ในขณะเดียวกันที่หมู่บ้านของชาวเผ่าหงส์ไฟ ทุกคนต่างก็วิ่งกันวุ่นวาย เพื่องานที่ได้รับมอบหมาย จะได้เสร็จทันพิธีสักการะเทพอัคคี ที่ทุกคนต่างก็นับถือทั่วทั้งหมู่บ้าน ตรงหน้ารูปปั้นขนาดใหญ่ หลวนคุณผู้นำหมู่บ้านกำลังทำพิธีเพื่อให้ทุกคนเข้ามากราบไหว้ และขอพรจากเทพอัคคีที่พวกเขานับถือ ชายชราแต่ยังคงดูสง่ามากกว่าอายุนัก เอามือประสานกันก้มลงสักการะและขอพรจากรูปปั้นตรงหน้า
“ข้าแต่องค์เทพ ได้โปรดช่วยพวกเาาวเผ่าหงส์ไฟด้วยเถิด ขอให้ข้าเจอคู่ชะตาขององค์าาัโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดเื่ไม่ดีขึ้น ขอให้องค์เทพตอบรับคำขอจากข้าด้วยเถิด”
“เฮ้อ... ถ้าคราวนี้ยังหาไม่เจอ มิคงต้องแตกหักกับชาวเผ่าัหรอกหรือ”ท่านผู้นำพูดด้วยใบหน้าเครียดขรึมอย่างเห็นได้ชัด ทุกคนต่างก็ใจจดใจจ่อกับพิธีในครั้งนี้เป็อย่างยิ่ง
แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น คนที่อยู่ในบริเวณนี้ต่างพากันใกับลำแสงสีทองอร่าม ที่สว่างจ้าปรากฏอยู่กลางบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนมีอาการตกตะลึงไม่ต่างกันคือ ลำแสงสีทองที่ปรากฏอยู่ ได้โอบอุ้มร่างของใครบางคนเอาไว้ ตอนนี้ร่างเล็กนอนสลบไสลอยู่กลางบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ในท่านอนหงายศีรษะวางอยู่บนโขดหิน แล้วลำแสงสีทองก็ค่อยๆ หายไป เมื่อหมดหน้าที่ส่งคู่ชะตามายังที่หมายแล้ว
ชาวบ้านต่างก็พากันกรูเข้าไปยังที่ที่ชายหนุ่มนอนหมดสติอยู่ ทุกคนพากันหลีกทางให้ เมื่อท่านผู้นำเดินตรงมายังร่างที่ไร้สติอย่างสงสัยใคร่รู้ ตามองร่างเล็กไม่วางตา ในใจก็คิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบๆ ขอให้เป็อย่างที่เขาคิดทีเถิด ทุกคนจะได้หมดห่วงสักที
“น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก คงเป็ชะตาลิขิตไว้จริงๆ เขาถึงได้ปรากฏตัวที่บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ในเวลานี้ เอ้าพวกเ้ามัวมองอะไรกันอยู่ รีบพาเขาขึ้นมาเร็วเข้า”
สิ้นคำสั่งของท่านผู้นำ ทุกคนต่างก็ช่วยกันพาร่างที่ไร้สติ ของชายหนุ่มรูปงามขึ้นมาจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ เพียงแรกเห็นทุกคนต่างก็ชื่นชมกับรูปร่างหน้าตาที่งดงาม ใบหน้าหวานกำลังหลับใหลเผยให้เห็นแพขนตางอนงามเรียงตัวกันอย่างเป็ระเบียบ จมูกโด่งรั้นนิดๆ รับกับริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูอ่อนๆ บวกกับผิวขาวอมชมพูอย่างคนที่มีสุขภาพดี ทุกสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็ตัวเขา มันช่างลงตัวเสียจนคนที่มองต่างก็พากันกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก โดยเฉพาะบุรุษ
ซึ่งต่างก็พากันจ้องมองภาพตรงหน้าตาเป็มัน เสื้อผ้าอาภรณ์ที่เ้าตัวสวมใส่ตอนนี้มันเปียกชุ่ม เลยมองเห็นรูปร่างของคนตรงหน้าอย่างชัดเจน พาเอาสติของใครหลายคนหลุดไปอย่างไม่รู้ตัว ท่านผู้นำเห็นดังนั้นเลยรีบเรียกสติทุกคนให้กลับมาอยู่กับตัวโดยเร็ว ก่อนที่จะเกิดเื่ยุ่งยากตามมาในภายหลัง
“อะ แฮ่ม แค๊ก ๆ ๆ เอาล่ะ ทุกคนคงจะสงสัยสินะ ว่าเขามาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร ถ้าข้าคิดไม่ผิด คราวนี้คงจะเป็โชคดีของเราแล้ว”
เย่วซินที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ก็อดสงสัยที่ท่านผู้นำพูดออกมาไม่ได้ หนิงอันที่ยืนอยู่ข้างเย่วซินเอ่ยถามบิดาด้วยความสงสัย
“มันหมายความเช่นไรเ้าคะท่านพ่อ”
“เดี๋ยวเ้าก็จะรู้เองหนิงอัน”หลวนคุณตอบบุตรสาว ก่อนจะเอื้อมมือไปหาไหล่บาง มือหนาของท่านผู้นำค่อยๆ แหวกคอเสื้อของคนที่หลับใหล
ดึงลงมาจนถึงไหล่บางช้าๆ เปิดดูสิ่งที่อยากเห็น รอยยิ้มดีใจอย่างที่สุดปรากฏบนใบหน้าของหลวนคุณ บ่งบอกว่าสิ่งที่เขาขอเป็จริงอย่างที่คิดเอาไว้
“ใช่จริงๆ อย่างที่ข้าคิดมิผิด องค์เทพทรงรับคำขอจากข้าแล้ว พวกเราทุกคน เราเจอคู่ชะตาแล้ว เฮ้อ... โล่งใจเสียที”
หลวนคุณหันไปบอกกล่าวกับทุกคน สร้างความดีใจเป็อย่างยิ่ง ในที่สุดคู่ชะตาก็ปรากฏตัวสักที หลวนคุณเลยหันมาพูดกับเย่วซิน
“เย่วซิน ข้าฝากเ้าดูแลเขาด้วย ให้เขาไปพักอยู่ที่บ้านเ้า จนกว่าจะถึงวันทำพิธีส่งตัวเ้าสาวแก่าาั”
“ข้าจะดูแลเขาเป็อย่างดี ท่านวางใจเถิดท่านผู้นำ”
“อืม... รบกวนเ้าแล้ว ข้าฝากคนสำคัญคนนี้ไว้กับเ้าด้วย”
บ้านของเย่วซิน
หลังจากพาหลิงซานมาถึง เย่วซินก็จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้อีกฝ่าย สัญลักษณ์หงส์ไฟปรากฏอย่างชัดเจน จะเป็ใครไปเสียไม่ได้ในเมื่อมันชัดเจนขนาดนี้
“ในที่สุดก็เจอซักที หากันเสียแทบแย่ บทจะเจอ ก็เจออย่างไม่คาดคิด คู่ชะตาเป็บุรุษดั่งที่ท่านเเม่ว่าจริงๆ “
“เย่วเอ๋อร์ เมื่อไหร่เขาจะฟื้นสักทีนะ นี่ก็นานมากแล้ว”
มารดาเอ่ยถามบุตรชายด้วยท่าทีร้อนรน มองใบหน้าหวานซึ่งตอนนี้หลับใหลอย่างรู้สึกเอ็นดู
“เดี๋ยวก็คงจะฟื้น ท่านแม่อย่าได้ห่วงเลย”สองแม่ลูกนั่งคุยกันอยู่สักครู่ก็ต้องหันไปมองตามเสียง
“แค๊ก ๆ ๆ ๆ น้ำ ขะ-ขอน้ำหน่อย”คนที่สลบไสลอยู่นาน ก็ได้สติขึ้นมา ร่างเล็กเอ่ยขอน้ำอย่างยากลำบาก เพราะตอนนี้ลำคอแห้งผากเป็ผุยผง เย่วซินได้ยินดังนั้นก็รีบรินน้ำเอามาป้อนอีกฝ่ายช้าๆ
“เ้าดื่มช้าๆ หน่อย เดียวก็สำลักเอาหรอก”
“แค๊ก ๆ ๆ ๆ “
“นั่นปะไรล่ะ ข้าบอกเ้าแล้วพูดมิทันขาดคำ”
เย่วซินดุอีกฝ่ายที่ดื่มน้ำอย่างตะกละจนสำลักเอา หลิงซานได้ยินแบบขาดๆ หายๆ ดวงตาสวยที่ปิดสนิท ค่อยๆ ปรือขึ้นอย่างช้าๆ และปิดลงดังเดิม เพื่อปรับสายตาที่พร่าเลือนให้เห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ก่อนจะเปิดขึ้นอีกครั้ง
สิ่งแรกที่หลิงซานเห็น คือใบหน้างดงามราวภาพวาดในนิยายจีนที่ทุกคนชอบอ่าน หลิงซานจ้องมองคนตรงหน้าอย่างตะลึงงัน อ้าปากเหวอ มือบางค่อยๆ เอื้อมไปจับใบหน้าของอีกฝ่ายแ่เบา
“โอ้มายก็อต... คนหรือเปล่าวะ ทำไมถึงได้สวยขนาดนี้ อย่างกับนางฟ้าเลย”เขาจับๆ บีบๆ แก้มนิ่มของอีกฝ่ายอย่างสนใจจนโดนอีกฝ่ายดุเอา เพราะเหลือจะทน ั้แ่ฟื้นขึ้นมาก็เอาแต่จับหน้าเขาไม่ยอมปล่อยมือสักที
“นี่เ้าจะจับใบหน้าข้าอีกนานหรือไม่ เ้าเด็กบ้า”
“ว๊าก... ตาเถรตกกะได ผู้ชายเหรอนี่ ทำไมสวยกว่าผู้หญิงอีก”
“เ้าพูดอะไรของเ้า ข้าฟังไม่รู้เื่ แล้วเ้ามาโผล่ที่นี่ได้อย่างไรกัน”ได้ยินแบบนี้เขาจึงนิ่งไปอึดใจ ก่อนที่สมองค่อยๆ คิดถึงสิ่งที่ผ่านมา และภาพความทรงจำทุกอย่าง ค่อยๆ ไหลเข้าสู่สมองของเขาช้าๆ ตอนนี้หลิงซานรู้สึกปวดหัวขึ้นมา และปวดมากขึ้นเรื่อยๆ เขาหันไปมองสิ่งที่อยู่รอบตัว ทุกอย่างมันเปลี่ยนไป บ้านที่ทำจากไม้เนื้อดีมันดูเก่าลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทรุดโทรมแต่อย่างใด รอบตัวเขามีกลิ่นอายโบราณ
ไม่ว่าจะเป็ที่นอนที่เขานอนอยู่มันเป็ฟูกนุ่มๆ วางอยู่บนเตียงไม้ ที่แกะสลักลวดลายแปลกตา แต่ก็สวยงามไปอีกแบบ มีผ้าม่านกั้นสามารถรูดปิดหรือเปิดได้ แต่ที่สำคัญที่สุดคือทุกคนที่นี่แต่งตัวแปลกๆ รวมทั้งชุดที่เขาสวมใส่อยู่ด้วย ชุดยาวรุ่มร่ามเหมือนในหนังจีนโบราณอย่างไรอย่างนั้น
นี่เขาอยู่ที่ไหนกัน มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่ ไหนจะคนสวยที่อยู่ตรงหน้าอีก ดันเป็ผู้ชายเสียได้ การแต่งตัวก็ดูแปลกตาผมยาวถึงกลางหลัง แต่เอ๊ะผมหรือ เขาเอามือจับผมตัวเองดู เกือบช็อคไปอีกรอบ
“นี่มันอะไรกัน ที่นี่มันที่ไหน เกิดอะไรขึ้นกับกูวะ ผมนี่อีกมันจะยาวอะไรขนาดนี้วะนี่ อ๊าก... ที่นี่มันที่ไหนกัน กูมาโผล่ที่ไหนวะเนี่ย!! ”
เขาพูดออกมาด้วยใบหน้าขาวซีด เพราะตอนนี้เส้นผมของเขายาวสลวยถึงเอว มันยาวชั่วข้ามคืนได้อย่างไรก็ไม่รู้ ตอนนี้หลิงซานช็อคจริงๆ เย่วซินยืนมองอาการของคนตรงหน้าอย่างเป็ห่วง คงเพราะอาการลนลาน ดวงตาว่อกแว่กกวาดมองไปทั่วบริเวร ใบหน้าหวานขาวซีดราวกับไม่มีเืมาหล่อเลี้ยง เย่วซินเอื้อมมือมาหวังจะปลอบให้อีกฝ่ายใจเย็นลง แต่ก็ถูกหลิงซานปัดออกและขยับตัวเองไปจนชิดฝาผนัง หลอน!! บอกได้คำเดียวว่าหลอนเอามากๆ เย่วซินพยายามเอื้อมมือมาแต่ก็เหมือนเดิม โดนปัดออกอีกครั้งจนเขารู้สึกถอดใจ
“ยะ-อย่าเข้ามานะ คุณเป็ใคร แล้วผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ป๊าล่ะป๊าอยู่ไหน ป๊าช่วยซานด้วย ที่นี่ไหนก็ไม่รู้ซานกลัว ฮึก ฮือ... ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยผมที ไอ้เทียนมึงอยู่ไหน ฮือ... ฮึก ช่วยกูที”
“เดี๋ยว เ้าร้องไห้ทำไม ที่นี่มันไม่มีอะไรน่ากลัวอย่างที่เ้าคิดหรอก มีข้าอยู่กับเ้าทั้งคนข้าจะดูแลเ้าเอง อย่าได้กลัวไปเลย”
เย่วซินพูดจาปลอบโยนอีกฝ่าย ให้คลายความหวาดกลัวลง แต่มันก็ไม่ได้ผลเลยแม้แต่น้อย
หลิงซานร้องไห้สะอื้นออกมาด้วยความหวาดกลัว ตอนนี้เขาฝันเสียไปหมดแล้ว ตรงนี้ไม่มีใครที่เขารู้จักเลยสักคนเดียว มีแต่คนแปลกหน้าทั้งนั้น เย่วซินอดที่จะสงสารคนตัวเล็กไม่ได้ เพราะตอนนี้ชายหนุ่มตรงหน้า
เอาแต่ร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กๆ และไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้เลยแม้แต่น้อย เขาจึงใช้วิธีค่อยๆ เข้าหาทีละนิดๆ จนในที่สุดหลิงซานก็ยอมให้เขาเข้าใกล้
หลิงซานจมอยู่กับความทุกข์มาหลายวัน คิดถึงบ้าน คิดถึงเพื่อน และคนที่สำคัญที่สุดคือผู้เป็พ่อที่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะเป็อย่างไรบ้าง เขาอยากกลับบ้านไปหาทุกคน หลิงซานเอาแต่นั่งซึม หลายครั้งที่เย่วซินแอบเห็นคนตัวเล็กร้องไห้ เป็แบบนี้มาหลายวัน ดีที่มีเย่วซินอยู่ใกล้ๆ มาตลอด ไม่ทิ้งให้เขาฟุ้งซ่านอยู่คนเดียว
จนถึงตอนนี้เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว ไม่ใช่มีเย่วซินแค่คนเดียวที่ดูแลใส่ใจเขาไม่ห่าง แต่ยังมีมารดาของเย่วซินอีกคน ที่เอาใจใส่เขาเหมือนบุตรชายอีกคนหนึ่ง หยางหลิวก็แวะเวียนมาเยี่ยมไม่ขาด
แต่ดูท่าว่าหลิงซานจะไม่ค่อยไว้ใจเท่าไร มีเพียงเย่วซินและครอบครัวเท่านั้นที่หลิงซานยอมให้เข้าใกล้มากที่สุด นี่ถ้าหากรู้ความจริงว่าตนเป็คู่ชะตาเป็ผู้ถูกเลือก และสักวัน จะต้องไปอยู่ที่อาณาจักรั คนตัวเล็กจะทำเช่นไร เขาสงสารเหลือเกินแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้
หลังจากอาการดีขึ้นมากแล้ว ทุกคนก็สอบถามชื่อแซ่ของเขาจนได้ความ
“เป็อย่างไรบ้างหลิงซาน อาการเ้าดีขึ้นแล้วใช่หรือไม่”
หยางหลิวเอ่ยถามคนป่วยตรงหน้า หลิงซานไม่ตอบแต่ก็พยักหน้ารับแทน ยางหลิวมองคนตรงหน้า ถึงจะดีขึ้นบ้างแล้วแต่ก็ยังดูอิดโรยอยู่มาก
ใบหน้าหวานก็ยังดูซีดเผือดอยู่ไม่น้อย หลายวันมานี้ที่เขานอนป่วยอยู่บนฟูกนอน ก็มีชาวบ้านหลายคนต่างก็แวะเวียนมาเยี่ยมเขาอยู่ไม่ขาด โดยเฉพาะผู้นำหมู่บ้าน ที่มักจะมาเยี่ยมเขาแทบทุกวัน
เขารู้สึกว่าตัวเองสำคัญอย่างไรก็ไม่รู้ เพราะทุกคนดูเหมือนว่า จะให้ความเกรงใจเขาเป็อย่างมาก เขาเลยถามเย่วซินออกไปให้หายสงสัย
“พี่เย่วซิน ทำไมดูเหมือนว่าพวกเขาเกรงผมยังไงก็ไม่รู้”
“เดี๋ยวถ้าเ้าหายดี ข้าจะเล่าทุกอย่างให้เ้าฟัง”
(ถ้าถึงวันนั้นแล้ว เ้าคงจะโกรธเกลียดข้าและทุกคนที่นี่สักเพียงใดกัน)
เย่วซินตอบหลิงซานออกไป ถึงคำพูดของหลิงซานออกจะแปลกๆ ไปบ้าง แต่ก็พอจะจับใจความใด้อยู่ เขามองคนตัวเล็กกว่าอย่างใคร่รู้
“เ้าอายุเท่าใดแล้วรึ”
“อายุเหรอ เพิ่งจะ19เต็มเมื่อไม่นานมานี้ พี่มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีหรอก ข้าแค่อยากรู้ เ้านี่พูดจาแปลกประหลาดนัก เ้ามาจากที่ใดรึหลิงซาน”
“ผมมาจากที่หนึ่ง จะเรียกว่าอย่างไรดีล่ะ อนาคตมั้ง”
“อนาคตมันคืออะไร มันไม่เหมือนกับที่นี่หรือ” เย่วซินถามด้วยความสงสัย
“ไม่เหมือนเลยสักนิด ที่โน่นมีวิวัฒนาการก้าวหน้ากว่าที่นี่มาก เรียกว่าหน้ามือกับหลังมือเลยก็ว่าได้ มันเจริญก้าวหน้ากว่าที่นี่เยอะเลย และการเป็อยู่ของทุกคน ก็สะดวกสบายกว่าที่นี่อีก เฮ้อ... คิดถึงบ้านจัง คิดถึงป๊า ป่านนี้จะเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้ ผมอยากกลับบ้านไปหาครอบครัว ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้กลับไปหรือเปล่า”
“เอาละนอนพักผ่อนเถิด เ้าจะได้หายเร็วไว”
เย่วซินตัดบทเพราะฟังที่หลิงซานพูดไม่เข้าใจ และไม่อยากให้อีกฝ่ายจมอยู่กับความทุกข์ใจ หลิงซานเอนตัวลงนอนอย่างว่าง่าย เย่วซินเอื้อมมือมาดึงผ้าห่มมาคลุมให้คนตัวเล็ก
“ข้าไม่รู้หรอกว่า ในที่ๆ เ้าจากมามันเป็เช่นไร แต่เมื่อเ้ามาอยู่ที่นี่แล้ว ก็คิดเสียว่านี่คือครอบครัวของเ้า ท่านแม่และท่านพ่อของข้า ก็รักเ้าเสมือนบุตรชายอีกคน ส่วนข้ารู้สึกถูกชะตากับเ้านัก คิดเสียว่าข้าคือพี่ชายของเ้าก็แล้วกัน ต่อไปนี้ เราคือครอบครัวเดียวกัน เ้าจะเป็น้องชายคนเดียวของข้า เ้าไม่ได้อยู่คนเดียวอีกแล้วจงจำไว้”
“ครับพี่ชาย”หลิงซานพยักหน้ารับทั้งน้ำตา เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียว ไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกแล้ว อย่างน้อยก็ยังมีพี่ชาย และครอบครัวให้คอยอุ่นใจบ้าง
“ต่อไปนี้เรียกข้าว่าท่านพี่จะดีกว่า คำพูดของเ้าข้าฟังไม่ค่อยจะเข้าใจ”
“ครับท่านพี่”
“ดีมาก พักผ่อนเถิด ข้าไม่กวนเ้าแล้ว”เย่วซินเอื้อมมือไปลูบผมนุ่มของอีกฝ่ายอย่างเบามือ
เขารู้สึกถูกชะตากับหลิงซานจริงๆ อย่างที่พูด รู้สึกรักและเอ็นดูอีกฝ่ายอยู่มาก แต่อีกไม่นานหลิงซานคงต้องจากที่นี่ไป คงไม่มีโอกาสได้เห็นน้องชายคนนี้อีกแล้ว ตลอดไปเลยซินะ
วังั
อี้เฟยเดินวนไปวนมาอย่างนี้มาสักพักหนึ่งแล้ว ระยะนี้เขาเป็อะไรไม่รู้ กระวนกระวายใจถึงอีกคนซึ่งเป็คู่ของตนจนบอกไม่ถูก อยากจะไปหาเสียเดี๋ยวนี้ แต่ก็ทำไม่ได้มันเป็กฎของที่นี่
จะเจอคู่ตนได้ก็ต่อเมื่อวันไปรับตัวอีกฝ่ายเท่านั้น เขาทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่ง พลันสายตาเหลือบไปเห็นพี่ชายฝาแฝดเดินมาทางนี้พอดี เฟยหลงเดินเข้ามาหาน้องชายที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว
“ท่านพี่ วันนี้ไม่มีราชกิจอันใดรึ เห็นท่านมีเวลามาเดินเล่นได้”
“มีแต่เสร็จแล้ว เ้ามีเื่อันใดให้ไม่สบายใจรึเปล่า”
เขาเอ่ยถามน้องชาย เพราะจับสังเกตจากสีหน้าของน้องชายได้ อี้เฟยดูง่ายไม่ว่าจะทุกข์สุข เขาย่อมสังเกตเห็นเสมอ
“ท่านพี่นี่เก่งกาจมิเคยเปลี่ยน รู้ใจข้าตลอดเลย”
“ไม่รู้ก็โง่เต็มทีแล้วล่ะ เ้าน่ะดูง่ายจะตายไปอี้เฟย”
“ข้าดูง่ายขนาดนั้นเลยรึท่านพี่ สงสัยข้าคงจะโง่เอามากๆ ซินะ ที่ดูท่านพี่ไม่ออกเลยสักนิด”
“เอาล่ะมีอะไรก็เล่ามา ข้าช่วยได้ก็จะช่วย”เฟยหลงตัดบท อี้เฟยเลยเล่าอาการของตนให้อีกฝ่ายฟัง
“สงสัยเ้าจะโง่จริงๆ อย่างที่เ้าพูดกระมัง ดวงจิตรัมีไว้ทำอะไร ทำไมไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์”
“ใช่จริงด้วย สงสัยข้าจะโง่จริงๆ อย่างที่ท่านว่า ทำไมคิดไม่ได้นะเื่แค่นี้ มัวแต่นั่งทุกข์ใจอยู่ได้ บัดซบจริงเชียว”ได้ยินพี่ชายพูดแบบนี้ก็นึกขึ้นได้ ดวงจิตัสามารถใช้ได้หลายอย่าง รวมทั้งใช้ดูสิ่งที่อยากเห็นก็ย่อมทำได้ อย่างเช่นตอนนี้ เขาอยากเห็นคู่ของตนเป็ที่สุด
“ท่านพี่คงจะใช้ดวงจิตรัแอบดูพี่สะใภ้บ่อยๆ สินะ ถึงได้รู้ดีนัก”
“แค๊ก ๆ ๆ เ้านี่มัน! “
เสียงไอออกมาเพราะสำลักน้ำลาย เถียงอะไรไม่ออก เพราะเป็จริงอย่างที่น้องชายพูด เขาแอบใช้ดวงจิตรัดูการเป็อยู่ของอีกคนเสมอ
ตกกลางคืน อี้เฟยจึงใช้ดวงจิตรัมองดูอีกฝ่าย ให้คลายสงสัย และภาพที่เห็น เล่นเอาหัวใจของัหนุ่มร้อนรุ่มไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ด้วยความเป็ห่วง เพราะตอนนี้หลิงซานกำลังนอนหลับ แต่ท่าทางกระสับกระส่ายอย่างคนฝันร้าย ใบหน้าขาวซีดเผือดไร้สีเื นอนดิ้นไปมาอยู่บนฟูกนอน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ไหลเต็มไปหมดทั้งใบหน้าและลำตัว จนเสื้อผ้าเปียกชื้นไปหมด
เขาอยากจะปลุกอีกฝ่ายให้ตื่นจากฝันร้ายใจแทบขาด แต่ก็ทำไม่ได้ ได้แต่ทนมองอีกคนอย่างเ็ปที่ช่วยอะไรไม่ได้
“โถ่ ข้าจะช่วยเ้าได้อย่างไรกัน เ้าเจ็บ ข้าเจ็บยิ่งกว่าเ้านัก คนดีของข้า”
นี่เขาเป็หนักขนาดนี้เลยหรือ หลงรักอีกฝ่ายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งๆ ที่ยังไม่เคยเจอกันแม้เพียงสักครั้ง แล้วพี่ชายจะเป็อย่างเขาหรือเปล่านะ เขาตั้งจิตรเพ่งมองอีกครั้ง แต่ก็ต้องชะงักไปอึดใจหนึ่ง เพราะตอนนี้มีบุรุษอีกคนเข้ามาปลุกคนตัวเล็กให้ตื่นจากฝันร้าย คู่ของเขาเด้งตัวลุกจากฟูกนอน ก่อนจะสวมกอดคนที่เพิ่งเดินเข้ามาเอาไว้แน่นอย่างเสียขวัญ อีกคนกอดตอบพลางลูบศีรษะอย่างปลอบโยน จนร่างเล็กดีขึ้น
อี้เฟยมองภาพนั้นด้วยสายตาลุกวาวอย่างหึงหวงคนตัวเล็ก แต่แล้วเหมือนกับมีเปลวไฟลุกโชน พร้อมที่จะเผาทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้าอยู่ในแววตาของเขา ภาพที่คนตัวเล็ก ยอมให้อีกคนถอดเสื้อออกจากกายขาวผ่อง เพราะมันชื้นเหงื่อ ก่อนที่จะเอาตัวใหม่มาสวมใส่แทน จากตอนแรกที่ดูจะหึงหวงเอามากมายจนอยากฆ่าคน
แต่ตอนนี้ปลายจมูกของเขา ได้มีเืกำเดาไหลออกมาเป็ทาง เพราะร่างกายขาวผ่องยั่วยวนของอีกคน เล่นเอาเขาทำอะไรไม่ถูก
ลืมความหึงหวงเมื่อสักครู่ไปหมดสิ้น จากดวงตาที่เคยลุกเป็ไฟ แต่มาบัดนี้มันมีแต่ความหลงใหลอยู่เต็มเปี่ยม และตามมาด้วยความหื่นกระหาย ใคร่อยากอีกฝ่ายมาแทนที่เสียอย่างนั้น
“เมื่อก่อนข้าเคยคาดหวังเอาไว้มาก กับคู่ของข้า แต่ตอนนี้ข้าไม่สนใจอะไรอีกต่อไปแล้ว ขอแค่เป็เ้าแต่เพียงผู้เดียว เื่อื่นมันไม่สำคัญแต่อย่างใด ถึงเ้าจะไม่ใช่สตรี ไม่มีนมให้ข้าดู แต่ตัวเ้าก็น่ากินมิใช่น้อย รอก่อนเถิดถึงเวลาเมื่อไร ข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าหลุดมือข้าเป็แน่”
หลังจากที่เห็นเรือนร่างอันน่าจับกลืนลงท้องของอีกฝ่าย เล่นเอาเขาอารมณ์ขึ้น ทำยังไงก็ไม่ยอมลงสักที อี้เฟยจึงมุ่งหน้าไปวังหลังที่มีเหล่าสนมรูปโฉมงดงามรอเขาอยู่มากมาย ถึงเขาจะหลงรักคู่ของตนเพียงใด แต่อารมณ์ความใคร่ในตอนนี้ มันทรมานเขาเหลือเกิน เช่นนั้นก็ขอปลดปล่อยก่อนเถิด
“แต่งกับเ้าเมื่อไหร่ ข้าให้สัญญาว่า จะหยุดทุกอย่างอยู่ที่เ้าแต่เพียงผู้เดียว”เขาเรียกใช้มี่อิงสนมคนโปรดของเขา แต่ทุกอย่างต้องหยุดลงกลางคัน เพราะเขาไม่สามารถไปต่อได้ ใบหน้างามมาคอยวนเวียนอยู่ในหัวเขาไม่หยุด จนในที่สุดเขาก็หยุดทุกอย่าง และกลับตำหนักตนไป สร้างความงงงวย และไม่พอใจให้กับมี่อิงเป็อย่างมาก
“ซินหนี่ ข้าไม่งามไม่น่ามอง พอที่จะให้องค์ชายอี้เฟยค้างกับข้าแล้วรึ”นางหันไปถามนางกำนัลคนสนิทหลังจากที่อี้เฟยกลับไปแล้ว
“เปล่าเลยเพคะ พระสนมยังคงงดงามมิเคยเปลี่ยน แต่ที่องค์ชายไม่ค้างกับพระสนม ก็คงมีเหตุอันใดสักอย่างเป็แน่เพคะ”
นางกำนัลกล่าวเพื่อปลอบใจผู้เป็นาย
“จะมีเื่สำคัญอันใดไปเล่า นอกจากพระองค์ทรงเบื่อข้าแล้ว ฮึก ฮือ... “
“ไม่หรอกเพคะ พระสนมใจเย็นๆ ก่อนนะเพคะ”
“ตลอดหลายวันมานี้ พระองค์ไม่เคยมาหาข้าเลย ทรงเบื่อข้าแล้วจริงๆ “
“แต่พระองค์ก็ไม่ได้ไปที่อื่นเลยนะเพคะ หม่อมฉันไปสืบมาและได้ความว่า พระองค์ไม่เคยเรียกใช้สนมคนไหนเลยแม้แต่คนเดียว”
“ข้าดีใจยิ่งนักที่พระองค์มาหาข้าในวันนี้ แต่ยังไม่ทันไร พระองค์ก็ผลุนผลันออกไป เป็เช่นนี้แล้วเ้าจะให้ข้าคิดเช่นไรได้อีก นอกจากทรงเบื่อข้าแล้วจริงๆ”
ด้านอี้เฟยหลังจากกลับมาจากวังหลัง ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ทำอะไรอย่างที่ร่างกาย้า และกลับมาด้วยความหงุดหงิดที่อารมณ์ตนยังค้างเติ่ง
จนถึงตอนนี้เ้าัของเขามันจึงเรียกร้องการปลดปล่อย มันยังชี้โด่และไม่ยอมลงสักที สร้างความทรมานให้เขาแทบขาดใจ ก็ได้แต่คาดโทษอีกคนเอาไว้
“ฝากไว้ก่อนเถิด ขนาดยังไม่ได้เห็นหน้ากันจริงๆ เ้ายังมีอิทธิพลกับข้าขนาดนี้ ถึงเวลาข้าจะเอาคืนให้สาสมเชียว”
สุดท้ายเขาต้องช่วยตัวเองไปตามเื่ โดยนึกถึงใบหน้าและเรือนร่างของอีกฝ่าย ก็พาเอาอารมณ์ขึ้นได้อย่างง่ายดายเกินคาด ในที่สุดก็ปลดปล่อยอารมณ์ใคร่ออกมาจนหมดสิ้น ก่อนจะข่มตาหลับลงได้อย่างสบายตัว
อี้เฟยหลับไปแล้วอย่างสบายตัว แต่เฟยหลงยังไม่สามารถข่มตาให้หลับลงได้เลยแม้แต่น้อย เพราะภาพบาดตาเมื่อสักครู่ ภาพที่คู่ของเขาโอบกอดใครอีกคน เพื่อปลอบให้อีกฝ่ายหายใจากฝันร้ายก็เถิด แต่อารมณ์หึงหวงมันไม่สามารถแยกแยะออก รู้ว่าตนหึงหวงคู่ของตนมากเหลือเกิน มากเสียจนไม่อยากให้ใครเข้าใกล้แม้แต่คนเดียว
“เ้าจะทำให้ข้าคลั่งไปถึงเมื่อไรกัน หรือข้าจะต้องแหกกฎไปพาตัวเ้ามาอยู่ที่นี่เสียั้แ่ตอนนี้ห๊ะ! ”
เขาพึมพำกับตนเองอย่างเดือดดาล ไม่สามารถทำอะไรได้ เลยคิดฟุ้งซ่านเสียยกใหญ่ พอรุ่งเช้าทุกคนจึงได้พบเห็นองค์รัชทายาท นั่งหน้าดำคร่ำเครียดขอบตาดำคล้ำเหมือนไม่ได้หลับได้นอนมาทั้งคืน อารมณ์ก็พอจะเดาออกว่า พระองค์ได้ยัดรังแตนเข้าท้องไปทั้งรังอย่างไรอย่างนั้น จนน้องชายมาพบเจอเข้า เลยอดที่จะถามไถ่ด้วยความสงสัยไม่ได้
“สงสัยวันนี้จะมีฟ้าผ่าวังหลวงกระมัง ท่านพี่ดูเหมือนไปกินรังแตนจากที่ใดมา มีอะไรก็บอกข้าได้นะ ถึงข้าจะโง่แต่ก็พอจะแยกแยะออก”
“อี้เฟย... ข้าจะบุกเผ่าหงส์ไฟ ข้าจะไปรับตัวคู่ของข้า”
อี้เฟยมีสีหน้าใ หมดอารมณ์สนุกไปอย่างไม่รู้ตัว พลางกล่าวถามย้ำให้แน่ใจอีกครั้ง
“ดะ-เดี๋ยว ท่านว่าอะไรนะท่านพี่”
“นี่เ้าหูหนวกหรือไร ข้าบอกว่าจะบุกเผ่าหงส์ไฟ ข้าจะไปรับตัวคู่ของข้าให้เร็วที่สุด! “เฟยหลงตอบน้องชายอย่างเดือดดาล
“ใจเย็นๆ มันเกิดอะไรขึ้น ท่านพี่ถึงกับคุมสติตนเองไม่อยู่แบบนี้ ท่านพี่ทำอย่างนี้ไม่ได้ ท่านก็รู้ว่ามันผิดกฎของเรานะ”
“ข้ารู้แต่มันทนไม่ได้ ข้าอยากจะฆ่ามัน ข้าจะฆ่ามัน! “เฟยหลงกัดฟันพูดด้วยอารมณ์หึงหวง สายตาคมเหมือนมีไฟบรรลัยกัลป์ ที่พร้อมจะเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้เป็เถ้าธุลี หากบังอาจมาขวางเขาตอนนี้
อี้เฟยรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก พี่ชายเขาไม่เคยเป็แบบนี้มาก่อน ไม่ว่าเื่อะไรพี่ชายเขาก็เอาอยู่ แต่มาบัดนี้ถึงกับสติหลุด เลยได้รู้ความจริงจากปากพี่ชายถึงสาเหตุที่ทำให้เขาคุมสติตนเองไม่อยู่
“โถ่นึกว่าเื่อันใด ที่แท้ก็หึงหวงพี่สะใภ้นี่เอง แล้วถ้าหากบุรุษผู้นั้นเป็คนรักของพี่สะใภ้ล่ะ ท่านจะทำเช่นไร”
“ข้าก็จะสับมันเป็ชิ้นๆ นะสิ”อี้เฟยมองดูแววตาวาววับของพี่ชาย อย่างนึกสยองกับชะตาของอีกคน โดยไม่รู้เลยว่าคนที่เป็หัวข้อสนทนา คือคู่ของตนเอง
“ว่าแต่เื่ของเ้าล่ะ เป็เช่นไรบ้าง”
“เื่ของข้ารึ ก็ไม่ต่างกับท่านหรอกแต่ข้ายังพอมีสติมากกว่าท่าน ข้าก็หึงหวงคู่ของข้ามากเช่นกัน แต่เอะ หรือเราจะบุกเผ่าหงส์ไฟอย่างที่ท่านพี่คิดดีรึไม่”
“พอเลยๆ พวกท่านทั้งสองหยุดแม้แต่จะคิด แทนที่จะช่วยกันห้ามปราม ดันมาชวนกันแหกกฎเสียนี่กระไร”
เสียงของซิ่นเฉิงองครักษ์ประจำกายของเฟยหลงพูดแทรกขึ้น เพื่อจะหยุดความคิดพิเรนทร์ของสองพี่น้อง ที่ตอนนี้ความหึงหวงอยู่เหนือเหตุผล ก่อนที่จะทำอะไรลงไปจริงๆ อย่างที่พูดเอาไว้
สองพี่น้องไม่ได้โต้เถียงแต่อย่างใด เพราะรู้ว่าตนผิด ถึงซิ่นเฉิงไม่มาห้ามปรามแต่เฟยหลงเริ่มมีสติมากขึ้นแล้ว คงไม่ทำอย่างที่คิดไว้อย่างแน่นอน