ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน

    ตอนพิเศษ ความฝันหรือความจริง?

    “อื้อ...วันนี้มันเป็นวันวาเลนไทน์นิ” หนิงหนิงที่กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์อยู่จู่ๆ ก็พูดขึ้นมา

    ร่างบางเหม่อมองขนมหวานบนโต๊ะ ก่อนจะนึกไปถึงกิจกรรมวันวาเลนไทน์ในชาติก่อน ซึ่งในชาติก่อนตัวนางไม่ค่อยจะสนใจงานพวกนี้สักเท่าไหร่ เพราะนางไม่มีคนที่อยากให้ช็อกโกแลตอยู่แล้ว กลับกันนางมักจะไปรวมตัวกับเพื่อนสนิทเพื่อทำช็อกโกแลตเอามาแลกกัน

    “อื้อ...ชาติก่อนเราไม่มีคนที่จะให้แต่ชาตินี้เรามีน้องชายนี่ เด็กน้อยคนนั้นน่าจะชอบช็อกโกแลตนะ” ร่างบางบ่นพึมพำออกมา ก่อนจะตัดสินใจว่าไหนๆ ก็ไหนแล้ว นางจะทำช็อกโกแลตให้น้องชายหน่อยแล้วกัน

    เมื่อคิดได้แบบนั้น นางก็กลับไปที่ห้องครัวแล้วหยิบผลโกโก้มาเตรียมทำช็อกโกแลต โดยมีเสี่ยวจินเป็นผู้ช่วย เนื่องจากพลังของเขานั้นมีประโยชน์มาก ซึ่งก็ช่วยให้นางลดขั้นตอนยุ่งยากตอนทำลงไปได้มาก

    หนิงหนิงเตรียมผสมแป้งเค้ก เพื่อเอามาทำเป็นเค้กช็อกโกแลตต่อหลังจากทำช็อกโกแลตเสร็จ ร่างบางตักตวงวัตถุดิบอย่างพอดี เมื่อทำเสร็จนางก็เอาทุกอย่างมาผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นนางก็เทแป้งลงพิมพ์แล้วเอาเข้าเตาอบ

    ในขณะที่เค้กกำลังอบอยู่ในเตาอบ นางก็หยิบสตรอเบอร์รี่มาล้างให้สะอาด จากนั้นก็ผ่าครึ่งแบ่งเป็นสองส่วนแล้วจัดใส่จาน เมื่อทำเสร็จนางก็หันไปทำของตกแต่งต่อจนกระทั่งเค้กอบเสร็จนางก็เรื่องตกแต่งเค้กจนเสร็จแล้ว นางก็จัดใส่จานแล้วยกไปให้หนิงหลงที่ห้อง

    “อาหลงมาพักกินของว่างสักก่อนค่อยคัดอักษรต่อเถอะ” หนิงหนิงเอ่ยบอกน้องชายพร้อมกับยกเค้กไปวางไว้บนโต๊ะให้เขา ก่อนจะเหลือบไปเห็นซองจดหมายบนโต๊ะของเขา

    หนิงหนิง: น้องชายเขียนจดหมายหาใครกันนะ?

    “พี่สาวท่านมองอะไรอยู่รึ?”

    “ป่าวหรอกไม่มีอะไร เจ้ากินของว่างเถอะกินเสร็จแล้วก็ออกไปเดินสักหน่อย อย่าอุดอู้อยู่ในห้องให้มากเล่า” พูดจบนางก็เดินออกจากห้องไป

    “เป็นอะไรของเขากันนะ” หนิงหลงมองตามแผ่นหลังนั้นออกไปด้วยความไม่เข้าใจ ก่อนจะส่ายหัวอย่างแผ่วเบาแล้วหันมาสนใจของหวานบนโต๊ะ

    หนิงหลงมองดูก้อนขนมสีน้ำตาลที่ประดับด้วยเฉ่าเหมย (สตรอเบอร์รี่) แล้วอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอเพราะกลิ่นหอมของช็อกโกแลตที่ลอยขึ้นมา เมื่อเห็นขนมบนโต๊ะแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่ภูมิใจเล็กน้อยที่มีพี่สาวทำอาหารเก่ง

    ด้วยเหตุนี้เขาจึงวาดภาพเค้กช็อกโกแลตลงในกระดาษ พร้อมกับเขียนบรรยายรสชาติของขนมลงไปด้วยแล้วเอาใส่ซองจดหมายที่หนิงหนิงเห็นเมื่อครู่ จากนั้นเขาก็ออกไปเดินเล่น พร้อมกับเดินไปถามพี่สาวเรื่องของว่างของวันนี้ จนเมื่อเขาได้รู้เรื่องวันวาเลนไทน์จากนาง เขาก็เดินไปเขียนจดหมายอวดอีกฉบับนึง ที่เขาจะส่งไปให้ (อวด) พี่เขยคนนั้นที่อยู่เมืองหลวง ซึ่งเรื่องนี้หนิงหนิงก็ไม่ได้รับรู้ด้วยเลย จนกระทั่งเช้าวันต่อมา เมื่อหนิงหนิงตื่นนอนสภาพรอบข้างของนางก็เปลี่ยนไป


    หนิงหนิงกะพริบตามองหนุ่มหล่อที่นอนเปลือยเปล่าอยู่เบื้องหน้าตนด้วยความสับสน นางไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดเมื่อนางตื่นมาอีกครั้งสภาพห้องนอนของนางถึงได้ไม่เหมือนเดิมละ ที่สำคัญคือหนุ่มหล่อตรงหน้านางนี้คือใครกัน เหตุใดถึงได้ดูคุ้นตาเป็นพิเศษ

    “อึก เจ็บ” หนิงหนิงอุทานออกมาเบาๆ เมื่อนางรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดจากการที่นางหยิกแก้มตัวเองนางก็รู้ว่านี่ไม่ใช่ความฝันจึงทำให้นางเริ่มวิตกกังวลขึ้นมา

    ร่างบางเลิกนอนมองเพดานแล้วลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปค้นหาความจริงว่านางอยู่ไหนกันแน่ ซึ่งในจังหวะที่นางลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มที่คลุมร่างกายอยู่ก็ตกลงไปกองกันอยู่ที่หน้าตักนาง แล้วเผยให้เห็นถึงเรือนร่างอันเย้ายวนและสวยงามของหญิงสาวที่เต็มไปรอยรัก

    รอยซ้ำสีแดงตัดกับผิวสีขาวนวลของนาง ทำให้ดูเหมือนดอกเหมยที่บานอยู่ท่ามกลางหิมะ และผมสีน้ำหมึกยาวสลวยที่ตกลงปิดบังยอดภูเขาคู่งามของนาง ทำให้แม่นางน้อยยิ่งสับสนเข้าไปใหญ่ เพราะนางจำได้ร่างกายของนางยังไม่ส่วนเว้าโค้งขนาดนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงภูเขาไฟตู้มๆ คู่นี้เลย

    หนิงหนิงในตอนนี้ช็อกกับสิ่งที่เห็นหนักมาก จนไม่ได้สังเกตเลยคนข้างๆ ที่ควรจะหลับตาอยู่ได้ลืมตาตื่นแล้วและเขาก็กำลังมองภาพอันสวยงามเบื้องหน้าด้วยแววตาชื่นชมอยู่

    ชิงหลง: อาหารตาแต่เช้าเลยแฮะ

    “อะแฮ่ม” ชิงหลงส่งเสียงเล็กน้อยเพื่อเรียกสติภรรยาคนงามของเขา

    “อ่ะ” หนิงหนิงที่ได้ยินเสียงกระแอมไอดังขึ้นมา ก็ทำให้นางหันไปหาต้นเสียงโดยอัตโนมัติ

    เมื่อนางหันไปมองทางเจ้าของเสียงก็ให้นางอดกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้ ภาพของเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบเบื้องหน้านั้น มันทำให้สาวใหญ่ในร่างสาวน้อยถึงกับน้ำลายไหล เรือนร่างอันสมบูรณ์แบบที่แฝงไปด้วยกลิ่นอายของบุรุษ

    ไหนจะก้อนขนมปังหกก้อนตรงหน้าท้องนั้นมันช่างเด่นจนนางอดไม่ได้ที่ยื่นมือไปลองลูบดูว่ามันคือของจริงหรือไม่ ดวงหน้าอันหล่อเหลาปนสวยงามนั้นที่ทำให้คนหลงใหลแม้เพียงแค่ได้มอง และดวงตาเมล็ดซิ่งสีนิลอันกระจ่างใสที่เพียงแค่ได้สบตา นางก็รู้สึกราวกับว่านางไม่สามารถซ่อนความลับอะไรจากคนตรงหน้าได้เลย

    หนิงหนิง: แม่เจ้าอะไรมันจะหล่อขนาดนั้นกัน

    ในขณะที่หนิงหนิงกำลังจ้องเขาด้วยแววตาเป็นประกายอยู่ ชิงหลงเองก็กำลังมองภรรยาของเขาด้วยสีหน้าครุ่นคิด เพราะเขารู้จักภรรยาของตัวเองดี ซึ่งสายตาของนางที่กำลังบ่งบอกว่าอยากจะลูบไล้เขานั้น

    เขาก็เคยเห็นมันในคืนเข้าหอมาก่อน ดังนั้นแววตาของนางในตอนนี้มันจึงไม่ได้ดูแปลกสำหรับเขาเลย กลับกันมันดันเป็นโอกาสที่ตนสามารถล่อลวงนางให้เป็นฝ่ายเริ่มรังแกเขาก่อน ซึ่งต่อให้เขาเปลี่ยนเป็นฝ่ายรังแกนางในภายหลัง นางก็ไม่สามารถตำหนิเขาในเรื่องนี้ได้อยู่ดี เรียกได้ตัวเขามีแต่ได้กับได้

    “หนิงเอ้อร์เหตุใดถึงได้เอาแต่จ้องมองสามีด้วยแววตาเช่นนั้นเล่า?” ชิงหลงเอ่ยถามนางพร้อมกับเริ่มใช้แผนชายงามเพื่อล่อลวงแม่กระต่ายน้อย

    “เอ๊ะคือว่า..ข้า..” หนิงหนิงได้ติอ้ำอึ้งเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้ากำลังนอนเอามือเท้าคางมองนาง ซึ่งภาพของเรือนร่างของเขาก็ปรากฏอยู่ในสายตาของนาง จนทำให้นางอดไม่ได้ที่หน้าแดง

    “ว่าอย่างไรทำไมถึงได้เอาแต่จ้องเรือนร่างของสามีเช่นนั้นละ หืม?” ชิงหลงเอ่ยกับนางพร้อมกับส่งรอยยิ้มหวานให้

    “อ่า คือ..คือ..คือว่าข้า..>///<”

    “^^”

    “อ่า>///<”

    “หืมว่าอย่างไรละแม่กระต่ายน้อยของพี่^^”

    หนิงหนิงมองรอยยิ้มของเขาด้วยสายพร่ามัว ก่อนที่สติของนางจะขาดหายไปแล้วเริ่มทำตามที่หัวใจเรียกร้อง ซึ่งมันก็ดันเข้าแผนของหมาป่าตัวโตทันที

    “คือว่าข้าขอสัมผัสหน้าท้องของท่านได้หรือไม่>///<” อ้ากยัยบ้าหนิงหนิง เจ้ามันคนหน้าไม่อาย เจ้ากล้าพูดแบบนั้นไปได้เยี่ยงไรกัน

    ในขณะที่แม่นางน้อยกำลังด่าตัวเองอยู่ในใจ อีกด้านนึงหมาป่าตัวใหญ่ก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ที่สามารถล่อลวงแม่กระต่ายน้อยได้สำเร็จ

    “เอาสิเชิญจับได้จนกว่าจะพอใจเลย^^”

    “-///-”

    เมื่อได้รับอนุญาตจากชายหนุ่มแล้ว เด็กสาวก็ทำใจกล้ายื่นมือไปแตะก้อนขนมปังของเขาอย่างแผ่วเบา ก่อนจะหันไปมองชายหนุ่ม เมื่อนางเห็นว่าเขาหลับตาลงไม่ได้มองมาที่นาง นางก็เริ่มมีความกล้าที่จะลวนลามเขามากขึ้น

    ร่างบางใช้มือลูบไปทั่วขนมปังทั้งหกก้อนของเขา ก่อนจะเลื่อนขึ้นไปจนถึงแผงอกแน่นๆ ของชายหนุ่มแล้วหยุดอยู่ที่ยอดปทุมของเขา นางใช้ปลายนิ้วเขี่ยเล่นยอดปทุมสีอ่อนของเขาอย่างสนุกสนาน ในขณะที่คนที่แกล้งหลับตาอยู่ ก็กำลังพยายามอดกลั้นไม่ให้ตัวเองส่งเสียงครางออกมา พร้อมกับคิดในใจว่าตอนนี้ให้นางเล่นไปก่อน เดี๋ยวถึงตาเขาเมื่อไหร่นางจะได้รู้ซึ้งว่าการเล่นกับไฟมันรู้สึกยังไง

    ผ่านไปสักพักชิงหลงที่กำลังรอเวลาลงมือจัดการกับกระต่ายน้อยที่กำลังเล่นอยู่บนตัวเขาก็มีอันต้องชะงัก เมื่อกระต่ายน้อยเริ่มใจกล้าลงมือเล้าโลมเรือนร่างของเขา ชายหนุ่มที่พยายามอดกลั้นฝืนไม่ให้ตัวเองกลายร่างเป็นหมาป่าหิวโหย เขาก็เริ่มฝืนต่อไปไม่ไหว เมื่อกระต่ายน้อยกำลังเลียเล่นกับปลายยอดปทุมของเขา

    “ซี๊ด ภรรยาเจ้ารู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังทำอะไร” สิ้นเสียงของชายหนุ่ม สิ่งตอบรับเขามีเพียงสัมผัสที่ลึกล้ำมากขึ้น จนทำให้เขาทนต่อไม่ไหว

    ชิงหลงใช้สองแขนกอดภรรยาแล้วสลับตำแหน่งกับนาง เขาผลักร่างบางลงไปนอนแล้วเปลี่ยนตัวเองขึ้นมาเป็นฝ่ายอยู่ข้างบน จากนั้นเขาก็ก้มลงไปปิดปากจอมซนของนางด้วยรสจูบอันร้อนแรงพร้อมกับมือที่ลูบไล้ไปทั่วร่างของหญิงสาว เพื่อปลุกกระตุ้นอารมณ์ของนาง จนเมื่อบรรยากาศบนเตียงเริ่มเต็มไปด้วยความวาบวามและร้อนรุ่ม ในห้องก็เริ่มมีเสียงร้องครวญครางของหญิงสาวดังและเสียงกระทบกันที่ดังเล็ดลอดออกมาจากห้อง ซึ่งก็ดำเนินไปอย่างยาวนานถึงสองชั่วยาม

    .

    .

    สองชั่วยามต่อมา

    ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มก็ลุกจากเตียง พร้อมกับอุ้มภรรยาคนงามไปอาบน้ำ แล้วจากนั้นเขาก็ค่อยพานางไปกินมื้อเช้าไม่สิมื้อเที่ยง ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นภาพที่แปลกสำหรับจวนของท่านอัครเสนาบดีแต่อย่างใด

    เพราะคนรับใช้ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าท่านอัครเสนาบดีของพวกเขาเป็นพวกคลั่งรักภรรยา ที่แม้แต่ลูกก็ยังเทียบไม่ได้กับความรักของที่เขามีให้กับภรรยา แต่เรื่องนั้นมันไม่ใช่กับหนิงหนิงที่มาอยู่ในร่างของภรรยาของคนผู้นี้

    ร่างบางมองรอยยิ้มชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีของตัวเองด้วยความหงุดหงิด นางไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ๆ นางถึงได้รู้เกลียดรอยยิ้มนั้นขึ้นมา ไม่สิมันน่าจะเป็นตั้งแต่ที่นางหลงกลอีกฝ่ายแล้วมากกว่า

    “ข้าแค่เหนื่อยนะไม่ได้บาดเจ็บ ข้าสามารถกินข้าวเองได้ ท่านไม่ต้องป้อนข้าหรอก=_=” หนิงหนิงมองคนตรงหน้าด้วยความหงุดหงิด ที่นอกจากนางจะเสนอตัวให้หมาป่าเองกับมือแล้ว นางยังต้องมาโดนเขารังแกในห้องอาบน้ำอีกหนึ่งชั่วโมง เลยทำให้ในตอนนี้นางรู้สึกว่ารอยยิ้มของอีกฝ่ายมันช่างขัดตานางเหลือเกิน

    “อื้อ..แต่ถึงอย่างนั้นสามีก็อยากป้อนเจ้าอยู่ดีนี่^^” ว่าจบเขาก็ตักข้าวต้มมาป้อนนาง

    “แต่ข้ากินเองได้” ถึงปากนางจะพูดอย่างนั้น นางก็ยอมกินข้าวต้มที่ป้อนให้แต่โดยดี ก่อนนางจะยื่นมือไปแย่งชามข้าวต้มกับ

    “ภรรยามีแรงแล้ว งั้นจากนี้เราไปชมสวนกันหน่อยดีหรือไม่^^” เขาก็ยกชามหนีจากเงื้อมมือของนาง แล้วหันไปพูดกับนางด้วยรอยยิ้มมีเล่ห์นัยต์

    “…!!”

    เมื่อได้ยินคำพูดนั้นของเขา ร่างกายของนางก็เกิดอาการต่อต้านขึ้นมา ถึงแม้ว่านางจะไม่รู้ว่าที่อีกฝ่ายพูดหมายความอย่างไร แต่จากปฏิกิริยาของร่างกายแล้ว นางก็รู้สึกว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ สุดท้ายแล้วนางก็ทำได้แค่นั่งเฉยๆ แล้วปล่อยให้เขาป้อนข้าวไป

    “ต้องแบบนี้สิเด็กดี^^”

    “=_=”

    หลังจากกินมื้อเที่ยงเสร็จแล้ว หนิงหนิงก็ต้องมานั่งทำของว่างอยู่ในห้องครัวต่อ เมื่อคุณสามที่รักบอกว่าอยากกินเค้กช็อกโกแลต ซึ่งนางก็ไม่รู้ว่าเขาไปรู้จากไหน (จากน้องชายที่รักของนาง) นางจึงได้มายืนทำเค้กอยู่ในครัว โดยมีสาวใช้คอยช่วยอยู่ด้านข้าง

    ในระหว่างที่หนิงหนิงกำลังตั้งหน้าตั้งตาทำครัวอยู่ ก็ได้มีคนวิ่งเข้ามากอดต้นขาของนาง ทำเอานางเกือบปล่อยแม่พิมพ์เค้กทิ้ง ร่างบางก้มหน้าลงมองตัวต้นเหตุ นางก็ได้พบกับดวงตากลมโตคู่นึงที่กำลังมองมาที่นางพร้อมกับน้ำตา

    “...” หนิงหนิง

    “ท่านแม่ ท่านพ่อรังแกซวนเอ้อร์อีกแล้ว”

    หนานกงซีซวนหรือคุณชายใหญ่ตระกูลหนานกง เมื่อเขาได้ยินว่ามารดากำลังทำขนมอยู่ในห้องครัว เขาก็วิ่งมาเกาะขามารดาแล้วร้องเรียนเรื่องที่ตนเองโดนบิดาบังคับให้คัดอักษรกับนาง

    เด็กน้อยหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตา ที่มีใบหน้าคล้ายกับชายหนุ่ม กำลังบีบน้ำตาพร้อมกับบอกว่าตนเองโดนบิดารังแก ซึ่งมันก็ทำให้หนิงหนิงได้แต่มองเขาด้วยความอึ้ง เพราะหน้าตานี้มันเหมือนกับพี่สาวคนงามของนางเหลือเกิน

    “0_0”

    “ท่านแม่ท่านต้องช่วยซวนเอ้อร์นะขอรับ ท่านพ่อเอาแต่รังแกซวนเอ้อร์ในตอนที่ท่านไม่เห็นอยู่เรื่อย” เด็กน้อยยังคงพูดต่อไป โดยที่ไม่ได้สังเกตเลยว่าสีหน้าของมารดากำลังมองตนด้วยความตกใจปนสับสนอยู่

    “ท่านแม่ ท่านได้ยินที่ซวนเอ้อร์พูดไหม?” เด็กน้อยซีซวนมองหน้ามารดาด้วยน้ำตาคลอเบ้าอย่างน่าสงสาร

    ซึ่งเมื่อหนิงหนิงได้เห็นแบบนั้นก็พลันใจอ่อนยวบ ร่างบางให้สาวใช้ยกเค้กไปเข้าเตาอบ ส่วนนางก็ย่อตัวลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกับลูกชาย ก่อนจะใช้ผ้าเช็ดหน้าของตนช่วยเช็ดน้ำตาให้เขา

    “ซวนเอ้อร์คนดีอย่าร้องไปเลยนะลูกเดียวแม่จะไปจัดการพ่อให้ลูกเอง” ร่างบางช่วยเช็ดน้ำตาให้ลูกชายพร้อมกับพูดปลอบประโลมเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอย่างชำนาญ ราวกับว่าเรื่องนี้เคยเกิดขึ้นกับนางมานับครั้งไม่ถ้วน

    หนิงหนิงได้แต่มองดูท่าทางการปลอบเด็กของตัวเองด้วยความสงสัย เพราะนางจำได้ว่านางปลอบเด็กไม่เป็น แต่ทำไมตอนนี้นางถึงได้ดูชำนาญมากขนาดนี้กันนะ ร่างบางได้แต่ครุ่นคิดเรื่องนี้ไปพลาง มองสำรวจเด็กน้อยเบื้องหน้าไปพลาง

    จนกระทั่งเขาหยุดร้องไห้แล้ว นางถึงได้อุ้มเขาไปนั่งที่โต๊ะแล้วสั่งให้สาวใช้เอาผลไม้มาให้กินเล่นไปก่อน ส่วนนางก็ไปทำขนมต่อจนกระทั่งทำเสร็จแล้ว ทั้งแม่และลูกก็ออกไปจากห้องครัว แล้วเดินไปที่สวน

    .

    .

    .

    ที่สวน

    สองคนแม่ลูกจูงกันเดินมาจนถึงเก๋งบัว ซึ่งในนั้นก็มีคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากสามีของนางและหนูน้อยน่ารักหนึ่งคนที่กำลังนั่งอยู่บนตักของเขา หนิงหนิงมองใบหน้าของหนูน้อยวัยสี่หนาวคนนั้นที่อายุพอๆ กับลูกชายที่นางกำลังจูงมืออยู่ด้วยความตกตะลึง เพราะใบหน้านั้นมันเหมือนกับนางมาก หากแต่เด็กน้อยกลับมีความสวยเหมือนบิดาเพิ่มเข้ามา

    “ท่านแม่มาแล้ว พี่ชายท่านไปกวนท่านแม่อีกแล้วรึ?” หนานกงซิงอี หลี่ตามองพี่ชายฝาแฝดของตนเองด้วยสายตาจับผิด ส่วนคนเป็นพี่ที่โดนมองเขาก็เบือนหน้าหนีสายตาจับผิดของน้องสาว

    “ท่านแม่พี่ชายไปกวนท่านอีกแล้วหรือเจ้าคะ?” ซิงอีหันไปถามมารดาที่กำลังเดินเข้ามาในเก๋งบัว

    “ไม่ใช่จ้ะ พี่เขาแค่มาช่วยแม่ทำขนมก็แค่นั้นเอง”

    “จริงหรือเจ้าคะ?” หนูน้อยซิงอีมองมารดาด้วยแววตาสงสัย

    “จริงสิจ๊ะ^^” หนิงหนิงตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้หนูน้อยอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะจูงมือบุตรชายไปนั่งที่โต๊ะอีกฝั่งกับนาง แล้วบอกให้สาวใช้ยกของว่างไปวางไว้บนโต๊ะจากนั้นก็ไล่สาวใช้ออกไป

    เมื่อสาวใช้ออกไปแล้วทั้งสี่คนก็ใช้เวลาครอบครัวร่วมกัน หนิงหนิงคอยนั่งฟังซาลาเปาน้อยทั้งสองคนเล่าเรื่อง ไม่วายยังมีแขวะกันบ้างเล็กน้อยตามประสาพี่น้อง และเมื่อที่พวกเขาไม่สามารถหาเรื่องอีกฝ่ายได้ พวกเขาก็จะหันมาขอความช่วยเหลือจากบิดามารดาอย่างนาง ซึ่งบรรยากาศอันอบอุ่นของครอบครัวนี้ มันก็ได้ฝั่งลึกลงในใจของหนิงหนิงอย่างไม่รู้ตัว...


    ตกดึก

    “ภรรยา”

    “หืม?”

    “ช็อกโกแลตของสามีละ”

    “เอ๊ะ??” หนิงหนิงมองหน้าคนเป็นสามีด้วยความมึนงง เมื่อเขาถามหาช็อกโกแลตจากนาง จนคนเป็นสามีอย่างชิงหลงอดไม่ได้ที่มองดูนางด้วยความเอ็นดู

    ชิงหลง: แม่กระต่ายน้อยลืมช็อกโกแลตของข้าไปเสียแล้ว

    “ก็วันนี้เป็นวันวาเลนไทน์นี่นา มันแปลกหรือที่สามีอย่างได้ช็อกโกแลตจากภรรยาน่ะ หืม? ^^”

    “....” หนิงหนิง อ่ะวันนี้วันวาเลนไทน์หรอกรึ

    “อื้อ...ดูท่าภรรยาจะลืมไปแล้วจริงๆ ถ้างั้นสามีขอของชดเชยก็คงจะไม่เป็นไรสินะ^^”

    “..!!” หนิงหนิง

    จากนั้นนางก็โดนข้ออ้างขอของชดเชยที่นางลืมให้ช็อกโกแลตเขา จนโดนเขาเคี่ยวกรำไปทั้งคืน จนกระทั่งเกือบรุ่งสางนางถึงได้นอนพัก

    .

    .

    .

    เช้าวันต่อมา

    หนิงหนิงลืมตื่นขึ้นมาในช่วงยามเหม่า (05:00-06:59) เหมือนดังเช่นทุกวัน ดวงตากลมมองสำรวจรอบๆ เมื่อเห็นว่านางนอนอยู่ในห้องของตัวเอง นางก็รีบลุกขึ้นมาสำรวจร่างกายของตน จนเมื่อเห็นว่าทุกอย่างปกติดี ยกเว้นความเหนื่อยล้าที่มาจากไหนไม่รู้แล้ว ก็ไม่มีปัญหาอย่างอื่น เมื่อเห็นแบบนั้นร่างบางก็ล้มตัวลงไปนอนด้วยความโล่งใจ

    “ค่อยยังชั่วที่เป็นแค่ฝัน” เมื่อกล่าวจบนางก็ปิดเปลือกตาแล้วนอนต่อ

    ในขณะที่อีกด้านนึงชิงหลงผู้ซึ่งกำลังนั่งมองท้องฟ้าอยู่ข้างหน้าต่างด้วยความเหม่อลอยพลางคิดไปถึงฝันแปลกๆที่แสนจะสมจริงเมื่อคืนนี้ด้วยความสับสน เพราะเขาไม่รู้สิ่งที่เห็นมันคือความจริงหรือว่าความฝัน

    ชายหนุ่มเหม่อมองท้องฟ้าพร้อมกับคิดถึงฝันแปลกๆ เมื่อคืนนี้ ภาพความฝันที่เหมือนจริง จนทำให้เขาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและความอ่อนนุ่มของร่างกาย ซึ่งมันก็ทำให้บางจุดในร่างกายของเขาตื่นตัวเป็นพิเศษ จนเขาต้องมานั่งลมหนาวอยู่ตรงนี้

    “เป็นแค่ความฝันสินะ” ชายหนุ่มพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนจะมองแสงอาทิตย์ที่เริ่มสาดส่องไปทั่วท้องฟ้า ซึ่งเป็นสัญญาณของเช้าวันใหม่ ก่อนจะละสายตาแล้วลุกไปหยิบตำราขึ้นมาอ่าน

    จนหลายวันต่อมาเมื่อเขาได้รับจดหมายจากน้องภรรยา เขาก็ต้องโอดครวญด้วยความอิจฉา ที่อีกฝ่ายได้กินขนมหวานฝีมือภรรยา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องวันวาเลนไทน์ในจดหมายสักเท่าไหร่ แต่เขาก็ได้จดไว้ในใจแล้วว่าสักวันหนึ่งเขาต้องให้ภรรยาทำช็อกโกแลตให้กินให้ได้

    ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นเหตุให้หนิงหนิงในอนาคต ต้องมานั่งทำช็อกโกแลตให้สามีคนงามนางได้กินในทุกๆ ปี เพราะไม่อย่างนั้นนางจะโดนเขารังแกแทน ในปีที่เขาไม่ได้รับ....



    โรงละคร

    หนิงหนิง: อื้อ ทำไมวันนี้มันเหนื่อยจัง

    หนิงหลง: วันนี้จะได้กินช็อกโกแลตอีกไหมนะ

    ชิงหลง: อ่ะเลือดไหลอีกแล้ว//หาผ้ามาเช็ดเลือดกำเดา





    Talk writer

    ตอนพิเศษต้อนรับวันวาเลนไทน์จ้า มาแจกความหวานต้อนรับวันวาเลนไทน์กันค่ะ ก่อนที่เราจะกลับมาโบกมือลาพี่สาวคนงามในตอนหลักกันค่ะ 

    ท้ายนี้ก็หวังว่ารี้ดทุกคนจะยังเอ็นจอยไปกับตอนพิเศษตอนนี้นะคะ สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ^^

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติมาเป็นนางร้ายท้ายหมู่บ้าน ที่คุณอ่าน