเกตเห็น จึงทำให้ทุกคนรับการโจมตีไปถ้วนหน้า
“0…!” “0…!” “0…!” “0…!” “0…!” “0…!”
“1,709!” “1,793!” “1,697!” “1,707!” “1,701!” “1,731!”
“2,014!” “2,078!” “2,091!” “2,103!” “2,104!” “2,177!”
“3,104!” “3,201!” “3,140!” “3,110!” “3,227!” “3,289!”
ผลจากการ์ดอาภรณ์แห่งดาวประกายพรึกที่คุ้มกันร่างของแทนถูกใช้งานถ้าครั้งต่อไปเขาถูกโจมตีอีกน่าจะไม่รอด บลานซ์กับนิกกี้เหลือพลังไม่ถึงหนึ่งพันส่วนเอ็ดเวิร์ดนั้นเสียเงินไปเกือบหนึ่งล้านกิลเมื่อถูกการโจมตีในครั้งนี้และมันก็เป็นครั้งสุดท้ายที่ผลของทักษะจีเวลบาเรียมีผล
“เมจิก!”เอ็ดเวิร์ดรีบฟื้นพลังให้บลานซ์เป็นคนแรก เขาใช้การ์ดไอเทมระดับ 7 ดาว น้ำยาฟื้นพลังระดับสูงที่ต้องใส่การ์ดในมือ 1 ใบกลับเข้าเด็ค
“+10,000!”
“ซัมมอน!”นิกกี้เรียกใช้มอนสเตอร์ระดับ 7ดาวออกมาอีก 1 ตัว ค่าพลังหรือคุณสมบัติต่างๆของมอนสเตอร์ตัวที่เรียกออกมาไม่ได้เก่งกาจอะไร แต่มอนสเตอร์ที่ถูกทิ้งลงไปในสุสานนั้นไม่ใช่

แมชชีนเนอร์พลาทูนออกมาสู่สนามรบทันทีที่ออกมาก็เข้าโจมตีมอนสเตอร์ระดับเลเวลกว่า 150 และผลที่ได้ก็เป็นอย่างที่คาดกัน
โป้งเดียวจอด...แมชชีนเนอร์พลาทูนถูกส่งลงสู่สุสานอย่างรวดเร็ว