ยอดยุทธชุดชมพู

    79.จิ้งจอกเก้าหางคืนชีพ

    79.จิ้งจอกเก้าหางคืนชีพ

                   ยมทูตขาวดำและท่านพญายมราช ต่างเร่งรุดไล่ตามเวทมนตร์ที่เสี่ยวไป๋ใช้เปิดทางให้เพื่อไล่ตามดวงวิญญาณนั้นเมื่อมาถึงหน้าถ้ำแห่งหนึ่ง จู่ๆท่านพญายมที่นำทางมา พลันหยุดชะงักทำให้เฮยไป๋อู่ฉาง ต่างพากันหยุดตาม

                   “มีอะไรหรือขอรับ”เสียงยมทูตขาวนิสัยสุภาพราวกับบัณฑิตกล่าวขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าท่านยมราชเคร่งเครียด ทำให้ใบหน้าดุดันเป็นปกติอยู่แล้วดูน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม

                   “ในถ้ำนี้มีพลังวิญญาณจำนวนมากอยู่คาดว่าดวงวิญญาณทั้งหมดได้ถูกดึงดูดมาไว้ที่แห่งนี้”ท่านพญายมราชกล่าว

                   “ถ้าอย่างนั้นจะรออะไรอีกเล่าเรารีบบุกเข้าไปจัดการกับผู้ที่บังอาจทำเรื่องชั่วช้าขโมยดวงวิญญาณเหล่านี้กันเถอะ!”ยมทูตดำผู้มีนิสัยใจร้อนร้องขึ้นขณะทำท่าจะพุ่งเข้าไปในถ้ำจัดการกับคนก่อเรื่อง

                   “ใจเย็นก่อน!”พญายมราชกล่าวขณะคว้าคอเสื้อยมทูตดำไว้ได้ทันหาไม่คนผู้นี้คงพุ่งเข้าถ้ำไปจัดการคนก่อเรื่องเข้าให้จริงๆ “ฟังข้าพูดให้จบก่อนค่อยเข้าไป”น้ำเสียงของพญายมเต็มไปด้วยความกังวล

                   ยมทูตดำและยมทูตขาวได้ยินดังนั้นพลันขมวดคิ้วนิ่งเงียบรอฟัง ด้วยนึกสงสัยว่าสิ่งใดกันที่ท่านยมราชกำลังเป็นกังวล

                   “นอกจากพลังวิญญาณแล้วข้ายังสัมผัสได้ถึงค่ายกลคืนชีพอีกด้วย”พญายมราชกล่าว

                   “มีคนใจกล้าบ้าบิ่น ฝ่าฝืนกฎฟ้าดินคิดจะคืนชีพให้คนตาย!”ยมทูตดำอุทานด้วยความตกใจ ขณะที่ยมทูตขาวหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่แพ้ท่านพญายมราช

                   “ค่ายกลคืนชีพต้องใช้พลังมหาศาลจึงจะมาสามารถควบคุมได้และต้องใช้ผู้ควบคุมมากว่าห้าคนขึ้นไป”พญายมราชว่าพลางทำสีหน้าหนักใจ“จากที่ข้าคาดเดา ค่ายกลที่ดึงดูดดวงวิญญาณของมนุษย์มาที่นี่ได้เพียงพริบตาเดียวและไร้ร่องรอยให้ติดตามคาดว่าคงจะมีแต่พลังระดับเทียบเท่าพลังอาวุโส ของเผ่าจิ้งจอกเก้าหางเท่านั้น”

                   ยมทูตขาวทำสีหน้าหนักใจหากบุกเข้าไปเกรงว่าอาจจะได้ต่อสู้กัน อีกทั้งพวกตนก็มีเพียงพญายมราช ที่แข็งแกร่งที่สุดสามต่อห้า เกรงว่าจะดับอนาถ!

                   “เผ่าเก้าหาง...พวกเขาคิดจะคืนชีพให้ใครกันถึงกับกล้าเสี่ยงตายกับการถูกชะตาฟ้าลงทัณฑ์เช่นนี้”ยมทูตขาวกล่าวขณะคิ้วขมวดด้วยนึกไม่ถึงว่าเผ่าเก้าหางที่ทรงพลัง สูงส่ง และแข็งแกร่ง กล้าทำเรื่องเหลวไหล

                   ขณะที่พญายมราชกำลังจะอ้าปากตอบก็มีเสียงเย็นชาแทรกขึ้น ซึ่งดังมาจากด้านหลังของพวกเขาทั้งสาม

                   “คนที่พวกเขาต้องการคืนชีพให้ก็คือจิ้งจอกขาวเก้าหาง...”

                   ท่านยมทั้งสามต่างหันกลับไปมองคนพูดซึ่งเป็นเจ้าของเสียงเย็นชาอันเป็นเอกลักษณ์

                   แสงอาทิตย์ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดสาดกระทบใบหน้างดงามล่มเมือง และดวงตาสีเงินของคนเย็นชา ของเฟยหานตงหรือเทพมังกรฟ้า

                   ในดวงตาสีเงินคู่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธแค้นชิงชัง รุนแรง  จนยมทูตขาวดำที่คุ้นชินกับแรงเคียดแค้นพยาบาทของดวงวิญญาณต่างพากันผงะด้วยความตกใจ

                   ‘น่ากลัวกว่าวิญญาณอาฆาตในนรกอีก!’ยมทูตขาวดำแอบคิดในใจขณะมองท่าทางโกรธแค้นของเฟยหานตงด้วยความหวั่นเกรง ‘ว่าแต่ใครกันใจกล้าบ้าบิ่นทำเทพมังกรฟ้าโมโห’

                   ขณะที่พญายมราชกลับไม่มีท่าทีตกใจกับสีหน้าของเฟยหานตงเพราะมัวแต่สนใจในสิ่งที่เฟยหานตงกล่าว

                   “เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!...”พญายมราชปฏิเสธความคิดนี้ในทันที “จิ้งจอกขาวแห่งเผ่าเก้าหางตนสุดท้ายได้ตายไปแล้วเมื่อแสนกว่าปีก่อน!”

                   โดยปกติยามที่เทพและมารตายลง ร่างเดิมจะต้องสูญสลาย เนื่องจากเป็นเพียงกายทิพย์ยามที่ตายจากกายทิพย์จะสลายไป หากจะคืนชีพให้ต้องทำขณะที่กายทิพย์ยังคงอยู่...ทว่าผ่านมาแสนกว่าปีแล้ว กายทิพย์ของจิ้งจอกขาวเก้าหางตนสุดท้ายก็ควรสลายไปด้วย

                   “ฮึ!”เฟยหานตงแค่นเสียง “สีหน้าข้าเหมือนคนชอบพูดเรื่องไร้สาระรึ!”เฟยหานตงกล่าวด้วยโทสะ “หากรักษาพลังบางส่วนของผู้ตายให้คงร่างไว้ได้และป้อนพลังให้เรื่อยๆร่างก็จะคงอยู่มิใช่รึ!” พญายมราชได้ยินดังนั้นก็ทำตาโตคล้ายนึกบางอย่างออกขณะที่เฟยหานตงสะบัดชายเสื้อคลุมเดินนำเข้าไปในถ้ำกล่าวด้วยเสียงเย็นชา “ไม่เชื่อก็ไปดูเอง!”

                   สุดท้ายท่านพญายมราชเหยียนหลัวหวาง จึงทำได้เพียงหุบปากลง แล้วเดินตามหลังเฟยหานตงเข้าไปในถ้ำ

                   ยมทูตขาวดำมองหน้ากันด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเนื่องจากไม่เคยรู้มาก่อนว่าโลกใบนี้ยังมีจิ้งจอกขาวเก้าหางเหลืออยู่อีกแม้จะใช้วิธีบ้าบิ่นนำพลังวิญญาณมนุษย์มาหล่อเลี้ยงก็ตามทว่าท่าทางของพญายมราชคล้ายจะเข้าใจเป็นอย่างดี

                  

                   ภายในถ้ำไป๋หลงกำลังยืนแสยะยิ้มมองหงซือจินด้วยความสะใจ เมื่อนึกถึงสิ่งที่คนผู้นี้ต้องเจอทว่าจู่ๆรอยยิ้มสะใจของไป๋หลงก็แข็งค้าง เมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่บางเบามาก ‘พลังวิญญาณ! เหตุใดที่มีจึงมีพลังวิญญาณมหาศาล’ไป๋หลงคิดด้วยความตกตะลึงที่พบว่าถ้ำแห่งนี้ถึงเก็บซ่อนกลิ่นอายของวิญญาณมนุษย์จำนวนมากเอาไว้

                   “ไป๋หลงข้าขอโทษ”น้ำเสียงของเยี่ยนเฟยเศร้าโศกสำนึกผิด ขณะเดียวกันก็แฝงความโหยหาเอาไว้ ยามเมื่อเห็นไป๋หลงคล้ายกับจับพิรุธบางอย่างในถ้ำได้                

                   “ขอโทษ?”ไป๋หลงขมวดคิ้วด้วยความงุนงงหันไปมองหน้าคนพูด “เจ้าขอโทษ เรื่องอะ...ไร”ยังไม่ทันพูดจบประโยคดี

                   เยี่ยนเฟย ยกมือขึ้นแล้วฟันฉับลงคล้ายส่งสัญญาณบางอย่างให้ใครบางคนลงมือทำอะไรบางอย่าง ที่ไป๋หลงมองไม่เห็น

                   ถ้ำที่เคยมืดมิดพลันสว่างขึ้น ด้วยแสงสีขาวสลัวๆหลายร้อยดวง บริเวณมุมหนึ่งของถ้ำ ไป๋หลงพลันขนลุกวูบเมื่อพบว่าแสงเหล่านั้นที่แท้แล้วมีใบหน้า ซึ่งล้วนแต่อ้าปากส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนจนใบหน้าบิดเบี้ยว สีหน้าทุกข์ทรมานอย่างหนัก

                   ไป๋หลงอ้าปากตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นสายตากวาดหาที่มาของความทุกข์ทรมานของดวงวิญญาณมนุษย์เหล่านี้หมุนซ้ายหมุนขวาหาอยู่ครู่นึง จึงพบว่าสาเหตุแห่งความทุกข์ของพวกเขาก็คือค่ายกลดูดวิญญาณ! ค่ายกลที่ดูดเอาพลังชีวิตของเหล่าวิญญาณไปใช้งานบางอย่าง

                   นอกจากนี้ ภายในถ้ำยังมีบุคคลอื่นอยู่อีกคนเหล่านั้นคือเผ่าจิ้งจอกเก้าหางจำนวนนับสิบคนพวกเขากำลังช่วยกันร่ายเวทควบคุมค่ายกลดูดวิญญาณ         

                   ไป๋หลงตกใจจนเผลออุทานคำหยาบคายที่ไม่น่าฟังออกมาหลายคำเมื่อเห็นพลังบริสุทธิ์สีขาวจากวิญญาณทั้งหมด ถูกส่งไปยังปลายสุดของถ้ำ ซึ่งรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนแสงสีขาวขนาดใหญ่มหึมา

                   “หยุดเดี๋ยวนี้นะ พวกเจ้าคิดจะใช้พลังวิญญาณทำอะไร!”ไป๋หลงตวาดใส่เผ่าจิ้งจอกเก้าหางเหล่านั้นทว่าพวกเขากลับไม่สนใจยังคงร่ายเวทต่อไป คล้ายกับว่าไม่ได้ยิน และคาดว่าเวทลวงตาทั้งหมดที่ลวงตาไป๋หลงตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาในถ้ำล้วนเกิดขึ้นจากคนเหล่านี้

                   “พวกเขาเป็นแค่หุ่นเชิดที่ยังมีชีวิตอยู่เจ้าอย่าเสียเวลาไปสนใจเลย ทำใจให้สงบเตรียมตัวรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นดีกว่า”เสียงของเยี่ยนเฟยดังขึ้น

                   “สิ่งที่จะเกิด?”ไป๋หลงกล่าวด้วยความงุนงง ขณะที่รู้สึกว่าทั่วทั้งร่างร้อนวูบวาบไปหมดคล้ายกับเกิดเรื่องบางอย่างกับตน เมื่อไป๋หลงก้มหน้าสำรวจตัวเองก็พบว่าตนถูกค่ายกลเล่นงาน!

                   “โอย...อีกแล้วเหรอ!”ไป๋หลงโอดครวญ อยากจะเอาหัวโขกนุ่นตายที่ตัวเองต้องมาเจอเข้ากับค่ายกลอีกครั้ง ดูท่าวันนี้จะเป็นอภิมหาวันแห่งความซวยถึงได้ถูกเล่นงานครั้งแล้วครั้งเล่า คราวนี้ไป๋หลงถูกตรึงไว้ในค่ายกลเช่นเดิมทว่าไม่ได้ถูกดูดพลังวิญญาณ เพื่อทำลาย แต่รู้สึกว่ากำลังจะถูกแยกกายเนื้อ และวิญญาณออกจากกัน...

                   “เยี่ยนเฟย...เจ้ากำลังจะทำอะไร!”ไป๋หลงถามเยี่ยนเฟยเมื่อเห็นสองมือของเขากำลังร่ายเวทให้ค่ายกลทำงาน ขณะที่ไป๋หลงรู้สึกว่าศีรษะมึนงงคล้ายกับว่าสติใกล้จะดับวูบได้ทุกเมื่อ ขณะที่มีพลังบางอย่างพยายามกระชากวิญญาณของตนออกจากร่าง 

                   “ข้าจะให้เจ้ากลับสู่ฐานะเดิม...กลับมาเป็น ยอดรักของข้าในอดีตชาติ”เสียงเยี่ยนเฟยดังขึ้น

                   ขณะที่ไป๋หลงพบว่าก้อนสีขาวที่ใช้พลังวิญญาณมากมายหล่อเลี้ยงพลันเห็นเป็นรูปร่างชัดเจนเมื่อพลังวิญญาณถูกดูดเข้าไปในวัตถุที่ถูกห่อหุ้มด้วยแสงจนหมด

                   ที่ตรงนั้นคือร่างของจิ้งจอกสีขาวตัวสูงใหญ่หางทั้งเก้าของมันทั้งฟูฟ่องและใหญ่โต ขดอยู่รอบตัวของจิ้งจอกขาวผู้ที่กำลังเข้าสู่นิทราขนสีขาวสว่างไสวงดงามหมดจด สะอาดตา ให้ความรู้สึกสวยงามและน่าเกรงขาม

                   “นี่มัน...”ไป๋หลงถึงกับตกตะลึงคิดไม่ถึงว่าโลกใบนี้ยังมีจิ้งจอกเก้าหางที่สวยงามและน่าเกรงขามเช่นนี้เหลืออยู่แต่เมื่อมองดีๆไป๋หลงก็พบว่า ที่แท้แล้วจิ้งจอกตนนี้เป็นเพียงซากร่างที่ตายไปแล้วเป็นเศษเสี้ยวของพลังของจิ้งจอกเก้าหางที่ถูกแช่แข็งคงรูปร่างเดิมเอาไว้ได้ ร่างที่ปราศจากวิญญาณและถูกหล่อเลี้ยงให้ไม่เน่าเปื่อยด้วยพลังชีวิตของมนุษย์ ความรู้สึกคุ้นเคยพลันวิ่งพล่านในใจขณะจ้องมองซากร่างจิ้งจอก

                   “นี่คือตัวเจ้าในอดีต”เสียงของเยี่ยนเฟยดังขึ้นขณะไป๋หลงหันขวับไปมองหน้าคนพูดด้วยความตกใจ

                   “เป็นข้า!”ไป๋หลงอุทาน ขณะพิจารณาซากร่างจิ้งจอกขาวให้ละเอียดขึ้นจิ้งจอกตัวนี้ให้ความรู้สึกคุ้นเคยมากจริงๆ

                   คิดไม่ถึงว่าเยี่ยนเฟยจะไม่ยอมปล่อยวางความรักในอดีตหมกมุ่นกับความรัก จนถึงขนาดคิดจะฟื้นคืนชีพให้ซากร่างที่ไร้วิญญาณ

                   “เจ้าต้องใช้ดวงวิญญาณไปมากมายเพียงใดจึงสามารถคงร่างนี้ให้อยู่รอดมาได้หลายแสนปี”ไป๋หลงทำน้ำเสียงเคร่งเครียดขณะมองซากร่างตรงหน้าด้วยความไม่สบายใจ

                   ‘บาปกรรมจริงๆ’ไป๋หลงคิด

                   “มนุษย์มีการเกิดแก่เจ็บตายเสมอหากว่ามีสงคราม หรือภัยพิบัติก็จะตายมากหน่อย ข้าแค่ค่อยๆรวบรวมดวงวิญญาณเหล่านั้นมา”เยี่ยนเฟยกล่าวด้วยสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกสงสารเห็นใจต่อเหล่าดวงวิญญาณ แล้วกล่าวต่อ

                   “พวกเขาตายไปก็เวียนว่ายตายเกิดไม่จบข้านำพวกเขามาใช้ประโยชน์ อย่างมากก็แค่ไร้อิสระและดวงวิญญาณอ่อนแรงแต่ไม่ได้รับความทุกข์จาก รัก โลภ โกรธหลงและการเวียนว่ายตายเกิด เจ้าไม่ต้องไปสนใจพวกเขาหรอกแค่ยอมกลับเข้าร่างจิ้งจอกขาวก็พอ”กล่าวขณะเร่งพลังค่ายกลเพื่อดูดวิญญาณไป๋หลงให้ออกจากร่าง

                   “เยี่ยนเฟย! เจ้าหยุดทุกอย่างเดี๋ยวนี้เจ้ากำลังฝ่าฝืนชะตาฟ้า!”ไป๋หลงร้องห้ามเยี่ยนเฟยเสียงดังขณะพยายามร่ายเวทขัดขืนพลังที่กำลังดึงวิญญาณให้ออกจากร่าง หากว่าถูกแยกวิญญาณจับยัดใส่ร่างจิ้งจอกขาวจริงไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้างบางทีอาจกลายเป็นคนอีกคน ที่จดจำเรื่องราวตอนเป็นเทพมังกรไม่ได้และไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้างหากกลับไปเป็นจิ้งจอกขาว

                   ไป๋หลงคิดอยากจะทำลายค่ายกลนี้ทิ้งติดอยู่ที่ว่าตอนนี้พลังเหลือเพียงครึ่งเดียวหากต้องใช้ทำลายค่ายกลอีกครั้งเกรงว่าแม้แต่จะสู้กับหงซือจินที่เป็นมนุษย์ตนก็ยังคงไม่ชนะ

                   ‘จะสู้ผลออกมาก็คุ้มเสีย ยอมแพ้ก็ยิ่งน่ากังวล’ไป๋หลงคิดด้วยความกลัดกลุ้มใจ

                   “หลายแสนปีข้าเฝ้ารอวันนี้มาเนิ่นนาน ข้าเตรียมการทุกอย่างเพื่อให้มีวันนี้...เจ้าอย่าขัดขืนเลย”น้ำเสียงของเยี่ยนเฟยเต็มไปด้วยความเศร้าโศก วิงวอน โหยหา“ข้ารู้ชาตินี้เจ้าแค่ลืมความรักที่เคยมีให้ข้าไปเท่านั้น ข้าสัญญาเมื่อเจ้ากลับไปเป็นคนเดิม ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้าต้องเสียใจอีก ข้าจะรักจะถนอมเจ้าอย่างดียอดรักเจ้ากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถิด”

                   ไป๋หลงร่ายเวทยื้อยุดกับพลังที่พยายามดึงวิญญาณของตนออกจากร่างขณะคิดไม่ถึงว่าเยี่ยนเฟยผู้อบอุ่นอ่อนโยนกับตนที่แท้แล้วกลับเป็นคนที่จมอยู่กับความหลังมาโดยตลอด

                   “เจ้าวางแผนหรือ...”ไป๋หลงทำเสียงผิดหวัง“ความรักควรเกิดจากความเต็มใจของคนสองคน แต่เจ้ากำลังบังคับข้าให้ไปสิงร่างที่ตายไปแล้วให้ข้าเป็นตัวแทนความรักในอดีตของเจ้า...”ไป๋หลงส่ายหน้าให้กับความคิดนี้

                   “ไม่! นี่ไม่ใช่อดีตนี้คืออนาคตของเราสองคนที่จะเกิดขึ้น!”เยี่ยนเฟยปฏิเสธเสียงแข็งกร้าวอย่างไม่ยินยอม“เจ้าแค่จะกลับไปเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งได้ครองคู่กับข้าอีกหน!”

                   “เยี่ยนเฟยเจ้าหยุดเสียเถิด อย่าทำแบบนี้เลย ”ไป๋หลงกล่าวขณะในใจเต็มไปด้วยความเศร้าที่เห็นเขาไม่ยอมปล่อยวาง “การใช้วิญญาณของผู้อื่นมาสร้างพลังชีวิตให้กับผู้ที่ตายไปแล้วเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎฟ้าดิน ถึงเวลาเจ้าจะต้องถูกฟ้าลงทัณฑ์”ไป๋หลงพยายามเตือนสติของเยี่ยนเฟย“เจ้าปล่อยวางอดีตเถิด ทุกอย่างได้จบไปแล้ว”

                   แต่เยี่ยนเฟยกลับส่ายหน้าปฏิเสธที่จะล้มเลิก“ข้าเฝ้ารอมานานถึงเพียงนี้ ข้าไม่มีวันล้มเลิก เมื่อเจ้ากลับไปเหมือนเดิมเจ้าจะเข้าใจทุกสิ่งที่ข้าทำลงไป ”        

                   ไป๋หลงเห็นดังนั้นพลันทำสีหน้าหนักใจ“นี่...คือสิ่งที่เจ้าต้องการจริงๆหรือ...ให้ข้ากลับไปเป็นคนที่ตายจากไปแล้วเจ้าคิดว่ามันจะเป็นไปได้หรือ หากข้ากลับไปเป็นจิ้งจอกขาว เจ้ามั่นใจหรือว่าจะได้รับความรักเหมือนเมื่อก่อน”

                   คำถามของไป๋หลงสร้างระลอกคลื่นแห่งความหวั่นไหวแก่แววตาของเยี่ยนเฟยเยี่ยนเฟยหลับตาลงคล้ายกับกำลังเก็บกดความหวั่นไหวใดๆลงไปเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งแววตาก็เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าทนเสียเจ้าไปไม่ได้ขอแค่เพียงมีโอกาสเพียงเล็กน้อย ข้าจะคว้ามันเอาไว้”

                   ไป๋หลงได้ยินแล้วพลันทอดทอนใจจิตใจหนักอึ้งกับความยึดติดนี้ของเยี่ยนเฟย ดูท่าไม่ว่าจะพูดอะไรไป เยี่ยนเฟย คงไม่มีทางฟังตน

                   “เจ้ากลายเป็นคนจมปลักในอดีตยึดติดกับความหลัง เจ้าไม่เหมือนคนที่ข้าเคยรู้จัก ทั้งอบอุ่น ทั้งอ่อนโยนเข้าใจโลก เข้าใจผู้คน”ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงผิดหวัง

                   แววตาของเยี่ยนเฟยไหววูบเมื่อได้ยินคำตัดพ้อของไป๋หลง“ข้าไม่ได้ดีอย่างที่เจ้าคิดอย่างน้อยข้าก็มีอีกหลายเรื่องที่ปิดบังเจ้า มีหลายเรื่องที่หลอกลวงเจ้าเพื่อตัวข้าเอง ข้าเป็นแค่คนเห็นแก่ตัว”เยี่ยนเฟยยอมรับผิด

                   ไป๋หลงได้ยินแล้วพลันถอนหายใจ“เจ้าก็รู้ว่าข้าไม่มีทางเห็นด้วยหากจะต้องกลับไปสิงร่างที่ตายไปแล้วซึ่งรักษาร่างไว้ได้ด้วยพลังวิญญาณของผู้อื่น”

                   “เมื่อเจ้าเข้าสู่ร่างจิ้งจอกขาวเจ้าจะเข้าใจว่าทำไมข้าถึงทำแบบนี้ แม้ว่าจะขัดต่อกฎของฟ้าดินก็ตามขอเพียงเจ้ายอมกลับไปเป็นจิ้งจอกขาว ทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม”

                   “เหมือนเดิมสำหรับเจ้าหรือข้า?”ไป๋หลงถามด้วยน้ำเสียงผิดหวัง “พอเถอะข้าไม่อยากถกเถียงกับเจ้า ข้ายังต้องรีบไปกำจัดจอมมารอีก”

                   “เกรงว่าจะไม่ได้!”แววตาของเยี่ยนเฟยพลันแข็งกร้าวขึ้นมา“เจ้าต้องเข้าร่างจิ้งจอกขาวเท่านั้น ไม่อย่างนั้นข้าจะขัดขวางเจ้าไม่ให้เจ้าได้ออกไปจากถ้ำนี้เป็นอันขาด!”เยี่ยนเฟยยื่นคำขาด

                   “ฮึ...เยี่ยนเฟย...เจ้าก็รู้คนอย่างข้านิสัยแข็งกร้าวยอมหักไม่ยอมงอหากข้าบ้าดีเดือดใช้พลังทั้งหมดทำลายทุกสิ่งขึ้นมา เจ้าจะไม่เหลือสิ่งใดเลยแม้กระทั่งซากร่างของจิ้งจอกขาว”ไป๋หลงจ้องเขม็งใส่เยี่ยนเฟยแววตาบ่งบอกถึงความไม่ยินยอม

                   “นี่คือเหตุผลที่ข้าพานางมาด้วย!”เยี่ยนเฟยว่าพลางชี้ไปที่ร่างของมี่ถงเด็กหญิงวัยแปดเก้าขวบที่กำลังนอนหลับใหลอยู่บนพื้น ขณะในมือเยี่ยนเฟยมีไอมารชั่วร้ายหมุนวนอยู่เหนือฝ่ามือหากมี่ถงสัมผัสไอมาร นางจะต้องตื่นขึ้นมาและผู้ที่ตื่นก็คือมังกรดำเฮยหลงผู้มีนิสัยกระหายเลือด

                   “เจ้าจะทำอะไร!” ไป๋หลงสีหน้าดุดันน้ำเสียงแข็งกระด้าง แววตาเต็มไปด้วยโทสะ “อย่าได้ปลุกนางขึ้นมาเชียว!”

                   “ไป๋หลงข้าไม่มีทางเลือก”เยี่ยนเฟยกล่าวขณะทำเสียงอับจนหนทาง“แต่หากเจ้าไม่ยินยอม ข้าคงเหลือทางเดียว คือปลุกนางให้ตื่นขึ้นมา” เยี่ยนเฟยข่มขู่ขณะสะบัดไอมารที่หมุนวนอยู่ในมือ ลอยไปวนเวียนรอบๆตัวของมี่ถง แววตาของเยี่ยนเฟยบ่งบอกพร้อมลงมือปลุกมี่ถงได้ทุกเมื่อ

                   “เจ้าจะข่มขู่เรื่องอะไรก็ช่างแต่อย่าเอาเรื่องร้ายแรงนี้มาล้อเล่นเจ้าก็รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากไอมารไปกระตุ้นให้นางตื่นขึ้นมา!”ไป๋หลงตะคอกใส่เยี่ยนเฟยด้วยความโกรธ

                   เยี่ยนเฟยพลันทำหน้าเศร้า“ถ้าเช่นนั้นข้าก็ไม่มีทางเลือก... ต้องปลุกมังกรดำตัวร้ายขึ้นมาให้เจ้าเสียเวลาปลอบโยนนางไม่ให้อาละวาดเจ้าจะได้ไม่มีเวลาไปขัดขวางจอมมารดูดกลืนวิญญาณทั้งหลาย!”เยี่ยนเฟยกล่าวขณะสะบัดมือไปทางมี่ถงทำให้ไอมารพุ่งเข้าใส่มี่ถงทว่าจู่ๆกลับมีเกราะเวทปรากฏขึ้นขวางไอมารเอาไว้ทำให้ไอมารไม่กระทบถูกร่างของมี่ถง

                    ขณะเดียวกันก็มีดาบเล่มหนึ่งพุ่งใส่เยี่ยนเฟยด้วยความรวดเร็ว

                   โชคดีที่เยี่ยนเฟยพลิ้วตัวหลบได้ทันหาไม่คงได้ถูกดาบเสียบทะลุไปแล้ว

                    เยี่ยนเฟยหันขวับไปมองคนลงมือทันทีจึงพบว่าผู้ที่ลงมือคือศัตรูหัวใจของตน

                   “เฟยหานตง!”เยี่ยนเฟยกัดฟันกรอดด้วยโทสะ

                   เฟยหานตงสีหน้าเรียบเฉยเย็นชาลงมือฟาดฟันดาบใส่เยียนเฟยในทันที

                   “เคร้ง!”เยี่ยนเฟยเสกดาบขึ้นมารับการโจมตีของเฟยหานตง ที่มุ่งหมายเอาชีวิต

                   ขณะนี้แม้เฟยหานตงจะมีพลังของมังกรฟ้าเพียงครึ่งเดียวทว่าชะตาของเขาเกิดมาเพื่อพิทักษ์โลกมนุษย์ดังนั้นพลังเพียงครึ่งเดียวที่มีย่อมไม่ธรรมดาหากใช้สู้กับเยี่ยนเฟยหรือจอมมารยังไม่นับว่าเกินความสามารถของมังกรฟ้า

                   ไป๋หลงถูกตรึงร่างไว้กับค่ายกลทำให้ขยับตัวไม่ได้ 

                   ไป๋หลงยืนมองการต่อสู้ของคนทั้งคู่ที่มีฝีมือสูสีกันยากจะหาผู้แพ้ชนะได้ในเวลาอันรวดเร็ว

                   จู่ๆเสียงของเจ้าเสี่ยวไป๋ก็ดังขึ้นในหัว‘ไป๋หลงเจ้าอยู่ที่ไหน รีบมาเร็วเข้าพวกเซียนกำลังจะต้านจอมมารไม่ไหวแล้ว!’

                   ไป๋หลงได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจากเสี่ยวไป๋พลันรู้สึกกลัดกลุ้มขึ้นมาในทันที

                   ‘เวลานี้แม้แต่ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอดถูกค่ายกลเล่นงานข้าจะเอาอะไรไปหยุดจอมมารได้เล่า!’ไป๋หลงร้องโวยวายทางกระแสจิตให้เสี่ยวไป๋ฟัง

                   ‘เกิดอะไรขึ้นเจ้ารีบเล่ามา!’เสี่ยวไป๋ร้องถามทางกระแสจิต

                   ‘ข้าถูกเวทมนตร์ของเผ่าจิ้งจอกลวงตาถูกค่ายกลเล่นงานถึงสองครั้งตอนนี้พลังชีวิตเหลือครึ่งเดียวซ้ำยังจะโดนจับแยกวิญญาณไปยัดใส่ร่างจิ้งจอกขาวเก้าหาง ซึ่งเป็นร่างในอดีตของข้าอีก! ที่แย่กว่านั้นหากข้าขัดขืนไม่ยอมเข้าร่างจิ้งจอกขาวเยี่ยนเฟยก็คิดจะใช้เฮยหลงมังกรดำมาขู่ข้า คิดจะปลุกนางให้ตื่นขึ้นมา! สภาพข้าตอนนี้เรียกได้ว่าอับจนหนทางแล้ว! แม้แต่ขยับตัวยังทำไม่ได้เลย!’ไป๋หลงบ่นยาวเหยียด

                   เสี่ยวไป๋ได้ยินแล้วนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งครุ่นคิดว่าควรจะช่วยไป๋หลงอย่างไรดี ‘เจ้าก็เข้าร่างจิ้งจอกขาวแต่โดยดีเจ้าอย่าลืมว่าจิ้งจอกขาวเก้าหางมีพลังมหาศาลเวลานี้เจ้าต้องการพลังมากกว่าสิ่งอื่นใด เพื่อจัดการกับพวกมาร ตอนนี้เจ้าทำแค่ต้องเปลี่ยนร่างสิงสถิตเท่านั้น!ข้าเชื่อว่าต่อให้เจ้าเปลี่ยนร่างไป จิตใจที่คิดจะกำจัดมารคิดเพื่อปกป้องมนุษย์ของเจ้าจะยังคงอยู่’

                   ไป๋หลงได้ยินคำพูดของเจ้าเสี่ยวไป๋พลันจิตใจสงบนิ่งลงหลังจากที่ปั่นป่วนด้วยอารมณ์ความรู้สึกมากมาย ‘ใช่เจ้าพูดถูกข้าแค่เปลี่ยนร่างสถิตเท่านั้น’ไป๋หลงตอบกลับทางกระแสจิต ‘ถึงอย่างไรข้าก็คือข้า...ต่อให้ความทรงจำไม่เหมือนเดิมแต่จิตใจข้าไม่มีวันเปลี่ยน!’ ดวงตาไป๋หลงเจิดจ้าขึ้นด้วยความหวังและความมุ่งมั่นก่อนจะเปลี่ยนมาใช้พลังของตัวเองช่วยค่ายกลให้ทำงานได้เร็วขึ้น

                   “ไป๋หลง!”เสียงของเฟยหานตงผู้เย็นชา ตะโกนเรียกไป๋หลงด้วยความตกใจเมื่อเห็นวิญญาณของไป๋หลงถูกแยกออกจากร่างกำลังจะถูกดึงเข้าสู่ร่างจิ้งจอกขาว

                   เฟยหานตงทำท่าจะเข้าไปช่วยไป๋หลงทว่าถูกเยี่ยนเฟยขวางเอาไว้ซ้ำยังร่ายเกราะคุ้มกันวิญญาณไป๋หลงและจิ้งจอกขาว

                   “เจ้าอย่าไปขวางความต้องการของนางดีกว่า”เยี่ยนเฟยกล่าวทำให้เฟยหานตงขมวดคิ้ว “ลองดูให้ดีๆ ค่ายกลนี้แม้จะแข็งแกร่งทว่าพลังของไป๋หลงก็ไม่ธรรมดา ขอเพียงนางไม่ยินยอม ค่ายกลนี้ย่อมถูกทำลายที่วิญญาณนางออกจากร่างได้เร็วถึงเพียงนี้เป็นเพราะนางต้องการเข้าร่างจิ้งจอกขาวเก้าหางเอง”เยี่ยนเฟยมองคนตรงหน้าที่เป็นศัตรูหัวใจของตนด้วยรอยยิ้มสาแก่ใจ

                   “ต่อไปนี้...นางเป็นของข้า!”เยี่ยนเฟยประกาศขณะมองเทพมังกรฟ้าอย่างผู้ชนะ

    คล้ายกับเรื่องยอดยุทธชุดชมพู ที่คุณอ่าน

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    อสูรมังกรฟ้า เล้งซาน [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.85M 1165
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984