หลังจากนั้นเองเมอร์ลินก็นำน้ำยาเ่าั้ไปตรวจสอบราคาเขาเดินทางออกจากพื้นที่ของโรงเรียนโดยสวมชุดคลุมเก่าๆ สีฟ้าที่ดูมอซอตัวหนึ่งชุดคลุมนี้ปิดใบหน้าของเขาได้อย่างมิดชิด
เมอร์ลินเดินสำรวจสอบถามราคาของน้ำยาต่างๆในตลาดไปเรื่อยๆ
เมืองวอเดอร์เซี่ยนนั้นเป็เมืองใหญ่ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองของศาสนจักรแห่งแสงตึกเรือนบ้านช่องล้วนแต่เป็สถานที่ใหญ่โตแฝงด้วยศิลปะวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับคำสอนของศาสนจักรแห่งแสง
กระนั้นสถานที่แห่งนี้ยังเป็แห่งรวมตัวของเหล่าพ่อค้าของทุกอาณาจักรอีกด้วยเนื่องจากสถานที่ตั้งของศาสนจักรแห่งแสงนั้นตั้งอยู่กึ่งกลางของดินแดนนั่นจึงเป็จุดรวมตัวของพ่อค้าจากทั่วทุกสารทิศ
ซึ่งทางศาสนจักรก็เต็มใจเปิดรับพ่อค้าเ่าั้อย่างเต็มใจ เพราะภาษีจากการซื้อขายสินค้าภายในเมืองนั้นทำให้ศาสนจักรแห่งแสงเป็อีกตัวตนหนึ่งที่มีความมั่งคั่งเป็อย่างมาก
เมอร์ลินสังเกตเห็นว่าแทบทุกร้านล้วนมีสัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์ทอแสงประดับไว้หน้าร้านทุกแห่งสัญลักษณ์นี้คือเครื่องหมายยืนยันว่าพวกเขาได้รับการพิทักษ์จากศาสนจักรแห่งแสง
เมอร์ลินเดินสำรวจร้านค้าไปเรื่อยๆจนมาถึงร้านขายอุปกรณ์เวทมนต์แห่งหนึ่ง เขาสังเกตเห็นแหวนเวทย์ที่วางแสดงโชว์ไว้ที่หน้าร้าน
ร้านแห่งนี้มีขนาดใหญ่โตและมีการประดับตกแต่งที่หรูหราทว่าหน้าร้านกลับมีแหวนเวทย์ที่มีมูลค่าสูงแสดงโชว์อยู่ เ้าของร้านนั้นไม่เกรงกลัวผู้อุกอาจขโมยมันออกไปหรืออย่างไร
แวบหนึ่งเมอร์ลินก็สังเกตเห็นพลังงานของอักขระเวทย์สีฟ้าที่เคลือบรอบตู้แสดงสินค้าหลังนี้
เมอร์ลินเข้าใจในทันทีที่เขาสังเกตเห็นตู้กระจกหลังนี้ถูกผู้ใช้อักขระลงอักขระเวทย์เอาไว้ แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดกล้าที่จะขโมยมันและสิ่งนี้ก็เป็สัญลักษณ์อย่างหนึ่ง มันหมายความว่าเ้าของร้านแห่งนี้ต้องมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้ใช้อักขระอย่างแน่นอน
ผู้คนต่างรู้ว่าหากผู้ใดได้รับการคุ้มครองจากผู้ใช้อักขระแน่นอนว่าคนผู้นั้นย่อมเป็คนที่ไม่อาจยั่วยุได้
ภายในตู้กระจกปรากฎแหวนเวทย์อยู่4 - 5 วงป้ายแสดงราคาที่ติดไว้นั้นแทบจะทำให้คนธรรมดาผู้หนึ่งถึงกับเหงื่อตกเมื่อเห็นราคาของมัน
แหวนเวทย์แต่ละวงมีราคาถึง 2 ไดมอนนั่นหมายความว่าผู้ที่จะเป็เ้าของแหวนเวทย์แต่ละวงได้พวกเขาจะต้องจ่ายเงินถึง 2 ล้านเซนี่
เงินจำนวนนี้ไม่ใช่จำนวนที่เล็กน้อยรายได้แต่ละเดือนของคนธรรมดาพวกเขาได้รับเพียงแค่ 15,000 เซนี่เท่านั้นแหวนเวทย์หนึ่งวงจึงเป็สิ่งที่คนธรรมดาไม่อาจจะถามถึง
ความคิดที่จะเป็เ้าของแหวนเวทย์ของเมอร์ลินนั้นจึงต้องถูกระงับไว้ชั่วคราวเมื่อเจอกับราคานี้แน่นอนว่าหากเขาสามารถทำรายได้จากการขายน้ำยาได้ เขาจะต้องหาซื้อแหวนเวทย์ซักวงมาเป็เ้าของให้ได้
เมอร์ลินตัดใจแล้วเดินจากไปในทันที
เมื่อเดินไปเรื่อยๆ เมอร์ลินก็พบกับพ่อค้าเร่ตามข้างทางมากมายหลายร้านบางร้านนั้นมีการวางขายน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์อยู่ด้วย เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงได้รีบเข้าไปถามไถ่ถึงราคาของน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์
คำตอบที่เมอร์ลินได้รับคือน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับต่ำนั้นมีราคา8,000 เซนี่
8,000เซนี่!
น้ำยาระดับต่ำมีราคาถึง 8,000 เซนี่ เชียวหรือ?
เมอร์ลินได้ถามเหตุผลของราคาน้ำยาเหล่านี้กับพ่อค้า เขาได้รับคำตอบว่าเหตุที่น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์มีราคาสูงนั่นเป็เพราะว่ายาที่สามารถฟื้นฟูพลังเวทย์ได้นั้นมีอยู่ 2 ชนิดด้วยกันนั่นก็คือชนิดเม็ดกับชนิดน้ำ
การใช้งานของแต่ละชนิดนั้นต่างกันชนิดเม็ดจะมีราคาที่ต่ำกว่าชนิดน้ำ
นั่นเป็เพราะว่ายาฟื้นฟูพลังเวทย์ชนิดเม็ดนั้นจะแสดงผลโดยการค่อยๆฟื้นฟูพลังเวทย์จำนวนหนึ่ง ซึ่งจะต้องใช้เวลาอยู่พอสมควร แต่ยาฟื้นฟูพลังเวทย์ชนิดน้ำต่างกันผลของน้ำยาชนิดน้ำนั้นทำให้พลังเวทย์จะถูกเติมเต็มในทันที โดยที่ผู้ใช้เวทมนต์ไม่ต้องเสียเวลามาก
ดังนั้นแล้วยาชนิดน้ำจึงเป็ที่นิยมกว่าชนิดเม็ดและมีราคาที่สูงกว่า
ด้วยคุณสมบัติในการเติมเต็มพลังเวทย์ที่ถูกใช้ออกไปนั้นจึงทำให้น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับต่ำชนิดน้ำมีราคาถึง 8,000 เซนี่ แต่หากเป็ชนิดเม็ดนั้นกลับมีราคาแค่เพียง 2,000 เซนี่เท่านั้น
แน่นอนว่าสำหรับผู้ใช้เวทมนต์ไม่ว่าจะเป็ชนิดน้ำหรือชนิดเม็ด พวกเขาก็ไม่สามารถจะใช้จ่ายได้อย่างฟุ่มเฟือย การจะใช้ยาในแต่ละครั้งพวกเขาจึงต้องคิดอย่างถี่ถ้วนเพื่อไม่ให้เสียเงินโดยสูญเปล่า
เมื่อเมอร์ลินเดินสำรวจไปอีกเรื่อยๆเขาพบกับน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับกลาง ราคาของมันขายอยู่ที่ 50,000 เซนี่ ส่วนน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูงนั้นมีราคาถึง150,000 เซนี่
นั่นเป็ราคาที่สูงเป็อย่างมากคนธรรมดาต้องทำงานหาเงินถึง 3 เดือนจึงจะสามารถซื้อยาเพิ่มเวทย์ขนาดกลางได้เพียงหนึ่งขวด ส่วนระดับสูงนั้นไม่ต้องพูดถึง
ใบหน้าของเมอร์ลินพลันปรากฏรอยยิ้มอีกไม่นานเขาย่อมเป็เศรษฐีคนหนึ่ง
เมอร์ลินไม่อาจปิดกั้นอาการยินดีของเขาเอาไว้ได้ไม่ว่าจะเป็ที่ไหนโลกใด ยานั้นถือว่าเป็ของที่มีค่าและมีราคาแพงแทบทั้งสิ้น คนจำนวนไม่น้อยที่มีฐานะร่ำรวยจากการค้าขายยา
เมอร์ลินกระชับห่อผ้าที่ถืออยู่แล้วเดินออกไปเพื่อหาร้านที่จะขายน้ำยาของเขา
เมื่อเดินไปได้ระยะทางหนึ่ง เมอร์ลินก็พบกับร้านขายยาที่มีการตกแต่งไม่ได้หรูหรามากเมื่อมองจากด้านหน้าร้านมันคือร้านขายยาขนาดกลางที่ไม่ใหญ่โตอะไรมาก
เมอร์ลินตัดสินใจเลือกร้านนี้ สองเท้าของเขาก้าวเข้าไปในร้านนั้นทันที
ภายในร้านเขาพบกับชั้นวางของมากมายที่บรรจุไปด้วยกล่องลังสินค้าบางชั้นบรรจุกล่องสินค้าที่วางไว้ิ่เหม่น่าหวาดเสียวสินค้ามากมายถูกยัดจนแน่นเอียดทำให้ภายในร้านดูคับแคบลงถนัดตา
ด้านหน้าของเคาน์เตอร์นั้นไร้คนดูแลและดูเหมือนว่าเมอร์ลินจะเป็ลูกค้าเพียงคนเดียวที่อยู่ในร้านนี้
"เ้าของร้าน ... มีใครอยู่บ้าง ... เ้าของร้านอยู่ไหม?"
เมอร์ลินะโเรียกเ้าของร้านอยู่พักหนึ่งในตอนนั้นเองเสียงของชายแก่คนหนึ่งก็ขานรับ
"อ่า... คุณลูกค้า ... ข้าต้องขออภัยด้วย ที่ให้รอนานไม่ทราบว่าท่าน ....”
คำพูดที่เต็มไปด้วยหัวใจที่บริการนั้นถูกหยุดชะงักเมื่อเ้าของร้านพบกับร่างของลูกค้า
เ้าของร้านหรี่ตาลงและพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
“มีอะไรเ้าเด็กน้อย"
เสียงของเ้าของร้านที่ตอนแรกเอ่ยออกมานั้นเป็ไปอย่างอ่อนน้อมพลันเปลี่ยนแปลงเป็เกรี้ยวกราดและไร้มารยาท สายตาของเขานั้นจับจ้องไปที่เด็กชายร่างเล็กที่สวมใส่ชุดคลุมสีฟ้าที่ดูมอซอ
เมอร์ลินนั้นมองข้ามและไม่ใส่ใจกับพฤติกรรมนี้เขาเพียงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ
"ข้า้าขายน้ำยาเพิ่มเวทย์"
เ้าของร้านมองเด็กน้อยและเอ่ยออกมาอย่างไม่พอใจ
"หืม … ออกไปจากที่นี่ซะเด็กน้อยยาเพิ่มเวทย์ระดับต่ำมีอยู่แทบเกลื่อนเมืองและที่นี่ก็มีอยู่มากมายข้าไม่รับซื้อของพวกนั้นอีกแล้ว" น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย
เมื่อได้ยินแล้วหัวคิ้วของเมอร์ลินก็ขมวดย่นเข้าหากัน
"แต่น้ำยาเพิ่มเวทย์ที่ข้าจะขายไม่ใช่ระดับต่ำ"
เ้าของร้านมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มีความรู้สึกยินดีแต่อย่างใด
"แล้วมันเป็ระดับใด?" เ้าของร้านพูดพลางยิ้มเยาะไปยังเมอร์ลินแน่นอนว่าเขาไม่เชื่อว่าเด็กที่แต่งตัวมอซอเช่นนี้จะมีของดีมาเสนอขายให้กับเขา
"อย่างนั้นท่านก็ดูด้วยตาของท่านเอง” เมอร์ลินนำห่อผ้าวางลงที่เคาน์เตอร์และเปิดห่อผ้าออกมา
ภายในห่อผ้านั้นบรรจุน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูง20 ขวด
"น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูง! เ้าได้สิ่งนี้มาได้อย่างไร" เ้าของร้านมองขวดน้ำยาเ่าั้ด้วยสายตาที่ไม่เชื่อเมื่อสังเกตการแต่งตัวของเด็กน้อยคนนี้มันเป็ไปไม่ได้เลยว่าเขาจะมีสิ่งของที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้ไว้
"ข้ามาที่นี่เพื่อขายมันเท่านั้นเื่อื่นไม่ใช่ธุระของท่าน" เด็กน้อยตอบด้วยท่าทีที่ราบเรียบและหยาบคาย
เมื่อเ้าของร้านได้ยินเช่นนั้นหัวคิ้วของเขาก็ถูกขมวดเป็ปม เขาหลี่ตาลงพร้อมกับใช้สายตาสังเกตเด็กน้อย
"ตกลง ... ข้าจะรับซื้อมันไว้ในราคาขวดละ90,000 เซนี่" เ้าของร้านพูดด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาดและเฉยเมย
สีหน้าของเมอร์ลินเปลี่ยนไปในทันทีเมื่อได้ยินราคาที่ถูกเสนอมา
“ตาแก่นี่กำลังคิดว่าข้าเป็ลูกแกะให้เขาเชือด?” เมอร์ลินคิดในใจอย่างไม่สบอารมณ์
เมอร์ลินหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่งและเอ่ยออกมา
"นี่ท่านกำลังรีดเืจากข้า? ทำไมราคามันถึงต่ำกว่าราคาตลาดขนาดนี้" น้ำเสียงของเมอร์ลินเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
เ้าของร้านนั้นยิ้มและเอ่ย
"ฮิฮิ... แน่นอนว่าที่ข้าให้ราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดนั่นก็เพราะของที่เ้านำมาขายนั้นเป็ของร้อน มันไม่มีทางที่เด็กอย่างเ้าจะมีสิ่งของเหล่านี้ได้ที่ข้ารับซื้อมันนั้นถือว่ามีน้ำใจแก่เ้ามากแล้ว”
สีหน้าของเมอร์ลินแสดงออกซึ่งความไม่พอใจมากขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดของเ้าของร้าน
"เหลวไหล! น้ำยาพวกนี้เป็ของข้า มันไม่ใช่ของที่ขโมยมาอย่างแน่นอน ราคาของมันจะต้องไม่ต่ำกว่า150,000 เซนี่"
เ้าของร้านนั้นอมยิ้มและะเิเสียงหัวเราะออกมา
"ฮ่าฮ่า ฮ่า … เ้าเด็กน้อยนี่ช่างพูดจาเหลวไหลจริงอยู่ที่น้ำยาเพิ่มเวทย์ระดับสูงที่มีขายในตลาดนั้นมีราคาอยู่ที่ 150,000 เซนี่ แต่นี่เ้านำมาขายในร้านยากฎของการรับซื้อราคานั้นย่อมถูกกว่าราคาตลาดอยู่แล้วที่นี่ไม่ใช่สถานที่เ้าจะมาวิ่งเล่นได้ หากไม่ขายก็เก็บมันไปให้พ้นหน้าข้าซะ" เ้าของร้านกล่าวด้วยใบหน้าที่เย้ยหยัน
เมอร์ลินสูดลมหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่งเขากลับมารักษาอารมณ์ให้ราบเรียบอีกครั้งและเอ่ยต่อ
"ราคามากกว่า150,000 เซนี่นั้นย่อมถูกต้องแล้ว เพราะน้ำยาของข้าเหล่านี้นั้นพิเศษกว่าน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูงทั่วไปเพราะมันคุณสมบัติแฝงซ่อนอยู่"
"เ้ากำลังพูดเื่เหลวไหลอะไรกัน?" เ้าของร้านพูดออกมาอย่างมีอารมณ์
"หึหากท่านไม่เชื่อก็จงพิสูจน์ด้วยตาของท่านเองว่าน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์เหล่านี้นั้นแตกต่างจากน้ำยาเพิ่มเวทย์ทั่วไปอย่างไร"
เมอร์ลินหยิบน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ขึ้นมาขวดหนึ่งและยกมันให้อยู่ในระดับสายตาของเ้าของร้าน
ชายแก่เ้าของร้านเพ่งตามองไปที่ของเหลวที่อยู่ในขวด ครู่หนึ่งเขาก็แสดงแววตาที่ใออกมาเขาพบสิ่งผิดปกติที่แตกต่างจากน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ทั่วไป
ด้วยความไม่แน่ใจเ้าของร้านจึงคว้าน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ขวดหนึ่งขึ้นมาตรวจสอบเมื่อสังเกตให้ดีแล้วลักษณะของน้ำยาเหล่านี้มีสีฟ้าเข้มที่เหมือนกับน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ทั่วไปแต่มันยังมีสิ่งหนึ่งที่แตกต่างออกไป นั่นคือภายในน้ำยานั้นมีละอองสีทองเคลื่อนที่ไปมาราวกับมีชีวิต
เ้าของร้านตกอยู่ในภวังค์และจ้องมองขวดน้ำยาอย่างไม่เชื่อสายตา สายตาของเขานั้นเปลี่ยนไปจากเดิม เขาสูดลมหายใจเข้าลึกและเอ่ย
"ฮืม... แล้วคุณสมบัติแฝงที่เ้าพูดถึงมันคืออะไร?" น้ำเสียงของเ้าของร้านเปลี่ยนเป็จริงจังมากขึ้น
เมอร์ลินนั้นอมยิ้มและเอ่ย
"น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ระดับสูงเหล่านี้เมื่อผู้ใช้เวทมนต์ดื่มมันเข้าไป นอกจากจะช่วยในการฟื้นฟูพลังเวทย์แล้วมันยังมีความสามารถพิเศษในการลดระยะเวลาการร่ายเวทย์ได้ถึง 30 % ภายในระยะเวลา 5 นาที” เมอร์ลินหยุดและเอ่ยต่อ “ดังนั้นแล้วมันจึงเป็น้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ที่มีคุณสมบัติดีกว่าน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทย์ทั่วไปแน่นอนว่ามันย่อมมีมูลค่าที่สูงกว่า 150,000 เซนี่ซึ่งเป็ราคาทั่ว" เมอร์ลินค่อยๆ เอ่ยและอธิบาย
เ้าของร้านทำท่าใช้ความคิดอยู่ครู่และเอ่ยด้วยเสียงหัวเราะ
"ฮ่าฮ่า ฮ่า เ้าเด็กน้อยอย่ามาล้อเล่นกับตาแก่คนนี้อย่างเ้าน่ะหรือจะรู้จักคุณสมบัติพิเศษเหล่านี้ ข้านั้นไม่ใช่หมูที่จะให้เ้ามาหลอกต้มได้ง่ายๆ” เ้าของร้านหยุดและกล่าวด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป“ไปซะ อย่าให้ข้าถึงกับต้องลงมือทุบตีเ้า"
แม้ว่าเ้าของร้านจะได้ฟังคุณสมบัติของน้ำยาทั้งหมดจากเมอร์ลินแล้วแต่ก็ใช่ว่าเขาจะเชื่อในสิ่งต่างๆ เ่าั้ เขาจึงเอ่ยปากไล่เด็กน้อยคนนี้ให้ออกไปจากร้านของเขาทันทีแค่เขาต้องมานั่งฟังเื่โกหกเหล่านี้ก็ทำให้เขาเสียเวลามากพอแล้ว
"ฮืม!"
เมื่อได้ยินคำพูดที่อวดดีของเ้าของร้านเมอร์ลินก็ที่คำรามออกมาไม่ได้ เสียงคำรามของเขานั้นแฝงไปด้วยพลังปราณเซียน
อำนาจของพลังปราณเซียนนั้นทำให้ร้านทั้งร้านเกิดการสั่นไหว ทุกสิ่งภายในร้านถึงกับโยกคลอนกล่องสินค้ากล่องหนึ่งที่ถูกวางเกยอยู่เหนือศีรษะของเ้าของร้านนั้นร่วงหล่นลงมาอย่างเสียการทรงตัว
แม้ว่าเมอร์ลินเต็มไปด้วยอารมณ์ที่ไม่พอใจแต่เขาก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะทำลายร้านนี้
เมอร์ลินดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาแล้วตวัดปลายไม้ไปมาอย่างรวดเร็วพลันอักขระเวทย์สีฟ้าตัวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ อักขระเวทย์ตัวนั้นเปลี่ยนสภาพกลายเป็วงเวทย์อย่างรวดเร็ว
ทันใดนั้นเองเหนือศีรษะของชายแก่เ้าก็ร้านก็ปรากฏม่านพลังประหลาดคล้ายกับกระจกแก้วสีฟ้า
ตึ้ง!
กล่องไม้กระแทกเข้ากับม่านพลังที่คล้ายกับกระจกแก้วนั้น
เหตุการณ์ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชายแก่เ้าของร้านนั้นเต็มไปด้วยความตะลึงใบหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความงงงวย ร่างทั้งร่างของเขากลายเป็สั่นสะท้าน สมองของเขากำลังประมวลสิ่งต่างๆที่เกิด
ทันใดนั้นเองสีหน้าของเขาซีดลงและเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
"ผู้ใช้อักขระ" ใบหน้าของเ้าของร้านนั้นเต็มไปด้วยความใและเอ่ยคำๆหนึ่งออกมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ
“เด็กน้อยคนนี้คือผู้ใช้อักขระเทพแห่งโชคลาภกำลังมาเยือนยังร้านของข้า” เ้าของร้านอดที่จะคิดในใจไม่ได้
ในชีวิตหนึ่งของเหล่าพ่อค้านั้นการได้พบเจอผู้ใช้อักขระคนหนึ่งนั้นถือเป็โชคดีของโชคดี อย่างที่รู้กันว่าหากพ่อค้าคนใดได้ผูกมิตรกับผู้ใช้อักขระแล้วล่ะก็เขานั้นก็จะกลายเป็ผู้ที่ถูกเงินทองทับถมไปจนตาย
ชายแก่เ้าของร้านนั้นตื่นเต้นจนลนลาน
"ท่านไม่คิดจะหลบออกไปจากที่นั่นหรือท่านจะยืนรอให้กล่องมันหล่นใส่หัวของท่าน?" เมอร์ลินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เ็าและไร้ซึ่งอารมณ์
ชายแก่เ้าของร้านได้สติเมื่อได้ยินคำพูดของเมอร์ลินเขาก้าวเท้าเคลื่อนตัวออกมาจากจุดนั้นทันที
เมอร์ลินสะบัดไม้กายสิทธิ์อีกครั้งหนึ่งม่านพลังที่ราวกับกระจกแก้วนั้นก็สลายหายไป
กล่องไม้นั้นก็ร่วงตกลงยังพื้นในทันใด
ตูม
สิ่งของภายในกล่องนั้นแตกกระจายออกมาและเสียหายแต่ทว่าใบหน้าของชายแก่เ้าของร้านนั้นกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เขานั้นไม่มีท่าทีว่าจะสนใจความเสียหายเ่าั้เลยแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าความเสียหายเหล่านี้นั้นเทียบไม่ได้กับการให้ความสนใจกับผู้ใช้อักขระที่อยู่ตรงหน้านี้
"ผู้ใช้อักขระ"
ชายแก่เ้าของร้านพูดออกมาราวกับกำลังเพ้อฝันสายตาเขามองไปยังเด็กน้อยด้วยความคาดหวัง
ใบหน้าของเขานั้นประดับไปด้วยรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาเขานั้นยิ้มราวกับคนบ้า
มันเป็เื่ที่ไม่น่าเชื่อว่าเด็กน้อยคนนี้จะเป็ถึงผู้ใช้อักขระผู้ใช้อักขระนั้นไม่น่าจะมีอายุน้อยถึงขนาดนี้
แม้ว่าเ้าของร้านจะไม่ได้เห็นใบหน้าผู้ใช้อักขระตัวน้อยนี้ได้อย่างชัดเจนแต่น้ำเสียงที่เขาได้ยินนั้นคือเสียงของเด็กน้อยคนหนึ่ง ชายร่างเล็กที่สวมชุดคลุมสีฟ้าที่แสนมอซอนี้จะต้องเป็เด็กอย่างแน่นอน
หากว่าชายชราไม่เห็นด้วยตาของเขาเองเขาจะต้องไม่เชื่อแน่ๆ ว่าเด็กน้อยคนนี้คือผู้ใช้อักขระ