ไป๋หลงหลานลอบพาเธอเข้าไปในจวนเสนาบดี ตามที่ให้คนนำจดหมายไปขอร้องหยวนฮูหยินเอาไว้ล่วงหน้า เสนาบดีหยวนเสี้ยวกับองค์ชายมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกัน เพราะเคยเป็หนึ่งในราชครูที่สอนความรู้ ให้กับเขาในแทบทุกด้าน แล้วยังเลยมาถึงลู่เจ๋อซึ่งเป็เด็กกำพร้าที่ฮองเฮาทรงสงสารและนำมาเลี้ยงให้เป็เพื่อนกับโอรสของตนั้แ่ยังเป็เด็ก ทั้งองค์ชายและลู่เจ๋อล้วนใช้ชีวิตในจวนของท่านราชครูมากกว่าอยู่ในวังด้วยซ้ำไป หยวนฮูหยินก็เอ็นดูองค์ชายรองเสมือนบุตรชายอีกคนมาโดยตลอด
ไป๋หลงหลาน ลู่เจ๋อ และจ้าวรั่วซี แอบเข้าไปในจวนเสนาบดีทางประตูด้านหลังที่ปกติมีเฉพาะพวกบ่าวเท่านั้นที่ใช้ประตูนี้ เมื่อผ่านเข้ามาในบริเวณสวนหย่อมเล็กๆ ใกล้ประตู ไป๋หลงหลานหยุดชะงักอยู่หน้าต้นไม้ต้นใหญ่มากต้นหนึ่ง พร้อมกับลู่เจ๋อที่เงยหน้ามองตาม แล้วความทรงจำของชายหนุ่มทั้งสองก็เหมือนจะหลุดลอยไปสู่อดีต...
***
“ลู่เจ๋อ เ้าขึ้นมาดูบนนี้สิ ทิวทัศน์บ้านท่านอาจารย์มองจากบนนี้สวยมากเลย” เสียงใสๆ ยังไม่แตกหนุ่มขององค์ชายไป๋หลงหลานในวัยเก้าชันษา องค์ชายน้อยนั่งห้อยและแกว่งขาอย่างเพลิดเพลินใจ ในมือมีผลไม้ที่กัดไปแล้วหนึ่งคำ เบือนหน้าหันหลังะโลงมาจากกิ่งไม้ใหญ่กิ่งหนึ่ง พร้อมพยักหน้าสองครั้ง เพื่อชวนพระสหายสนิทให้ปีนตามขึ้นไป
“องค์ชาย ลงมาก่อนเถอะพระเ้าค่ะ เดี๋ยวท่านราชครูกลับมาเจอเข้า จะโดนทำโทษอีก”
“กลัวที่ไหนล่ะ ท่านอาจารย์ใจดีออก ไม่ทำโทษเรารุนแรงหรอก เร็วสิ! รีบขึ้นมาชมทิวทัศน์สวยๆ ก่อนที่ท่านอาจารย์จะกลับมา เดี๋ยวก็ต้องเข้าไปนั่งเรียนในห้องอีก น่าเบื่อจะตาย”
“เร็วสิลู่เจ๋อ ตรงนี้มองออกไปเห็นถึงถนนด้านหน้าจวนเลยนะ เ้าอย่าขี้กลัวไปหน่อยเลย”
“.....”
“ลู่เจ๋อ เร็วสิ ทำไมเงียบไปล่ะ” ไม่พูดปล่าว องค์ชายพระองค์น้อยยังหันหน้ามาเพื่อจะชักชวนพระสหายให้รีบปีนต้นไม้ตาม หากเมื่อหันหน้ากลับหลังแล้วก้มลงมองที่โคนต้นไม้ กลับไม่ได้มีเพียงลู่เจ๋อที่ยืนก้มหน้าอยู่ แต่มีชายวัยกลางคนยืนหน้าเคร่งเงยหน้ามองเขาอยู่เช่นกัน
“อาจารย์!!” คราวนี้องค์ชายน้อยผู้อาจหาญ พระพักตร์ถอดสีด้วยความใที่ “ท่านอาจารย์ผู้ใจดี” นอกจากจะกลับมาเร็วกว่าที่คิดไว้เยอะแล้ว ยังมีสีหน้าโกรธจัดอีกด้วย
ด้วยความใของเด็กชายตัวน้อย ทำให้เสียหลักทรงตัว แล้วพลัดหล่นมาจากกิ่งไม้แบบไร้ที่ยึดเกาะ หากเมื่อถึงพื้นดิน กลับมิใช่พื้นดินแข็งๆ แต่เป็ร่างของท่านราชครูที่วิ่งเอาตัวเองเข้าไปรับ จนล้มกระแทกพื้นโดยเอาตัวรองรับองค์ชายพระองค์น้อยเอาไว้ได้ทันพอดี
ไป๋หลงหลานน้อย รีบปีนลงจากตัวท่านอาจารย์ ก่อนจะมีสีหน้าสำนึกผิดระคนเป็ห่วง น้ำตาเด็กชายไหลนองหน้า ก่อนจะเขย่าร่างราชครูหยวนเสี้ยวด้วยแรงเท่าที่มี
“ฮือ...อาจารย์เป็อะไรหรือเปล่า ข้าขอโทษ อาจารย์อย่าตายนะ อาจารย์อย่าเป็อะไรนะ...ฮือ...”
“หม่อมฉันยังไม่ตาย! ฝ่าาจะรีบแช่งหม่อมฉันทำไม” หยวนเสี้ยวในวัยสี่สิบกล่าวด้วยความรู้สึกบอกไม่ถูก ทั้งเจ็บ ทั้งโกรธ ทั้งเอ็นดู และที่สำคัญยังใจหายที่องค์ชายพระองค์น้อยตกลงมา หากเขาวิ่งมารับไม่ทัน คงต้องเจ็บพระองค์มากทีเดียว
ทั้งองค์ชายและลู่เจ๋อช่วยกันพยุงราชครูหยวนเสี้ยวให้ยืนขึ้น ซึ่งเขาเจ็บทั้งหลัง ทั้งสะโพกและขา จนแทบจะเดินไม่ได้ จนลู่เจ๋อต้องวิ่งไปตามฮูหยินให้ไปเชิญท่านหมอมาดูอาการ
เหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ทั้งองค์ชายและราชครูได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย องค์ชายน้อยทรงคุกพระชงค์หน้าห้องของหยวนเสี้ยวตลอดเวลาที่หมอตรวจและทำการรักษาอยู่ด้านใน ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ไม่ยอมลุก จนหยวนเสี้ยวเดินออกมาอีกครั้ง องค์ชายพระองค์น้อยถึงกับก้มลงหน้าผากแตะพื้นด้วยน้ำตาที่ไหลนองหน้า พร้อมเอ่ยคำขอโทษในแบบเด็กๆ ทำให้ท่านราชครูต้องก้มลงโอบกอดองค์ชายน้อย แล้วกลายเป็ฝ่ายปลอบประโลมว่าเขาไม่ได้เป็อะไรมากมาย แค่เพียงเคล็ดขัดยอกเท่านั้น
***
จ้าวรั่วซี หันมองทั้งชายหนุ่มทั้งสองที่ยืนเหม่อมองต้นไม้ใหญ่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ประกอบกับดวงตาที่ดูเหมือนจะมีน้ำตาเอ่อคลอ หากพยายามสะกดกันไว้ หญิงสาวจึงไม่กล้ารบกวน จนเวลาผ่านไปครู่ใหญ่ จึงเอื้อมมือแตะที่ข้อศอกของไป๋หลงหลานเบาๆ
“องค์ชายเพคะ...เรารีบเข้าไปก่อนดีกว่าเพคะ”
ชายหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเงยหน้าเพื่อไม่ให้น้ำตาที่เอ่อคลอไหลออกมา หากมือเรียวบางกลับยื่นผ้าเช็ดหน้าผืนบางให้ พร้อมรอยยิ้มอบอุ่น เข้าใจ เขาชะงักเพียงเล็กน้อย ก่อนจะรับมันมาแล้วซับน้ำตาที่ไม่สามารถบังคับให้ย้อนกลับไปได้
“ขอบใจเ้ามาก เราเข้าไปกันเถอะ ท่านป้าน่าจะรอเราอยู่ด้านในแล้ว”
หลังจากพูดคุยกับหยวนฮูหยิน และแนะนำ ‘พระสนมจ้าว’ ที่มีความรู้ด้านการแพทย์และการชันสูตรศพ แล้ว ฮูหยินก็พาพวกเขาไปที่บริเวณที่ตั้งศพ
“ข้าว่าท่านป้าไปพักผ่อนดีกว่า อย่ามองภาพที่ไม่ควรมองเลย จำภาพท่านอาจารย์ยามที่ท่านยิ้มแย้มจะดีกว่า ข้ารับรองด้วยเกียรติว่าจะไม่ทำการใดที่เป็การลบหลู่ร่างของท่านอาจารย์ ข้าไม่อยากให้ท่านโศกเศร้าจนเสียสุขภาพ” องค์ชายตรัสกับหยวนฮูหยินด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนในขณะที่ประคองหญิงชราที่อยู่ในความโศกเศร้าให้เดินออกจากห้อง พลางส่งสายตาให้บ่าวคนสนิทเป็การบอกให้ดูแลท่านฮูหยิน
“ข้าไม่เคยคิดว่าฝ่าาจะเป็คนทำร้ายท่านพี่ ข้าเชื่อใจฝ่าา หญิงแก่คนนี้ขอฝากให้องค์ชายช่วยหาคนร้าย ให้ความเป็ธรรมกับท่านพี่ด้วยนะเพคะ” หยวนฮูหยินย่อเข่าลงจะคำนับลาองค์ชาย หากเขาคว้าแขนนางเอาไว้
“ท่านป้าอย่าได้เกรงใจ ทั้งท่านอาจารย์และท่านป้า เป็เสมือนญาติผู้ใหญ่ที่ข้าเคารพรักมาโดยตลอด ในครั้งนี้ข้าต้องหาคนร้ายมาให้ได้ ข้าขอเพียงให้ท่านป้าอย่าโศกเศร้าจนล้มป่วยไป ขอให้ท่านรักษาสุขภาพด้วย” ไป๋หลงหลานปล่อยแขนที่ประคองหญิงชรา แล้วส่งนางให้กับบ่าวคนสนิท ก่อนจะกำชับว่า “พาท่านฮูหยินไปพักผ่อน แล้วดูแลให้ดี”
“เพคะองค์ชาย” แล้วบ่าวผู้นั้นก็พาฮูหยินออกไป ก่อนไปหญิงชราได้สั่งให้พ่อบ้านคอยอยู่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับพวกองค์ชายด้วย ซึ่งพ่อบ้านตระกูลหยวนนี้ก็อยู่มาั้แ่ก่อนไป๋หลงหลานจะเกิดเสียอีก เพราะฉะนั้นเขาจึงเป็ผู้ดูแลชายหนุ่มั้แ่ยังทรงพระเยาว์เวลาเสด็จมาศึกษากับท่านราชครูที่จวนนี้ จึงเป็คนที่หยวนฮูหยินไว้ใจที่สุดเช่นกัน
------------------
ไป๋หลงหลานน้อย ต้องน่ารัก น่ากอดแน่ๆ เลย ว่าไหมคะ? อ่านกันมาถึงตรงนี้ กดไลก์ กดหัวใจ หรือคอมเมนท์เป็กำลังใจให้ไรท์ บ้างนะคะ ~ เลิฟๆ