ณ โรงเตี๊ยม เมืองถานกู่ ก่อนถึงชายแดนระหว่างแคว้นลู่และแคว้นเยี่ย
ฉินฟงนั่งพัก แล้วสั่งซาลาเปากับน้ำชา หลังจากขี่ม้าเดินทางมาไกลมาก ระหว่างที่นั่งและกำลังจะหยิบซาลาเปามาทานอยู่นั้น เขาก็เห็นฝุ่นตลบอบอวลมาแต่ไกล และเหมือนมีอะไรบางอย่างกำลังมุ่งหน้าพุ่งตัวมาทางนี้ด้วยความเร็วสูงสุดขีด
ฉินฟงก็เลยจับดาบเทวะ พร้อมเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้ กำลังชักดาบ แต่ก็ต้องหยุดชะงัก เพราะเขาเห็นคนที่คุ้นเคยมานั่งร่วมโต๊ะกับเขาอย่างหอบเหนื่อย
“นี่เจ้าใช้กำลังภายในเดินทางไปแคว้นเยี่ยเลยงั้นหรอ และลูกน้องของข้าล่ะ” ฉินฟงรีบถาม
หานอู่หอบและตอบว่า “มันไม่ทันใจข้า ข้าก็เลยขอตัวมาเองเลยดีกว่า”
“งั้นทานซาลาเปาสิ” ฉินฟงตั้งใจว่าจะให้หานอู่สั่งซาลาเปาเอง
หานอู่ร้อนใจมาก เลยไม่เกรงใจ เขาเล่นหยิบซาลาเปาของฉินฟงมากินต่อหน้าต่อตา และดื่มน้ำชาของเขาอย่างรวดเร็ว “ข้าขอติดไว้ก่อนนะฉินฟง และขอมุ่งหน้าไปก่อนก็แล้วกัน เจอกันที่แคว้นเยี่ยนะ”
ยังไม่ทันที่ฉินฟงจะตอบอะไร หานอู่ก็วิ่งด้วยความเร็วสูงมุ่งหน้าเดินทางต่อ เห็นเพียงฝุ่นตลบอบอวลตามหลังเท่านั้น หมอหนุ่มก็เลยต้องสั่งเสี่ยวเอ้อให้ไปนำอาหารและน้ำชามาให้เขาใหม่อีกชุด และนั่งกินอย่างใจเย็น
หานอู่พยายามวิ่งให้เร็วที่สุดเพื่อไปช่วยว่าที่ฮูหยินของเขาให้ทันให้จงได้ “กระหม่อมจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายพระองค์ รอกระหม่อมก่อนนะพะย่ะค่ะ”
********************************************************
และแล้วก็ถึงคืนเดือนดับ ถือว่าเป็นฤกษ์ที่ดีที่สุดในการประกอบพิธีแลกวิญญาณ พิธีจัดอยู่กลางลานด้านหลังพระราชวัง ท่านอ๋องและเหล่าขุนนางคนสนิทนั่งประจำตำแหน่งเพื่อดูการประกอบพิธีอันศักดิ์สิทธิ์
พ่อหมอสวมชุดคล้ายกับนักพรต เขาตั้งโต๊ะแท่นพิธี ปักธูปใหญ่ที่จุดแล้วหนึ่งดอกบนกระถางธูปและตั้งอยู่กลางโต๊ะ มียันต์สีเหลืองที่เขียนตัวหนังสือด้วยเลือดและโถเหล้าขวดใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ ข้างกายของพ่อหมอมีกระบี่ เขามายืนอยู่ที่โต๊ะพิธีเพื่อรอฤกษ์
ตอนนี้องค์หญิงทรงนอนบนแท่นเตียงหยก พระหัตถ์และพระบาทถูกโซ่ล่ามติดกับเตียงทั้งสี่ด้านตามมุมของเตียง
“ปล่อยข้า ถ้าทำอะไรข้า เสด็จพ่อต้องไม่ปล่อยพระองค์แน่ ท่านอ๋อง” องค์หญิงทรงตะโกนพร้อมกับดิ้น แต่ก็ไร้ผล
“รับรองนะองค์หญิง หลังเสร็จพิธี พระองค์จะได้อภิเษกกับข้าอย่างสมพระเกียรติเลย ถึงคราวนั้นฝ่าบาทในแคว้นของพระองค์ก็ต้องยกย่องข้า ว่าข้ารักและดูแลพระธิดาของฝ่าบาทเป็นอย่างดี 555” ท่านอ๋องกล่าวพร้อมกับหัวเราะ
องค์หญิงทรงกรรแสงเพราะยังไม่อยากสิ้นพระชนม์ในตอนนี้ เลยทรงตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ “ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย ได้โปรดเถอะ”
“ถึงเวลาแล้วพะย่ะค่ะ” พ่อหมอตะโกนบอก
“งั้นเริ่มพิธีได้” ท่านอ๋องตรัสสั่ง
พ่อหมอจึงนำถ้วยยาปลุกเสกเดินไปหาองค์หญิง หลังจากนั้นก็เรียกนางกำนัลมาช่วยจับไม่ให้องค์หญิงทรงดิ้นพร้อมกรอกยาใส่พระโอษฐ์ของพระองค์อย่างไร้ความปราณี
“ข้าไม่กิน….อื้อ…อึก อึก อึก” แม้พระองค์จะพยายามดิ้นจนถ้วยยาหกไปบ้าง แต่เพราะถ้วยยามีขนาดใหญ่มากบรรจุยาเกือบเต็ม ทำให้องค์หญิงทรงกลืนยาไปหลายอึก จนกระทั่งพระองค์สลบไป
พ่อหมอเดินกลับมาที่แท่นพิธี พร้อมกับชักกระบี่ร่ายรำไปสักสามกระบวนท่าก็หยุดเพื่อดื่มเหล้า แล้วร่ายรำต่อ สักพักก็หยิบยันต์มาเผาและโยน พ่อหมอฟันกระบี่ไปมาพร้อมกับท่องมนตร์คาถา จนกระทั่งเกิดฟ้าร้อง เมฆลอยลงต่ำ ลักษณะท้องฟ้ามืดมนกว่าเดิม คล้ายฝนกำลังตก ฟ้าเกิดแลบ จนกระทั่งเกิดฟ้าผ่าไปที่ร่างขององค์หญิง
ทุกคนตกใจเพราะกลัวองค์หญิงจะไหม้จนเกรียมเพราะฟ้าผ่า แต่แล้วภาพที่ปรากฏกลับพบว่าองค์หญิงทรงไม่เป็นอะไรเลย ยังคงนอนปกติบนเตียงหยก
สักพักทหารสองนายก็แบกเปลที่มีโครงกระดูกของพระชายามาตั้งข้างๆ เตียงขององค์หญิง
ที่ไม่น่าเชื่อก็คือ ทุกคนมองเห็นดวงไฟสีขาวสว่างค่อยๆ เคลื่อนตัวจากโครงกระดูกไปหาองค์หญิงที่มีสิริโฉมงดงาม
หานอู่ที่วิ่งอย่างรวดเร็ว เขามาถึงพิธีอย่างเหนื่อยล้า และตกใจกับภาพที่เห็นดวงวิญญาณของพระชายากำลังจะประทับร่างขององค์หญิง หานอู่ตะโกน “ไม่นะ” แล้วพุ่งตัวเข้าไปช่วยองค์หญิง
แต่แล้วพ่อหมอรีบกระโดดเข้าไปขัดขวางหานอู่ไว้ ทั้งสองเกิดปะทะต่อสู้กันด้วยฝีมือสูสีกันมาก ทำให้หานอู่เข้าไปช่วยองค์หญิงไม่สำเร็จ
และแล้วดวงวิญญาณก็ประทับร่างองค์หญิงสำเร็จ หานอู่จึงตะโกนอีกครั้ง “ม่าย องค์หญิง”
พ่อหมอหัวเราะเยาะเสียงดังด้วยความสะใจ ในขณะที่ท่านอ๋องและเหล่าขุนนางพากันปรบมือที่เห็นพิธีกรรมเกือบจะสำเร็จแล้ว
ฉินฟงที่ตามมาติดๆ พอมาถึง ก็รีบเข้าไปต่อสู้กับพ่อหมอแทนหานอู่
หานอู่จึงรีบวิ่งเข้าไปดูองค์หญิงพร้อมกับปลุกพระองค์ “ไม่นะ พระองค์ทรงอย่าเป็นอะไรไปนะพะย่ะค่ะ” เขาใช้ดาบฟันไปที่โซ่ที่พันธนาการองค์หญิงทั้งสี่ด้าน และกำลังจะอุ้มพาตัวองค์หญิงหนี
ท่านอ๋องทรงกระโดดพุ่งตัวเข้าไปขัดขวางไว้ พระองค์ทรงต่อสู้กับหานอู่ พร้อมกับตรัสว่า “ไม่มีประโยชน์หรอก พระชายาของข้าเข้าร่างขององค์หญิงแล้ว พระองค์ไม่ใช่องค์หญิงของเจ้าอีกต่อไปแล้ว”
ระหว่างต่อสู้ หานอู่ก็น้ำตาไหลเพราะเสียใจที่ช่วยเหลือคนรักไม่ได้
ทหารแคว้นเยี่ยโอบล้อมดูการต่อสู้ของท่านอ๋องกับพ่อหมอเพื่อหยั่งเชิง หากเกิดอะไรขึ้นจะได้เข้าไปช่วยเหลือกษัตริย์ของตน
ท่านอ๋องที่มีวรยุทธ์สูงสามารถใช้ดาบฟันไปที่แขนของหานอู่ได้จนเขาได้รับบาดเจ็บ และหานอู่ก็ถูกถีบจนล้มไปกองกับพื้น
“น่าเสียดายนะที่เจ้าใช้กำลังมากเกินไปในการเดินทางมาที่นี่ เจ้าจึงพ่ายแพ้ให้กับข้าได้อย่างง่ายดายเช่นนี้” ท่านอ๋องทรงประเมินผู้ต่อสู้
“คนตายไม่อาจฟื้นได้หรอกพะย่ะค่ะ ทรงตัดพระทัยเสียเถิด” หานอู่พูดกล่อม
“นี่ไง ข้าก็แสดงให้เจ้าเห็นแล้วนี่ไง ว่าข้าสามารถทำได้ ข้าสามารถทำเรื่องเหนือธรรมชาติได้ 555 ในที่สุดข้าก็ได้พระชายาของข้ากลับคืนมา” ท่านอ๋องหัวเราะด้วยความดีใจ
แต่ทว่ามีสิ่งไม่คาดฝันเกิดขึ้น อยู่ดีๆ ก็เกิดฟ้าผ่าไปที่องค์หญิงอีกครั้ง แต่มันผ่าไปตรงเฉพาะกำไลทองขององค์หญิงเท่านั้น และแล้วกำไลทองก็เกิดเปล่งประกายเป็นแสงสีทองเจิดจ้า จนกระทั่งก็มีเสียงผู้หญิงกรีดร้องโหยหวนอย่างทรมาน
ดวงวิญญาณพระชายาออกจากองค์หญิงอย่างฉับพลัน และเกิดการสลายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“ม่าย ไม่จริง พระชายาของข้า” ท่านอ๋องทรงวิ่งเข้าไปหาองค์หญิงที่ทรงนอนสลบไม่รู้เรื่อง พระองค์ทรงคุกเข่านั่งข้างๆ องค์หญิงและจับพระหัตถ์พระองค์ไว้ “เจ้าต้องกลับมานะ พระชายาของข้า”
หานอู่พยายามลุก จะเข้าไปช่วยองค์หญิง แต่ทหารแคว้นเยี่ยเข้าไปขวางและรุมโจมตีหานอู่ จนเขาต้องต่อสู้เพื่อต้านกับทหารแคว้นเยี่ยเป็นสิบนาย
ในขณะที่พ่อหมอกับฉินฟงยังคงปะทะกันไม่หยุด
ท่านอ๋องกำลังจะอุ้มตัวองค์หญิงไปในที่ปลอดภัย แต่แล้วอยู่ดีๆ พระองค์ก็รู้สึกหน้ามืด แล้วล้มลงสลบไป
“ท่านอ๋อง ท่านอ๋องทรงเป็นอะไรไปพะย่ะค่ะ” เหล่าขุนนางพากันตกใจ
และแล้วขุนนาง หานอู่ องค์หญิงและท่านอ๋องก็ถูกทหารคนสนิทของพ่อหมอจับกุมตัวไว้
จอมยุทธ์พรรคมารสองคนกระโดดเข้ามาจ่อดาบไปที่คอของหานอู่และองค์หญิงเป็นตัวประกัน เพื่อให้ฉินฟงยอมหยุดการต่อสู้
“หยุดเดี๋ยวนี้ท่านประมุข ถ้าไม่อยากให้สหายของท่านตาย” จอมยุทธ์นายหนึ่งกล่าว
ฉินฟงยอมหยุดต่อสู้กับพ่อหมอ เขาเริ่มประเมินสถานการณ์และกล่าวว่า “นี่เจ้าหักหลังท่านอ๋องอย่างนั้นหรือ พ่อมดจาง” ฉินฟงกล่าวกับพ่อหมอ ซึ่งความจริงแล้วพ่อหมอเป็นชาวยุทธ์พรรคมารอีกคน ฉายาของเขาคือพ่อมดจาง
“ท่านอ๋องไม่มีคุณสมบัติเป็นเจ้าแผ่นดิน เขาคิดถึงแต่ชายาของตน โดยที่ไม่ยอมสนใจประชาชน มันก็สมแล้วที่ต้องมีการผลัดเปลี่ยนเจ้าแผ่นดินใหม่” พ่อมดจางกล่าว
“ที่แท้เจ้าก็หลอกท่านอ๋อง ให้ประกอบพิธีกรรมบ้าๆ นี่ เพื่อหาโอกาสปลงพระชนม์ท่านอ๋องนี่เอง” ฉินฟงเริ่มเข้าใจแผนการ
“พิธีแลกวิญญาณเป็นของจริง แต่มันไม่สำเร็จเพราะองค์หญิงทรงสวมกำไลทองป้องกัน อาณุภาพของกำไลทองมีผลทำให้ทำลายดวงวิญญาณของพระชายา ดังนั้นในตอนนี้ท่านอ๋องและองค์หญิงซึ่งได้รับพิษของข้าไป มันมีผลทำให้ทั้งสองพระองค์เพียงแต่นิทราไปตลอดชีวิตเท่านั้น ไม่ได้ทำให้ถึงขั้นสิ้นพระชนม์ไปเสียหน่อย ข้าปราณีแค่ไหน ท่านเห็นมั้ยล่ะ” พ่อมดจางอธิบาย
“เจ้าเองก็ไม่สมควรที่จะเป็นกษัตริย์” ฉินฟงกล่าว
“หุบปากท่านประมุข ท่านเองก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นประมุขของพรรคมารเช่นกัน” พ่อมดจางไม่นับถือประมุขคนใหม่
เพื่อไม่ให้หานอู่ตาย ฉินฟงจึงยอมถูกทหารแคว้นเยี่ยจับแต่โดยดี โดยเดินเข้าไปรวมกับหานอู่ที่ถูกมัด
ฉินฟงแสร้งทำเป็นยอมโดนจับและยอมถูกมัด แต่เขาสามารถคลายเชือกได้อย่างรวดเร็ว พอเดินเข้าไปใกล้หานอู่ก็ใช้พลังซัดเข็มพิษไปยังทหารเป็นสิบนาย ทำให้ทหารพากันล้มไปกองกับพื้น และพากันร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอย่างทรมานเพราะพิษ
“พิษเหล่านี้มีฤทธิ์ชั่วคราว อีกไม่นานพวกเจ้าก็จะหายเอง ทนเจ็บปวดให้ได้ก็แล้วกัน” ฉินฟงกล่าวกับทหาร และใช้มีดสั้นตัดเชือกให้หานอู่และกระซิบบอกเขา “ทางนี้เดี๋ยวข้าจัดการเอง เจ้าพาองค์หญิงหลบหนีไปในที่ปลอดภัยก่อน ขวดนี้คือยาแก้พิษให้องค์หญิง แต่มันคงต้องใช้เวลานานกว่าองค์หญิงจะทรงฟื้น ส่วนขวดนี้คือยารักษาอาการบาดเจ็บของเจ้า”
หานอู่รับขวดยามาสองขวด และรีบวิ่งไปหาองค์หญิง เขาอุ้มพระองค์และวิ่งหนีอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่มีใครสามารถติดตามได้ทัน
ฉินฟงเป่าใบไม้เพื่อเรียกลูกน้องพรรคมารที่สวามิภักดิ์กับเขาให้มาที่นี่ เพื่อเตรียมต่อสู้กับเหล่าจอมยุทธ์พรรคมารอีกฝ่าย