“รวดเร็วเหมือนเช่นเจ้า..รักข้า”ปลายคางมนถูกจูบซับระเรื่อยขึ้นมาอย่างช่ำชอง จุ๊บ!! เขาจูบนางแผ่วเบาอีกครั้ง
“ใครรักท่านกัน..อย่ามาทำเป็นรู้ดีนะเจ้าคะ”สตรีตัวน้อยเขินอาย
“5555” เขาหัวเราะอย่างมีความสุข“เจ้าจะมิบอกข้าหรือว่าอยู่สกุลใด?”
“ท่านพี่เหวินเป่าก็มิบอกข้า..เหตุใดข้าต้องบอกท่านก่อนเล่าเจ้าคะ”นางยังคงต่อรองเก่งตามนิสัยของแม่ค้า
“เช่นนั้นหากวันใดที่ข้าไปส่งเจ้าที่เมืองหลวงเราสองคนมาแลกเปลี่ยนกันดีหรือไม่?” แม่ทัพจางยื่นข้อเสนอ
“แลกเปลี่ยนอย่างไรเจ้าคะ?”
“ในวันนั้นข้าจะบอกแซ่แก่เจ้า ส่วนเจ้าก็บอกแซ่แก่ข้า”
“ฮึ” ความน้อยใจแล่นขึ้นสู่กลางอกเขาบอกเพียงแค่จะไปส่งแต่มิได้กล่าวว่าจะเข้าไปพบท่านพ่อนาง“แล้วท่านจะเข้าไปบอกกล่าวแก่ท่านพ่อของข้าหรือไม่เจ้าคะ?” น้ำตาเริ่มคลออยู่เต็มหน่วยมองบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทั้งกายและใจของนางยามนี้ก็มอบให้แก่เขาไปแล้ว วันนี้นางมีความกล้าที่จะถาม
“ไปแน่นอน” แม่ทัพจางยืนยัน“แต่ข้าคงต้องให้เจ้ารออยู่ที่เมืองหลวงก่อนแล้วข้าจะตามไปภายหลัง”น้ำตาไหลหยดลงบนใบหน้าน่ารักที่เขาชอบหนักหนา ใจบุรุษร้อนรนราวกับโดนไฟ“อย่าร้องข้ามิได้กล่าวว่าจะทิ้งขว้างเจ้าเสียหน่อยฮูหยินรัก”แม่ทัพจางเหวินเป่าดึงสตรีตัวน้อยที่สะอื้นร่ำไห้เข้ามาแนบอกเนิ่นนานอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้อง “เฮ่อ..”เขาถอนหายใจฟังเสียงสะอึกสะอื้นที่ดังขึ้นเรื่อยๆราวกับคนน้อยใจจนใจอ่อนไปมากกว่าครึ่งจากที่เคยคิดว่านางมิควรรับรู้เรื่องใดก็จำเป็นต้องเปิดเผยมาทีละนิดเพื่อให้นางได้เข้าใจในตัวเขาบ้าง“ฟังนะฮูหยิน” เขากอบกุมใบหน้านวลเอ่ยขึ้นด้วยเสียงจริงจัง “ข้า…แซ่จาง‘จางเหวินเป่า’มีหน้าที่คุมกองทัพทั้งหมดในเขตชายแดนและตอนนี้กำลังตามจับโจรป่าอยู่งานยังไม่แล้วเสร็จจะละทิ้งไปได้อย่างไร?” เสียงสะอื้นของสตรีเงียบไปเนิ่นนาน
“หะ” นางเงยหน้ามองเขา น้ำมูกน้ำตาเปรอะไปหมด“จางเหวินเป่า?” ฝ่ายบุรุษผงกหัวขึ้นลง “จับโจรป่า?” เขาผงกหัวลงอีกครั้ง
“อืม” แม่ทัพจางครางรับยืนยันดวงตานางเริ่มโตขึ้นเรื่อยๆ
“55555 ท่านล้อข้าเล่นแล้ว”แม้นางจะหัวเราะแต่ในใจกลับเต้นกระหน่ำ ‘แซ่จาง….สกุลแม่ทัพหนึ่งเดียวในแคว้นเจ้าแซ่เดียวกันกับฮองเฮา?’
“มิได้ล้อเล่น…ข้าต้องตามจับพวกมันให้หมดก่อนถึงจะมีเวลาพักนานๆเพื่อไปขอสมรสกับเจ้าอยู่ร่วมหอกับเจ้าโดยมิต้องพะวงสิ่งใด”มือสากยกขึ้นลูบแก้มเนียนแต่เปื้อนน้ำตาโดยไม่รังเกียจนางยังคงพึมพำคำเดิมซ้ำไปซ้ำมา
“แม่ทัพจางเหวินเป่า?” สีหน้าหลุกหลิกมองคนแซ่จางตรงหน้าที่ยังคงพยักหน้ารับกับคำถามเดิมๆนางยังนิ่งเงียบและครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้เช่นคราแรกที่นางรู้สึก‘สหายของท่านพี่รวมทั้งตัวเขาเองในความจริงแล้วมิเหมือนคนตกปลาแม้เพียงนิดแต่ทุกคนดูเหมือน…ผู้ฝึกยุทธ?’นางมองบุรุษที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี รูปร่างสูงใหญ่ลำตัวหนาแน่นไร้ไขมัน ใบหน้าหล่อเหลาดุดัน แววตาไร้ความลังเลเฉกเช่น ‘ทหาร?’คำนี้ดังขึ้นในหัวคิดคิ้วสวยขมวดเป็นปมเมื่อรับรู้ว่าเขามิได้โกหกแน่
นางลุกขึ้นเดินหนีไปหน้าบ้านเปิดประตูรับลมรับไอฝนเพื่อปรับสภาพอารมณ์ ตื่นเต้น ตระหนก โมโหทุกอย่างปะปนกันจนอยากจะตะโกนปลดปล่อยออกมาให้หมดสิ้นกับความขุ่นข้องหมองใจหลายวันมานี้ที่อยู่ร่วมกับเขา
บุรุษสูงใหญ่เดินตามไม่ห่างเขาหยุดยืนมองแผ่นหลังเล็กๆที่หอบหายใจข่มอารมณ์ราวร่วมจิบชาก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปสวมกอดสตรีที่เขาแน่ใจแล้วว่า 'รัก'
“รอข้าหน่อยนะฟางซิน” หอมใบหูเบาๆ“รอจัดการที่นี่ก่อน”
“ท่านหลอกลวงข้าอีกแล้ว”นางยกมือเช็ดหน้าเช็ดตาที่เปรอะเปื้อนเพราะน้ำตาเริ่มไหลลงมาอีก
“หาใช่เช่นนั้น เป็นเจ้าที่คิดว่าข้าเป็นชายตกปลา”เขากอดนางแน่นขึ้น
“ท่านไม่แก้คำเล่า!!!!”นางเริ่มเสียงดังยามเมื่อฝนเริ่มซาลง
“ถึงจะแก้คำแล้ว เรื่องของเราก็หาได้เปลี่ยนไม่เจ้าก็ยังต้องเป็นฮูหยินข้าอยู่ดี!!” ตู้ฟางซินหันหน้ากลับมาอย่างหมดความอดทน
“ไม่เปลี่ยนอย่างไรเล่า!!!ข้าเกือบจะคิดว่าตนเองคงต้องยอมเป็นสาวเทื้อรอท่านที่มิรู้ว่าเมื่อใดถึงจะตกปลาได้มากมายกว่าจะหาเบี้ยมาสู่ขอข้าได้..คิดว่าตนเองคงต้องถูกทิ้ง” ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!นางทุบอกแกร่งอย่างแรงจนเจ็บมือไปหมด “สุดท้ายท่านก็เป็นทหาร..เป็นแม่ทัพ บ้า!!”ปั่ก! ปั่ก! ปั่ก!!“หากท่านปล่อยข้าไว้นานข้าจะสั่งคนไปเผาจวนแม่ทัพของท่านโดยมิคิดกลัวตายเลยคอยดู!!!”ปั่กๆ ปั่ก!! นางทุบเขาไม่ยั้งเพื่อระบายความโกรธ
แม่ทัพจางเหวินเป่ายืนนิ่งให้นางทุบหน้าอกด้วยสีหน้าโง่งม‘นางจะไปเผาจวนแม่ทัพรึ?’ ไร้วาจาตอบโต้กับอารมณ์โมโหของสตรี‘อ่าา..นางดุยิ่งนัก'
จ้านโม่และลิ่วคังต่างแอบหัวเราะ‘นักรบผู้ไม่กลัวตายแต่กลับพ่ายแพ้สตรี’
----±++++++++----------++++++
ในกองทัพ ยามอู่(11.00)
ท้องฟ้าสดใสไร้ซึ่งเม็ดฝนขบวนตามหาคุณหนูต่างมองหน้ากันเหรอหรากับสภาพอากาศ
“พวกเจ้าไปเตรียมตัวออกเดินทางกันเถิดข้าจะไปบอกกล่าวกับท่านรองแม่ทัพ” คังโจวเอ่ยบอกทุกคน
“ท่านรองแม่ทัพรึพี่คังโจว” จินเมี่ยวถามขึ้นมา
“ใช่แล้วทหารที่ต้องเดินทางไปกับเรามาบอกพี่ว่าท่านรองแม่ทัพกลับเข้ากองทัพเมื่อห้าวันก่อนที่ฝนจะตก”
“อ่อ” จินเมี่ยวเพียงพยักหน้าเข้าใจแต่ไม่กล่าวความต่อนางรีบเดินเข้าไปที่กระท่อมเพื่อเก็บข้าวของออกเดินทางหลังจากที่ติดฝนอยู่ที่นี่นานนับห้าวัน‘คุณหนูของข้าจะกินอยู่อย่างไร ผ่านไปร่วมสิบสี่วันแล้วที่ตามหานางไม่พบ’จินเมี่ยวจะทำเช่นไรดีเจ้าคะนายท่าน
“จะไปแล้วรึนังหนู”ท่านป้าเสี่ยวที่เดินเข้ามาเตรียมของเข้าโรงครัวทัก
“เจ้าค่ะลาก่อนนะเจ้าคะหากมีวาสนาเราจะต้องได้พบกันแน่เจ้าค่ะ”จินเมี่ยวเดินเข้าไปสวมกอดสตรีร่างท้วมพร้อมกล่าวลา
“อืม เดินทางปลอดภัยเล่า”ป้าเสี่ยวอวยพรและรอจนนางเดินลับออกไปก็ปิดประตูบ้านเดินไปทางโรงครัว
จินเมี่ยวเดินออกมารวมกลุ่มกับขบวนเดินทางและทหารอีกสามคนเพื่อรอคังโจวกับรองแม่ทัพทุกคนปรึกษาพูดคุยถึงเส้นทางที่คาดว่าคนที่พวกเขาตามหาจะสามารถหลบซ่อนได้ในเวลาเกือบสิบห้าวันว่าอยู่ส่วนใดของเขตชายแดน
ในกระโจมของรองแม่ทัพลี่ลั่วถง
“คนที่พวกเจ้าตามหาตกแม่น้ำที่ตรงนี้”ลั่วถงชี้ตรงจุดที่คังโจวบอก
“ขอรับ”
“ไหลลงมาตามเส้นทางที่พวกเจ้าเดินเลียบลงมาแล้วก็มิพบอีกเลยแม้แต่ร่องรอย”
“ขอรับร่วมสิบสี่จะสิบห้าวันแล้วข้ามิอาจทราบได้ว่าในป่าลึกมีสัตว์ร้ายหรือไม่ขอรับ”
“ย่อมมี เสือ สิงโต ช้างป่าล้วนอยู่ในป่าลึก”ลั่วถงมองสีหน้าหวั่นวิตกของบ่าวสกุลตู้ “แต่นางจะไม่เป็นอะไร”
คังโจวเงยหน้าขึ้นมามองท่านรองแม่ทัพ“จริงรึขอรับท่านพบเจอคุณหนูหรือขอรับ!!!” คังโจวหลุดปากเอ่ยถามอย่างร้อนรน
“เปล่า..มิได้พบเจอแต่ข้าเพียงแค่คาดเดา”ลี่ลั่วถงยกยิ้ม “ตกลงว่าคนที่เจ้าตามหาคือคุณหนูตู้สินะ”นั่งพิงพนักเก้าอี้อย่างสบายใจที่เขาคิดถูก
บ่าวชายตรงหน้าขมวดคิ้วมุ่นนึกโมโหกับความคิดน้อยของตนเอง เช่นนี้ชื่อเสียงของคุณหนูจะเป็นอย่างไร
“เป็นเช่นนั้นขอรับแต่ข้าขอร้องว่าท่านอย่าได้กล่าวบอกผู้ใดได้หรือไม่ขอรับข้ามิอยากให้นางถูกว่ากล่าวเสียๆหายๆ”
รองแม่ทัพได้แต่ส่ายหน้าไปมา ‘นางเสียหายไปแล้วน่ะสิ’แต่ก็ยังพูดปลอบ “ข้าอยู่แต่ในป่าในเขาจะไปบอกกล่าวแก่ผู้ใดได้เล่าเจ้าอย่าได้กังวล วันนี้ข้าจะส่งทหารชำนาญทางไปกับเจ้าด้วยสี่คน”เขาลุกขึ้นเดินนำออกไปจากกระโจม “ค่อยๆเดินตามหาให้ทั่วป่าไม่นานคงจะพบเจอ หากไม่พบชิ้นส่วนใดที่เป็นของนางตกหล่นก็ให้คิดเอาไว้ว่านางยังคงปลอดภัย”
“ขอรับ”ทั้งคู่เดินมาถึงทางข้ามสะพานที่ขบวนตามหาคุณหนูและทหารสี่คนยืนรออยู่
“คาราวะท่านรองแม่ทัพขอรับ/ขอรับ” ทุกคนก้มหัวคาราวะ
“คาราวะท่านรองแม่ทัพเจ้าค่ะ” จินเมี่ยวทำตามทุกคนนางมองสำรวจบุรุษตรงหน้าอย่างไร้ท่าทางเขินอาย ดวงตาเรียวเล็ก รูปร่างสูงใหญ่หนวดเคราหรอมแหรม ‘เหอะ’ ราวกับจิ้งจอก
“เจ้าเป็นสตรีเพียงคนเดียวเดินทางร่วมกับบุรุษมากมายจะดีรึ?”ลั่วถงเลิกคิ้วมองและถามสตรีที่ใช้สายตาเหลือบแลเขาและสะบัดหน้าหนีเมื่อครู่อย่าง‘ถือดี’