บทที่ 41 เกล็ดของเผ่ามารในตำนาน!
ชิว เหวินเจี้ยน ได้มองกลับมาทาง ชิว หลิงซี และกล่าวว่า“ข้าว่าข้าเจอของที่อยากจะได้แล้วล่ะ เจ้าล่ะอยากได้อะไรหรือไม่”
ชิวหลิงซี ก็ได้ทำหน้าตาแง่งอนขึ้นมา เพราะว่า นางอุตส่าห์คิดเอาไว้ว่าชิวเหวินเจี้ยน จะเลือกสิ่งของให้นางสักชิ้น
ชิวหลิงซี จึงได้ชี้ไปทางสิ่งของที่ชิว เหวินเจี้ยน กำลังจ้องมันเมื่อก่อนหน้านี้ นางก็กล่าวว่า“ข้าจะเอาชิ้นนี้แหละ ข้าเลือกแล้ว ”
เมื่อกล่าวจบชิว หลิงซี ก็ได้กระโดดเข้าไปคว้าชิ้นส่วนที่มีรูปร่างเหมือนเกล็ดปลาขึ้นมาแต่ทว่า เมื่อมือของนางได้ไปสัมผัสกับสิ่งของชิ้นนั้นเข้าก็เกิดอาการหวาดกลัวจนถึงขีดสุด มันเป็นพลังแห่งความมืดที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัวไปถึงก้นบึ้งของจิตใจเลยก็ว่าได้
ชิวเหวินเจี้ยน ได้หยิบคว้าสิ่งของออกมาจากมือของ ชิว หลิงซี ในทันที และเขาก็ได้ตะคอกออกมาว่า “เจ้าอยากจะตายหรืออย่างไรไม่รู้หรือว่ามันอันตรายมากขนาดไหน ต่อไปนี้ เจ้าห้ามแตะต้องมันอีกเป็นอันขาดเข้าใจไหม”
ชิวหลิงซี ที่ในตอนนี้กำลังตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวเมื่อสักครู่นี้ ก็ไม่ทันได้ฟังคำที่ชิว เหวินเจี้ยน กล่าวออกมา
ชิวเหวินเจี้ยน เมื่อเห็นว่านางยังมีอาการที่ไม่ดีอยู่ เขาก็เลยจูงมือพานางไปยังพ่อค้าที่เป็นคนขายของในร้านเครื่องประดับแห่งนี้แต่ว่าพ่อค้ายังคุยธุระกับลูกค้าคนอื่นอยู่ ชิว เหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวออกไปว่า“ไม่ทราบว่า ของชิ้นนี้ราคาเท่าไรหรือข้าต้องการที่จะซื้อมัน”
พ่อค้าก็ได้หันมากำลังที่จะตะคอกใส่ ชิว เหวินเจี้ยน “นี่เจ้าไม่เห็นหรือว่าข้ากำลังคุย...”
แต่พอ พ่อค้าเครื่องประดับเห็นสิ่งของที่อยู่ในมือ ชิว เหวินเจี้ยน ก็เกิดอาการตกตะลึงขึ้นมา “นี่ นี่ นี่ !หนุ่มหน้อยเจ้าไม่เป็นอะไรใช่หรือไม่เจ้ารู้รึเปล่าว่าของที่อยู่ในมือเจ้าในตอนนี้มันอันตรายมากนัก ทางที่ดี เอามันไปวางไว้ที่เดิมจะดีกว่าข้าว่า”
พ่อค้าเครื่องประดับเคยที่จะลองยกมันไปไว้ยังที่อื่นแล้ว แต่พอเขาได้สัมผัสกับมันก็ถึงกับขยับตัวไม่ออก ไอความมืดแทบจะฆ่าเขาในวันนั้นเขาเลยปล่อยสิ่งของชิ้นนั้นให้มันวางไว้ที่เดิม
ชิวเหวินเจี้ยน ก็ยันยืนยันคำตอบเดิมกลับไป “นี่ข้าถามว่ามันราคาเท่าไหร่ไม่ได้ยินที่ข้าพูดหรือ ข้าต้องการของชิ้นนี้”
พ่อค้าเครื่องประดับก็ได้เล่าเรื่องให้ชิว เหวินเจี้ยน ฟัง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเครื่องประดับอันนั้นมันเกือบที่จะฆ่าข้าไปแล้วครั้งนึงเพราะว่าข้าเพียงไปแตะต้องโดนมันเท่านั้น ข้าจะเล่าให้ฟังว่ามันมาอยู่ที่ร้านของข้าได้อย่างไรวันหนึ่ง ได้มีชายชุดดำสวมฮู๊ดคุมทั้งตัว ทำให้ข้ามองไม่เห็นใบหน้าที่แท้จริงมันได้เดินเข้าไปในร้านแต่ไม่ได้ซื้ออะไรของข้าเลย แต่มันกลับกล่าวคำว่า ขยะก่อนที่จะจากไป พอข้าเดินมาอีกที ของสิ่งนั้นมันก็มาตั้งอยู่ในร้านของข้าแล้ว”
ชิวเหวินเจี้ยน ที่ได้ฟังเรื่องเหล่านั้น ก็เดาได้ไม่ยากว่าจะต้องเป็นหนึ่งในเผ่ามารอย่างแน่นอนที่นำสิ่งของมาวางไว้ เพราะตั้งแต่เขาเข้ามาเหยียบดินแดนต้องห้ามก็รู้สึกถึงไอความมืดได้จางๆก่อนหน้านี้อยู่แล้ว
ชิวเหวินเจี้ยน ก็ได้กล่าวขึ้นมาแบบจริงจังว่า “มันคือไอความมืดที่เกิดมาจากความตายของสิ่งมีชีวิตนับแสนใครที่คิดจะแตะต้องของสิ่งนี้เข้าไป จะต้องโดนไอแห่งความแค้นของคนนับแสนลุมเข้าโจมตีทันทีท่านรู้สึกเช่นนั้นหรือไม่”
พ่อค้าร้านเครื่องประดับถึงกับลนลานทำอะไรไม่ถูก เขาได้กล่าวออกมาแบบตะกุกตะกักว่า “จ..จ..จ..เจ้า รู้จักมันด้วยหรือข้ารู้สึกถึงไอความมืดนั่นจริงๆ ของสิ่งนั้นมันแทบจะสังหารข้า เพียงแค่เอามือไปหยิบจับมัน”
ชิวเหวินเจี้ยน ได้ตอบกลับออกไปแบบชิวๆ ว่า “ไม่ต้องห่วงข้าย่อมรู้จักกับมันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นข้าจะอธิบายอย่างละเอียดได้อย่างไรแล้วอีกอย่าง ข้าก็กำลังถือมันอยู่นี่ไง สรุปแล้ว ของชิ้นนี้ราคาเท่าไหร่หรือ พ่อค้า”
เมื่อได้ยินดังนั้นพ่อค้า ก็ได้ตอบกลับมาด้วยความยินดีว่า “ข้านั้นอยากที่จะนำมันออกจากร้านค้าของข้ามาตั้งนานแล้วแต่ว่าข้าก็ไม่มีปัญญาที่จะนำมันออกไปได้เพราะเพียงแค่ข้าสัมผัสกับมันก็ทำให้รู้สึกเหมือนจะโดนสังหารอย่างไรอย่างนั้น...”
พ่อค้าได้มองหน้าของ ชิว เหวินเจี้ยน สักพักหนึ่ง และกล่าวออกไปอีกทีว่า “ถ้าเกิดเจ้าอยากที่จะได้มันจริงๆแล้วล่ะก็ ข้าจะยกให้เจ้าฟรีๆเลยก็ได้แต่ข้ามีอะไรสงสัยจะขอถามเจ้าอยู่อย่างนึง ของที่เจ้าถืออยู่มันมีชื่อเรียกว่าอะไร”
ชิวเหวินเจี้ยน ก็ไม่ได้ปิดบังความจริงแต่อย่างใด เขาจึงตอบคำถามกลับไปว่า“ไปดูที่ชื่อบท จบ…”(หยอกเล่นนะครับ ต่อไปของจริงละ)
ชิวเหวินเจี้ยน ก็ไม่ได้ปิดบังความจริงแต่อย่างใด เขาจึงตอบคำถามกลับไปว่า .. “ข้าจะบอกเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นมันเป็นชิ้นส่วนของสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่ง ซึ่งมันไม่ได้อาศัยอยู่บนดวงดาวนี้เพราะถ้าหากมันเข้ามาในดวงดาวนี้เมื่อไหร่ จะถึงเวลาที่พวกท่านนั้นหมดลมหายใจในทันทีมันก็คือ...เกล็ดของเผ่ามารในตำนานนั่นเอง!!”